HooligansS

ให้กำลังใจกันด้วยน้าาา

เพลิงกัลป์ : ตอนที่ 12 ครั้งแรกของเรา

ชื่อตอน : เพลิงกัลป์ : ตอนที่ 12 ครั้งแรกของเรา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2561 06:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เพลิงกัลป์ : ตอนที่ 12 ครั้งแรกของเรา
แบบอักษร

ตอนที่ 12

ครั้งแรกของเรา


วันนี้ผมต้องจัดของเพื่อไปค่ายอาสา เก็บนิดเดียวครับเพราะไปไม่ไกลไปแค่วันเดียวด้วย เป็นค่ายที่ไปบริจาคของ เลี้ยงข้าวแล้วก็ดูแลเด็กๆที่บ้านเด็กกำพร้าครับ มีคนไปประมาณ สี่สิบกว่าคน

“ไปไหน”น้ำเสียงเรียบๆที่เปล่งออกมาจากปากของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าน้องของผม เรียกให้ผมที่กำลังแบกกระเป๋าเป้ใบเล็กกะทัดรัดต้องหยุดหันมอง

“ไปค่ายอาสา”ผมตอบออกไปเบาๆแล้วรีบเดินออกมา

“ชิ ทำตัวเป็นคนดี”ส่ายหน้าน้อยๆกับน้ำเสียงที่ตามมา เดินออกมาจากบ้านหลังใหญ่ไม่นานก็มีรถจักรยานยนต์คันใหญ่มาจอดดักหน้าไว้

“รถใหม่กู”หรี่ตามองเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ ฟ้าใสนี่เอง

“จนได้นะมึงอะ”ตอบออกไปแบบนั้นแต่ก็ก้าวขาขึ้นรถอย่างว่าง่าย ฟ้าใสเป็นพวกชอบความเร็วแต่ไม่ชอบรถยนต์ มอไซต์เลยเป็นทางออกที่โคตรตรงกับมัน  ขับมาเกือบครึ่งชั่วโมงก็ถึงจุดนัดหมาย หลายคนทยอยมากันแล้ว เราก็ไปจับจองหาที่นั่งรอ สักพักคนที่ไม่คิดว่าจะเจอก็เดินมา


“เฮ้ย! พี่เพลิงนี่หว่าไอ้ก้าน”

“กูเห็นแล้ว มึงอย่าเสียงดังดิ”ผมหยิกแขนฟ้ามันอย่างปามๆ พูดซะเสียงดังเดี๋ยวคนก็สงสัยกันหมด แต่จริงๆต่อให้ดังกว่านี้ก็คงไม่มีใครสนใจหรอก เพราะทุกสายตากำลังจับจ้องไปที่ผู้ชายที่ชื่อว่าเพลิงกัลป์เป็นตาเดียว

“สวัสดีครับ วันนี้ทุกคนคงรู้ว่าจะมีทำอะไรกัน ก่อนอื่นผม เพลิงกัลป์ประธานนักศึกษารับหน้าที่ดูแลในวันนี้นะครับ”

แปะๆๆ

เสียงปรบมือดังกระหึ่ม

ผมนั่งจ้องไปที่ใบหน้านั้นอย่างเคลิ้มๆ ตอนนี้ก็เกือบสองเดือนแล้วที่ตามติดชีวิตพี่เพลิง แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้นั่งมองใกล้ๆแบบนี้

หล่อวัวตายควายตะลึงจริงๆ

“สำหรับวันนี้มีคนลงชื่อทั้งหมด ห้าสิบคนถ้วนนะครับ เราจะใช้รถบัสสองคันเนื่องจากมีอาจารย์และคณะกรรมการอีกจำนวนหนึ่งและเพื่อความสะดวกสบายนะครับ บลาๆ”

