PHEMANOM
Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#ลูแคลโรคจิต |PHYCHO EP.8 II FORGOT IT {100%} อัพครบ

ชื่อตอน : #ลูแคลโรคจิต |PHYCHO EP.8 II FORGOT IT {100%} อัพครบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 62

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ค. 2561 21:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#ลูแคลโรคจิต |PHYCHO EP.8 II FORGOT IT {100%} อัพครบ
แบบอักษร

EPISODE8 : FORGOT IT

I WANT TO USE MY LIFE WITH YOU BUT IT WOULD NOT BE POSSIBLE

{ฉันอยากจะใช้ชีวิตร่วมกับคุณนะ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว}

____________________________________________________________________________________________________________________________

[บทบรรยาย : มะปราง]

​"คุณเป็นใคร"เขาพูด ก่อนที่ฉันจะรีบปิดปากกลั้นเสียงสะอื้น และหันหน้าไปทางด้านหลัง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ฉันถึงต้องได้ร้องให้กับประโยคของเขา มันบั่นทอนหัวใจของฉันไปทีละนิด จนตอนนี้ฉันกลับกั้นมันไม่อยู่

พยาบาลที่อยู่ในห้อง ค่อยๆเดินเข้ามาหาฉัน "คุณหมอเป็นอะไรคะ ร้องไห้ทำไม" เธอถามฉันก่อนจะมาลูบที่หลังคล้ายการปลอบ ฉันรีบปาดนํ้าตาทิ้ง พร้อมกับยิ้มกว้างให้เธอ แล้วส่ายมาไม่เป็นไร

ฉันหันกลับมาหาลูแคล ใบหน้าที่กำลังขมวดคิ้วเหมือนสงสัยว่าฉันเป็นอะไร ฉันเข้าใจเขาดี ความทรงจำของเขาจะค่อยๆหายไปทีละนิด ทีละนิด จนจำอะไรไม่ได้เลย 

ฉันเคยบอกแล้ว ว่าสุดท้ายฉันก็ต้องเจ็บอีกตามเคย 

"ขอหมอตรวจร่างกายหน่อยนะคะ คุณลูแคล"ฉันพูด ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ แล้วหยิบสเตโทสสโครปขึ้นมาใส่หู พยาบาล 2 คนเดินเข้ามาจับตัวลูแคลให้อยู่นิ่งๆ แต่เขากลับปัดป่ายฉันทุกหนทาง

"ออกไป อย่ามาเข้าใกล้ผม เราไม่รู้จักกัน!"ใช่...เราไม่รู้จักกันหนิ ฉันลืมไปเลย ฉันต้องไม่รู้จักเขา

ฉันพยักหน้าขึ้นลง และหันไปบอกกับพยาบาล "ไว้เดี๋ยวค่อยตรวจเถอะ" ฉันเดินหันหลังก่อนจะออกจากประตูห้องสีขาว ทันใดนั้น นํ้าตาก็พลันไหลลงมาอีกรอบแล้ว

ใบหน้าของฉันตอนนี้มันคงทุเรศมากซินะ มันคงเหมือนคนที่ไม่มีชีิวิตซินะ ถึงได้ดูไม่มีศักดิ์ศรีความเป็นหมอเลยซักนิด ฉันกลั้นใจเสยผมขึ้นมา แล้วเดินจากไปจากหน้าห้องนี้ 

ทำไมหัวใจฉันเหมือนได้ถูกแช่แข็งไว้จนมันชา แต่ยังคงรู้สึก เจ็บที่ยังรู้สึก ประโยคเมื่อกี้ บ่งบอกฉันในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี




"มะปราง ทานข้าวเถอะครับ มะปรางไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เช้าแล้ว เดี๋ยวจะเป็นลมไปอีกนะ"

"ค่ะ"ฉันหยิบอาหารที่ตัวเองชอบมาจากพี่หมอ ก่อนจะเปิดมันกิน ทำไมกลิ่นมันแปลกๆนะ 

"พี่หมอ เสียหรือเปล่าคะ ทำไมกลิ่นมันเหม็นๆ"ฉันยกกล่องสปาเก็ตตี้ขึ้นไปให้พี่หมอดมดู ฉันว่าร้านที่พี่หมอไปคงทำค้างคืนจนเสียหล่ะมั้ง กลิ่นมันถึงได้ชวนอ๊วกแบบนี้

