Sawachi Yuki
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

สวัสดีค่าาา ยูกิเองจ้าาา เรื่องนี้คือ พ่อเลี้ยงอาทิตย์ อยากให้ทุกคนอ่านคลายเครียดกันน้าาาา หวังว่าจะชอบกัน เม้นท์ โหวตให้กันด้วย

อาณาเขตรัก :: 02 ::

ชื่อตอน : อาณาเขตรัก :: 02 ::

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.5k

ความคิดเห็น : 48

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2561 20:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อาณาเขตรัก :: 02 ::
แบบอักษร

02



ร่างโปร่งเดินมานั่งที่โต๊ะรับประทานอาหาร หลังจากแต่งตัวเตรียมจะไปทำงาน

“ป้ารู้เรื่องที่เราจะกลับไทยแล้วนะ”

“ครับ” เมฆารับคำเบาๆ

“ไม่อยากกลับเหรอ”

“ผมก็อยากกลับ แต่ผมก็เป็นห่วงป้านี่ครับ”

“โอ้ย...ป้าดูแลตัวเองได้เมฆ ที่สำคัญเดี๋ยวน้องก็เรียนจบแล้ว ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วล่ะ”

“ผมอยู่กับป้ามาตลอด ป้าเหมือนแม่ของผม ถ้าผมกลับไป…”

“เมฆโทรหาป้าได้ตลอดเวลานะลูก ป้ารักเราเหมือนลูก รักเราเท่าๆ ที่รักน้อง ถ้าไม่มีเมฆ ป้าก็อยู่อย่างสบายๆ แบบนี้ไม่ได้หรอก หลังจากโทนี่เสีย ป้าก็มีเราเป็นเสาหลักคนเดียว”

“เพราะอย่างนี้ ผมถึงยังไม่อยากทิ้งป้าไปไงครับ”

“เราแค่แยกย้ายกันไปทำหน้าที่กันลูก ยังไงเราก็ต้องได้เจอกันอีก ความสัมพันธ์ทางสายเลือดยังไงก็ตัดไม่ขาด ความผูกพันทางใจก็เหมือนกัน มีอะไรค้างคาในใจก็ไปทำเถอะเมฆ หลานฝันร้ายมาสิบห้าปีแล้วนะ” ผู้เป็นป้าพูด

เมฆาเล่าทุกอย่างให้ป้าฟังทั้งหมด เพราะเธอเป็นที่พึ่งคนเดียวของเขาเป็นผู้ปกครอง เป็นคนดูแลและเลี้ยงดู ถึงแม้พ่อจะส่งเงินมาให้ทุกเดือนก็ตาม

“ผมกลัว…”

“เราไม่ได้ผิดอะไรเมฆ ถ้ามันจะผิดก็ผิดที่พ่อของเรา ผิดที่น้องชายของป้า”

“ผมไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง ถ้าหากว่าน้องเห็นหน้าผม แล้วส่งสายตาเกลียดชังมาให้”

“เราทำอะไรไม่ได้ลูก นอกจากความจริงใจ พ่อของเราทำจริง แต่มันไม่มีหลักฐานเอาผิดได้ คนที่ถูกกระทำก็ต้องโกรธและแค้นเป็นธรรมดา จริงๆ น้องอาจจะไม่ได้เกลียดเรา แต่เพราะว่าเราเป็นลูกของมนัสมันเลยทำให้เขาเหมารวมไปด้วย”

“ครับ…”

“หากทุกอย่างมันจบ ก็แค่กลับมา มาบ้านของ ‘เรา’ นะลูก”

คำพูดของป้าอบอุ่นเสมอ เมฆาขอบคุณเสียงเบา ทานข้าวเช้าเพื่อเข้าบริษัทไปจัดการงานของตนและเตรียมออกจากงาน ซึ่งจำเป็นต้องหาคนมาแทนให้ได้ก่อนถึงจะออกจากบริษัทได้ แม้ว่าคำสั่งของพ่อคือเร็วที่สุด แต่เขาก็ต้องจัดการทุกอย่างตามกฎระเบียบ ไม่งั้นทั้งบริษัทจะเดือดร้อนได้…

ดวงตาเหม่อมองไปยังท้องฟ้าของเมืองหลวงของอเมริกา สภาพแวดล้อมที่เขาเติบโตมาตลอดสิบห้าปีเต็ม