ผมนั่งฟังอย่างเคลิ้มๆไปเรื่อยๆโดยไม่มีทีท่าจะเบื่อเลยสักนิด น้ำเสียงของพี่เพลิงทั้งนุ่มทุ้มน่าฟังแต่ก็แข็งกร้าวน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน ชอบจัง

หลังจากนั่งรอสักพักคนก็มาจนครบ สรุปก็นั่งบัสละ สามสิบกว่าคน ก็ไม่รู้ว่าพี่เพลิงจะนั่งคันไหน ก็ได้แต่ลุ้นว่าเขาจะมาขึ้นคันเดียวกับผม

“มึงเลิกทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นสักที”ฟ้าที่กำลังเดินขึ้นรถหันมามองผมแล้วเอาตีนเขี่ยๆ โคตรไม่ใช่ผู้หญิงเลย

“จองข้างหลังๆ”ผมรีบเดินไปท้ายรถบัส เพราะมันจะกว้างยาวนอนได้สบาย เพราะรู้มาว่าไปค่อนข้างไกลอยู่ใช้เวลาเดินทางหกชั่วโมงแหนะ เลยต้องเลือกที่ที่นอนสบายๆไว้ ฟ้ามันก็ว่าง่ายเดินไปนั่งทันที

หลายคนที่ขึ้นมาก็มองมาทางพวกเราก่อนตลอด แต่สุดท้ายก็ไปเลือกที่นั่งกันที่อื่นคงเพราะที่มันเยอะจริงๆนั่นแหละ

ฟ้าใสจัดแจงที่นั่งเตรียมตัวนอนทันที แต่สุดท้ายแสงสว่างเจิดจ้าก็แทงเข้าที่ม่านตาผมทันที

พี่เพลิง!

ร่างสูงขึ้นมาพร้อมเพื่อนอีกสามสี่คน หลายๆคนก็มองไปทางพวกพี่เพลิง แต่คงเพราะยังเช้าๆอยู่เลยเลือกที่จะเลิกสนใจแล้วหลับตานอนกันมากกว่า ผมก็จะทำเป็นไม่สนใจอยู่หรอกถ้าพี่เขาไม่มองมาทางพวกผม!

“เอ่อ น้องครับ พี่ขอนั่งตรงนี้ได้หรือเปล่า”พี่คนหนึ่งในกลุ่มพี่เพลิงพูดขึ้น คงเป็นพี่ตาลถ้าผมจำไม่ผิด แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือพี่เขาขอที่นั่งพวกเรา

“คือตรงนี้มันมีโต๊ะ พวกพี่ต้องทำงานกัน ได้ไหมครับ เราไปนั่งข้างหน้าตรงนู้น ได้ไหม?”พี่อีกคนก็พูดขึ้นด้วยใบหน้าหล่อๆ น่าจะชื่อโด้ ฟ้าใสนั่งหน้าบึ้งทันทีแต่มันก็พยักหน้ายอมๆ เพราะว่าพวกเรามีสองคนไง เขามาสี่ เรามันผู้แพ้

“ไม่ต้องก็ได้น้องนั่งด้วยกันนี่แหละ”เสียงหล่อๆพูดขึ้น ผมไม่รอช้านั่งลงต่อทำที พี่เพลิงขำน้อยๆแต่ก็เลิกเดินมานั่งข้างๆผม ส่วนฟ้ามันก็ไม่สนใจเดินไปนั่งเก้าอี้ข้างหน้าพวกเรา

“กูนั่งตรงนู้นนะ**’ก้าน’**มึงไม่ต้องตามมากูจะนั่งคนเดียว”พูดจบก็ขยิบตาให้ผมแล้วก็นั่งแหมะเอนเบาะนอนทันที ผมได้แต่เกาหัวแกรกๆแต่ก็นั่งตัวลีบไม่ขยับไปไหน งงนิดนึงที่ฟ้ามันพูดแล้วกระแทกเสียงว่า ก้านซะแรงเลย เกลียดอะไรผมก็ไม่รู้

