เจ้าหญิงราตรี

ขอขอบพระคุณสำหรับการสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ค่ะ ขอให้มีความสุขและเพลิดเพลินไปกับการอ่านนะคะ ^.^

3. ทาสรับใช้จำเป็น

ชื่อตอน : 3. ทาสรับใช้จำเป็น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 95.1k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.พ. 2558 03:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3. ทาสรับใช้จำเป็น
แบบอักษร

 

        หยดน้ำเม็ดใหญ่กระทบลงสู่พื้นกระเบื้องหรูไม่ขาดสาย ร่างบางยืนมองชายหนุ่มหุ่นกำยำล่ำสันในร่างเปลือยเปล่าผ่านผ้าม่านสีขุ่นไม่วางตา  เธอปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าผู้ชายคนนี้มีดีทั้งหน้าตาและรูปร่าง... 
" ถ้าคุณไม่เลิกจ้องผมด้วยสายตาแบบนั้น รับรองว่าคุณจะไม่ได้แค่ถูหลังให้ผมตามที่ตกลงไว้ตอนแรกแน่ภาดา " เสียงสายน้ำเงียบลงก่อนจะตามมาด้วยประโยคที่ทำให้ร่างบางถึงกับสะดุ้ง ใช่... เขารู้สึกมาโดยตลอดว่าเจ้าของใบหน้าไร้เดียงสากำลังจ้องมองเขาอยู่อย่างไม่วางตา  
" เอ่อ! ฉะ..ฉัน  ฉันกำลังรอคุณเรียกให้เข้าไปถูหลังอยู่นี่ไง " หัวใจเต้นระรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะ เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกายจนใบหน้าของหญิงสาวร้อนวูบว่าบ 
ฟึ่บ!! 
     ม่านสีขุ่นผืนใหญ่ถูกเลื่อนออกไปด้านข้างกระทันหัน ภาดาหันหลังกลับอย่างอัติโนมัตทันทีที่เห็นชายหนุมในคราบเปลือยเปล่าแบบเต็มตา 
" หึ !ไม่อยากดูแล้วหรอกหรอ... " เสียงกระซิบข้างใบหูยิ่งกระตุ้นให้ร่างบางสั่นไหว เคลย์เข้าประชิดหญิงสาวจากทางด้านหลัง มือหนาทางสองข้างยกขึ้นมาสัมผัสต้นแขนเรียวของคนตรงหน้าก่อนจะหมุนเธอให้หันมาเผชิญหน้า 
" ฉันก็ไม่เคยอยากดูอยู่แล้ว "
" งั้นหรอ... แล้ว... ถ้าสัมผัสล่ะ " เขาเอ่ยพลางเอื้อมมือไปกอบกุมมือเล็กของคนตรงหน้าก่อนจะนำทางให้มาลูบไล้แผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อมัดโตได้รูป  
         แม้ในใจนั้นไม่อยากจะเอ่ยชมชายใจร้ายตรงหน้า แต่ภาดาก็ห้ามสติของตนเอาไว้ไม่อยู่ เพราะอะไรเขาถึงสามารถทำให้เธอเป็นได้ถึงเพียงนี้ ร่างบางคิดในใจก่อนจะย้ำเตือนกับตัวเองว่าชายคนนี้เพียงแค่ต้องการแกล้งเธอ และ ทำให้เธอทรมานใจ อย่าแม้แต่จะเผลอใจไปเชื่อเขาเด็ดขาด!!
" ปล่อยมือฉันนะ ! " ภาดาสะบัดมือออกก่อนจะถอยหนีไปหนึ่งก้าว
" ..... ถอดเสื้อคลุมอาบน้ำออกสิ " เคลย์ทำเป็นมองข้ามการกระทำพยศเมื่อครู่ของร่างบาง เขากระตุกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยคำสั่งต่อเธอ
" ไม่ ทำไมฉันต้องถอดด้วย "
" เพราะผมกำลังสั่งคุณอยู่ "
" ฉันไม่..."
" ดูเหมือนว่าคุณคงลืมบทเลิฟซีนเมื่อกลางวันนี้ไปแล้วสินะ  ถ้าอย่างนั้น ผมจะทบทวนให้อีกครั้ง ในนี้เลย...ดีมั้ย "
" หยุดนะ ! ก็ได้ๆ แต่คุณต้องหันหลังกลับเข้าไปก่อน "
            การจะต่อกรกับชายตรงหน้าในสถานการ์ณล่อแหลมเช่นนี้คงไม่เหมาะนัก ภาดาเลือกที่จะเลี่ยงทำตามคำสั่งของชายจอมบงการตรงหน้า เธอหันหลังให้กับเคลย์อีกครั้งก่อนจะปลดปมเชือกชุดคลุมอาบน้ำออกอย่างช้าๆ และถอดมันออก ถึงแม้จะอายเพียงใดก็ตาม ผิดกับชายร่างสูงที่หันไปเปิดฝักบัวอาบน้ำอย่างสุขสบายใจ
 
