เขียน'สือ

ยินดีต้อนรับ 'ซือซือ' ที่น่ารักของเราทุกคน #ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนทุกรูปแบบนะคะ #ด้วยรัก

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #31

ชื่อตอน : เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #31

คำค้น : พอร์ชโซ่ วายเด็กช่าง เขียนสือ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.6k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2561 21:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #31
แบบอักษร

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์

{31}




            “ไปไหนกันมะ…”


            อุก!


            ยังไม่ทันที่จะได้ถามจบพอร์ชก็ได้พบกับคำตอบที่ต้องการทันที ในตอนที่โซ่เอาไอติมหลอดสีเขียวสดใสยัดใส่ปากเจ้าตัว


            “เล่นอะไรของมึงเนี่ยโซ่!” พอร์ชโวยออกมาเบาๆ เพราะไม่อยากให้ลูกค้าที่ดูรถอยู่ในบูธตกใจเสียงของตนเอง


            โซ่ทำหูทวนลม ทำเป็นไม่สนใจเสียงโวยวายของพอร์ช แล้วพาพี่มณีลูกรักที่นั่งอยู่บนบ่าออกไปช่วยพนักงานขายแจกใบปลิวให้ลูกค้าตรงหน้าบูธ


            “ช่วยพี่สาวเรียกลูกค้าหน่อยสิเฮียมณี” หญิงสาวซึ่งเป็นหัวพนักงานขายของร้านที่สนิทสนมกับคนในครอบครัวเป็นอย่างดีพูดบอกกับเจ้าเหมียวน้อยจอมแสบที่นั่งเชิดหน้าชูคออยู่บนบ่าพ่อจ๋าของเจ้าตัวด้วยความเอ็นดู


            หม๊าว~


            ใช่ว่าเจ้าตัวแสบจะร้องเรียกลูกค้าตามที่พนักงานสาวบอก แต่ที่เห็นร้องออกมาแบบนี้ก็เพราะว่าเจ้าตัวกำลังใช้ขาหน้าปัดมือพนักงานสาวออกจากหัวตัวเองอยู่ต่างหากล่ะ


            ถ้าไม่ใช่พ่อจ๋ากับป๋าพอร์อย่าได้มาแตะหัวเชียว…พี่มณีไม่ปลื้ม!


            “หวงตัวแบบนี้ อย่ามาขอขนมพี่สาวอีกน้า~” ยิ่งเห็นท่าทางหยิ่งยโสของหลานชายตัวแรกของบ้านอย่างเฮียมณีเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งหมั่นเขี้ยวมากขึ้นเท่านั้น เพราะปกติแล้ว เจ้าตัวจะชอบหนีออกจากห้องทำงานคุณปู่คนย่าลงมาออดอ้อนขอขนมจากเธอ เวลาที่พอร์ชกับโซ่มีเรียน แต่พอป๋าพอร์ชกับพ่อจ๋าเขาอยู่เมื่อไหร่ละ เฮียมณีเปลี่ยนสีหวงตัวขึ้นมาทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเธอไม่ได้โกรธเคืองอะไรหรอกนะ ติดจะชอบซะด้วยซ้ำไป เพราะคิดว่าการกระทำเหล่านี้ของพี่มณีมันน่ารักดี ตั้งแต่เกิดมาจนโตป่านนี้แล้ว เธอก็เพิ่งจะเคยเจอแมวแสนรู้แบบนี้ หรืออาจเป็นเพราะเจ้ามณีอยู่กับคนมากเกินไปก็ได้ เจ้าตัวจึงซึมซับความเจ้าเล่ห์แสนกลของมนุษย์ไป


            หม๊าว!


            “อย่า” โซ่ร้องห้ามลูกชายที่กำลังจะยกมือขึ้นตะปบพี่สาวคนสวยคนสนิทที่ปกติแล้วจะซี้กันมาก ถ้าหากว่าเขากับพอร์ชไม่อยู่บ้าน เท่าที่ฟังมาจากฝ่ายช่างที่ร้านอะนะ เพราะพนักงานสาวคนนี้เป็นขวัญใจเด็กช่างด้วยเพราะมีนิสัยและหน้าตาน่ารักไปทางเดียวกัน จนกระทั่งมีเจ้ามณีมานั่งคุมโต๊ะทำงานของหญิงสาวนี่แหละ เด็กช่างเลยจ๋อยไป เพราะ ‘เฮียมณี’ ของพวกมันโหดสัตว์รัสเซีย เพราะเจ้าตัวแสบตามไล่ตะปบชายหนุ่มทุกคนที่เฉียดเข้ามาใกล้หญิงสาว


            “นิสัยเสียแล้วมึง” พอร์ชเดินเข้ามาผลักหัวกลมๆ ของเจ้ามณีจากด้านหลังด้วยความหมั่นไส้ เพราะนั่งดูเหตุการณ์ระหว่างสองคนหนึ่งแมวอยู่นาน


            หม๊าว!


