akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ภาค 3 บทที่ 34

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.2k

ความคิดเห็น : 58

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2561 20:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 3 บทที่ 34
แบบอักษร

34

            แสงแดดจากด้านนอกส่องเข้ามากระทบผิวกายนานจนผ่านไปหลายชั่วโมง  ร่างสูงโปร่งจึงขยับตัวเพียงเล็กน้อย ก่อนที่เปลือกตาจะเปิดขึ้น

                นาฬิกาบอกเวลาเกือบบ่ายสอง  คริสไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด  วันนี้เขามีนัดทานมื้อเย็นที่บ้านของเพื่อนสนิท ชายหนุ่มตรงเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย  เขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดสักเท่าไหร่นักที่ต้องพักอยู่ในห้องเช่า  เพราะเขาเองก็เดินทางรอบโลก พักมามากมายหลายที่ จนสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่อย่างใด

                สายน้ำไหลปะทะกับร่างกายที่ขาวสะอาด ราวกับช่วยชะล้างความเหนื่อยล้าและความง่วงให้หายไปจนหมดสิ้น  เมื่อคืนเขานอนดึกไปหน่อย เพราะช่วงนี้กำลังติดรายการทีวี

                …เขาไม่จำเป็นต้องรีบเร่ง…ทุกอย่างย่อมต้องใช้เวลาในการคว้ามา…

                ชายหนุ่มนึกถึงเด็กน้อยที่อาศัยอยู่ร่วมอพาร์ทเมนท์เดียวกัน คริสไม่ชอบทำอะไรถ้าหากไม่ได้ประโยชน์  เขารู้ดีว่าน้ำจะเป็นสะพานพาเขาไปหาสิ่งที่เขาต้องการ  เขาต้องการตัวเด็กคนนี้ให้มาเป็นพวกเดียวกับเขา

                หลังจากจัดการธุระส่วนตัวจนเสร็จสิ้น  คริสก็มาอยู่หน้ากระจก เขาสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง  เมื่อเช็คจนแน่ใจแล้วว่าพร้อมที่จะออกไปจากห้อง เขาจึงเดินไปหยิบกุญแจรถ ก่อนจะลงลิฟต์ไปด้านล่าง

                สายตาของคริสปะทะกับร่างที่เขาคุ้นเคย  น้ำกำลังเดินถือข้าวกล่องเดินกลับมาในอพาร์ทเมนท์  ชายหนุ่มส่งยิ้มให้  น้ำยิ้มตอบอย่างเป็นมารยาท  วันนี้เขาไม่ว่างจะเข้าไปเล่นกับอีกฝ่าย มีบางอย่างที่น่าสนใจกว่าเด็กคนนี้

                คริสขับรถมุ่งตรงไปยังบ้านของเชน  เขาต้องการพบกับคนคนหนึ่ง เพื่อยืนยันอีกครั้งว่าสิ่งที่เขาคิดมันถูกต้อง

                “มาแล้วเหรอ นึกว่าจะเบี้ยวแล้วซะอีก”

                เชนเดินเข้ามาคุยกับเพื่อนรักด้วยท่าทางอารมณ์ดี  คริสระบายยิ้มจางๆ ก่อนจะโต้ตอบกลับไป

                “ถ้าฉันเบี้ยวนัด คงเป็นคนที่มารยาทแย่น่าดูเลยนะ”

                “เข้ามาก่อนสิ”

                เขาตบไหล่เพื่อนรัก ให้คริสเดินเข้ามาในบ้าน  คริสเดินเข้ามาในบ้านตามที่เพื่อนตัวสูงต้องการ  เขากำลังกวาดสายตาหาใครบางคน

                “เอ่อ…นายอยู่บ้านคนเดียวเหรอ”

                “คุณแม่กับคุณลุงออกไปข้างนอก   แต่อีกสักพักก็จะกลับมาแล้วล่ะ”

                เพราะโทรคุยเรียบร้อยแล้ว เชนจึงรู้ว่าอีกไม่นานมารดาของเขาจะกลับมา  แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่คริสสนใจมากนัก  เขากำลังต้องการหาใครอีกคนที่เขายังไม่เคยพบเจอมาก่อน

                “อ่า…อย่างนั้นเหรอ”

                “ใช่  นายมีอะไรหรือเปล่า”

                “ไม่มีอะไรหรอก”

                คริสไม่อยากทำตัวผิดปกติ เขาเดินตามเชนไปจนถึงห้องรับแขก  ชายหนุ่มหย่อนกายนั่งลงบนโซฟา ไม่นานก็มีแม่บ้านเอาน้ำมาเสิร์ฟ