 
        ฟองสบู่ฟูฟ่องถูกถูไปมาบนแผ่นหลังกว้างซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งคู่ต่างอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าท่ามกลางสายน้ำที่ร่วงหล่นจากฝักบัวขนาดใหญ่เหนือศรีษะ  ภาดานึกโมโหที่ชายตรงหน้าจงใจแกล้งเธอให้ต้องรู้สึกอายขนาดนี้ฝ่ามือน้อยๆ จึงเผลอเพิ่มน้ำหนักลงไปบนใยขัดตัว
" โอ้ย!! ทำบ้าอะไรของคุณ ผมให้ช่วยขัดตัวนะไม่ใช่ให้ถูเอาหนังออก " ร่างสูงหันมาโวย
" พอดีฉันเห็นว่าคุณเป็นพวกหนังหนา! เลยกลัวว่าถ้ามัวแต่ถูเบา ๆ อาจจะไม่สะอาดพอ "
" ภาดา !!! " 
" คะ!? คุณเคลย์ " ร่างบางหารู้ไม่ว่าขณะนี้เธอกำลังก่อสงครามประสาทกับชายตรงหน้า และนั่นมันช่างไม่สมควรเสียเลย
" คุณคิดจะลองดีกับผมงั้นสินะ " ชายหนุ่มเขยิบเข้าไปใกล้กับหญิงสาวตรงหน้า ห่างกันเพียงคืบเดียวผิวเปลือยเปล่าของทั้งสองก็จะสัมผัสกัน  ภาดาเริ่มรู้ตัวว่าเธอได้กระตุกหนวดเสื้อเข้าอีกแล้ว
" ฉะ..ฉัน หนาวจัง ขอตัวออกไปใส่เสื้อผ้าก่อนแล้วกัน " พูดจบเธอก็รีบเดินจ้ำออกจากห้องอาบน้ำทันที เคลย์ทำได้แค่ยืนจ้องเธอจากไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด ถ้าไม่ใช่เพราะต้องรักษาคำพูดที่ให้ไว้ตอนแรก ร่างบางนั้นคงไม่ได้เดินออกไปอย่างง่ายดายแบบนี้แน่นอน 
แต่ไม่เป็นไรหรอก เขายังมีเวลาที่จะปั่นหัวผู้หญิงคนนี้อีกนาน ร่างสูงเผยรอยยิ้มสุดแสนเจ้าเล่ห์ก่อนจะหันไปชำระล้างร่างกายต่อ
 