            “ถ้าข่วนอีกกูจะจับไปตัดไข่”


            แง๊ว!~


            “โอ้ย! อีมณี!”


            “หึ!”


            Tru Tru Tru


            “ครับ…อืม ว่างๆ อือ…เสร็จงานแล้ว เดี๋ยวโซ่ให้พอร์ชพาไป…ครับๆ”


            “ใคร?”


            พอร์ชเริ่มแม่แน่ใจแล้วว่าการบังคับให้คนรักใช้โทรศัพท์ เพราะเขามักจะมีคำถามให้กับตัวเองทุกครั้งเวลาที่ได้เห็นหรือได้ยินโซ่รับโทรศัพท์ แต่พอรู้ตัวอีกที ปากเจ้ากรรมก็เอ่ยถามออกไปด้วยความอยากรู้เสียแล้ว


            “เฮียเซฟบอกว่าอาม่าให้กลับบ้าน…มีคนคิดถึง”


            “ยังมีรถไฟอยู่หรอ?” เพราะมันเลยเวลารถที่เคยไปครั้งที่ก่อนแล้ว อีกทั้งโซ่ยังบอกว่าจะไปในวันนี้ พอร์ชเลยอดไม่ได้ที่จะถาม


            “ขับรถไปเองก็ได้…ใกล้แค่นี้”


            “ไหนบอกขับรถไม่เป็น?” พอร์ชขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัยในขณะที่นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถเป็นเพื่อนคนรักไปบ้านอาม่าของเจ้าตัว หลังจากที่โซ่พาพอร์ชขี่น้องแมนไปเปลี่ยนกับรถยนต์ที่บ้านพ่อของเจ้าตัวที่ตอนนี้คุณทนายเป็นคนดูแลอยู่นั่นเอง แต่สิ่งที่พอร์ชแปลกใจคือ โซ่บอกว่าจะขับเอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวบอกกับเขาว่าขี่จักรยานและจักรยานยนต์ไม่เป็น แต่พอเป็นรถยนต์ เจ้าตัวกลับบอกว่าจะขับเอง(?) ด้วยเหตุผลที่ว่าเจ้าตัวนั้นคุ้นชินในการเดินทางไปบ้านอาม่าเป็นอย่างดี


            “สี่ล้อขับได้ แต่สองล้อขี่ไม่เป็น” นี้คือความจริง ตั้งแต่เด็กยันโตมาจนป่านนี้ ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์หรือจักรยานเขานั้นแตะไม่ได้เลย เรียกได้ว่าจับเมื่อไหร่มีเจ็บตัว เพราะไม่สามารถควบคุมวิถีการเดินทางได้ แต่พอเป็นรถยนต์เขากลับรู้สึกว่ามันมั่นคงกว่า แถมยังง่ายต่อการควบคุม แค่เหยียบเบรก เหยียบคันเร่ง หมุนพวงมาลัยไปทางไหนรถก็ไปทางนั้น แถมยังให้ความรู้สึกที่มั่นคงกว่ารถจักรยานยนต์อีกหลายเท่าตัวเพราะมีล้อทั้งสี่ข้างช่วยสร้างสมดุล


            “แม่มึงไม่ใช่คนสี่มิติแบบที่เขาพูดๆกันหรอกมณี มันมีมากกว่านั้นเยอะ!” พอร์ชพยามจะดึงเจ้าเหมียวมณีที่นั่งมองวิวสองข้างทางมาเป็นพวก แต่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะนอกจากจะไม่คล้อยตามแล้วพี่มณีจอมแสบยังเหลียวหลังกลับมางับแขนป๋าพอร์ชจ๋าเข้าให้อีกหนึ่งดอก


