เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ชื่อตอน : 37.2 ลูกวัวน้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 137

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2561 21:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
37.2 ลูกวัวน้อย
แบบอักษร

          ท่ามกลางเหล่าดวงไฟที่มอดดับทีละดวง เหล่าเสียงเพรียกแผ่วเสียงเงียบงัน กระทั่งความมืดสลัวกางปีกโอบดวงไฟสุดท้าย กลางคืนอันเงียบสงัดไร้ซุ่มเสียงใด เหล่าสตรีต่างหลับใหล ในช่วงเวลาที่มิควรมีใครตื่น ยามนี้ในห้องนั่งเล่นปรากฏว่ามีหนูน้อยนางหนึ่ง

          “เขียนบรรยายรสชาติมันบดดีรึเปล่า”

          แสงหินไฟส่องสว่างริบหรี่เผยให้เห็นแม่นางน้อยเมรัยนั่งบนเก้าอี้ ใจจดจ่อเพ่งสมาธิที่แผ่นกระดาษ ปากกาหมึก ปอยผมยาวสลวย ใบหน้าบึ้งตึงคล้ายลูกหมาถูกเจ้านายทิ้งไว้นอกบ้าน เมรัยครุ่นคิดไตร่ตรอง คืนนี้นางนอนไม่หลับเลยใช้เวลาที่ยังไหวมิง่วง ลงมือเขียนจดหมายสองฉบับ ฉบับแรกเขียนถึงบาเบลร่า เรื่องที่เขียนก็มิพ้นเรื่องสุขภาพเมรัย สิ่งที่พบ คนที่เจอ เล่าเรื่องสนุกต่างๆที่เผชิญ ถ่ายทอดเป็นบทร้อยกรองหลายแผ่นกระดาษ ลงท้ายด้วยชื่อผู้ส่ง และประโยคบอกรักเอาใจ อย่าง “เมรัยรักพี่บาเบลร่าที่สุดเลย”

          ฉบับแรกมีความคิดให้เขียนมิรู้จบ กระนั้นฉบับที่สอง นั่งคิด กลิ้งคิด นอนคิด แอบใต้โต๊ะคิดก็ไม่มีเรื่องดีๆแม้แต่น้อย

          จดหมายถึงสเตฟานี…

          เมรัยควรเขียนสิ่งใดดีนะ สำหรับคนที่พึ่งรู้จัก ไม่รู้นิสัยลึกๆเป็นคนเช่นไร กระนั้นเมรัยเหมือนรู้จักสเตฟานีดีพอให้เขียนจดหมายติดต่อ การพบกันโดยบังเอิญ ครั้งแรก คราวเดียว และคราสุดท้าย หลังวันที่เมรัยไปฟังดนตรี วันถัดมาหมอผีน้อยก็คิดใคร่ฟังอีก แต่ว่าพอไปถึงที่หมาย ปรากฏที่นั้นว่างเปล่า ไม่มีนักดนตรีชื่อสเตฟานี ไม่มีตาเฒ่า ไม่มีภูตวิเศษ และรูปปั้นถือโล่ โรงละครมิมีอันใดนอกเหนือความเงียบเหงา และความอ้างว้าง

          สถานที่ที่ราวจักพังทลายประหนึ่งใบไม้ร่วงหล่นและแห้งกรอบในอีกไม่นาน

          เหมือนชีวิตนี้จักมิมีวาสนาพานพบกันอีก เมรัยรู้สึกเช่นนั้น

          นางอยากรู้จักสเตฟานี อยากทราบนักเปียโนสาวชอบทานอะไร ชอบสีชมพู่หรือเปล่า กลัวแมลงหรือไม่ พวกนางจักมีเวลาจัดงานเลี้ยงน้ำชาด้วยกันไหม กระนั้นเสมือนโชคชะตาเล่นตลก เพราะเย็นวันนี้ เมื่อวาน วันก่อนๆ เมรัยไปเยี่ยมโรงละครแล้วก็ไม่เจอใคร ราวกับว่าสเตฟานีไม่มีตัวตน เป็นเพียงภาพมายา และสิ่งที่เมรัยจิตนาการ นึก เพ้อฝันไปเอง

