Kamui Yato

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 27 [ ซุนโกคู และ การโจมตีของหญิงสาวปริศนา ]

ชื่อตอน : บทที่ 27 [ ซุนโกคู และ การโจมตีของหญิงสาวปริศนา ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2561 13:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 27 [ ซุนโกคู และ การโจมตีของหญิงสาวปริศนา ]
แบบอักษร

ภายในป่าเขาลึกรก มีร่างของเด็กหนุ่มผมดำสูงประมาณ 180 ใส่ชุดนักสู้แดงเหลืองกำลังรับมือกับหญิงสาวแสนสวยอกโตสองคนที่กำลังระดมหมัดมวยใส่ชายหนุ่มอย่างจริงจัง เพื่อกดดันชายหนุ่มผู้แสนเก่งกาจพวกเธอทั้งคู่จึงลงมือกันเต็มที่ไม่มีกั๊ก

ทำให้ทั่วทั้งบริเวณที่ราบโดยรอบมีเสียงอากาศที่ระเบิดตัวออกมาไม่หยุดหย่อน และในขณะที่เจ้าตัวกำลังปัดรับหมัดมือของหญิงสาวจู่ ๆเขาก็โน้มตัวก้มหัวหลบปลายเท้าเล็กๆด้วยความเร็วสูงของเด็กหญิงตัวน้อยวัย5ปีไปด้วย และสุดท้ายชายหนุ่มก็เงยหน้ายกยิ้มรับมือทั้งสามด้วยท่าทีสงบนิ่ง

ปั้ง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!!!

"หนอยแน่~นี่!! พ่อหมี ช่วยฝึกวิชากับพวกเราแบบจริงจังหน่อยได้ไหม ?"เบลล่าในร่างหญิงสาวผิวขาวละมุนเส้นผมและคิ้วสีทองสว่างไสวต่างตั้งฟูมัดหางม้า ดวงตาสีเขียวมรกตในร่างวัย15ปีมีหางลิงขนสีทองมีหน้าอกโตอยู่ในชุดนักสู้แดงเหลืองกล่าวขึ้นด้วยอารมณ์ไม่พอใจ

"ฉันก็เห็นด้วยกับเบลนะการ์ลิค ดูเหมือนนายจะออมมือให้พวกเรามากเกินไปแล้ว ย่าส์"ไทด์หญิงสาวแสนน่ารักมีผิวขาวราวนีออนเธอมีผมบรอนทองทีผ่านการดูแลมาอย่างดี มีร่างเล็กงามดุจนางแบบกระทัดรัดในชุดนักสู้สีดำเทากล่าวพร้อมระดมหมัดมวย และกระบวนท่าใส่การ์ลิคอย่างไม่มีการออมมือ

"ก็มันช่วยไม่ได้นี่ พวกเธอในตอนนี้ทำให้ฉันเอาจริงยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ อีกอย่างใครจะกล้าทำร้ายคู่หมั้นของตัวเองได้ลงคอ" ชายหนุ่มโตเต็มวัยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขนาดตัวเขาที่ใช้ร่างพื้นฐานธรรมดายังสามารถรับมือกับเบลล่าในร่างซุปเปอร์ไซย่าได้อย่างง่ายดายเลยด้วยซ้ำ นี่ยังไม่รวมสาวไทด์แสนน่ารักที่มีพลังน้อยกว่าเบลล่าในร่างซุปเปอร์ไซย่าอยู่ไม่กี่สิบล้านจุด

"อย่างพี่ชายการ์ลิค ต้องเจอนี่ ย่าส์!!!"เสียงตะโกนเล็กๆของเด็กหญิงน้อยวัย 5 ปีเรียกสติการ์ลิค ซึ่งทำให้เขากลับไปมองเด็กหญิงในตัวน้อยแสนน่ารักที่เขาเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เล็ก เธอในตอนนี้กำลังตั้งท่าเร่งพลังให้ถึงขีดสุด เพื่อเข้าต่อกรพี่ชายที่แสนเก่งกาจ