 
         แสงแดดจ้ายามสายส่องแสงรำไรผ่านม่านสีทึบ ดวงตาคู่สวยค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้น กระพริบถี่ปรับรับแสงสว่าง  เมื่อคืนกว่าเจ้าของร่างบางจะได้ข่มตาหลับก็ปาเข้าไปเกือบตีสองถ้าไม่ใช่เพราะกลัวผู้เป็นเจ้าของห้องจะเข้ามารุกล้ำถึงเตียงนอน  แต่นั่นก็ดูเหมือนว่าเธอจะกังวลจนเกินไป เพราะหลังจากตนเดินหนีเขาจากห้องอาบน้ำก็ดูเหมือนว่าเจ้าของห้องจะไม่เข้ามารบกวนใจเธออีก  ลึก ๆ แล้วก็รู้สึกโล่งใจอีกนิดที่อย่างน้อยก็ไม่ต้องมาเปลืองแรงสู้รบกับคนใจร้ายแต่หัววัน
 
         หลังจากภาดาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามาอยู่ในชุดสบาย ๆ ด้วยเสื้อยืดแขนยาวสีชมพูอ่อนตัวใหญ่และกางเกงขาสั้นสีขาว ไม่ทันที่จะเดินไปถึงห้องนั่งเล่น เสียงแสกนสัญญาณเข้าห้องบริเวณประตูห้องก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของผู้เป็นเจ้าของห้อง เคลย์อยู่ในชุดสูทสีดำสวมทับเชิ้ตขาวสะอาดตา เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกออกก่อนตามด้วยเน็คไทราคาแพงสีเทาถูกมือหนาคลายปมออกให้หลวม ดวงตาคู่ดุหยุดมองร่างบางในชุดเรียบง่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะเดินผ่านเธอไปและตรงไปยังมุมโต๊ะทำงานแทน
" คุณเคลย์ ฉันต้องการโทรศัพท์และพาสปอร์ตของฉันคืนค่ะ " ภาดาเดินตามร่างสูงมาติดๆ ก็เธอต้องการจะออกไปจากที่นี่เต็มทน แค่คืนเดียวก็มากพอสำหรับเธอ ไม่รู้ว่าป่านนี้ทางด้านครอบครัวเธอจะเป็นห่วงมากขนาดไหน 
" อยู่กับผมคุณไม่มีความจำเป็นต้องใช้ของพวกนั้น " 
" ถ้าจำไม่ผิด...ฉันไม่เคยบอกว่าจะอยู่กับคุณ "
" ถามจริง นี่คุณไม่คิดสงสัยบ้างรึไงว่าทำไมจู่ ๆ พี่ชายคุณถึงส่งคุณมาช่วยงานที่นี่ ทั้งๆที่คุณควรประจำอยู่ที่บริษัทในประเทศไทยของคุณเช่นเดิม "
" ฉันไม่จำเป็นต้องสงสัย ที่ผ่านมาหลังจากเรียนจบฉันไม่เคยได้ใช้ความสามารถที่มีทุ่มเทให้กับบริษัทของคุณพ่อ ถึงแม้ตอนนี้ผู้ดูแลจะเป็นคุณลุงและพี่ชายของฉันก็ตามที แต่การมาที่นี่คือโอกาสที่ฉันจะได้ทำเพื่อคุณพ่อและครอบครัวของฉัน " เจ้าของใบหน้าคมสวยแม้ปราศจากเครื่องสำอางเอ่ยออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ         
         ภาดามีความสารถทางด้านการวิเคราะห์ธุรกิจและวางแผนการตลาดรวมถึงการโปรโมทต่างๆ ที่ผ่านมาเธอเลือกที่จะทำงานให้กับบริษัทเครื่องหนังชื่อดังแห่งหนึ่งในประเทศไทยที่เป็นบริษัทเพื่อนคนสนิทของเธอ เพราะตอนนั้นเธอรู้สึกแค่ว่าไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานบริษัทของตระกูลตน เบื่อการได้ยินคำวิพากวิจาร์ยและความกดดันด้วยตนเป็นลูกสาวผู้ก่อตั้งบริษัท เธอจึงอยากสร้างประสบการ์ณและผลงานการทำงานจากที่อื่นก่อน และแน่นอน เธอทำได้และเยี่ยมมากด้วย
" กตัญญูเสียจริงนะ จนตอนนี้ขนาดรู้ว่าพ่อตนเองเลวขนาดไหนก็ยัง... "
" คุณเคลย์! ถอนคำพูดของคุณซะ !! "
" ถ้าไม่คุณจะทำอะไรผมหรอ ภาดา... ความจริง...ก็คือความจริง " ร่างสูงลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ แววตาเยือกเย็นคู่ตรงหน้าที่เพ่งมองมายังนัยน์ตาคู่สวยของคนตัวเล็กทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย ภาดาเลือกที่จะถอยหนีแต่ที่รอบข้างช่างไม่เอื้ออำนวยเสียเหลือเกิน ร่างบางถูกต้อนจนจนมุมเเคบ 
" ฉันรู้ ฉันทำอะไรคุณไม่ได้หรอกค่ะ " เธอทำใจกล้าและเผชิญหน้ากับชายร่างหนาเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาแต่ดูเยือกเย็นจนน่ากลัว