          ยายไม่เคยยินเสียงเปียโน

          เปียโนหลังนั้นพังแล้วหนู

          โรงละครปิดตายตั้งแต่ปีก่อน ห้ามใครเข้าออก

          คำตอบของคำถามที่เมรัยถามคนสัญจรผ่านบริเวณโรงละคร คุณยายที่บ้านนั่งเฝ้าทักไหมพรม ท่านอยู่ใกล้โรงละครที่สุด แต่มิเคยได้ยินเสียงเพลงสักครั้ง ช่างซ่อมเครื่องดนตรีที่เปิดร้านใกล้ๆโรงละคร บอกเมรัยว่าเปียโนในห้องแสดงพังแล้ว ไม่สามารถเล่นให้มีเสียงไพเราะ เจ้าหน้าที่ทางการบอกเตือนให้เมรัยพูดดีๆ เพราะโรงละครห้ามใครเข้าใกล้

          ความจริง

          เสียงเปียโนที่เมรัยได้ยิน…

          …บนโลกนี้ ไม่มีใครได้ยินนอกจากนาง

          “ข้าเชื่อว่าเจ้ามีจริงนะ..”เมรัยวางปากกาฟุบหน้าแปะโต๊ะ นางเงยหน้าและเหลียวมองรอบห้อง บางครั้งเครื่องใช้ต่างๆรอบตัวก็สามารถใช้เป็นแรงบันดาลใจได้ เมรัยมองแก้วน้ำ แจกันดอกไม้ ภาพแขวนผนัง หมอผีน้อยเอียงคอ คราวนางหลุบตาค่อยๆจรดปลายปากกา เขียนในสิ่งที่นางคิดว่าดีที่สุด เสียงปากกาขีดเขียนลื่นไหล เมรัยเขียนเสร็จเรียบร้อยก็พับเก็บใส่ซองจดหมายลายคุกกี้

          นางพลิ้วมองท้องฟ้ากลางคืน ครั้นตระหนักว่าสมควรนอนแล้ว

          “ยังหิวๆ”เมรัยลูบท้องป่องๆใคร่อยากทานของว่างมื้อดึก นางจำคำเตือนพี่แคโรไลน์สั่งห้ามไม่ให้เข้าห้องครัวไปขุดคุ้ยหาขนมตอนกลางคืนเด็ดขาด เพราะเมรัยชอบกินขนมน้องๆและแอบทานส่วนพิเศษเฉพาะแม่วัวสาวด้วย เมรัยคือเจ้าตัวตะกละที่ไม่มีความเกรงใจ ซึ่งนางเป็นจริงๆ หน้าด้านด้วย หมอผีน้อยไม่สนคำเตือน แอบย่องไปห้องอาหารประหนึ่งจอมโจร

          ตุบ ตอนหมอผีน้อยใช้ฝีเท้าอุ้งตีนแมวลอบเร้น นางอาศัยความมืดหลบชิดโต๊ะ กระทั่งมุดไปชนก้อนเนื้อใหญ่ยักษ์มโหฬาร “อุ๊ย” ท่ามกลางเงาดำมีแสงสว่างส่องไสว แคโรไลน์รีบจุดไฟเพื่อจักดูสิใครแอบซนมาชนก้นนาง “ม่า…เมรัย” “….!!” เมรัยผงะตาเบิกกว้าง นางใช้หัวชนเนื้อนุ่มนิ่มพลางถูกแรงสะท้อนเด้งจนล้มกลิ้ง ดวงตาสีเพลิงกระวนกระวาย เหงื่อแตก คิดไม่ถึงว่าแผนการขโมยขนมจักพลาดเพราะดันเจอผู้เฝ้าสมบัติตรงๆ

          “อาเร๊ะ พี่แคโรไลน์ใคร่ทานมื้อดึกเหมือนกันหรือ ไหนใครบอกห้ามไม่ให้กินน้า”

          นี่แนะ คนที่ถูกจับได้คือแคโรไลน์ต่างหาก เมรัยรีบกลับดำเป็นขาวทันทีทันใดแล้วโยนความผิดให้แคไรไลน์ แม่วัวสาวบอกเองแท้ๆว่าห้ามทานขนมตอนกลางคืน แล้วนี่คืออะไร ฮึ  