“อ่อน้องก้านหรอ นั่งเลยตามสบาย ”พี่เพลิงพูดนิ่งๆ ตามแบบฉบับผู้ชายแบดๆ ผมก็ยิ้มๆ ขอบคุณมากไอ้ฟ้า พี่เขารู้ชื่อกูแล้วโว๊ยยยยยยยยยยยย

***​**​ ***

ผมนั่งยิ้มอยู่คนเดียวใต้แสงไฟนีออนยามค่ำคืน หวนนึกถึงวันเก่าๆก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยๆ ใครๆก็บอกว่าผมรักพี่เพลิงมากเกินไป ผมว่ามันก็จริง แต่กว่าที่ผมจะรักคนๆนึงได้มากขนาดนี้ มันไม่ใช่เวลาแค่เดือนสองเดือน แต่มันคือสี่ปี นิสัยคนเราเปลี่ยนไปตามกาลเวลาจริงๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าพี่เพลิงในตอนนั้น ใจดีกว่าตอนนี้มากๆเลย

ตอนนี้ตีสี่แล้ว ผมยังไม่ได้กลับเลย มือถือก็แบตหมด แต่มันก็ดีครับ มันทำให้ผมนั่งมองแสงไฟท้องทะเล แล้วก็คิดถึงเรื่องเก่าๆได้อย่างมีความสุข คิดถึงไอ้ฟ้า คิดถึงมหาลัย แล้วก็คิดถึงพี่เพลิงคนเดิม

“ไหนบอกว่าจะกลับบ้านไง”

“อยากนั่งเล่นมากกว่า”ผมเงยหน้าตอบพี่ไผ่ที่ไม่รู้โผล่มาได้ไง คนมาใหม่นั่งลงข้างๆผมก่อนจะเอามือยีหัวผมเบาๆ

“แค่มองก็รู้ว่าคิดถึงไอ้เพลิง”หลุดยิ้มออกมาทันที อดที่จะนึกถึงตอนนั้นไม่ได้เลยจริงๆ


“นั่งทำอะไรคนเดียวหะ”สัมผัสอุ่นๆสัมผัสลงบนศีรษะของผม ผมเงยหน้ามองคนที่ชื่อ ไผ่ พี่รหัสสุดหล่อของผมก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ

“คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”ตอบออกไปก่อนจะทอดมองน้ำสีเขียวตรงหน้าอย่างเลื่อนลอย

“อะไรที่มันทำให้รู้สึกแย่ก็แค่ปล่อยมันไป”พี่ไผ่ยังคงลูบหัวผมไปมา ก่อนจะนั่งลงแล้วนั่งกอดเข่ามองแม่น้ำเหมือนที่ผมทำ

“ถ้ามันทำง่ายขนาดนั้นก็ดี”หันไปยิ้มบางๆให้พี่รหัสที่แสนดี พี่ไผ่ก็มองผมเช่นกัน ก่อนที่มือเรียวยาวจะจับที่หัวคิ้วผม

“ไม่ได้บอกให้ลืม แค่คลายมันออกไป”คิ้วที่ขมวดเป็นปมของผมถูกคลายออก พร้อมๆกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนหน้าผม

ผมแค่เหนื่อย ยิ่งวิ่งไล่ตาม พี่เพลิงก็เหมือนจะยิ่งวิ่งหนีออกไป

“ฟ้าใสมันนั่งเครียดอยู่นะว่าเพื่อนมันจะเป็นบ้าหรือเปล่า ”พี่ไผ่ลุกขึ้นยืนก่อนจะยื่นมือมาให้ผม ผมยิ้มนิดๆพลางเอื้อมมือไปจับมือนั่นไว้ อย่างน้อยก็แค่ปล่อยมันไป แค่นั้นจริงๆ

.