“พี่กลับไป...เราจะจำพี่ได้ไหม”

จะเกลียดพี่อยู่หรือเปล่า…

          …

          …

          …



 “วิชานี้ผมจะเน้นให้พวกคุณทำงานกันเป็นทีมมากกว่าทำงานเดี่ยว งานเดี่ยวจะมีแค่รายงานส่งก่อนสอบไฟนอลงานเดียว ส่วนหัวข้อผมจะแจ้งหลังสอบมิดเทอม หลังจากเรียนมาได้อาทิตย์หนึ่งแล้ว ผมว่าพวกคุณคงจะรู้จักกันบ้างแล้วล่ะ ให้พวกคุณจับคู่กัน จะไม่จับสลากนะ โตๆ กันแล้ว กลุ่มละสองคนพอ มากกว่านี้ผมคิดว่างานคงไม่เดิน และจะยึดกลุ่มนี้ไปจนจบตลอดเทอมเลย ถ้ามีเศษหนึ่งคน อนุญาตให้มีสามได้กลุ่มหนึ่ง ให้เวลาสามสิบนาที ผมจะกลับมา ตอนนั้นคงจะนั่งกันเป็นคู่ๆ เรียบร้อยแล้วนะ”

“ครับ/ค่ะ!!!”

เหล่านักศึกษาต่างพากันขานรับ และเมื่ออาจารย์ออกไป คนร้อยกว่าชีวิตก็เริ่มเสียงดัง เดินจับคู่กันวุ่นวายไปหมด คณินที่มาเดี่ยวยังไม่มีเพื่อนสนิท ยังไม่มีกลุ่มเดิม มีแต่เพื่อนๆ ที่ทำความรู้จักเอาไว้ทั้งนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ

เหลือใครก็ค่อยจับคนนั้นนั่นแหละ

ดวงตาคมมองไปยังร่างบางของศตคุณที่อยู่เก้าอี้ตัวหน้าๆ ซึ่งเขาเพิ่งจะรู้วันนี้แหละว่าเพราะอะไรเจ้านั่นถึงได้นั่งหน้าดูเป็นเด็กเรียน วันนี้เขามาถึงก่อนศตคุณ ถึงได้เห็นว่าร่างบางเปิดประตูหลังห้อง พอเห็นว่าที่เต็มก็เดินไปนั่งหน้าอย่างช่วยไม่ได้

ไม่ได้อยากจะสังเกตหรอก แต่ศตคุณมักจะเข้าห้องในเวลาที่พอดีหรือว่าเลทไม่กี่นาที ในขณะที่เขาจะเข้าหลังอาจารย์เสมอ…ที่นั่งนี่ก็มีคนจองให้ตลอด เขาก็ไม่ขัดศรัทธานัก

“เขต คู่กับเราไหม”

“ทำไม เธอไม่มีคู่เหรอ” คณินถามเพื่อนสาว

“ก็มีแหละ แต่เราเห็นว่าเขตยังไม่มีคู่เลยมาถามดูน่ะ”

“อ่า ขอบใจนะที่หวังดี”

“อยู่กับเราเขตไม่ต้องทำอะไรเลย เดี๋ยวเราทำเอง เขตอยู่เฉยๆ ก็ได้ เราเข้าใจ”

ร่างสูงมองหน้าคนพูดแล้วขมวดคิ้ว

ถึงคณินจะขี้เกียจ ตื่นสาย ไม่ตั้งใจเรียน แต่ก็ไม่เคยคิดจะเอาเปรียบใคร และไม่คิดที่จะจบด้วยมือของคนอื่นแน่ๆ เขาต้องการเพื่อนที่ไม่สปอยตัวเขา แต่เห็นทีว่าจะไม่มี…

เอ๊ะ! มีอยู่นี่หว่า

“โทษทีฝน ฉันคิดว่าฉันมีคู่แล้วล่ะ ขอตัวนะ” คณินลุกขึ้นยืนทันทีแล้วเดินตรงไปยังศตคุณที่กำลังลำบากใจเพราะเพื่อนๆ กำลังรุมแย่งตัว

ตุบ!!

ครืด…

เสียงแรกคือเสียงวางกระเป๋าของคณินบนโต๊ะข้างๆ กับศตคุณ เสียงที่สองคือเลื่อนเก้าอี้นั่งข้างๆ ไม่สนใจเพื่อนๆ ที่กำลังมองตนอย่างสงสัยเลยสักนิด

“อะไรของมึง?” ศตคุณถาม

“กูจะคู่กับมึง”

“สั่ง?”