พี่หมอขมวดคิ้วขึ้นเมื่อได้ด้มอาหารตรงหน้า "ก็ไม่เหม็นนี่มะปราง หอมจะตาย"

"หรอคะ แต่มะปรางว่ามันเหม็นนะ มะปรางไม่กินแล้วดีกว่า"ฉันเลือกที่จะปฏิเสธของชอบตัวเอง เพราะกลิ่นที่รับไม่ได้ หิวไหม ก็หิวนะ แต่ถ้าอาหารตรงหน้ากลิ่นไม่ดี ฉันก็ไม่กินเหมือนกัน

"แล้วมะปรางอยากกินอะไรหล่ะครับ เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อให้"ฉันคิดซักพัก ว่าแต่ตั้งแต่เมื่อวานก็รู้สึกอยากกินของอะไรที่มันเปรี้ยวๆยังไงไม่รู้ แค่เดินผ่านห้องพักพยาบาล เห็นพวกเขากินมะม่วงเปรี้ยว ฉันก็เดินเข้าไปหาแล้ว มันอร่อย ถึงแม้คนอื่นจะต้องจิ้มนํ้าปลาหวานก็เถอะ

"มะปรางอยากกินมะม่วงเปรี้ยวค่ะ"

[จบบทบรรยาย : มะปราง]

[บทบรรยาย : หมอดิน]

ผมกดลิฟต์ลงไปที่โรงอาหารตึกตรงข้ามโรงพยาบาล เหม็นกลิ่นอาหารที่ตัวเองชอบ อยากกินของเปรี้ยว ผมก็ได้แต่ชั่งใจและนึกทบทวนว่า ผมไม่เคยมีอะไรกับมะปรางเกินกว่าจับมือเลยนะ แล้วอาการคล้ายคนท้องมาจากไหน

หรือว่าฮอร์โมนปรับเปลี่ยนกระทันหัน เลยทำให้เธอมีอาการแบบนี้หน่ะ

"มะม่วงเปรี้ยว 1 ถุงครับ"ผมสั่งแม่ค้าขายผลไม้ ก่อนที่ซัพักผมก็หยิบแบงค์ขึ้นมาจ่ายเธอ และเดินข้ามตึกมาที่ตึกเก่า เพื่อเอาผลไม้เปรี้ยวนี่มาให้มะปราง

ผม..แค่สงสัย และอยากรู้เกี่ยวกับผู้ชายคนนั้น คนไข้ของมะปราง ที่ดูแล้วเหมือนแฟนผมกับเขาจะมีอะไรที่มากไปกว่านั้น จะด่าว่าผมไม่ไว้ใจแฟนก็ได้นะ แต่มันก็ต้องมีซักนิดไหม ที่ความสงสัยมันจะอดไม่อยู่

ตั้งแต่วันนั้นที่เขาบอกว่าเป็น 'ผัว' มะปราง แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับมันมากนัก เพราะถ้าเกิดไม่ได้ฟังด้วยหูตัวเองจากคนที่รู้ดีที่สุด ผมก็จะไม่เชื่อใครทั้งนั้น

ผมเปิดประตูเข้าไปที่ห้องพักมะปราง ก่อนที่จะเห็นเธอฟุบหลับอยู่กับโต๊ะ ผมสีนํ้าตาลถูกปรกหน้า ผมยิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอามือถัดผมให้ยัยตัวแสบ ไม่ว่าจะยังไง ผมก็จะอยู่เคียงข้างมะปรางนี่แหละ ผมรับได้หมด ขอแค่มะปรางเป็นมะปรางคนเดิม ทุกอย่างผมก็ไม่สนใจหรอก

[จบบทบรรยาย : หมอดิน]

[อัพเพิ่ม]

​8 วันผ่านไป...