                “จริงสิ…นายไปอยู่ที่ไหน”

                เชนเปิดประเด็นคำถามที่เขาอยากรู้  คริสหันไปมองเพื่อน แล้วกดยิ้มเจ้าเล่ห์

                “ความลับ”

                “ให้ตายสิ  ฉันเกลียดรอยยิ้มที่อยู่บนหน้าสวยๆของนายจริงๆ”

                เพราะฟ้าประทานใบหน้าที่งดงาม แต่นิสัยเจ้าของใบหน้านี้กลับไม่ได้น่ารักเหมือนกับใบหน้าสักนิด  หรือจะบอกว่าเป็นผู้ชายแมนๆคนหนึ่งก็ว่าได้

                “เห็นนายเคยพูดถึงน้องชายตั้งหลายครั้ง  ตอนนี้เขาอยู่ไหนล่ะ”

                คริสพุ่งประเด็นไปถึงสิ่งที่อยากรู้ แต่คำตอบกลับไม่แน่ชัดเอาเสียเลย   

                                “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

                เพราะว่าวายุไม่ได้บอกใครเลยว่าออกไปไหน ทำให้ไม่มีใครรู้

                “แล้วน้องนายจะกลับมาทานมื้อเย็นที่บ้านหรือเปล่า”

                นี่คือสิ่งที่คริสกังวลใจมากที่สุด เขากลัวว่าการมาครั้งนี้ของเขาจะเสียเปล่า เพราะไม่เจอกับคนที่อยากเจอ

                “ฉันเองก็ไม่แน่ใจ แต่ปกติ วายุก็กลับมาทานมื้อเย็นแทบทุกวันนะ”

                แม้เชนจะตอบแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สิ่งที่เคยเกิดขึ้นทุกวัน มันจะเกิดขึ้นในวันนี้  ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เขาไม่อยากจะแสดงท่าทีให้เชนสงสัย

-------+++++-------

                “อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะสอบปลายภาคแล้วไม่ใช่เหรอ”

                วายุนั่งมองโทระที่แสดงท่าทีเหนื่อยกับการเรียน  มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะวันนี้เจ้าตัวเรียนยิงยาวตั้งแต่เช้ายันเย็น เหตุผลก็เพราะไทกะสละเวลาเรียนของตัวเองให้น้องชายตัวดีได้ฝึกฝนมากขึ้น

                “ก็รู้แล้วน่า”

                ว่าพลางเมินหน้าหนีไปอีกทาง  จากที่วายุสังเกต  โทระก็เรียนรู้ได้เร็ว แต่อาจจะไม่เทียบเท่าไทกะ  แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าตัวมีมากกว่าคือความขี้เกียจ ที่พาให้ผลการเรียนไม่ได้โดดเด่นเท่าพี่ชาย

                “นายไม่เหนื่อยบ้างหรือไง”

                โทระหันไปถามวายุ เพราะวายุก็มาสอนเขาตั้งแต่เช้า  วายุเองก็เหนื่อย แต่เขาไม่อยากอยู่ที่บ้านหลังนั้นสักเท่าไหร่ หากไม่มีบิดาอยู่  แต่บางครั้งวายุก็คิดว่าเขานิสัยเสียเกินไป บางทีเขาควรจะเปิดใจรับจิตตาให้มาเป็นคนในครอบครัว

                การสันนิษฐานของเขาอาจจะผิด เพราะเขาเคยคิดว่าจิตตาเป็นคนที่ส่งคนมาทำร้ายเขา แต่ทว่าพักหลังมานี้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีก จนวายุคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากความเข้าใจผิด  มือปืนคนนั้นอาจจะไม่ได้ตามมาฆ่าเขา  แต่ทุกอย่างเป็นเพราะอีกฝ่ายจำคนผิดจริงๆก็ได้

                “ท่าทางนายจะเหนื่อยกว่าฉันอีกนะ”

                พอเห็นวายุเงียบไป  โทระจึงบอกแบบนั้น เขาคิดว่าวายุน่าจะกำลังคิดมากกับบางเรื่อง แต่ก็ไม่ได้อยากจะก้าวก่ายสักเท่าไหร่

                “พอแค่นี้ล่ะ”

                เสียงของไทกะเหมือนเป็นเสียงสวรรค์ในวันนี้ เพราะแฝดผู้พี่เดินเข้ามาในห้อง แล้วบอกกับทั้งสองคน

                “ฉันลืมบอกพวกนายไปเลย”วายุนึกบางอย่างขึ้นได้

                “มีอะไรเหรอ”โทระถาม

                “ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป  ฉันไม่ค่อยว่างมาสอนแล้ว เอ่อ…ก็เลยคิดว่าจะให้พวกนายหาคนมาแทนฉัน”