“ขอ…”

“นี่คือคำขอ?”

“เออ!” ศตคุณส่ายหน้าอย่างระอากับความเป็นเด็กของคณินที่ค่อนข้างจะเอาแต่ใจ

“ถ้าหมูจะอยู่กับเขตก็ได้นะ”

“อ่า ขอโทษนะทุกคน”

“เฮ้ย...อย่าคิดมากดิวะหมู คนตั้งเยอะแยะ เดี๋ยวก็จับกันลงตัว ไปๆ”

ศตคุณยิ้มแล้วยิ้มให้เพื่อนๆ อย่างขอโทษขอโพย ก่อนจะหันมามองหน้าไอ้คุณหนูเอาแต่ใจที่เล่นเกมไม่สนใจใครของมันอย่างหมั่นไส้

“มองไร?”

“มองหมามั้ง...ทำไมถึงอยากอยู่กับกู แบบมึงคงจะมีคนมาขอจับคู่เยอะอยู่นะ”คณินไหวไหล่ ไม่สนใจจะตอบคำถามนั้น

“กวนตีน...กูบอกไว้เลยนะ ว่ากูไม่มีทางให้มึงนั่งนอนอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรแน่ๆ เพราะถ้างานไหนมึงไม่ช่วยกู กูก็ไม่เขียนชื่อมึงลงไป เข้าใจใช่ไหม?”

“อือ...เข้าใจ”

“เข้าใจก็ดี” ศตคุณบอกแล้วหยิบการ์ตูนขึ้นมาอ่าน คณินเหล่ตามองก็ส่งเสียงหึออกมา “เป็นห่าอะไร”

“เปล่า...คิดว่าคนอย่างมึงนี่นะอ่านการ์ตูน”

“ทำไม คิดว่ากูจะอ่านแต่หนังสือเรียนหรือไง”

“เออ ถึงจะไม่ได้ดูเนิร์ด ดูเด็กเรียนก็เถอะ แต่มึงเรียนเก่งนี่”

ศตคุณส่งเสียงหึออกมาบ้าง “กูไม่เคยอ่านหนังสือเรียน ถ้าจะอ่านก็อ่านก่อนสอบแค่วันเดียว กูจะเน้นตั้งใจฟัง ตั้งใจเรียน ทำความเข้าใจในคาบไปเลย เพราะกูต้องเอาเวลาอื่นไปทำมาหากิน”

คณินชะงักกึก ออกจากเกมแล้ววางโทรศัพท์ไว้ตรงหน้า มองเสี้ยวหน้าของศตคุณอย่างไม่วางตา ใจเต้นแรง เหมือนคนมีความรักแต่มันไม่ใช่ เพราะเขาไม่มีความรู้สึกอยากสัมผัสหรืออะไรในทางชู้สาวเหมือนอย่างที่เคยๆ รู้สึกกับพวกแฟนเก่า

แปลก…

อยากได้...อยากได้คนนี้ แต่ไม่ได้อยากเอามาเป็นแฟนหรือคนรัก โอ้ย...มึงอยากได้ไอ้หมูมาทำไมวะ พี่ชาย*? น้องชาย? ก็ไม่ใช่...เฮ้อ...ความรู้สึกอะไรวะเนี่ย*

“มองกูทำไม ไม่ต้องมาตกหลุมรักกูเลย กูไม่ชอบผู้ชาย โอเค้?”

“ถุย! หลงตัวเองนะมึง” คณินตอบโต้ศตคุณแล้วยิ้ม

สบายใจ...แค่อยู่ข้างๆ มันก็รู้สึกสบายใจ เหมือนอยู่ใกล้พ่อเลย…

เหมือนอยู่ใกล้พ่องั้นเหรอ*?*

“มึงกรุ๊ปเลือดอะไร?”