" ถ้าฉลาดพอ คุณควรจะเรียนรู้การหลีกเลี่ยงประโยคที่จะเป็นการทำร้ายตัวเองเสียบ้างนะภาดา "
" ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ฉันไม่มีความจำเป็นต้องทนอยู่ในขุมนรกนี่ให้คุณกดขี่ขมเหงแบบเมื่อวานนี้ ! "
" ก็คงจะเป็นแบบนั้น...ยกเว้นก็แต่ว่า คุณจะอยากทุ่มเทสุดกำลังให้กับบริษัทของพ่อคุณจริง ๆ อย่างปากว่า ไม่อยากนั้น...อีกไม่เกินสัปดาห์คุณเตรียมพบผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ได้เลย  อ่อ! ถึงเวลานั้นพ่อคุณคงช็อคน่าดู... "
" นี่คุณกำลังพูดบ้าอะไรของคุณ ! ตอนนี้ทั้งบริษัทที่ไทยและที่นี่ต่างก็กำลังไปได้สวย อย่ามาหลอกฉันเสียให้ยากเลย "
" พี่ชายคุณคงวาดภาพพวกนี้ยัดใส่หัวสมองของคุณไว้สิท่า ถึงได้หลับหูหลับตาไม่ดูสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับบริษัทตัวเอง " 
        เจ้าของร่างเล็กเริ่มสับสนกับประโยคที่หลุดออกมาจากคนตัวสูงตรงหน้า ที่เขาพูดออกมาทั้งหมดมันคือเรื่องจริงงั้นหรือ หมายความว่า...บริษัทของครอบครัวตนกำลังจะถูกคนอื่นมาเทคโอเวอร์ไปงั้นหรอ เธอคิดในใจด้วยความกังวลอย่างหนัก 
" เรื่องแบบนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้นตราบใดที่พี่ชายและฉันยังมีชีวิตอยู่ ! เอาของของฉันคืนมาเดี๋ยวนี้ ฉันต้องการจะไปจากที่นี่ !! " ภาดาตะคอกใส่คนตรงหน้าอย่างหัวเสีย 
" แน่นอน แต่ก่อนไปจะถือว่าทำบุญ อ่านนี่ซะ เผื่อคุณจะตาสว่างขึ้น " ซองกระดาษสีขาวถูกหยิบชูขึ้นมาตรงหน้าหญิงสาว ก่อนเธอจะตัดสินใจคว้ามันขึ้นมาเปิดอ่านกระดาษในซอง ใจความสำคัญคือการซื้อขายหุ้นทั้งหมดของบริษัทตนโดยผู้บริหารใหญ่เคลย์กรุ๊ปจะเป็นผู้ซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทเธอ 
" แค่ผมกดปลายปากกาแล้วเซ็นอนุมัติ ทั้งหมดที่เป็นของครอบครัวคุณ...มันจะกลายเป็นของผม " 
" ไม่จริง!... " ภาดากัดริมฝีปากเข้าหากันเพื่อสกัดกั้นความรู้สึกที่ประดังกันเข้ามาในเวลานี้ อยากจะยกมือขึ้นตบหน้าคนตรงหน้าให้ทันรู้แล้วรู้รอดแต่เรี้ยวแรงกลับหามีไม่ 
" งั้นผมจะเซ็นต์อนุมัติเสียตอนนี้เลยแล้วกัน ส่วนคุณ... ก็รอดูความพังพินาศของครอบครัวคุณได้เลย ! " เคลย์เอ่ยอย่างผู้มีชัย เขานึกย้อนถึงวันที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต ต้องปากกัดตีนถีบ กว่าจะก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่เช่นทุกวันนี้ไม่ใช่แค่แรงกายแรงใจที่ต้องแลกไป แต่เขาต้องทุ่มเททั้งจิตวิญญาณจนสูญเสียอีกมุมชีวิตที่เคยมี...
" ไม่นะ ! คุณจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ ! "
" ผมไม่จำเป็นต้องทำตามที่คุณพูด ยกเว้นก็แต่...คุณจะยอมอยู่เป็นทาสรับใช้ผมทุกอย่างจนกว่าผมจะพอใจระหว่างนั้นบริษัทของคุณจะยังคงไม่ตกเป็นของผม ส่วนหลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคนตระกูลคุณ "
นาทีนี้ไม่ว่าจะเลือกเดินทางไหนเธอและครอบครัวก็ต้องเจ็บปวด ที่เธอต้องเลือกคือทางที่เจ็บน้อยที่สุด...
" ฉัน..."
" เลือกมาสิ ภาดา " 
" ฉัน...ฉันยอมทำทุกอย่าง ขอแค่คุณรับปากจะไม่เทคโอเวอร์บริษัทของครอบครัวฉัน เพราะนั่นเป็นเสมือนอีกหนึ่งหัวใจคุณพ่อของฉัน "
          ร่างสูงเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อได้ฟังคำตอบ  ผู้หญิงคนนี้ช่างกล้าเสียสละนัก แต่สุดท้ายไม่ว่าคนตรงหน้าจะเลือกทางไหน คนที่กอบโกยผลกำไรก็คือเขาอยู่ดี !!
" แน่นอน ผมรับปาก "
" แล้วฉันจะทำให้คุณคิดผิดที่ต้องการให้ฉันมาเป็นทาสรับใช้ ! "
" งั้นมาลองดูว่าผมคิดผิดหรือคิดถูก "