                แม้จะรู้สึกผิด แต่วายุต้องเลือกในสิ่งที่เขาควรทำ  อีกอย่างงานสอนพิเศษ เป็นสิ่งที่เขาเลือกทำเมื่อตอนที่มีปัญหากับบิดา แล้วต้องออกมาอยู่ข้างนอก แต่ในตอนนี้แทบไม่มีความจำเป็นแล้ว

                “จะไม่มาสอนเลยเหรอ”

                ไทกะก็พอจะรู้ เพราะวายุเคยพูดเรื่องนี้เอาไว้บ้างแล้ว แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้

                “ก็พอว่างบ้าง แต่ก็กลัวพวกนายจะเรียนไม่ติดต่อกันน่ะ  ก็เลยคิดว่าหาคนใหม่มาแทนเลยน่าจะดีกว่า”

                “แล้วนายว่างวันไหนบ้าง”

                เพราะไม่อยากให้ขาดการติดต่อไปเลย  ไทกะจึงอยากจะหาเวลาพบกับวายุบ้าง แม้แค่วันเดียวก็ยังดี

                “ถ้าให้มาสัปดาห์ละวัน ก็น่าจะได้อยู่นะ”

                วายุบอกตามที่คิด ไทกะและโทระมองหน้ากัน

                “งั้นนายก็มาวันเดียว  ส่วนวันอื่นๆ ฉันจะเป็นคนช่วยติวให้หมอนี่เอง”

                เพียงเท่านั้นก็ทำให้โทระตาโต เขาหันไปมองพี่ชายทันที ไม่คิดว่าจะได้รับสิทธิพิเศษที่เขาไม่อยากได้ ร้อยวันพันปีไม่เห็นอยากจะติวให้กับเขาเลยนี่นา

                “เอางั้นก็ได้นะ”วายุยิ้ม

                “ก่อนกลับ อยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันก่อนสิ”ไทกะชวน

                วายุนึกไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าวันนี้เพื่อนของเชนจะมาที่บ้านเขา เขาเองก็ไม่อยากจะรู้จักกับคนรู้จักของทางฝั่งจิตตาสักเท่าไหร่

                “เอาสิ”

                การตัดสินใจครั้งนี้ น่าจะดีที่สุด เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องนั่งทนกระอักกระอ่วนในขณะทานข้าวที่บ้าน

                “พวกนายคุยกันเสร็จหรือยัง  ฉันขอนอนหน่อย”

                เพราะหมดแรงไปกับการเรียน  โทระจึงเตรียมตัวกระโดดขึ้นเตียงเพื่อนอนพักสายตาสักครู่ก่อนลงไปทานมื้อเย็น

                “งั้นเราก็ไปกันเถอะ”

                ไทกะจับข้อมือของวายุแล้วจูงมืออีกฝ่ายเดินออกจากห้อง วายุก้มมอง แล้วเงยหน้ามองไทกะ

                “เอ่อ..ปล่อยได้แล้ว”

                เพราะรู้สึกแปลกๆ จึงต้องบอกไปแบบนั้น ไม่ใช่ว่าเขานึกรังเกียจชายหนุ่ม เพียงแต่รู้สึกเขินขึ้นมาก็เท่านั้นเอง เขาก็ไม่ใช่เด็กๆแล้ว แต่ยังรู้สึกเขินกับแค่การจับมือ  นอนด้วยกันก็นอนมาแล้ว  จูบก็เคยมาแล้วด้วย…

                ไทกะจูบเขาทำไม…             

                “หลังจากนี้  ฉันคงไม่ค่อยได้เจอนายแล้ว”

                วายุเปรยขึ้นมา  รู้สึกใจหวิวๆเหมือนกันที่อาจจะไม่ค่อยได้เจอไทกะ  ร่างสูงเดินนำวายุไปที่ห้องนอนของตัวเอง

                “มีอะไรหรือเปล่า”

                “ฉันให้”

                วายุรับสมุดเล่มเล็กหนามาเปิดดู  เขามองไทกะที่กำลังมองเขาอยู่  ภายในวาดเป็นภาพเด็กคนหนึ่ง พอเปิดไล่ผ่าน จึงเห็นว่าเป็นภาพเด็กผู้ชาย

                “นะ…นี่นาย…”

                “ลองเปิดเร็วๆสิ”