ฟู้มมมม~

สิ้นเสียงอากาศที่ระเบิดตัวออก สภาพแวดล้อมโดยรอบเกิดการเปลี่ยนแปลงบ้างก็เทา บ้างก็เทาแดง บ้างก็เทาเหลือง รอบกายเด็กหญิงนั้นมีออร่าสีเขียวแผ่ขยายออกมาจากตัวเด็กหญิงตัวน้อย ซึ่งเด็กน้อยผมเขียวพร้อมออร่าเมื่อแปลงร่างเสร็จก็ไม่รีรอพุ่งเข้าระดมหมัดใส่การ์ลิคอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งสองสาวที่มองดูอยู่ก็เร่งพลังเพิ่มด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเบลล่าที่แปลงร่างขึ้นอีกขั้นทำให้รอบออร่าสีทองของเธอมีประกายสายฟ้าสีฟ้าขาว ไหลผ่านทั่วออร่าสีทองของเธอหลายสิบเส้น ผมก็ดูยาวขึ้นด้วย

ส่วนไทด์ที่โตเป็นสาวก็ดูเหมือนจะไม่น้อยหน้าเช่นกัน เธอเร่งพลังต่อสู้จนมีออร่าสีฟ้าครามที่สวยสดงดงามดุจมหาสมุทร พลังต่อสู้ของเธอเพิ่มขึ้นมาไม่น้อย ซึ่งนี่ก็ทำให้การ์ลิคที่เคยทำเป็นเล่นกับการฝึกซ้อมนั้นฉีกยิ้มกว้างการยั่วนั้นได้ผลซึ่งมันน่าสนุกจริงๆนั่นแหละมันทำให้เขานึกถึงตั้งแต่ตอนนั้นเขาง่วนฝึกวิชากับเบลล่าและไทด์จนมีอายุ 15 ปี

การ์ลิคในช่วงหนึ่งปีแรกสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของซุปเปอร์ไซย่าขั้นแรกไปสู่ขั้นสองได้แล้วตามที่หวัง ส่วนอีกหนึ่งปีให้หลังเบลล่าก็ก้าวตามการ์ลิคมาติดๆเลย**แต่ด้วยช่องว่างที่ห่างกันมากขึ้นทำให้การ์ลิคมีพลังต่อสู้ทิ้งห่างเบลล่าอย่างไม่ติดฝุ่น นี่ก็รวมถึงสาวไทด์ด้วย ไทด์ในช่วงแรกก็ฝึกก้าวข้ามขีดจำกัดความเป็นมนุษย์จนแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และเนื่องด้วยวิชาต่างๆที่การ์ลิคได้มอบให้

ก็มีพลังจิตวิญญาณ ลมปราณพิสุทธิ์ Ki 2 รูปแบบ  กระบวนท่าการต่อสู้หลากหลายแขนง ซึ่งวิชาที่ดูก้าวหน้ามากที่สุดก็คงไม่พ้นวิชาลมปราณพิสุทธิ์ ไทด์นั้นสามารถเข้าสู่โลกแห่งจอมยุทธได้อย่างแท้จริงแล้วเพราะตัวเธอสามารถเปิดจุดชีพจรทั้ง 108 ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งมันทำให้เธอมีร่างกายไม่ต่างจากชาวไซย่าในร่างซุปเปอร์ไซย่าขั้น 1 เลยด้วยซ้ำ


ส่วนปีหลังๆ เมื่อโบรจังได้โตขึ้นเป็นเด็กหญิงวัย 3 ปีเธอก็เริ่มฝึกวิชาด้วยเช่นกัน แต่ยัยเด็กนี่น่ากลัวมาก ในช่วงวันแรกที่ฝึกวิชากับการ์ลิคเธอก็สามารถเป็นซุปเปอร์ไซย่าได้เลย แต่ทว่าด้วยพลังที่มากมายมหาศาลราวไร้ที่สิ้นสุดกลับเข้ากลืนกินสติสัมปชัญญะของเธอไปทั้งหมด ทำให้เธอนั้นเกิดอาการบ้าคลั่งไล่ล่าการ์ลิคเบลล่าและไทด์อย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ด้วยพลังของการ์ลิคที่มากมายมหาศาลทำให้การพิชิตโบรจังนั้นเป็นเรื่องง่ายดายราวปลอกกล้วย

และเมื่อเธอเลิกคลั่งการ์ลิคก็พาตัวเธอไปหาท่านเจ้าพิภพเพื่อให้ท่านสอนเรื่องการสงบจิตใจให้หนูน้อยผู้นี้ ซึ่งก็เป็นผลลัพธิ์ที่เยี่ยมยอด หลังหนูน้อยผ่านการควบคุมอารมณ์และจิตมารก็สามารถทำให้เธอควบคุมพลังในร่างซุปเปอร์ไซย่าในตำนานได้อย่างใจนึก