[บทบรรยาย : มะปราง]

"คุณแอนนี่ค่ะ ทางเราได้ทำการรักษาคุณลูแคลด้วย ECT แล้วนะคะ ทางเราขอให้คุณแอนนี่เดินทางมาที่ไทยเพื่อดูอาการคุณลูแคล และชำระเงินในการทำ ECT ทั้ง 6 ครั้งด้วยค่ะ"เสียงของพยาบาลพูดสายอยู่กับคุณแอนนี่ แม่เลี้ยงของลูแคล 

ตอนนี้ฉันกำลังกินมะยมที่อยู่บนโต๊ะของประชาสัมพันธ์ ที่ฉันลงมาเพราะว่าจะดำเนินเรื่องให้คุณแอนนี่มาหาลูแคลที่ประเทศไทย เพื่อจ่ายเงินและพาเขากลับไป

พอนึกถึงวันนั้นฉันคงจะไม่อยู่ที่นี่แล้วแหละ

ตอนนี้เหลือการทำ ECT เพียงแค่ 3 ครั้งสุดท้าย ซึ่งเป็นหน้าที่ของหมอโมสต์ ตามที่ตกลงกันไว้ 

และฉันก็ทำเรื่องย้ายไปประจำอยู่ที่โรงพยาบาลในเครือของครอบครัวฉันที่เชียงใหม่ และฉันจะออกจากที่นี่ในวันที่ 24 สัปดาห์หน้า ซึ่งมันจะเป็นวันเดียวกับวันที่ลูแคลทำ ECT ครั้งสุดท้าย 

ฉันคงอยู่กับเขา ในสภาพที่เขาจำฉันไม่ได้ ฉันทนไม่ได้หรอก นับตั้งแต่ทำ ECT ล่าสุด ฉันยังไม่ได้ไปดูเขาอีกเลย เพราะเหตุผลก็ยังคงเป็นคำเดิม คือฉันทนไม่ได้ เมื่อไหร่ที่ฉันเห็นหน้าเขา ฉันต้องร้องไห้ทุกที

"นี่ค่ะคุณหมอ เอกสารอนุมัติที่คุณหมอจะไปประจำที่เชียงใหม่ค่ะ"

"ขอบคุณค่ะ"ฉันรับมันมา ก่อนจะเดินไปขึ้นลิฟต์ ทำไมบรรยากาศในลิฟต์มันอึดอัดแบบนี้นะ ฉันเกิดเข่าทรุดเล็กน้อย เพราะหน้ามันคล้ายมืดยังไงก็ไม่รู้ สงสัยฉันคงต้องไปหายัยฟ้า ให้ตรวจอาการฉันให้หน่อยหล่ะมั้ง เพราะเป็นแบบนี้มาอาทิตย์กว่าๆแล้ว 

"ช่วงนี้คุณหมอทานเยอะหรอคะ ทำไมดูอวบอิ่มเป็นพิเศษ"ก่อนจะเดินเข้าห้อง ฉันก็ถูกแซวโดยพยาบาลคนสนิท ฉันอมยิ้มเล็กน้อย และพยักหน้า "ถ้าบอกว่า อ้วน จะโกรธแน่"



"อ๊วก!"ฉันอาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง ตอนนี้รู้สึกปวดหัวมาก ฉันไปทำอะไรมาถึงได้เพลียๆ แล้วมีอาการแบบนี้ คงพักผ่อนน้อยหรือเปล่า แต่ฉันก็นอนก่อน 2 ทุ่มตลอดนะ ทำไมถึงได้รู้สึกไม่ดีแบบนี้

ข้างนอกก็ฝนตกอีก นี่ชีวิตจะลำบากอะไรไปกว่านี้ไหม

พี่หมอดินก็มีเคสผ่าตัดดึกอีก ฉันคงไม่อาจไปรบกวนพี่เขาหรอก พี่เขาก็งานหนักพอแล้ว ถ้าฉันไปวอแว เขาจะรำคาญซะเปล่า

ฉันพยุงตัวเองออกมาจากห้องนํ้าหลังจากล้างปากเสร็จแล้ว

ตลอดทางเดินก็ต้องหาอะไรจับไว้ หัวสมองก็พลันทำงานไป อาการแบบนี้ฉันเคยเจอกับคนไข้สูติ แต่ฉันก็ภาวนาไว้ในใจ ว่าอย่าให้ฉันเป็นไปแบบนั้นเลย

ในเมื่อคนที่ทำให้เขาเกิดมา จำฉันไม่ได้แล้ว

แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริง ฉันก็ดูแลเขาได้คนเดียว เพราะยังไงความหวังที่จะให้เขาจำฉันได้ ก็ไม่มีอยู่แล้วหนิ




"แกโอเคใช่ไหมปราง"

"โอเคดิ ทำไมจะไม่โอเควะ"ฉันยักไหล่ไม่ยี่หระกับผลตรวจข้างหน้า ฉันท้อง.. อันที่จริงก็ทำใจไว้แล้วแหละ ไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นไร...

