หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เมื่อหนุ่มหล่อสุดยอดเซลล์แมนจากศตวรรษที่ 21 ต้องกลายมาเป็นขี้ข้า เอ้ย! พ่อบ้าน (ใจกล้า) ในโลกอดีต ที่มีดีกรีความกะล่อนระดับเทพ เรื่องราววุ่นวายจึงบังเกิด แล้วคิดว่าหลินหว่านหรงจะยอมก้มหัวให้ใครหรือไง !

ตอนที่ 28 องค์กรอาชญากรรม (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 28 องค์กรอาชญากรรม (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2561 15:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28 องค์กรอาชญากรรม (1)
แบบอักษร



เขามุ่งไปหาร้านอาหารแห่งหนึ่งแล้วนั่งลง เหล่าต่งกลับไปสักพักแล้วกลับมาพร้อมต่งเฉี่ยวเฉี่ยว แต่ต่งชิงซานนั้นกลับไม่ได้ตามมาด้วย เหล่าต่งกล่าวด้วยอารมณ์เดือดดาลว่า “เจ้าชิงซานนี่ไม่รู้ว่าไปเตร่อยู่ที่ไหน พวกเราอย่าไปสนใจมันเลย”

ระหว่างมื้ออาหาร ต่งเหรินเต๋อเล่าเรื่องที่หลินหว่านหรงหลอกเอาเหลาสุรามาได้โดยเพิ่มเติมสีสันเข้าไป ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวใช้มือป้องปากน้อยๆ แล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมา

นับจากเรื่องน่าอับอายเมื่อคืนวาน ภูมิต้านทานที่หลินหว่านหรงมีต่อต่งเฉี่ยวเฉี่ยวก็ลดลงฮวบฮาบ เห็นนางป้องปากน้อยๆ แล้วหัวเราะเบาๆ งดงามหยาดเยิ้มน่าหลงใหลอย่างบอกไม่ถูก หลินหว่านหรงพ่นลมหายใจหนักๆ ออกมาคราหนึ่ง แม่สาวคนนี้น่าลุ่มหลงจนไม่ต้องไปผุดไปเกิดกันเลยทีเดียว

ห้าพันตำลึงยังเหลืออยู่อีกสองพัน เหลือไว้เป็นเงินทุนในการตกแต่งและเพิ่มอุปกรณ์กับลูกจ้าง ออกจะตึงมืออยู่บ้าง

แต่กับสองพ่อลูกตระกูลต่งซึ่งเชื่อมั่นความสามารถของหลินหว่านหรงอย่างเต็มที่แล้วกลับปราศจากความกังวลโดยสิ้นเชิง ฟังต่งเหรินเต๋อนับนิ้ว ต้องแกะสลักระแนงไม้ ใช้โต๊ะเก้าอี้ไม้จันทน์ ยังต้องเชิญพ่อครัวใหญ่คนนี้ แล้วก็ไปเชิญพ่อครัวใหญ่คนนั้น หลินหว่านหรงตบหน้าผากแล้วพูดว่า “พี่ชาย ท่านเห็นข้าเป็นเครื่องจ่ายเงินหรืออย่างไร”

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวหัวเราะร่วน

เมื่อกินอาหารเสร็จสองพ่อลูกตระกูลต่งจึงแบ่งงานตามที่กำหนดเอาไว้ จากนั้นจึงแยกย้ายไปดำเนินการ          

ตอนเที่ยงพูดคุยกับต่งเหรินเต๋อสองพ่อลูกด้วยความสนุกสนาน หลินหว่านหรงจึงดื่มมากไปสักหน่อย ขณะเดินอยู่บนถนนยังรู้สึกมึนศีรษะอยู่บ้าง พอนึกได้ว่าช่วงบ่ายยังต้องไป “สัมภาษณ์” อีก เขาจึงเดินส่ายอาดๆ ไปเบื้องหน้า