กึก…

ท่าทางชะงักของศตคุณทำให้คณินได้คำตอบทันที โอเค ไม่ต้องถามซักไซ้แล้ว มันบ่งบอกแล้วว่าอะไรเป็นอะไร…

“ถามเพื่อ? วุ่นวายละมึง เล่นเกมไป เสือกจริงๆ”

หึหึ...แบบนี้แหละ เขามั่นใจเลยว่าใช่...ใช่แน่ๆ

“จากนี้ไปเราเป็นเพื่อนสนิทกันนะ เอาเบอร์มึงมา เอาเฟซ ไลน์ ไอจี ที่อยู่ ช่องทางการติดต่อมีอะไรเอามาให้หมด ช้าว่ะ เอาโทรศัพท์มาดิ๊” ศตคุณยื่นโทรศัพท์ให้คณิน อย่างไม่เข้าใจ เพื่อนตัวโตคว้าไปแล้วก็เปิดนั่นนี่ แอดเฟซ แอดไลน์ บันทึกเบอร์ให้เสร็จสรรพ

ศตคุณมองตาปริบๆ “อะไรของมึง”

“เรียบร้อยละ แค่นี้เราก็เป็นเพื่อน ‘สนิท’ กันแล้วนะเว้ยหมู”

ศตคุณมองใบหน้าของคณินที่ยิ้มกว้างสดใส เหมือนเด็กน้อยได้ของเล่นที่ถูกใจอย่างอึ้งๆ เพราะนี่เป็นรอยยิ้มจริงใจแรกที่เห็นจากคนทำหน้านิ่งวางมาดมาตลอดอย่างคณิน

“ใครสอนหลักสูตรการคบเพื่อนให้กับมึงวะเขต เพื่อนสนิทห่าอะไรวะ กว่ากูจะเรียกใครว่าเพื่อนสนิทได้นี่ต้องคบกันเทอมหนึ่งเลยนะ แต่นี่เรียนได้อาทิตย์เดียว คุยกันได้ไม่กี่ครั้ง มาบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทละ? เห็นอนาคตที่แสนวุ่นวายเลยเนี่ยถ้ามีมึงเป็นเพื่อนอ่ะ”

คณินหัวเราะ ยักไหล่อย่างไม่สนใจ

หึหึ...ถ้างั้นเดี๋ยวกูหา ‘ผัว’ ให้เป็นของปลอบใจที่ทำให้มึงวุ่นวายก็แล้วกัน




คณินเดินทางมาสนามบินตามคำสั่งของพ่อเพื่อรับลูกค้าที่จะมาดูผลไม้ของทางไร่ ซึ่งร่างสูงไม่ค่อยจะพอใจนัก เขามากับลุงคนขับรถสองคนเท่านั้น ไม่ได้มีพายัพหรือพนักงานที่มีหน้าที่โดยตรงมาด้วย ปล่อยให้ลูกชายโชว์เดี่ยว ส่วนตัวเองตามจีบ ‘เด็ก’ อยู่

เฮอะ! ถ้าไม่ติดว่าอยากได้ ‘หมู’ มาเป็นแม่เลี้ยงนะ จะไม่ยอมมาคนเดียวหรอกบอกเลย

ประเด็นคือมารับลูกค้าก็ไม่ได้กังวลอะไรหรอก ถ้าลูกค้าไม่เป็นชาวต่างชาติ!!

เรื่องภาษาเขาไม่กลัว ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาคือจะมาเพศไหนนั่นแหละ บอกเลยว่ากลัว ขยาดกับกะเทยฝรั่งร่างถึกมากๆ มาแบบตัวเล็ก อ้อนแอ้น นี่จะไม่ว่าอะไรเลยเถอะ

“โอ้ย...เป็นเอามากว่ะเขต อย่ากลัวๆ อย่างน้อยเขาก็เป็นลูกค้า เป็นตัวแทนจากบริษัทใหญ่เลยนะเว้ย เขาคงไม่ทำอะไรให้ตัวเองมีปัญหาหรอก”

ขณะที่ยืนรอ เขาก็มองที่หน้าจอสมาร์ทโฟนของตัวเองไปด้วยเพื่อจะเทียบใบหน้ากับคนที่เดินผ่านไปมา จนกระทั่งชายร่างสูงใหญ่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านั่นแหละ คณินถึงกับกลืนน้ำลายเลย

ตัวจะสูงไปไหนวะ ขนาดกูสูงร้อยแปดสิบกว่าๆ นะเนี่ย คนมาใหม่นี่สูงกว่าอีก อายุประมาณสามสิบปลายๆ เล่นทำเอาคณินรู้สึกประหม่าเลย เพราะตัวแทนบริษัทคนนี้ทั้งมีอายุมากและน่าเกรงขามสุดๆ