          ณ ห้องอาหารเกิดเหตุปะทะ แคโรไลน์ลืมตาพลันค่อยๆหลุบต่ำอย่างมีมนสะกดให้เคลิ้มจิตหวั่นไหว นางพึ่งอาบน้ำเสร็จ ยังมิทันสวมชุดนอน ยามนี้มีนางสวมแค่ผ้ากันเปื้อนสีขาวผืนบางเบาที่ปิดบังพื้นส่วนเรือนร่างสามส่วน อีกเจ็ดส่วนเผยชัดโล่งโจ้ง ผิวสีครีมน้ำตาลมีเนื้อเป็นมัด ทรวงอกสองเนินที่เปรียบดั่งภูเขาสองลูกใช้ผ้ากันเปื้อนปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิด มันมีเผยยอดพรูสีชมพูแกว่งล่อตาล่อใจ นางสวมเพียงผ้ากันเปื้อนจริงๆ ท่อนบนจรดท่องล่าง

          สายลมเย็นพัดลอดหน้าต่าง แคโรไลน์หนาวนิดๆ

          “แถมยัง…”เมรับส่ายหน้าหนี นางเขินมิกล้าจ้องแม่วัวสาวในสภาพชุดวันเกิด บั้นท้ายอุดมไขมันที่เมื่อครู่นางชนเต็มๆก็มีน้ำหนักพอนั่งทับเมรัยจนแบนเป็นโรตีใส่ไข่ หมอผีน้อยสะพรึงขาสั่นระริก จู่ๆเกิดกลัวจะโดนแคโรไลน์เขมือบตั้งแต่ตอนนี้ ส่วนด้านแคโรไลน์เพียงสงสัยทำไมเมรัยมาอยู่ที่นี้ ในเวลาต้องห้าม แถมยังประสงค์โยนความผิดให้นางแล้ว เมรัยหวังจักรอดหรือ เด็กหนอ ช่างไร้เดียงสา

          จับตบสักทีดีหรือไม่

          แม่วัวสาวแสยะยิ้มภายใต้เงาสลัวที่ขับรอยยิ้มนางให้เหมือนนางฟ้ากึ่งนางมาร หูเรียวยาวลู่ลงอย่างมีชั้นเชิง ใบหน้าโฉมงามให้มีเสน่ห์เย้ายวนพลั่งมองก็อาจโดนขโมยหัวใจไปง่ายๆ

          ในฐานะที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในวังหลวง แคโรไลน์รู้วิธีเอาใจผู้อื่นต้องใช้ลูกไม้อย่างไรถึงสำฤทธิ์ผลสิบส่วน นางคืบคลานเข้าใกล้เมรัย เงาดำทมิฬเคลื่อนทับบดบังสาวน้อย เมรัยปากกระตุก หัวใจเต้นระรัว นางสัมผัสถึงความตายเบื้องหน้า พลันสะบัดหางเตรียมหนี

          “จะหนีไปไหนหรือเมรัย…”

          ตึก เมรัยเข่าทรุด นางพ่ายแพ้ต่อพลังมาโฮแม่วัวสาวหนแล้วหนเล่า หมอผีน้อยไม่รู้จักหัวเราะหรือร้องไห้ดี แม้นให้นางฝึกฝนวิชาต่อสู้ทั้งชีวิตก็ไม่มีทางต่อกรกลิ่นมาโฮของแคโรไลน์ได้ ไม่มีทาง

          ความโหดร้ายของแคโรไลน์มิค่อยมีเด็กดีคนไหนเห็นนัก กระนั้นเมรัยเห็นบ่อย

          “กรี๊ด”ฝ่าเท้าวัวเหยียบ ปลายนิ้วเสียบใจกลางร่องบั้นท้ายเมรัย น้ำหนักโดยร่วมที่มีมากกว่าเมรัยสิบแปดเท่ากดเบาๆ เมรัยนอนราบ ตาเหลือก นางเจ็บปวดรวดร้าว เมื่อตอนงานเลี้ยงก็โดนนารีเล่นแล้ว คราวนี้ยังโดนแคโรไลน์ซ้ำอีก

          บดบี้ให้แหลกเละ เหมือนที่แคโรไลน์ทำกับผู้ชายน่าโง่ที่ตามตื้อนางมิเลิกรา

“ม่า- ไหนๆเมรัยก็อยากกินขนม ทำไมไม่มากินที่ห้องข้าละจ๊ะ”

          “เจ้าค่ะ..กินด้วยกันถึงจักอร่อย…”