สายตากระจ่างวูบ เงาหลังคุ้นตาเงาหนึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้า จากนั้นก็หายวับไปในตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่ง

นี่ไม่ใช่ต่งชิงซานอย่างนั้นหรือ? ทำตัวลับๆ ล่อๆ ต้องการทำอะไรกัน? หลินหว่านหรงจึงแอบติดตามไป



ภายในบ้านผุพังหลังหนึ่ง วัยรุ่นสิบกว่าคนกำลังรวมตัวอยู่ด้วยกัน

ที่อายุมากก็ยี่สิบกว่า ที่อายุน้อยก็เพิ่งจะสิบสามสิบสี่ พวกมันนั่งบ้างยืนบ้าง บนหน้าของแต่ละคนแฝงความกังวลผสมกับความตื่นเต้นเล็กน้อย

ต่งชิงซานสวมเสื้อกั๊กขนาดเล็กตัวหนึ่ง เปลือยแขน แจกจ่ายพลองเหล็กกระบองไม้ให้กับทุกคนแล้วพูดว่า “พี่น้องทั้งหลาย อีกสักครู่ฟังคำสั่งของข้า ข้าตะโกนว่าลุย ทุกคนก็บุกเข้าพร้อมกัน อัดพวกมันให้หนัก!”

เสียงฮือฮาดังท่ามกลางหมู่คนหนุ่ม แต่ละคนบ้างก็หวาดกลัว บ้างก็วาดหวัง ต่งชิงซานระงับการวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคนแล้วพูดว่า “ทุกคนไม่ต้องกลัว ทุกคนลองคิดดู ขอเพียงพวกเราสู้ชนะในครั้งนี้ พื้นที่ของหลี่เอ้อร์โก่วนั่นก็จะตกเป็นของพวกเรา ครั้นได้พื้นที่ของหลี่เอ้อร์โก่วแล้วพวกเราก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง รับลูกน้องเพิ่มขึ้นสักหน่อย ขยายอาณาเขตให้กว้างสักหน่อย ก็จะมีอำนาจที่แท้จริงในการแย่งชิงเขตใต้แห่งนี้ ต่อไปพวกเรายังต้องขยับขยายอีก ไม่เพียงต้องครองพื้นที่เขตใต้ ยังต้องตะลุยไปถึงเขตเหนือ ครองใจกลางเมืองอีก เมืองจินหลิงแห่งนี้ต้องให้พวกเราครองทั้งหมดครั้นถึงเวลาพวกเราไปเก็บค่าคุ้มครองที่ริมทะเลสาบเสวียนอู่ ศาลขงจื๊อ ทั้งยังต้องไปเก็บค่าคุ้มครองบนเรือสำราญในแม่น้ำฉินหวายอีก พวกเราจะชิงเงินของพวกมันมา ชิงสตรีของพวกมันมา ชิงพวกมันจนเกลี้ยง”

เด็กหนุ่มเหล่านี้หัวเราะร่าเสียงดัง ดวงตาสาดประกายแห่งความโลภ ประหนึ่งสัตว์เดรัจฉานที่ยังไม่ได้วิวัฒนาการ

หลินหว่านหรงซึ่งแอบฟังอยู่ด้านนอกอดตาโตอ้าปากค้างไม่ได้เช่นกัน เจ้าเด็กต่งชิงซานนี่ช่างหยาบกระด้างเหลือเกิน


แต่——ข้าชอบ!