ยัยพิมพ์ หมอประจำสูติที่เป็นเพื่อนของฉัน ทำสีหน้าเป็นห่วงฉัน ฉันจึงยกยิ้มออกมา "ไม่เป็นไร เลี้ยงได้"

"ท่าทางแกบอกว่าไม่เป็นไร แต่สายตาแกนี่โคตรชํ้าเลยนะ"แววตาไม่เคยโกหกใคร ใช่..ยอมรับก็ได้ ว่าฉันกลัวปัญหาที่จะเกิดขึ้นในหลายๆอย่าง ไหนจะพ่อแม่ฉัน ไหนจะหน้าที่การงาน ไหนจะพี่หมอ ไหนจะเขา..

ตอนนี้อยากจะย้อนกลับไปในอดีต จะไม่ทำเรื่องแบบนี้ 

แต่ลูกของฉันก็ไม่ได้ผิดอะไร เขาเกิดมาด้วยความเต็มใจของฉัน ถึงเขาอาจจะเป็นอุปสรรคในหลายๆอย่าง แต่ยังไงทุกปัญหาต้องมีทางออกเสมอ 

"คนไข้คนนั้นใช่ไหม ที่ทำให้แกท้องหลานเนี่ย"พิมพ์คงรู้ซินะ ฉันสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงเพื่อยืนยันคำตอบของคำถาม

พิมพ์มีสีหน้าเครียดเข้าไปใหญ่ สภาวะในห้องนี้โคตรเครียด โคตรกังวล ตอนนี้สมองฉันไม่ได้คิดเรื่องอะไรทั้งสิ้น เพราะฉันไม่อยากจะเครียดอะไรให้มาก เพราะกลัวไปกระทบกับลูกในท้องฉัน 

"แล้วพ่อแม่แกหล่ะ จะเอายังไง"

"แกก็รู้พ่อแม่ฉันใจดีจะตาย...เอาหน่า ฉันไม่อยากให้แกคิดมากนะ ฉันหาทางออกได้ ไปละ"ฉันส่งยิ้มไปให้เพื่อนสนิท ก่อนจะเปิดประตูห้องออกมา 

เหมือนมันเป็นอีกโลก การแสดงเมื่อกี๊เนียนไหม แต่ตอนนี้อ่อนแอมากเลย นํ้าตามันห้ามไม่อยู่ ฉันทรุดนั่งลงกับประตู ก่อนจะยกเข่ากอดตัวเอง นํ้าตาฉันไหลอีกแล้ว ทำไมต้องไหลนักวะ!


[อัพเพิ่ม]

5 วันผ่านไป...

"ผลข้างเคียงของการทำ ECT คือความทรงจำของคุณลูแคลจะหายไป อาจจะมีแค่บางเรื่องเท่านั้นที่คนไข้สามารถจำได้ แต่ร้อยละ 90% คนไข้จะจำไม่ได้เลยในระยะยาว"ฉันกำลังอธิบายกลไกให้คุณแอนนี่ที่เดินทางมาถึงไทยแล้ว ก่อนที่เธอจะมีสีหน้าที่วิตกกังวลเล็กน้อย

"แต่คุณป้าไม่ต้องกังวลนะคะ เขาจะไม่มีอาการก้าวร้าว หรือเป็นโรค DID อีกแล้วค่ะ เหมือนความทรงจำจะถูกรีเซ็ทใหม่ทั้งหมด เวลาที่เหลือต่อไปนี้ ก็แค่ให้เขาซึมซับว่าคุณแอนนี่และคุณเจสันเป็นพ่อ เป็นแม่ค่ะ"