          ไม่สิทธิ์ปฏิเสธ เมรัยจำใจช่วยแคโรไลน์หอบจานขนมขบเคี้ยวไปนั่งกินที่ห้องนอนแคโรไลน์ หมอผีน้อยก้าวเท้าเข้าถ้ำมังกรแล้ว หากคิดหนีโดยเร็วมีหวังคืนนี้หมดหวังกลับไปนอนกับพวกนารีแน่ ดังนั้นนางต้องอดทนอดกลั้นความกระหาย ไม่หลงมั่วเมากับเรือนร่างเย้ายวนชวนน่าลายไหลของนางฟ้าโฉมสะคราญ เมรัยต้องใจแข็งดั่งภูผา คิดเสียว่าแคโรไลน์แค่อยากพูดคุยด้วย ไม่เล่นซน

          คืนพรุ่งนี้ค่อยทำ เพราะฉะนั้นคืนนี้ไม่เป็นไร

          “พี่แคโรไลน์ไม่ใส่ชุดนอนหรือ”

          แม่วัวสาวยังสวมผ้ากันเปื้อน นางนั่งลงเตียงนอนทีเตียงก็ยุบเป็นหลุมบ่อ แคโรไลน์นั่งอ้าขาอวบอิ่มปล่อยให้เมรัยกลืนน้ำลายมองระหว่างขาที่มีผ้ากันเปื้อนหล่นปิดซ่อนส่วนสงวนได้อย่างพอดิบพอดี กระนั้นพอแม่วัวสาวขยับยืดแขน ผ้าชิ้นบางๆพวกนั้นก็ไม่ปิดแล้ว นางไร้ความอาย แคโรไลน์ไม่ถือสาเมรัย พวกนางต่างก็เป็นผู้หญิงทั้งคู่ เมรัยยังเด็ก แคโรไลน์ก็เป็นผู้ใหญ่ เหมือนแม่ลูกเสียมากกว่าพี่สาวน้องสาว ดังนั้นให้เมรัยเห็นจะนับเป็นอะไร

          แคโรไลน์รู้ใจเมรัยอยากดู นางผู้เป็นมารดาจักปิดทำไม

“เมรัยมาใกล้ๆสิ”

          “อือ”หมอผีน้อยไม่ดื้อรั้นเกาะประตู นางอยากลูบไล้และบีบนวดเนื้อนุ่มนิ่ม หมอผีน้อยลอบถอนหายใจพลางเดินมานั่งตักแคโรไลน์ แม่วัวสาวยิ้มอ่อน นางใช้วงแขนโอบกอดเมรัยพยายามทำให้สาวน้อยอบอุ่นด้วยไอรักละมุน เป็นเหมือนคืนแรกที่ทั้งคู่นอนด้วยกัน แคโรไลน์กอดเมรัยเอาไว้ คล้ายจักปกป้องและดูแลทะนุถนอมมิให้เมรัยแตกสลาย ประหนึ่งแม่ไก่หวงลูกเจี๊ยบ

          อ้อมกอดของสตรีเปลือยเปล่าทำให้สาวน้อยร้อนระอุ นางเองก็สวมเพียงชุดนอนเนื้อผ้าบางเบา มิสวมอาภรณ์หลายชั้นเฉกเช่นตอนกลางวัน และด้วยเสื้อผ้าชุดเดียวจึงไม่อาจอำพรางเรือนร่างเมรัย ทรวงทรงอวบอ้วน ส่วนเอวโผล่เป็นชั้นเนิน อกซาลาเปามีขนาดเพิ่มขึ้นจากหลายวันก่อน น่องขาเริ่มใหญ่โต ขนาดตัวอาจเรียกได้ว่าเป็นแคโรไลน์น้อย “น้ำหนักขึ้นแล้วหรือ” แคโรไลน์อมยิ้มสุขสม ได้เห็นลูกสาวอ้วนเหมือนพะยูนนางก็สบายใจ

          “สิบโลเจ้าค่ะ งืม”สาวน้อยเบ้ปากปล่อยให้หญิงสาวบีบนวดหน้าท้องหมู แคโรไลน์แนบพวงแก้มคลอเคลียแก้มเมรัย นางคิดอยากขุนให้เมรัยอ้วนจ้ำม่ำตั้งแต่แรกที่พบกัน เพราะตอนนั้นเมรัยผอมเหมือนกุ้งแห้ง ผอมแห้งจนน่าสงสารเหมือนลูกหมาขาดสารอาหาร บาเบลร่า นาเดีย และแคโรไลน์ช่วยกันระดมสมองคิดแผนทำให้เมรัยอวบเท่าพวกนาง กระทั่งแผนของแคโรไลน์ได้ผลดีสุด แผนง่ายๆอย่างทำอาหารอร่อยๆและยัดใส่ปากเมรัยจนสภาพเป็นเช่นนี้