เด็กจำนวนยี่สิบกว่าคนนี้อาภรณ์บนร่างขาดวิ่น มองปราดเดียวก็ลูกว่าเป็นเด็กจากครอบครัวยากจน มีหลายคนที่เกือบจะเป็นขอทานแล้ว พวกมันไม่มีสิ่งใดที่ไม่กล้ากระทำ หากนำพวกมันมารวมกลุ่มกันจริงๆ จะต้องเป็นขุมกำลังที่ไม่อาจดูแคลนได้แน่

ถึงแม้จำนวนคนจะยังน้อยเกินไปเสียหน่อย ถึงกระนั้นพวกมันมีเป้าหมาย มีไฟ มีดี มีความโหดเหี้ยม เป็นคนรุ่นใหม่ตามแบบฉบับ ศักยภาพไม่อาจดูแคลนได้ แก๊งมาเฟียได้ก่อตัวในชั้นต้นแล้ว ขอเพียงฉวยโอกาสเอาไว้ให้ได้ เริ่มพัฒนาไม่นานนักก็จะกลายเป็นจริง

ต่งชิงซานกำลังกระหยิ่มยิ้มย่องกับสุนทรพจน์ของตนเอง จู่ๆ ก็มีคนตบบ่าของตนคราหนึ่ง

“สารเลว! ข้ากำลังยุ่งอยู่” ต่งชิงซานกล่าวโดยไม่ได้หันหน้ากลับไป

“ชิงซาน——” เสียงอันคุ้นเคยเสียงหนึ่งดังจากด้านหลัง

เมื่อต่งชิงซานหันหน้ากลับไป ก็กล่าวด้วยความปีติยินดีขึ้นมาทันที “พี่ใหญ่ ท่านมาได้อย่างไร?”

หลินหว่านหรงหัวเราะพลางผงกศีรษะแล้วพูดว่า “ข้าเดินเตร่อยู่แถวนี้แล้วเห็นเจ้า เป็นอย่างไร พวกนี้คือลูกน้องของเจ้าหรือ?”

ต่งชิงซานผงกศีรษะด้วยความกระดาก หันหน้ากลับไปกล่าวกับลูกสมุนเหล่านั้นว่า “มัวแต่อึ้งหาอะไร รีบเรียกลูกพี่สิ”

“ลูกพี่——” เด็กหนุ่มยี่สิบกว่าคนร้องเรียกโดยพร้อมเพรียงกัน

หลินหว่านหรงเหงื่อแตกเต็มตัว ข้าไปเป็นลูกพี่ของแก๊งอันธพาลเด็กตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ต่งชิงซานกลับไม่สนใจเรื่องพวกนี้ เมื่อเห็นหลินหว่านหรงมา เขาก็รู้สึกตื่นเต้นยินดียิ่งนัก ลากหลินหว่านหรงมาแล้วพูดว่า “ลูกพี่ ท่านมาได้จังหวะพอดีเลยขอรับ อีกสักครู่พวกเราจะเปิดศึกกับหลี่เอ้อร์โก่ว”

“หลี่เอ้อร์โก่ว?” หลินหว่านหรงไม่รู้จักว่าไอ้เจ้านี่คือใคร เจ้าอ้วนตัวขาวๆ หน้ายิ้มซึ่งยืนข้างต่งชิงซานจึงรีบพูดว่า “ก็คือหลี่เอ้อร์โก่วที่เป็นหัวหน้าของพวกเขตใต้ขอรับ ลูกสมุนของเจ้านี่มี่ยี่สิบสามสิบคนได้ กดขี่คนอาชีพเดียวกัน ครอบครองตลาด ทำแต่เรื่องชั่ว พวกเรานัดหมายกับมันว่าว่าวันนี้จะสู้กันที่นอกเมือง ผู้ใดชนะเขตใต้ก็เป็นของผู้นั้น”

อ้อ เปิดศึกกันเร็วขนาดนี้เชียว? หน้าผากของหลินหว่านหรงมีเม็ดเหงื่อผุดออกมา เมื่อวานเพิ่งสั่งสอนให้ต่งชิงซานก่อตั้งองค์กรอาชญากรรม วันนี้มันกลับก่อตั้งกลุ่มขึ้นมาแล้ว

เจ้าอ้วนพูดอีกว่า “ลูกพี่ขอรับ เช้านี้ข้าได้ยินพี่ชิงซานกล่าวถึงท่าน บอกว่าท่านล้ำเลิศเหนือผู้ใด กล้าหาญชาญชัย เชื่อว่าด้วยการชี้แนะจากท่านพวกเราจะต้องสร้างการใหญ่ได้ในเร็ววัน ครอบครองวงการตราบนานเท่านานแน่เลยขอรับ”

