Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่13 “เข้าใจผิด”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่13 “เข้าใจผิด”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2561 04:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่13 “เข้าใจผิด”
แบบอักษร

ธนาธิปคนร้ายกาจในสายตาของมนสิชา แต่เขาเป็นเทพบุตรในสายตาของใครหลายๆ คน คนเราจะดูกันแค่เพียงกายภายนอก หรือแค่คำพูดอย่างเดียวไม่ได้แล้วจริงๆ เราจะต้องดูไปถึงการกระทำของเขาเหล่านั้นด้วย เพราะบางคนเป็นเทพบุตรในร่างซาตานดีๆ นี่เองรวมถึงธนาธิปด้วย มนสิชาพยายามอธิษฐานให้เขาและเธอพบเจอกันแค่ชาตินี้ก็พอ

นี่ก็ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว ดูท่าความสัมพันธ์ระหว่างมนสิชาและธนาธิปคงเป็นเพียงแค่เส้นขนานเท่านั้น ไม่ว่ามนสิชาจะทำดีเท่าไรธนาธิปก็ไม่เคยเชื่อเธอเลยสักครั้ง เธอก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเขาถึงจงเกลียดจงชังเธอนัก

เมื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยกิจกรรมที่น้องๆ ปีหนึ่งทุกคนต้องเจอคือการรับน้องนั่นเอง มนสิชาก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องอยู่ร่วมกิจกรรมด้วย ทุกวันในตอนเย็นเธอจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องที่เขาจัดสำหรับเฟรซชี่ปีหนึ่งเท่านั้น ซึ่งจะมีการซ้อมบูมคณะและบูมเอกด้วย

“คุณป้าค่ะ ช่วงนี้ปรางต้องกลับเย็นนะคะ เพราะที่มหาวิทยาลัยมีกิจกรรมรับน้องค่ะ ปรางต้องอยู่ร่วมด้วย” มนสิชาบอกคุณอารดา

“เอ่อ ปรางขออนุญาตกลับบ้านเองนะคะ ปรางเกรงใจคุณจอมทัพถ้าหากต้องมารอปราง” มนสิชายังพูดต่อไปอีก

“ก็ไม่เป็นไรนี่จ๊ะให้พี่เขาไปรอเถอะเพราะหนูต้องกลับบ้านดึกนะลูก” คุณอารดาพูดแย้งด้วยความเป็นห่วง

“แต่ปรางว่าไม่ดีมั้งค่ะ เพราะคุณจอมทัพทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว แล้วยังต้องมาเสียเวลานั่งรอปรางอีก ปรางเกรงใจค่ะคุณป้า” มนสิชาอธิบายเพิ่มเติม

“งั้นเดี๋ยวรอถามพี่เขาก่อนแล้วกันนะจ๊ะ” คุณอารดาพูด

“อ้าววว พี่เขามาพอดีเลย มานี่หน่อยสิลูก” คุณอารดาเรียกธนาธิปมาหา

“สวัสดีครับคุณแม่” ธนาธิปทักทายมารดา

“สวัสดีค่ะคุณจอมทัพ” มนสิชาพนมมือไหว้

“เอ่อ แม่มีเรื่องปรึกษาเรานิดหน่อยจะ” คุณอารดาเกริ่นนำ

“ครับ” ธนาธิปตั้งใจฟังเรื่องที่คุณอารดาจะพูดต่อไปนี้

“คือว่าหนูมะปรางต้องอยู่ร่วมกิจกรรมรับน้องที่มหาวิทยาลัยหนะลูกแล้วน้องต้องเลิกเย็นเลย น้องเลยมาขออนุญาตแม่ว่าจะขอกลับบ้านเองเพราะกลัวจอมทัพต้องรอนาน แม่เลยจะปรึกษาลูกว่าลูกจะเอายังงัยกับเรื่องนี้ดี ลูกจะไปรับน้องเหมือนเดิม หรือจะให้นายมั่นไปรับ” คุณอารดารีบเล่าเรื่องให้ธนาธิปฟังพร้อมทั้งถามคำตอบ