          เพราะข้าวฝีมือพี่แคโรไลน์อร่อย…ข้าจึงหยุดกินไม่ได้ นมด้วย

          พวกแคโรไลน์อยากให้ลูกสาวอ้วนน่ารักมีน้ำมีนวล จะได้ไม่มีชายใดหมายตาจับจ้อง แม้เมรัยไม่มีเสน่ห์น่าหลงใหลเหมือนพวกผู้ใหญ่ กระนั้นอ้วนก็ดีกว่าผอม 

          “น่ากลัว..”

          เมรัยหดศีรษะคราวสบตาแววตาอ่อนโยนอารีอาทรที่สบมอง ความรักของพี่แคโรไลน์ช่างน่ากลัว เมรัยกลืนน้ำลายคิดว่าหากตนพักอยู่ที่เมืองนี้อีกสามเดือนมีหวังนางโตไปเป็นแบบพวกพี่แคโรไลน์แน่ ถึงตัวจะน่ารับประทานเหมือนแม่วัวเนื้อแน่น กระนั้นน่าตาเมรัยไม่สวยเหมือนพวกพี่ๆ นางต้องกลายเป็นปีศาจวัวของแท้ไม่ใช่นางฟ้า นางมาร นักปราชญ์

          “อยากดูดนมหรือไม่” แคโรไลน์เอนตัวล้มนอนหงาย เมรัยคล้อยเอนตามติดๆ แม่วัวสาวเอ่ยกระเซ้าหมายกล่อมให้หมอผีน้อยลุ่มหลงหัวปักหัวปำ เนื่องจากนางพึ่งขึ้นจากน้ำจึงมีกลิ่นสบู่ หอมกรุ่นลอยโชยแตะจมูกเมรัย หมอผีน้อยหนีบขา นางอยาก กระนั้นห้ามขาดสติ เพราะหากนางก้าวพลาดอ้าปากแลบลิ้นเลียสักครั้ง นางจะกลับมาไม่ได้

          อย่านะ อย่าฟัง

          “นมอุ่นๆเมรัย”

          งับ แคโรไลน์ซุกมือใต้เสื้อเมรัยและดึงยอดพรูทับทิมแม่นางน้อยมากัดยั่ว เมรัยปากอ้าร้อง นางอยากกัดคืนเหลือเกิน

          อย่าไม่ได้ ห้ามทำนะ

          “เมรัย…”

          เมรัยเรียนรู้วิธีเป่าหูจากแคโรไลน์ แม่วัวสาวเป็นครูสอนวิธีกำราบเหยื่อให้หมอผีน้อยด้วยตนเอง บทเรียนบนเตียงของสองต่อสอง ไม่อิงตำราใช้ร่างกายสอนล้วนๆ

          “ไม่!!”เมรัยผลักไส้โอ่งมังกรชั่วร้าย ดันนมแคโรไลน์ออกห่าง หมอผีน้อยลุกและกระดืบลงเตียงโดยเร็ว นางวิ่งไปที่ประตูและผลักเปิด เผ่นหนีอย่างว่องไว ไปแล้วไม่เหลียวหลังกลับ!!

          “ม่า- ลูกคนนี้”

          สำหรับคำอำลาเอาไว้คืนพรุ่งนี้ก็แล้วกัน แคโรไลน์นอนซบหมอนอย่างเดี่ยวดาย ผ้ากันเปื้อนถูกเมรัยถอดไปตั้งนานแล้ว ยามนี้นางนอนตัวเปล่าล่อนจ้อนมีผ้าห่มคลุมบางส่วน ทรวงอกแตงโมกองทับวงแขนใหญ่ สะโพกมหึมาโค้งเป็นเนินนูน เรือนเกศาสีทองขาวแผ่กระจายเงางาม คราวดวงเนตรไอหมอกปิดลงช้าๆด้วยไอรักยังมิเลือนหาย…

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น