ขนาดยามใช้พลังเต็มที่เกินตัว มันก็ยังไม่เคยเกิดอาการคลั่งเช่นก่อนเลยด้วยซ้ำ นี่จึงเป็นเรื่องดีเยี่ยมในช่วงสามปีแรก ส่วนปีหลังๆการ์ลิคก็พยายามฝึกให้ก้าวขีดจำกัดซุปเปอร์ไซย่าขั้นที่ 2 ไป แต่น่าเสียดายไม่ว่าเขาจะฝึกเท่าไหร่ก็ยังไม่สามารถเข้าสู่ ซุปเปอร์ไซย่าขั้นที่ 3 ได้เลย

ปั้งงงง!! ฟึ้มมมม~

"วันนี้พอแค่นี้แหละ"การ์ลิคที่แปลงเป็นซุปเปอร์ไซย่าขั้นใช้สามนิ้วมือรับหมัดของเบลล่าในร่างซุปเปอร์ไซย่า 2 โบรจังในร่างซุปเปอร์ไซย่าในตำนาน และไทด์ที่ใช้พลังแบบฟลูเพาว์เวอร์ กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ บนร่างของเขาไม่มีเหงือไหลรินเลยสักหยด ผิดกับอีกสามคนที่พยายามเข้ารุมกดดัน ร่างของทั้งสามต่างมีเหงือไหลรินออกมาจนชุดเปียกชื้น แถมพวกเธอยังมีอาการหอบเหนื่อยไม่น้อย

"ดูเหมือนพ่อหมีกำลังเบื่อๆเลยนะ หรือไม่พอใจกับการฝึกกับพวกเรา"เบลล่าที่เห็นการ์ลิคทำหน้าเบื่อโลกก็กล่าวถามด้วยความเป็นห่วง เธอกลัวว่าเด็กผมที่เธอรักจะหดหู่จนไร้ความก้าวหน้าด้านฝีมือการต่อสู้ในอนาคต

"ไม่ใช่แบบนั้นหรอก แต่เรากำลังเครียดที่ยังไม่สามารถหาจุดข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้นหนึ่งน่ะ"การ์ลิคกล่าวอย่างไม่ปิดบัง ยังไงตอนนี้ทั้งเบลล่าและไทด์ก็เป็นคนรักของเขาแล้วด้วย แถมดร.บรีฟและคุณนายแพนซีก็ดูจะถูกใจไม่น้อย ทั้งคู่แทนที่จะคิดขัดขวางเลยทั้งที่การ์ลิคคิดจะมีภรรยาสองคน แต่กลับสนับสนุนกันเป็นอย่างดีทำให้วันรุ่งขึ้นของอีกวันเกิดงานหมั้นของเล็กๆของทั้งสามขึ้นมา

"งั้นหรอ จริงสิการ์ลิคเราสัมผัสพลังของคาคาล็อตได้แล้วละ ทำไมนายไม่ลองหยุดฝึกวิชาแล้วไปเยี่ยมเขาดูละ เมื่อตอนนั้นนายดูถูกใจเขาไม่ใช่หรอ ?"เบลล่าออกความเห็นเพื่อให้การ์ลิคได้พักผ่อนบ้าง

การ์ลิคก็เห็นด้วย แม้เขาจะคอยสัมผัสพลังของซุนโกคูอยู่ตลอด ตั้งแต่เมื่อ 4 ปีก่อนยามโกคูวัยเด็ก1ขวบปีนั่งยานมายังโลก เขาก็ยังใช้สัมผัสติดตามพลังของตัวเอกน้อยอยู่ตลอดนี่ก็เพื่อความปลอดภัยของซุนโกคูเองด้วย เขารู้สึกแปลกๆทุกครั้งตั้งแต่ยามที่เขาเกิดมา ทุกอย่างมันไม่ค่อยเป็นไปตามเนื้อเรื่องที่ควรเป็นเลยสักครั้งนี่จึงทำให้เขาต้องคิดทบทวนใหม่ มันอาจเป็นเพราะตัวเขาเองที่มาเกิดยังโลกนี้ก็เป็นได้

"ถ้าเราไปพวกเธอจะไปกับเราด้วยหรือเปล่า ?"การ์ลิคที่ตัดสินใจจะไปหาซุนโกคูกล่าวถามทั้งสาม