ต้องพูดอะไรก่อนวะเนี่ย ความรู้เรื่องภาษาแม่งหายไปหมดเลย

“Excuse me, Are you Mr.Kanin? I’m Emerson from EM Company”

เสียมารยาทไปหรือเปล่าวะที่ให้ลูกค้ามาทักก่อนเนี่ย…

“Yes...Good afternoon Mr.Emerson. I'm must apologize for not greet you first.” เขารีบขอโทษขอโพยโดยการโค้งให้อย่างนอบน้อมและมีมารยาท

“Don’t  worry little boy” เขาพูดแบบไม่เป็นทางการ แสดงถึงความเอ็นดูคณินจนชายหนุ่มใจชื้น

“Thank you so much. Let me introduce myself again, I’m Kanin Sukdinon from Sukdinon farm, I represent my father and will take care of you for three days during your live in Chiang Mai. It’s my honor to meet you.”

แขกพิเศษของทางไร่มองลูกชายของพ่อเลี้ยงอาทิตย์อย่างประทับใจ ในความสุภาพ นอบน้อมและดูยังไงก็เก่งกาจไม่แพ้พ่อเลี้ยงเลย

“Me too, It’s my pleasure to meet you.”

“Okay, You would be tired from the trip. I’ll take you to rest at Kate-Tawan resort, Please follow me.”

“Okay.”

คณินผายมือบอกทิศทางให้แขกเดินมาเสมอกันก่อน เขาจึงเดินข้างๆ แล้วผายมือบอกทิศทางเป็นระยะๆ แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะขึ้นไปบนรถ ก็มีเสียงเรียกนุ่มทุ้มดดังมาจากด้านหลัง

“ขอโทษนะครับ”

คณินกับมิสเตอร์อีเมอร์สันหันกลับไปด้านหลัง

กึก!!

ดวงตาคมเข้มกับดวงตาอ่อนโยนมองสบกันทันทีแล้วชะงักกันทั้งคู่ หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ความรู้สึกวูบโหวงราวกับวิญญาณออกจากร่าง และก็ไม่อาจละสายตาออกจากกันได้เช่นกัน

ใคร*?* ทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยนัก*?*

ทั้งคู่มีคำถามอยู่ในใจ แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยปากออกไปทั้งนั้น ทั้งสองยังคงมองตากันอยู่แบบนั้นเหมือนต้องการจะหาคำตอบจากดวงตาของฝ่ายตรงข้าม

คิดถึง…โหยหา...

“Mr.Kanin, Do you know him?” เสียงของมิสเตอร์อีเมอร์สันกระชากสติของทั้งคู่ในกลับมา ร่างโปร่งละส่ายตาจากคณินแล้วมองมิสเตอร์อีเมอร์สันแทน

“Excuse me, sir.”

“Yes? What do you have?” ฝรั่งหนุ่มใหญ่ถามอย่างสงสัยที่คนไม่รู้จักเข้ามาทักแบบนี้

“We travel the same flight and I sit behind you. When you get out I saw you drop this one” ร่างโปร่งพูดบอกไป แล้วยื่นสมุดบันทึกเล่มหนาที่ปกเป็นหนังอย่างดีทาตรงหน้ามิสเตอร์อีเมอร์สัน

“Oh! It’s my notebook. I don’t know, thank you very much”

“You’re welcome.” เมฆายิ้มให้ ก่อนจะดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเองแล้วเบิกตากว้าง “อ่า...เลยเวลามานานแล้วสินะเนี่ย ยัยมลจะไม่หงุดหงิดแล้วกลับไปแล้วเหรอ” ใบหน้าหล่อเผยความกังวลออกมา ทำท่าจะขอตัว แต่คนที่เขาให้ความช่วยเหลือเอาของมาคืนก็พูดขึ้นมาก่อน

“Can I give anything to you for bring my notebook back?”

“Thank you, but I really don’t need anything. Well, I’m afraid I must go now. My sister’s waiting for me. Now she’s getting irritated” เมฆาพูดพลางหัวเราะนิดๆ เพื่อไม่ให้ใครต้องรู้สึกไม่ดี

“Good luck to you.”