“ผมจะไปรับไปส่งให้เหมือนเดิมครับคุณแม่ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” ธนาธิปตอบออกไป

“ลูกแม่นี่น่ารักจริงๆ เลย” คุณอารดาชมบุตรชาย

“เอ่อ แต่ปรางว่าให้น้ามั่นไปรับปรางดีกว่าค่ะ เผื่อคุณจอมทัพติดธุระ หรือว่าอยากรีบกลับบ้านมาพักผ่อนจะได้ไม่ต้องมานั่งรอปรางนานๆ” มนสิชาพยายามเสนอข้อดีให้เขาเปลี่ยนใจ

“ฉันไม่ได้ลำบากเลยเพราะมันคือทางผ่าน ถ้าเธอกลัวฉันรอนานเธอตัดปัญหานั้นออกไปได้เลยนะ เพราะฉันจะเอางานไปนั่งทำด้วย โอเคมั๊ย” ธนาธิปแอบสะใจที่เห็นแววตาผิดหวังของมนสิชา

“หือ ลูกชายแม่นี่น่ารักจริงๆ เลย” คุณอารดายังชมบุตรชายต่อไป

“ค่ะ” มนสิชาได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมนี้ต่อ

ใครจะคิดว่าธนาธิปจะเล่นงัดไม้นี้ออกมาเพื่อทรมานเธอกันเล่า หนึ่งเดือนที่ผ่านมาทุกคนเห็นธนาธิปเป็นเทพบุตรแต่เธอเองกับเจอแต่ร่างซาตานเท่านั้น ดังนั้นทุกวันของเธอจึงต้องดำเนินต่อไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงสินะ


วันนี้ธนาธิปงานเสร็จเร็วกว่าปกติเขาจึงมีเวลาไปหานิชาภาแฟนสาวของเขา ธนาธิปมารับนิชาภาที่ที่ทำงานของเธอ เขาตั้งใจจะพานิชาภาไปช๊อปปิ้ง

“นิชาเสร็จงานหรือยังครับ” ธนาธิปถาม

“เสร็จแล้วค่ะจอมทัพ เราไปกันเลยมั๊ยค่ะ” นิชาภารีบตอบ

“ครับ” ธนาธิปรับคำ

“เอ้...ลมอะไรนะหอบแฟนที่น่ารักของนิชาให้มาหา” นิชาภาแกล้งแซว

“ลมคิดถึงครับ” ธนาธิปพูดจบก็กดจูบที่แก้มสาวเบาๆ

“วันนี้จอมทัพจะพานิชาไปไหนค่ะ” นิชาภาถามคำถาม

“ผมจะพาคุณไปช๊อปปิ้งครับ ขอเอามาทดแทนเวลาที่ผมหายไปนะครับ” ธนาธิปพูดอ้อน

“แฟนใครน้า น่ารักที่สุดเลยค่ะ” นิชาภาชมธนาธิป

“แฟนนิชาครับ” ธนาธิปรีบตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ทั้งสองคนมาถึงห้างสรรพสินค้าแล้ว เขาและเธอพากันเดินเลือกซื้อของต่างๆ นิชาภามีความสุขและเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อของเป็นอย่างมาก ซึ่งของทุกชิ้นที่เธอซื้อไม่ว่าราคาจะถูกหรือแพงธนาธิปเป็นคนจ่ายเงินให้ทั้งหมด นิชาภาเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้โดยมีธนาธิปเดินตามและถือของให้ซึ่งธนาธิปเองก็ไม่ปริปากบ่นสักคำเดียว เมื่อมาถึงร้านรองเท้านิชาภาเดินไปดูสินค้าที่เข้ามาใหม่ของเดือนนี้ ส่วนธนาธิปนั่งรออยู่ที่โซฟา เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น

“สวัสดีค่ะคุณจอมทัพ นี่ปรางนะคะ” มนสิชาโทรหาธนาธิป

“มีอะไร” ธนาธิปตอบกลับน้ำเสียงห้วน

“เอ่อ พอดีวันนี้ไม่มีกิจกรรมรับน้องค่ะ” มนสิชารีบบอก

“ตอนนี้ฉันไม่ว่างไปรับเธอหรอกนะ ฉันติดธุระอยู่ ฉันจะเสร็จธุระประมาณหนึ่งทุ่ม ไปเจอกันที่เดิม” ธนาธิปบอก