"จ้ะ แค่นี้ป้าก็หายเครียดแล้วหล่ะ"คุณแอนนี่ยกยิ้มให้ฉัน ก่อนที่ฉันจะแสดงกราฟให้เธอดู ว่าหลังจากการรักษา ทำ ECT เสร็จ ควรจะดูแลเขายังไง เพื่อไม่ให้เขากลับมามีอาการอีกครั้ง

"แล้วนี่ ทำ ECT ครั้งสุดท้ายวันไหนจ้ะมะปราง"

"24 วันพุธนี้ค่ะ"

"แล้วมะปรางจะทำให้จนถึงครั้งสุดท้ายเลยใช่ไหมลูก"คำถามของคุณแอนนี่ทำให้ฉันชะงัก 

"ครั้งสุดท้าย หมออีกท่านจะเป็นคนทำให้ค่ะ"

"ทำไมหล่ะลูก มีธุระหรอ"

"ค่ะ ต้องย้ายไปประจำที่เชียงใหม่ในวันนั้นค่ะ"

"โถ่ เสียดายแย่เลย ป้ากะจะพาหนูไปเลี้ยงอาหารเป็นการตอบแทนที่หนูดูแลลูแคลมาโดยตลอด"ฉันส่ายหัว และยกยิ้มว่า "ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า มะปรางทำตามหน้าที่ที่ได้รับค่ะ"

"จ้ะ งั้นป้าขอตัวก่อนนะ ป้าจะไม่เผ้าลูแคล"

"ค่ะ"พยาบาลพาคุณแอนนี่ไปที่ห้องพักลูแคล 

ฉันนั่งเงียบๆในห้องพักของตัวเอง ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ไปที่แก้วนํ้า ก่อนจะใส่นํ้าอุ่นและชงนมดื่ม โดยไม่ลืมที่จะกินจานผลไม้ที่ฉันไปซื้อมาเพื่อกินรองท้อง ไปบำรุงเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในท้องนูนๆนี่

เรื่องที่ฉันท้อง ฉันได้บอกกับทุกคนแล้วหล่ะ..


"ไม่เป็นไรนะ หลานคนเดียวป๊าเลี้ยงได้"

​"ป๊า ปรางขอโทษ ฮึ๊ก..ฮื้อ ปรางทำให้ป๊ากับแม่ผิดหวัง ปรางขอโทษจริงๆค่ะ"

"โถ่ลูก หนูทำให้ป๊ากับแม่ภูมิใจได้ตั้งแต่วันที่หนูรับใบปริญญาแล้ว หนูให้ป๊ากับแม่หมดแล้ว"

​"คนเราผิดพลาดกันได้ หนูไม่ต้องกังวลนะ ยิ้มเข้าเยอะๆ จะได้ดีกับหลานของแม่"

"ค่ะแม่"



ทุกคนรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหมดแล้ว และรู้ด้วยว่าใครเป็นพ่อของลูกในท้องฉัน แต่โชคชะตามันกำหนดไม่ได้ ฉันเลยต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ตอนแรกฉันกังวลมาก ว่าป๊ากับแม่และครอบครัวจะผิดหวังในตัวฉัน แต่ทุกอย่างกลับผิดแผก พวกเขาเข้าใจฉัน ขอแค่นี้ไม่เอาอะไรมากแล้วหล่ะ

        ส่วนพี่หมอดิน

เขาก็รู้ ฉันเสียใจ ฉันเสียใจที่ทำหน้าที่แฟนได้ไม่ดีมากพอ มีแต่เขาที่ทุ่มเทให้ฉันทุกอย่าง ฉันเลยบอกเลิกเขาไปเมื่อวานซืนนี้ แต่เขากลับรั้งฉันเอาไว้ ด้วยประโยคที่ว่า "พี่รักมะปราง ลูกมะปรางพี่ก็รักด้วย"

เขาเป็นผู้ชายที่ดีเกินไป เขาควรจะไปมีอนาคตกับผู้หญิงดีๆคนอื่น  ฉันมันก็แค่ผู้หญิงที่ท้องแล้วมีแฟนอยู่อีกคน ฉัยรับมันไม่ได้ ฉันรักเขานะ รักแบบเป็นพี่ชายคนหนึ่ง ฉันหวังดีกับเขา ฉันเลยยื่นคำขาด ขอให้เราเป็นพี่น้องกันดีกว่า