“You too.” เมฆายิ้มให้มิสเตอร์อีเมอร์สันแล้วเดินเลี่ยงไปอีกทาง ตอนที่ผ่านคณิน ทั้งสองก็สบตากันอีกครั้ง โดยที่ไม่มีใครยิ้มให้หรือพูดอะไรกันเลย

คุ้นเคยกัน...มานาน

“Ahh! I forgot to ask his name!”

คณินหันกลับมาสนใจลูกค้าคนสำคัญเมื่อแผ่นหลังบางหายลับไปจากสายตา เขาเชิญมิสเตอร์อีเมอร์สันขึ้นรถแล้วพาไปยัง ‘เขตตะวัน’ ทันที



ตั้งแต่คณินกลับมาจากสนามบินก็เอาแต่เหม่อลอย นึกถึงแต่ใบหน้าผู้ชายที่เขาได้สบสายตาอยู่นานที่สนามบินในวันนี้ หัวใจมันเต้นแรงจนปวดไปหมด ความรู้สึกคุ้นเคยแบบแปลกๆ ประดังประเดเข้ามาในความรู้สึก โหยหา คิดถึง แต่เพราะว่าจำไม่ได้นี่แหละ จึงไม่รู้ว่าจะทักทายไปดีหรือเปล่า

“ใครกันนะ ทำไมถึงรู้สึกว่าเคยรู้จักกันมาก่อน แล้วก็หน้าคุ้นมาก”

ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย ยิ่งสงสัยก็ยิ่งอยากจะหาคำตอบ...

“ต้องเป็นคนที่เคยรู้จักแน่ๆ”

แต่ทำไมถึงรู้สึกผูกพัน…

“ไม่ยักกะรู้ว่าตัวเองจะผูกพันกับใครนอกจากพ่อ ปู่กับย่าแล้วก็ญาติๆ แฮะ ช่างเถอะ คงจะเป็นความรู้สึกชั่ววูบล่ะมั้ง เลิกใส่ใจเถอะเขต ไร้สาระว่ะ มาคิดถึงคนที่ไม่เคยรู้จักเนี่ย”

พรึ่บ!!

“คิดถึงใครวะ”

“ไอ้เหี้ย!!” ร่างสูงสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจจนเผลออุทานออกมาเสียงดัง จนพนักงานในสำนักงานของเขตตะวันหันมามองเด็กหนุ่มเป็นตาเดียวก่อนจะสนใจงานของตนเองต่อแบบไม่ได้สนใจอะไรมาก

“ขวัญอ่อนนะมึง” คนที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คณินตกใจหัวเราะเบาๆ อย่างสะใจร่างสูงขมวดคิ้วแปลกใจ เพราะเพื่อนคนจะอยู่ที่ไร่ศักดินนท์ ไม่ใช่เขตตะวัน

“มาได้ไงวะ” คณินถามเพื่อนที่ตอนนี้เดินมานั่งตรงหน้าเขา

“นั่งรถมา” คณินอยากถีบเจ้าของคำตอบกวนๆ นี่จริงๆ ถ้าไม่ติดว่าต้องคีพลุคต่อหน้าพี่ๆ ในสำนักงานนะ เขายันมันไปทีหนึ่งให้หายหมั่นไส้แน่ๆ

“พ่อกูมาเหรอ”

“อือ...เห็นว่าไปคุยกับมิสเตอร์อีเมอร์สันที่มึงต้องดูแลอ่ะ”

คณินพยักหน้าเข้าใจ...เพราะพ่อเลี้ยงไม่มีเวลาที่จะมาคอยเทคแคร์แขกเองจึงมาทักทายในฐานะเจ้าของก็ยังดีอย่างน้อยก็ถือว่าเป็นแขกสำคัญคนหนึ่งที่จะกำหนดว่าสินค้าของไร่จะไปจำหน่ายต่างประเทศได้ไหม

“ว่าแต่มึงเข้ามาถูกได้ยังไงเนี่ย ใครให้เข้ามา”

“พ่อเลี้ยงมาส่งหน้าประตูเลย”

“อ้อ...เพราะปกติเขาไม่ให้คนนอกเข้ามาในสำนักงานน่ะ”

“เออ กูเห็นป้ายอยู่” ศตคุณพยักหน้า เพราะก่อนจะเข้ามาเขาก็อ่านป้ายแล้ว สายตาคนในสำนักงานก็มองเขาเป็นตาเดียวเหมือนกัน แต่ก็แปลกที่ไม่มีใครทักเลย