“ค่ะ” มนสิชาตอบ

“เฮ้อ!! แล้วแบบนี้จะทำอะไรดีนะ บ้านก็ยังกลับไม่ได้ เหลือเวลาอีกตั้งสองชั่วโมงครึ่งแหนะ” มนสิชาบ่นรำพึงกับตัวเอง

“มะปรางบ่นอะไรฮึ” ศาสตรายุถาม

“อ๋อ เปล่าค่ะ” มนสิชาพูดปด

“วันนี้รีบกลับบ้านรึเปล่า ไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้ากันมั๊ย” ศาสตรายุชวน

“ดีเหมือนกันค่ะพี่เมฆ ปรางอยากได้หนังสือพอดีเลย” มนสิชาตอบตกลง

ทั้งสองคนนั่งรถเมลล์เพื่อไปห้างสรรพสินค้าทันที เมื่อมาถึงทั้งคู่มุ่งตรงไปที่ร้านหนังสือ มนสิชาเหมือนหลุดออกมาอีกโลกหนึ่งเมื่อเธอได้อยู่กับพวกหนังสือ ศาสตรายุทำได้แค่คอยเดินตามเท่านั้น เมื่อมนสิชาได้หนังสือเล่มที่ต้องการแล้วจึงไปจ่ายเงินและออกจากร้านไป เวลาพึ่งจะผ่านมาแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้นมนสิชาเองก็ไม่มีเป้าหมายต่อไปเสียด้วยสิ แต่ดีที่มีศาสตรายุมาด้วยเขาจึงชวนเธอไปทานอาหารเพราะนี่ก็เวลาห้าโมงครึ่งแล้ว

“มะปรางไปกินข้าวกันมั๊ย” ศาสตรายุลองชวน

“โอเคค่ะพี่เมฆ ว่าแต่เราจะไปกินที่ร้านไหนดีค่ะ” มนสิชาตอบตกลง แล้วถามถึงร้านอาหารที่จะไปทาน

“ไปกินราเมนมั๊ยมะปราง พี่เห็นมีมาเปิดใหม่ด้วย” ศาสตรายุเสนอ

“ค่ะ” มนสิชาตอบ

ทั้งสองคนเดินไปยังจุดหมายที่ร้านราเมนตั้งอยู่ เมื่อมาถึงที่ร้านแล้วมีที่ว่างเหลือสองที่ตรงด้านข้างร้านซึ่งติดกับกระจกทั้งสองคนไม่อยากรอจึงต้องนั่งตรงนี้

“ทานอะไรดีมะปราง สั่งเลยมื้อนี้พี่เลี้ยงเอง” ศาสตรายุให้มนสิชาสั่งอาหารและบอกว่าจะเลี้ยงเธอด้วย

“ไม่ต้องเลี้ยงปรางหรอกค่ะพี่เมฆ เดี๋ยวปรางจ่ายเองนะคะ” มนสิชาปฏิเสธที่จะให้ศาสตรายุเลี้ยง

“โอเคครับ งั้นสั่งอาหารเถอะ” ศาสตรายุตอบรับ

“เอาชาชู ราเมนหนึ่งที่ค่ะ” มนสิชาบอกพนักงาน

“ของผมเอา ต้มยำชาชู ราเมนหนึ่งที่ครับ” ศาสตรายุบอกพนักงาน

ทั้งสองคนรออาหารอยู่สักครู่อาหารก็มาเสิร์ฟ มนสิชาและศาสตรายุนั่งทานอาหารกันไปคุยกันไปอย่างสนุกสนาน ศาสตรายุเล่าเรื่องที่เขาเปลี่ยนที่เรียนให้มนสิชาฟังว่าเพราะอะไร มนสิชาเองกำลังฟังไปเพลินๆ พร้อมกับพูดซักถามบ้าง ทันใดนั้นเองเส้นราเมนของมนสิชาหลุดออกจากตะเกียบทำให้เส้นตกลงไปในชามน้ำซุปที่อยู่ในชามกระเด็นเลอะแก้มและเสื้อของมนสิชา ด้วยความตกใจของศาสตรายุเขาจึงรีบหยิบทิชชูมาช่วยซับน้ำซุปออกจากแก้มของมนสิชาทันที ธนาธิปที่กำลังเดินผ่านหน้าร้านนี้ไปพอดีก็เหลือบไปเห็นมนสิชาที่นั่งอยู่ในร้านนี้แล้วมีชายหนุ่มเอาทิชชูเช็ดแก้มให้