            “ไปกรุงเทพฯกันม้ะ? อยากไปดูผ้าเพิ่มว่ะ แต่ไม่เอาดีกว่า…ขี้เกียจ” นั่น! พูดยังไม่ทันขาดคำพ่อคนหลุดโลกก็พูดบ่นขึ้นมาอีก แต่คราวนี้พอร์ชเพียงแค่นั่งฟังเฉยๆ เพราะไม่อยากจะพูดแทรกสนม(ความคิด)ซ้ายขวาของเจ้าตัวที่กำลังเถียงกันอย่างไม่ยอมแพ้ จนกว่าจะได้บทสรุป


            “หยิบแผ่นรองฉี่ของพี่มณีมาป่ะ?” โซ่ถามอย่างนึกขึ้นได้ ขณะที่กำลังจะขับรถผ่านหน้าคลินิกรักษาสัตว์แห่งหนึ่งที่


            “มึงเอามาแล้วไม่ใช่หรอ” พอร์ชถามกลับอย่างเกร็งๆ เพราะเกรงว่าโซ่จะว๊ากใส่


            “กูคิดว่ามึงหยิบมาแล้ว” สุดท้ายแล้วโซ่ก็ต้องตบไฟเลี้ยวตีรถกลับไปยังคลินิกสัตว์ที่ขับผ่านมาได้ไม่ถึงร้อยเมตร เพราะแมวรักสะอาดอย่างพี่มณีจะไม่ยอมขับถ่ายถ้าหากไม่มีกระบะทรายหรือแผ่นรองฉี่สำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างเด็ดขาด ครั้นจะให้ไปอึไปฉี่ตามพงหญ้าข้างทางเหมือนกับหมาแมวของคนอื่นนะหรอ บอกเลยว่าไม่มีทาง…ชายมณีรับไม่ได้


            “กินหมูสะเต๊ะป่ะ? ที่นี่ซื้อหมูแถมไม้ไม่ใช่ชื้อไม้แถมหมูแบบที่พิจิตรนะเว้ย…โคตรเด็ดขอบอก!” โซ่ร้องถามพร้อมกับโอ้อวดสรรพคุณของหมูสะเต๊ะเจ้าประจำของตนเองให้คนรักฟัง ในขณะที่กำลังจะขับรถผ่านตลาดประจำอำเภอที่มีของอร่อยวางขายอยู่สองข้างทาง ซึ่งอยู่คนละฟากฝั่งถนนที่โซ่ใช้เดินทาง โดยมีสถานีรถไฟขั้นกลาง


            “เอาดิ” มีหรือที่พอร์ชจะปฏิเสธในมื่อสิ่งที่โซ่เสนอมามันเป็นเมนูโปรดของเขาทั้งคู่


            “อาโซ่วววววววว….” เสียงร้องเรียกชื่อโซ่ดังลั่นมาจากที่ไกลๆ ในขณะที่พวกเขาทั้งสองคนกำลังยืนชื้อน้ำปั่นข้างร้านหมูสะเต๊ะที่ต้องรอ


            “ใครวะ” พอร์ชเป็นคนแรกที่หันไปมองตามเสียงเรียกพร้อมๆกับที่เจ้าของเสียงนั้นวิ่งพุ่งเข้ามากอดโซ่จากทางด้านหลังอย่างเต็มแรง


            “อาโซ่! / จอมซน!” พอรู้แน่ชัดแล้วว่าเป็นใคร โซ่ก็กอดรับด้วยรอยยิ้มในทันที ทำเอาพอร์ชหน้าตึง เพราะไม่ชอบใจ แต่ถ้าจะให้พูดจริงๆก็แต่หวงนิดๆ อิจฉาหน่อยๆ เท่านั้นแหละที่โซ่ยอมให้ไอ้เด็กหัวทองนี่กอดในที่สาธารณะแบบนี้ ถ้าเป็นไอ้พอร์ชคนนี้รึ? ป่านนี้ถ้าไม่โนด่าก็โดนถีบกระเด็นไปไหนต่อไหนแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ถูกกาลเทศะ แต่ไหงไอ้เด็กนี่ถึงเป็นข้อยกเว้นล่ะ? เหอะ! โคตรไม่แฟร์เลยครับเมีย!