“แล้วเป็นไง งานมึงอ่ะ”

“รอมึงกลับไปช่วยถอนหญ้าอยู่”

“ฮ่าๆ เสียใจ จนกว่ามิสเตอร์อีเมอร์สันจะกลับ กูก็ไม่ได้ลงไร่ทำงานแบบมึงแน่ๆ”

“เบื่อ...แต่ก็ช่างเถอะ งานมึงหนักกว่าของกูเป็นไหนๆ ราบรื่นดีใช่มะ ก็คงใช่แหละ มึงมันเก่งนี่ ฉลาด อัจฉริยะ”

“มันไม่ใช่คำถามใช่มะ?” ร่างสูงถามขึ้น

“ทำไม?”

“ก็เห็นถามเอง ตอบเอง ไม่ยักจะมีคำตอบของกูเลยสักคำ”

คณินหัวเราะเบาๆ แล้วจ้องใบหน้าสวยของเพื่อนสนิทอย่างเพลินตา ถ้าหาก คนอื่น คงจะมองว่าคณินชอบศตคุณแน่ๆ เพราะสายตาของคณินมันอ่อนโยนมากยามที่ได้มองเพื่อนคนนี้ หากแต่คนที่จะรู้ความรู้สึกของเขาได้มีเพียงเขาเท่านั้น เขาไม่ได้ชอบศตคุณแบบเชิงชู้สาว แต่ชอบ...ชอบความสบายใจยามที่ได้ฟังเสียง เห็นหน้า และชอบที่จะให้คนเป็นเพื่อนว่า สอน เตือน…

ศตคุณมีความเป็นแม่แบบที่เขาต้องการ แม่ที่เป็นเพื่อนแท้…แน่นอนว่าไม่มีใครเข้าใจความหมายของมัน...นอกจากเขา

“พ่อกูเป็นไงบ้าง”

“เป็นไงอะไร ก็ปกตินี่ ไม่ป่วยไม่ไข้”

“กูหมายถึง สำหรับมึง พ่อกูโอเคหรือเปล่าที่จะเป็นผัวมึงอ่ะ”

“ไอ้เขต!! ตรงไปละ”

“ฮ่าๆ มึงหน้าแดงว่ะ ตลกชะมัด อีหรอบนี้คือหวั่นไหว แต่ปากแข็งแหงๆ”

“หวั่นไหวพ่อมึงสิ”

“เรียกหาพ่อกู เดี๋ยวพ่อกูก็มาหรอก หึหึ”

“ใครกลัววะ”

“เหรอ”

“เออ!! กูไม่กลัวหรอกเว้ย”

“อ้าวพ่อ? คุยเสร็จแล้วเหรอ” คณินเอ่ยขึ้น พลางมองเลยผ่านเพื่อนไปยังด้านหลัง

ศตคุณยืดตัวตรง นั่งแข็งทื่อจนคณินรู้สึกได้ ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสะใจที่เอาคืนเพื่อนตัวเล็กของตนได้ ศตคุณหน้าแดงแต่ก็ชักสีหน้าหงุดหงิด

“แม่ง...นิสัยนะมึงอ่ะ”

ศตคุณอยากจะโกรธคณินอยู่หรอก แต่ไม่เคยที่จะโกรธจริงๆ จังๆ ได้สักครั้ง  อย่างเรื่องที่มันจงใจจับคู่เขากับพ่อเลี้ยงเหมือนกัน จริงๆ ก็สมควรจะโกรธและตัดเพื่อน  ไม่ต้องไปคบมันแล้วก็ได้ แต่ไม่รู้ทำไมมันถึงไม่ได้โกรธขนาดนั้น...โกรธ...แต่ก็ยอมให้โอกาสพ่อเลี้ยง

“หึหึ แกล้งมึงสนุกดีนี่หว่า”

“ว่าแต่ว่า เมื่อกี้มึงบ่นว่าคิดถึง...คิดถึงใครวะ ฮั่นแน่...มีสาวแล้วไม่ยอมบอกเพื่อนเหรอวะ” ร่างบางหรี่ตาจับผิดเพื่อน แต่คณินก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วส่ายหน้าไปมา

“ไม่มีอะไร…”

“ปิดบังซะด้วย”

“ไอ้หมู…” เรียกเพื่อนเสียงต่ำ

“ทำไม...มีความลับ?” นอกจากร่างบางจะไม่กลัวแล้ว ยังถามกลับอย่างหาเรื่องอีกด้วย

“เปล่า...แต่มันไม่มีอะไรจริงๆ ถ้ามีกูบอกมึงคนแรกอยู่แล้ว”

“แน่นะ?”