ชีวิตไม่คิดจะมีใครอีกแล้ว ฉันไม่อยากมีผู้ชายคนไหนอีกแล้วหล่ะ มันเข็ดไปหมด ขอมีแค่ลูกคนเดียวพอ ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

นี่ฉันก็ไปตรวจมา และผลออกมาว่าฉันตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว อาการก็เหมือนคนท้องทั่วไป จะอ๊วกตอนไหนก็ไม่รู้ ไม่มีตารางอ๊วกมาให้ ตลกไหมหล่ะ555 (-_-)

ส่วนลูแคล ฉันก็ได้แต่ยินดีให้เขาได้ใช้ชีวิตใหม่ ฉันปลงกับทุกอย่างแล้วหล่ะ ฉันออกจะมีความสุขด้วยช่วงนี้ ได้รับของประเคนจากหลายๆคน ที่รู้ว่าฉันท้อง ก็อิ่มกันไปตามระเบียบ

เรื่องทำงานที่เชียงใหม่ คงต้องหยุดไปก่อน ไว้รอคลอดเสร็จอะไรเสร็จแล้วค่อยกลับไปทำงาน แต่คงต้องอีกหลายๆปีเลยหล่ะ กว่าจะพักฟื้น กว่าจะเลี้ยงลูกอีก คงต้องนานพอสมควร ยังไงลูกก็ต้องมาก่อนอยู่แล้ว

แต่อย่าหาว่าฉันเห่อลูกเลยนะ ฉันดูโรงเรียนไว้แล้วด้วย ดูตั้งแต่โรงเรียนยันการไปเรียนต่อต่างประเทศเลยด้วย ฉันเป็นคนชอบวางแผนหน่ะ อะไรๆก็ต้องวางแผนไว้ก่อน แต่ทำไมเรื่องเจ้าตัวเล็กถึงได้ผิดแผนไปนะ

ฉันยิ้มขำ ก่อนจะลูบท้องนูนๆไปด้วย"ไม่ต้องมีพ่อ เราก็อยู่กันได้เนอะ"

[จบบทบรรยาย : มะปราง]

[บทบรรยาย : ลูคัส]

"อ่ะ ดื่มนํ้าก่อนนะลูก"ผู้หญิงมีอายุคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผม ก่อนจะค่อยๆยกหัวผมขึ้นและให้ผมดื่มนํ้าเปล่า ผมไม่รู้หรอกว่าเธอเป็นใคร แต่ตอนนี้คอกำลังแห้งพอดี

"เรียกแม่ ซิลูก"

"แม่.."ผมพูดเสียงแผ่วเบา และมองตาผู้หญิงคนนั้นอย่างเชื่องช้า เธอยกยิ้มขึ้นมาอย่างดีอกดีใจ แต่ผมกลับได้แต่มองเธออย่างไร้ความรู้สึก ทุกอย่างมันสโลว์ไปหมดเลย

"เก่งมากลูก"

"เรียกพ่อ ให้พ่อชื่นใจหน่อย พ่อ"ส่วนผู้ชายอีกคนก็เดินเข้ามาหาผม แล้วให้ผมเรียกเขาด้วยคำนั้น

"พ่อ.."เขาฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะดึงเอาตัวผมไปกอด 

วันๆผมก็ได้แต่นอนอยู่บนเตียงนี้ รอเวลาทานอาหาร รอเวลาดื่มนํ้า และรอเวลาตรวจร่างกาย ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่านะ แต่ผมเหมือนขาดอะไรไปเลย

เขาผละออกจากตัวผม "นอนเถอะนะลูก แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะได้กลับบ้านกันแล้ว"

ผมค่อยๆนอนลง ก่อนจะหลับตา แลมีคนห่มผ้าห่มให้ ตอนนี้ผมเหมือนหุ่นยนต์ ไม่มีความรู้สึก ไม่มีอาการใดๆ จะได้กลับบ้านแล้ว..

[จบบทบรรยาย : ลูแคล]

100%

TALK:

​มาต่อให้แล้วนะ รวดเร็วเกินไป 

เม้นต์นะ ถือว่าขอเหอะ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น