"ไม่ละ นายไปเถอะ เราจะขอฝึกวิชาต่อ"ไทด์ตอบแทนคนอื่น ๆซึ่งคนอื่นก็พยักหน้าเห็นด้วย พวกเธอไม่อยากเสียเวลาเท่าไหร่นัก อีกอย่างเธออยากมีพลังมากกว่านี้ มากพอที่จะเป็นคู่ต่อสู้ให้กับการ์ลิคอย่างสมภาคภูมิได้

การ์ลิคได้แต่พยักหน้าเข้าใจก่อนจะขอตัวลาจากไป เขาพุ่งบินขึ้นฟ้าไปยังทิศที่โกคูตัวน้อยอยู่ โดยเขาลืมไปว่าตนเองนั้นมีวิชาเคลื่อนย้ายในพริบตาอยู่ เขาบินไปอย่างช้า ๆเพื่อชมวิวทิวทัศน์โดยรอบ ซึ่งเขาก็ไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่นัก  เมื่อเห็นความเจริญก้าวหน้าอย่างไม่สิ้นสุดของมนุษย์บนโลก นั่นจึงทำให้เขาตัดสินใจใช้ความเร็วสูงสุดบินไปหาซุนโกคู

ฟู้ม!!


"ที่นี่งั้นหรอ!"

ปัก ๆ ๆ!

"ย่าส์"

"โอ้เจ้าเรียนรู้ได้เร็วเสียจริงๆ หลานปู่"

การ์ลิคมองไปยังชายแก่หัวหงอกและเด็กชายวัย5ปีที่กำลังควงกระบองสีแดงในชุดจอมยุทธสีน้ำเงินมีหางขนสีน้ำตาลไหม้เป็นสัญญาลักษณ์ประจำเผ่ากำลังฝึกวิชาด้วยรอยยิ้ม ถ้าเขาจำไม่ผิดชายแก่ผู้นี้นั้นคือซุนโกฮัง ปู่บุญธรรมของซุนโกคู เขาเป็นชายคนแรกที่สอนวิชาการต่อสู้ให้โกคูน้อย จนวันเด็กน้อยที่ความจำเสื่อมเพราะได้รับแรงกระแทกจากการตกหน้าผาหัวไปกระแทกกับโขดหิน

'เข้าไปทักทายทั้งคู่หน่อยดีกว่า'การ์ลิคตัดสินใจลอยตัวไปหาทั้งคู่ ซึ่งหลานกับปู่สัมผัสที่เฉียบคมอยู่แล้วจึงสัมผัสได้อยู่แล้วว่ามีชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ไม่ได้คิดร้ายกำลังจ้องมองพวกตนอยู่

"สวัสดีคุณปู่ หนูน้อยคาคาล็อต"การ์ลิคที่เท้าเหยียบถึงพื้นโลกก็โค้งตัวทักทายด้วยรอยยิ้ม

"สวัสดี โอ้เจ้ารู้จัก ตัวจริงของหลานข้าหรอ หืมมีหางเหมือนกันด้วย"ชายแก่หรือซุนโกฮังแปลกใจไม่น้อยที่เมื่อเห็นหางที่ส่ายไปส่ายมาอยู่ที่บั้นท้ายของเด็กหนุ่ม

"ก็รู้จักแหละนะ เรารู้จักครอบครัวของเขาด้วย แต่น่าเสียดายที่พวกเขาเหล่านั้นเสียชีวิตไปเกือบหมดแล้ว"การ์ลิคกล่าวอย่างไม่ปิดบังก่อนจะเดินไปหาเด็กน้อยที่กำลังจ้องมองหางของเขาโดยไม่กระพริบตา

"งั้นหรอ น่าเสียดายยิ่งนัก"ปู่โกฮังรู้สึกสงสารหลานบุญธรรมของตนไม่น้อยที่กำพร้า ก่อนจะหันไปมองเด็กชายที่กำลังจ้องมองการ์ลิคด้วยรอยยิ้ม อย่างน้อยหลานของเขาก็ยังเหลือคนรู้จักอยู่

"เจอกันอีกแล้วนะ คาคาล็อต"

"นายเป็นใครเราจำนายไม่ได้เลย แล้วทำไมนายถึงมีหางเหมือนเรา"โกคูน้อยกล่าวถามด้วยความไม่เข้าใจ