            “มาได้ไงจอมซน” โซ่พยายามที่จะขืนตัวออกจากของเด็กน้อย เมื่อรู้สึกได้ถึงรังสีอาฆาตของคนรักที่ยืนอยู่ข้างกัน แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายกอดเขาไว้ซะแน่นหนา


            “ซนมากับที่รัก…คิดถึงอาโซ่ที่สุดเลย! งื้อ~” นอกจากจะกอดรัดฟัดเหวี่ยงโซ่แบบไม่มีเกรงใจคนรักอย่างพอร์ชที่ยืนทะมึนเป็นยักษ์วัดแจ้งอยู่ข้างๆแล้ว เจ้าพ่อหนุ่มน้อยผมทองตัวเรียวเล็กที่น่าจะเด็กกว่าพวกเขาสักสองสามปียังหาญกล้าทำหน้าออดอ้อนซุกหัวถูไถหน้าอกของโซ่ให้พอร์ชได้คลั่งอีกต่างหาก


            จะบ้า…ไอ้พอร์ชอยากจะบ้า! เพราะตั้งแต่ตอนยืนซื้อหมูสะเต๊ะที่ตลาดลากยาวมาจนถึงตอนกินข้าว จนกระทั่งอาบน้ำเตรียมตัวนอนในตอนนี้ เขาก็ยังไม่สามารถแยกไอ้เด็กฝรั่งดองออกจากโซ่ได้เลย! ไม่ว่าจะไปไหนจะทำอะไรมันก็เอาแต่ร้องเรียกอาโซ่จ๋าอาโซ่จ๋าอยู่นั่นแหละ มิหนำซ้ำในตอนนี้มันยังมานอนกอดเมียเขาถึงในห้องนอนอีก…จะหยามกันเกินไปแล้วนะเว้ย


            “อาพอร์ชปิดไปให้น้องซนหน่อยฮะ…น้องซนจะนอน”


            ไง? ไอ้พอร์ช…บ่นไปแล้วได้อะไร? สองสามชั่วโมงที่ผ่านมานี่เคยทำอะไรมันได้ไหม นอกจากแอบด่ามันในใจแล้วก้มหน้าทำตามที่มันสั่งทุกอย่างแบบนี้? หึ! โคตรเสียเชิงเลยแม่ง


            พรึ่บ!


            นอกจากจะก้มหน้าก้มตาปิดไฟตามคำสั่งของไอ้ฝรั่งดองแล้ว คืนนี้ไอ้พอร์ชยังต้องเสียสละนอนบนพื้นแข็งๆ เพื่อให้คุณอาคุณหลานและลูกนอกคอกอย่างอีมณีได้นอนอย่างสุขสบายอยู่บนเตียง ด้วยข้ออ้างโง่ๆว่า ‘อาพอร์ชตัวใหญ่ เดี๋ยวดิ้นมาทับน้องซนแบนแต๊ดแต๋’ เหอะ! กูไม่อยากจะบอกเลยว่าตอนนี้กูอยากจะกระทืบมึงที่สู้ดดดดด….


            “อาพอร์ชช่วยเอาพี่มณีไปนอนด้วยได้ไหมครับ น้องซนนอนกอดกับอาโซ่ไม่ถนัด”


            เหมี๊ยว!


            ยังไม่ทันที่พอร์ชจะได้ขยับตัว เจ้ามณีลูกรักก็ถูกโยนลงมาหล่นตุบอยู่บนอก


            หม๊าว~ หม๊าว~


            ‘ป๋าจ๋าพี่เจ็บ! มันเหวี่ยงพี่มา…พี่โกรธ!’


            “เออ…รู้แล้วๆ ไม่ต้องร้อง นอนๆ” ความจริงแล้วพอร์ชก็ไม่รู้หรอกว่าพี่มณีมันบ่นอะไร แต่ถ้าให้เดาก็คงจะเคืองไม่น้อยที่ถูกเหวี่ยงลงมาข้างล่างอย่างนี้ แทนที่จะได้นอนแขนพ่อจ๋าของมันอย่างทุกคืน


            หม๊าว~


            “เออๆ กูกอดเอง แถมเกาพุงให้ด้วยเลยเอ้า…หลับสักที” พอร์ชคว้าเอาตัวพี่มณีที่นั่งร้องหม๊าว