“ขอบคุณค่ะพี่เมฆ ปรางมัวเม้าท์เพลินเลยไม่ทันระวังค่ะ” มนสิชารีบพูดขอบคุณ

“อืม แต่เดี๋ยวก่อนกลับบ้านพี่ว่าปรางไปล้างกับเช็ดเสื้อหน้าที่ห้องน้ำสักหน่อยนะ” ศาสตรายุช่วยให้ข้อเสนอ

“ค่ะ” มนสิชารับคำ

เมื่อทานอาหารเสร็จเรียบร้อยทั้งสองคนจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน ในตอนแรกศาสตรายุยืนยันจะไปส่งมนสิชาที่บ้าน แต่มนสิชาเกรงใจจึงตอบปฏิเสธไป มนสิชานั่งรถเมลล์มาลงที่ป้ายประจำ เธอรีบเดินไปรอที่ปากซอยเพราะกลัวว่าธนาธิปจะมาก่อนแล้วต้องทำให้รอ แต่เมื่อมาถึงธนาธิปก็ยังไม่มาทั้งที่จะถึงเวลาที่เขานัดแล้ว มนสิชาจึงต้องยืนรออยู่แบบนั้นอีกเป็นชั่วโมงกว่าเขาจะมา แต่ความจริงแล้วธนาธิปมาถึงตั้งนานแล้ว เขาหาเรื่องแกล้งให้มนสิชารอจึงแวะเข้าไปดื่มกาแฟตรงปั้มน้ำมันที่อยู่ใกล้ๆ แล้วปล่อยให้มนสิชายืนรอไปแบบนั้นก่อน

เมื่อธนาธิปขับรถมาถึงมนสิชาจึงเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถคู่กับเขา ธนาธิปไม่คิดที่จะเอ่ยคำขอโทษใดใดเลยเมื่อทำให้มนสิชาต้องรอนานแบบนี้ มนสิชาเองก็เช่นกันเธอไม่คิดที่จะต่อว่าเขาเพราะเธอรู้ว่าเธอไม่มีสิทธิ์

เมื่อรถจอดสนิทมนสิชาเตรียมตัวที่จะลงจากรถทันที เพราะเธอไม่อยากทนอยู่กับคนแบบธนาธิปนานๆ

“จะรีบไปไหนหละ ชอบไม่ใช่เหรอกับการอ่อยผู้ชาย แต่ยกเว้นฉันไว้สักคนนะเพราะฉันไม่ชอบกินของสกปรก จะทำอะไรช่วยคิดถึงหน้าของพ่อแม่ฉันบ้างก็ดีนะ หรือว่าข้าวที่กินอยู่ทุกวันนี้มันไม่มียางพอให้เธอสำนึกบุญคุณท่าน เธอก็เลยไม่มียางอายไปด้วย จะแรด จะร่านก็ดูแลตัวเองดีๆ หละ” ธนาธิปพูดจาถากถางมนสิชาก่อนที่เธอจะลงจากรถ

มนสิชาไม่คิดจะตอบโต้ธนาธิป เธอปล่อยให้เขาพูดจาดูถูกจนพอใจจากนั้นเธอจึงลงจากรถของธนาธิปแล้วรีบวิ่งเข้าบ้านทันที มนสิชารู้สึกเจ็บกับคำพูดของธนาธิปที่เขาว่าร้ายในสิ่งที่เธอไม่ได้เป็น แต่จะให้เธอมานั่งอธิบายให้เขาฟังทุกเรื่องเธอเลือกที่จะไม่ทำดีกว่า


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น