"เรื่องนี้นายยังไม่จำเป็นต้องรู้หรอก เพราะอีกไม่นานนายก็จะรู้เอง"การ์ลิคพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันไปคุยกับปู่โกฮังพร้อมบอกชื่อแซ่ไปด้วย และเขาก็ถามสารทุกข์สุขดิบของสองปู่หลานไปด้วย และเมื่อพบว่าทั้งสองอยู่กันสบาย ๆ ไร้ปัญหาต่างๆมารุมเล้าเฉกเช่นคนในเมืองก็เข้าใจ จริงๆเขาก็อยากใช้ชีวิตแบบสองปู่หลานในตอนนี้เช่นกัน แต่เขารู้ว่าทุกอย่างมันไม่เอื้ออำนวย

การพูดคุยนั้นยาวนานมาก ปู่โกฮังจึงขอให้การ์ลิคอยู่พักที่บ้านไปก่อน เนื่องจากตนอยากให้หลานชายได้คุ้นเคยกับคนรู้จักบ้าง แถมเขายังบอกอีกด้วยว่าโกคูน้อยดูเหมือนจะความจำเสื่อมจากการตกหน้าผาหัวไปกระแทกโขดหิน ซึ่งการ์ลิคก็รู้อยู่แล้วแต่ก็แกล้งทำเป็นตกใจ และตอบรับว่าจะขอค้างที่นี่ไปสักระยะนี่จึงทำให้สองปู่หลานยิ้มออกมา ก่อนจะชวนการ์ลิคไปพูดคุยต่อในบ้าน

ในขณะที่การ์ลิคเดินเข้าไปภายในบ้านเล็ก ก็มีสายตาผ่านเลนส์ดูอำมหิตดุจยมทูตคู่หนึ่งจดจ้องมองทั้งสามด้วยสีหน้าแปลกใจ ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะค่อยๆขยับออกมาจากเงา เผยให้เห็นร่างหญิงสาววัยประมาณ20ปี เธอสวมแว่นกรอบสีดำ ผมสีดำน้ำไหม้ฟูๆ ใบหน้าของเธอนั้นดุดันแต่แสนงดงามใส่ชุดกราวสีขาวสะอาดทับชุดเดรสกระโปรงผ้ายืดลายสก็อตสีแดงน้ำเงิน

ตอนนี้เธอกำลังยกยิ้มอย่างบ้าคลั่งราวกับกำลังเจอของเล่นที่ถูกใจ กลิ่นอายรอบตัวของเธอนั้นดูอันตรายมากเสียยิ่งกว่าศัตรูร้ายทั้งหมดที่ซุนโกคูเคยพบเจอในอนาคต มันอันตรายเสียยิ่งกว่าการ์ลิคในปัจจุบันเลยด้วยซ้ำ แต่น่าเสียดายที่ดูเหมือนการ์ลิคจะไม่สามารถสัมผัสถึงตัวตนของเธอได้ ราวกับตัวเธอนั้นไร้สัมผัสพลัง

"หึการย้อนอดีตมายังโลกหลักดูเหมือนจะไม่เสียเปล่า นี่หรือซุนโกคูตอนเด็ก ชายผู้เป็นศัตรูของว่าที่สามีของเรา ถ้าเรากำจัดมันเสียตอนนี้ ทุกอนาคตที่มีตัวตนของซุนโกคูอยู่ก็จะหายไปทั้งหมด ว่าแต่ชายหนุ่มที่น่าจะเป็นชาวไซย่านั่นเป็นใครกันทำไมเราไม่มีข้อมูล"หญิงสาวรู้สึกสับสน เมื่อภายในข้อมูลที่สามีลงไว้ให้ไม่ได้ระบุชาวไซย่าผู้นี้ไว้เลย

"แต่ช่างเถอะยังไงเราก็คิดจะลบชาวไซย่าให้หมดไปจากจักรวาลนี้อยู่แล้ว"หญิงสาวกล่าวพลางเลียริมฝีปาก เธอจดจ้องมองไปยังบ้างก่อนจะยื่นฝ่ามือออกไปด้านหน้า ฝ่ามือขาวๆที่เคยว่างเปล่าค่อยๆมีรูปร่างบอลพลังสีชมพูดำขึ้นจนมีขนาดเท่าลูกบาส โดยรอบๆบอลพลังเริ่มก่อเกิดกระแสสายฟ้าสีชมพู

"จงหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์โลกและจักรวาลซะเถอะซุนโกคู!"สิ้นคำกล่าวของหญิงสาวแสนสวยบอลพลังก็พุ่งแหวกอากาศไปทางบ้านที่พวกการ์ลิคอยู่ด้วยความเร็ว

ฟ้าววววววววววววววววววว~

ตึบ! บู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!

__________________________________________________________________


ความคิดเห็น