            เจ้าเหมียวมณีเป็นแมวที่ติดการสัมผัสจากคนมากกว่าแมวทั่วๆไปมาก เพราะเคยชินกับการเอาอกเอาใจจากโซ่ โดยเฉพาะตอนนอน ถ้าไม่มีใครคอยกอดคอยเกาพุงให้นี่อย่าหวังเลยว่าพี่มณีจะอยู่เฉยๆ เพราะเจ้าตัวจะไม่ยอมนอนแล้วก็ร้องเหมียวๆหม๊าวๆจนกว่าจะมีคนมาเกาพุงให้นั่นแหละ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดก็คงไม่พ้นสัมผัสจากฝ่ามืออุ่นๆของพ่อโซ่จ๋านั้นแหละ…ฟินเวอร์!

..

..

..

            “ทำพี่มณีเจ็บแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะน้องซน” พอเสียงทางฝั่งของคนรักที่นอนอยู่บนพื้นข้างเตียงเงียบไป โซ่ก็เอ่ยว่าหลานชายทันที เพราะต่อให้เขาจะรักและตามใจหลานมากแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ดุไม่ว่าเลยถ้าหากเจ้าตัวทำความผิด โดยเฉพาะกับพี่มณีซึ่งไม่สามารถโต้ตอบอะไรเจ้าตัวได้เลยเช่นนี้ เขาจึงไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้


            “น้องซนขอโทษฮะ น้องซนแค่อยากนอนกอดอาโซ่แน่นๆ” จอมซนตัวน้อยแอทแทคอาโซ่จอมโหดด้วยอ้อมกอดแน่นหนาที่มาพร้อมกับสายตาบ๊องแบ๊วของเจ้าตัว


            “อย่าทำอีกแล้วกัน เด็กเกเรไม่น่ารัก”


            “น้องซนอยากเจอป๊ะป๋า…ป๊ะป๋าอยู่กับแม่เลี้ยงใจร้าย ป๊ะป๋าไม่รักน้องซน ป๊ะป๋ารักแต่แสนดี…ฟี้~”


            ยังไม่ทันที่โซ่จะพูดจบดีเด็กชายจอมซนตัวแสบก็ละเมอพูดความอัดอั้นที่อยู่ในใจออกมา ก่อนที่จะหลับลึกไปในที่สุด


            “ก็แค่เกมโง่ๆของผู้ใหญ่เห็นแก่ตัว” สุดท้ายแล้วโซ่ก็ได้แต่คว้าตัวเจ้าเด็กแสบเข้ามากอดปลอบลูบหลังให้หลานได้นอนหลับสบาย

..

..

..

สี่ชั่วโมงต่อมา…


            “มาไม?” พอร์ชสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนดึกเมื่อรู้สึกถึงแรงกอดรัดจากทางด้านหลัง แต่ทุกอย่างก็กลับมาสู้สภาวะปกติทันทีเมื่อรู้ว่าเจ้าของอ้อมแขนนั้นคือคนรักที่ตนนอนรอมาตลอดค่อนคืน น้ำเสียงที่เอ่ยถามออกมาเลยติดที่จะห้วนไปนิด เพราะยังคงงอนอยู่


            โซ่หลุดหัวเราะออกมาทันทีที่ได้เห็นเสี้ยวหน้าเง้างอแบบเลือนรางของคนรักผ่านแสงจันทร์ที่ฝ่าความมืดเข้ามาทางหน้าต่าง


            “คิดถึง...อยากกอด” ชะโงกหน้าเข้าไปกระซิบเบาๆที่ข้างหูพอร์ช


            “ถ้าไม่มีไอ้หลานฝรั่งดองนอนอยู่บนเตียงมึงโดนกูปล้ำแน่โซ่!” สุดท้ายแล้วพอร์ชก็ได้แต่พลิกตัวหนีพี่มณีแล้วหันไปคว้าคนรักเข้ามากอดไว้แน่นให้สมกับความหมั่นเขี้ยวทั้งหมดที่มี



TBC.

พอร์ช : มาทำไม?​

โซ่ : คิดถึง...อยากกอด

พอร์ช : ถ้าไม่มีไอ้หลานฝรั่งดองนอนอยู่บนเตียงมึงโดนกูปล้ำแน่โซ่!

โซ่ : อือ...เดี๋ยวกูจะร้องเงียบๆ ร้องแบบเก็บเสียงให้แล้วกัน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}