“เออ!!”

“ถ้ามึงโกหกกูล่ะ”

“โอย...มึงคร้าบ มึงก็รู้ว่าโกหกแม่มันบาป กูไม่ทำแบบนั้นหรอก”

“ก็ดี...ฮะ! แม่บ้านมึงสิไอ้เขต!!!”

“เสียงดังทำไมวะ ทำตัวให้สมกับเป็นกุลสตรีหน่อยดิ ฮ่าๆ”

“ไอ้ปากหมา...แบบนี้ใครจะอยากได้มึงเป็นผัววะ”

“ไม่อยากได้ก็จับปล้ำ ระดับนี้แล้ว”

“ไอ้ชั่ว!”

“ขอบคุณสำหรับคำชมนะ…”

“หน้าด้าน!”

คณินไม่อยากต่อปากต่อคำกับศตคุณต่อจึงได้แต่หัวเราะในลำคอแล้วหยิบใบสั่งของที่อยู่ตรงหน้ามาเช็กก่อนจะเรียกพนักงานมาเอาไป

“ผมเซ็นอนุมัติให้แล้วครับ สั่งได้เลย ถ้าของมาแล้วรบกวนเช็กจำนวนแล้วก็สภาพดีๆ นะครับ ถ้ามันชำรุดก็ขอเขาเปลี่ยนตัวใหม่มา มีตำหนินิดหน่อยได้ แต่ต้องไม่กระทบกับประสิทธิภาพในการทำงาน ได้มาก็ต้องทดสอบเลย ฝากบอกพวกพี่ๆ ช่างด้วยนะครับ”

“ค่ะน้องเขต พี่จะจัดการให้ตามนี้เลย”

“ขอบคุณครับ”

คณินมองตามพนักงานแล้วก็เปิดดูงานบนโต๊ะ เมื่อเห็นว่ามันไม่มีอะไร ก็เงยหน้ายิ้มให้เพื่อนอย่างเจ้าเล่ห์

“ยิ้มแบบนี้หมายความว่า?”

“หึหึ ขี่ม้ากันหน่อยเป็นไง”

“กูขี่ไม่เป็น”

“ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหมู มีครูสอนให้”

“เหรอ งั้นก็ดีเหมือนกัน อยากขี่ม้ามานานแล้ว”

“โอเค งั้นไปกัน”

คณินลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินนำเพื่อนตัวบางไปยังส่วนที่ให้ขี่ม้าได้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฎขึ้นมาแต่ศตคุณไม่ได้เห็นมันเพราะเดินตามหลัง

มาดู...พระอาทิตย์ ‘เดือด’ หน่อยเป็นไง




--------------------------------------------

ทักทายอย่างเป็นทางการหลังจากที่แก้ไข บทนำกับตอนที่ 1 เสร็จเรียบร้อย ยูกิจะเริ่มอัพนิยายอาณาเขตรักแล้วนะคะ เพราะตอนนี้สิ้นภารกิจทุกอย่างแล้ว โดยที่เรื่องนี้จะลงอาทิตย์ละ 2 ตอน ค่ะ เป็นวันไหนบ้าง สามารถดูได้ที่ปกไทม์ไลน์ในแฟนเพจนะคะ ^_^

ตอนนี้ ตรงภาษาอังกฤษ ยูกิปรับแก้จากแบบหนังสือนะคะ แบบในหนังสือคือยูกิพิมพ์ประโยคไทยไปให้เพื่อนแปลให้ (ซึ่งยูกิค่อนข้างโง่อิ๊ง เลยไม่กล้าทำด้วยตัวเอง ตอนที่เราอ่านก็รู้สึกแปลกๆ อยู่นะคะ แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรกับมัน) ส่วนอันนี้แก้ไขจากที่นักอ่านท่านหนึ่งเข้ามาช่วยแก้ให้ค่ะ ถือโอกาสขอบคุณอีกครั้งนะคะ และขอโทษสำหรับคนที่มีหนังสือด้วยค่ะ

อ่านแล้วคอมเม้นท์ให้กันด้วยนะคะ ^_^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น