หลินหว่านหรงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ตัวเองกลับเป็นลูกพี่ของพวกเด็กแสบพวกนี้ไปเสียได้ ไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือว่าร้องไห้ดี แต่จะว่าไปแล้วที่ต่งชิงซานทำเช่นวันนี้ก็เกิดจากการชี้แนะของหลินหว่านหรง จะโทษใครไม่ได้ ได้แต่โทษตัวมันเอง

เมื่อสนทนากันอยู่หลายคำจึงรู้ว่าเจ้าอ้วนคนนี้ชื่อหลี่เป่ยโต้ว เป็นคนที่สู้เก่งที่สุดนอกจากต่งชิงซาน  เขาเคยได้ยินต่งชิงซานพูดถึงหลายครั้ง


ค่ายพรรคยังไม่ได้สร้างก็จะไปรบรากับคนอื่นแล้ว สำหรับคนฉลาดอย่างหลินหว่านหรงย่อมไม่มีวันทำแน่ แต่ต่งชิงซานไม่เหมือนกัน มันยังหนุ่ม เลือดลมพลุ่งพล่าน ทั้งยังได้รับคำชี้แนะที่แปลกใหม่ที่สุดอีก ทั้งร่างจึงมีแต่ไฟลุกโชน ไปที่ใดก็ต้องแผดเผา


หลินหว่านหรงถอนใจ เร่งไปหน่อยก็เร่งไปหน่อยเถอะ ถึงอย่างไรก็เป็นการสู้ครั้งแรกของกลุ่ม ต้องชนะเท่านั้นห้ามพ่ายแพ้

เขาประเมินบรรดาลูกน้องของต่งชิงซานอย่างละเอียดถี่ถ้วน ถึงแม้จะท่าทางแคระแกร็นขาดสารอาหาร ทว่าสายตากลับมีชีวิตชีวา เห็นชัดว่าเป็นพวกที่เคยชินกับการต่อยตีไม่มีทางเสียเปรียบ หลินหว่านหรงจึงรู้สึกวางใจได้บ้าง

เวลาที่ต่งชิงซานนัดกับหลี่เอ้อร์โก่วใกล้มาถึงแล้ว แม้จะบอกว่าหลินหว่านหรงชี้แนะต่งชิงซานแล้วก็ตาม แต่เมื่อนึกถึงความเป็นห่วงของต่งเฉี่ยวเฉี่ยว ใจก็เกิดความกังวลว่าต่งชิงซานจะหุนหันพลันแล่นเกินไป ดังนั้นจึงตามเขาออกนอกเมืองด้วย


เขตใต้ของเมืองเป็นที่โล่งขนาดใหญ่ พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ป่าไม้รกชัฏ เป็นสถานที่ซึ่งเหมาะแก่การต่อยตี ฆ่าคนปิดปากของค่ายพรรคยิ่ง

ต่งชิงซานสำรวจภูมิประเทศละแวกใกล้เคียงมาตั้งแต่แรกแล้ว เขานำพาพี่ใหญ่และบรรดาพี่น้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ก้มเอวคลานเข้าไปในสุมทุมพุ่มไม้

พื้นที่ป่าแห่งนี้กว้างขวางมาก คนจำนวนยี่สิบกว่าคนซ่อนตัวอยู่ภายในกลับไม่รู้สึกเบียดเสียดเลยสักนิด

พืชเหล่านี้จะบอกว่าเป็นต้นไม้ก็ไม่ใช่ สูงครึ่งตัวคน ใบเริ่มเหี่ยวเฉา เส้นใยของใบมีกลิ่นหอมอันคุ้นเคยลอยมาแตะจมูกหลินหว่านหรง ทำให้เขาจิตใจกระปรี้กระเปร่า





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น