“พี่ไผ่ก็ยังเป็นพี่ไผ่จริงๆ”แววตาอ่อนโยนที่มักมองผมยังคงเป็นแบบนั้นเสมอ ใบหน้าหล่อยิ้มให้ผมก่อนจะยื่นแก้วน้ำมาให้

“ผ่อนคลายหน่อยเร็ว”รับมาก่อนจะดูดมันช้าๆ พี่ไผ่ยิ้มหล่อแล้วก็มองไปทางทะเลกว้าง

“ชีวิตมันต้องเดินต่อไปนะก้าน จำเอาไว้”

“แค่อยากก้าวต่อไปพร้อมใครอีกคน”ผมพูดยิ้มๆ พี่ไผ่ก็ยิ้มตาม

“ถ้าอีกคนที่ว่าไม่พร้อมจะเดินไปกับเรา มันจะกลายเป็นถ่วงมากกว่านะ”

แค่อยากลองให้แน่ใจ ว่ามันไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้จริงๆหรอ ถ้าพยายามจนสุดความสามารถแล้วมันก็ยังเหมือนเดิม ผมก็คงต้องปล่อย แล้วก้าวท้าวไปคนเดียวอย่างที่พี่ไผ่บอก

ตีห้า

ผมถึงบ้านพักตอนตีห้า หน้าแปลก เพราะคนที่ไม่คิดว่าจะเจอ กำลังนั่งกระดิกเท้ามองผมด้วยสายตาแข็งกร้าวอยู่หน้าบ้าน

ผมได้แค่เดินนิ่งๆแล้วหยุดที่คนตัวสูง

“ยังไม่นอนหรอครับ”ถามออกไปโง่ๆ เพราะไม่รู้จะต้องทำตัวยังไง

“ไปร่านที่ไหนมา”

“ผมเจอพี่ที่รู้จักเลยนั่งคุยกันเฉยๆ ขอตัวนะ”

“ก้าน!”

“ทั้งๆที่พี่เพลิงก็พาใครไม่รู้เข้าบ้าน พี่เพลิงจะมาจับผิดก้านทำไม ขอตัว!”

“มึงรู้ได้ไง ว่ากูพาเขาเข้าบ้าน! โว๊ยช่างแม่ง แล้วมึงจะปิดโทรศัพท์หาพ่อมึงหรอ” เสียงตะโกนไล่หลังเรียกให้ผมต้องหยุดยืนนิ่งๆ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วหันไปเผชิญหน้ากับพี่เพลิง

หมับ

!!!

แรงกอดรัดทำให้ใจผมเต้นระรัว

ลมหายใจร้อนๆที่หายใจถี่รัวที่รดบริเวณกกหูทำให้ใจที่เหมือนโดนทุบจนแหลกสลายพองตัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

“กูขอโทษแล้วกัน”

“ครับ ไม่เป็นไร”

มือของผมค่อยๆลูบหลังแกร่งเบาๆ

แค่พี่เพลิงกอดก้าน ก้านก็ดีใจแล้ว

“มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย”ผมยิ้มออกมาพร้อมน้ำตา

แบบนี้จะให้หนีไปไหนได้หละ แค่กอดใจมันก็สั่นระริกแล้ว ผมมีกำลังใจแล้วนะ ผมจะจีบพี่เพลิง วันนึง เราจะต้องกลับมามีความสุขกันแบบเดิมนะครับ  ก้านโคตรรักพี่เพลิงเลย

“อืม”


..............................

หายไปนาน คำผิดยังไม่ได้แก้

*ตัวหนาคือเหตุการณ์ปัจจุุบัน* เรื่องจะเล่าสลับไปมา ยังไม่ได้รีไรท์เรื่อง ไว้แก้ไขแล้วจะบอกใหม่นะ เม้นท์เยอะๆ น้า

แล้วก็ถ้าตอนสั้นไม่ต้องสงสัย มีแต่เนื้อ บรรยายยาวๆมีแต่น้ำมันไม่ใช่แนว555

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}