           ทันทีที่สิ้นสุดประโยค อ้อมแขนท่อนแกร่งก็กระชากเอาร่างบางมาอยู่ในอ้อมกอด เคลย์กดริมฝีปากร้อนเบียดลงบนริมฝีปากเรียวเล็กสีชมพูสดธรรมชาติ คนตัวเล็กพยายามระดมมือทุบตีร่วมถึงทั้งผลักทั้งดันหวังจะหลุดจากพันธนาการร้อนแรงนี่แต่ก็ไม่ได้ผลเช่นเคย ชายหนุ่มหาได้มีความปราณีต่อหญิงสาวในอ้อมแขนไม่ ข้อมือเล็กทั้งสองข้างถูกฝ่ามือใหญ่กดแนบลงบนกำแพงเหนือศรีษะ เคลย์กัดริมฝีปากหลอนเบาๆก่อนจะถอนออกให้เธอได้หายใจ จมูกโด่งได้รูปเลื่อนไล้ลงมาจนถึงบริเวณลำคอระหงส์ กลิ่นหอมอ่อนๆจากโลชั่นบำรุงผิวกำลังชักชวนให้เขาซุกซนทำตามใจไปเรื่อย ในขณะที่ร่างบางหันมายืนนิ่งเป็นหุ่นยนต์รู้ดีว่าดิ้นรนไปเพียงใดคนใจร้ายตรงหน้าก็ไม่ยอมปล่อยเธออยู่ดี ต้องอดทนจำใจต่อชะตากรรมที่เธอต้องแบกรับ...

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น