                เขามองหน้าไทกะแล้วอมยิ้ม  วายุมองภาพการ์ตูนในสมุดที่เคลื่อนไหวเมื่อเขาเปิดสมุดเร็วๆ  เป็นภาพเคลื่อนไหวที่เด็กชายคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้  แต่ไม่นานก็มีสิ่งมีชีวิตตัวใหม่โผล่เข้ามา  วายุรับรู้ว่าเป็นลูกเสือตัวน้อยที่กระโจนเข้ามากอดปลอบเด็กผู้ชายคนนั้น จนทำให้เด็กผู้ชายหยุดร้องไห้

                “น่ารักจัง”

                วายุอมยิ้มกับสิ่งที่เห็น  ไทกะอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามเมื่อเห็นคนที่ตัวเองชอบนั้นยิ้มออกมาแบบนี้

                “นายวาดเองเหรอ”

                แทนคำตอบ  เจ้าตัวพยักหน้าแทน  วายุถึงกลับอึ้งไปเลย เมื่อไทกะบอกแบบนั้น  ไม่อยากจะเชื่อว่าไทกะนอกจะหัวดีในเรื่องเรียนแล้ว  เรื่องศิลปะ เจ้าตัวก็เก่งเหมือนกัน

                “น่าจะใช้เวลาทำนานนะ  นายเอามาให้ฉันแบบนี้  ไม่เสียดายเหรอ”

                “อยากให้นายเก็บไว้  เวลาเหนื่อย  หรือไม่สบายใจ ก็เอาออกมาดูแล้วกัน”

                “อ่า…”

                ทั้งคู่สบตากัน  ไทกะเคลื่อนกายเข้าไปหาวายุ  รั้งร่างเข้ามากอด

                “อย่าลืมว่าฉันอยู่ข้างนายเสมอ”

                อ้อมกอดที่อบอุ่นทำให้วายุต้องกอดตอบ เขาซบหน้ากับไหล่กว้าง

                “ขอบใจนะ”

                ผละออกแล้วจึงลูบกลุ่มผมนิ่มไทกะ  วายุยิ้มอย่างอ่อนโยน  เขาได้รับการปลอบใจจากไทกะมาหลายครั้ง  ลูกเสือที่ไทกะวาด  วายุเดาว่าน่าจะหมายถึงตัวไทกะที่ปลอบโยนเขาในยามที่เขาต้องเจอกับปัญหา

                ไทกะจับมือวายุที่จับหัวเขา  ก่อนจะกดจูบที่หลังมือนั้น  แววตาคมกริบที่สื่อมามีความหมายจนวายุหายใจติดขัด

                “ไทกะ…”

                วายุไม่รู้ว่าตัวเองจะทำตัวยังไง เพราะเขาไม่เคยชอบพอกับผู้ชายด้วยกันมาก่อน แถมคนตรงหน้าเขาก็ยังเด็กกว่าเขาอีก

                “ฉันไม่รู้ว่านายคิดอะไรอยู่”

                “อ่า…”

                “แต่ฉันจะพูดให้ชัดอีกครั้ง”

                วายุได้แต่กลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ  หายใจติดขัดขึ้นมา เมื่อไทกะจ้องมองเขาอย่างลึกซึ้ง

                “ฉันชอบนาย…วายุ”

                “เอ่อ…ฉันก็ชอบนายเหมือนกัน”

                เพราะพยายามตีความหมายถึงชอบพอทั่วๆไป ไม่ได้หมายถึงในเชิงรักใคร่  วายุจึงตอบกลับไปโดยไม่เคอะเขิน แต่นั่นกลับทำให้ไทกะขมวดคิ้วทันที

                “นายไม่เข้าใจ”

                “เข้าใจอะไร  นายพูดอะไร  ฉันไม่รู้เรื่อง”

                วายุรู้ตัวว่าต้องรีบออกไปจากตรงนี้ ไม่อย่างนั้นเรื่องราวมันอาจจะไปกันใหญ่มากกว่าเดิม  ชายหนุ่มหมุนกายจะเดินออกจากห้อง แต่ทว่าแขนเขาก็โดนไทกะกระชากเอาไว้  ใบหน้าของไทกะบ่งบอกถึงความไม่พอใจ

                “นายไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันพูด หรือว่า…นายพยายามไม่เข้าใจกันแน่”

                “ฉันว่าเราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่าไหม”

                เขาก็พอจะเข้าใจอยู่ว่าไทกะเป็นวัยรุ่นน่าจะเลือดร้อน แต่ปกติชายหนุ่มก็ดูปกติดี ไม่ได้มีท่าทางโมโหร้ายเหมือนกับโทระ

                “นายไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็นห่วงนายขนาดไหน”

                “เรื่องนั้น…”

                ที่เขาเอาแต่ปฏิเสธความห่วงใย เพราะไม่อยากให้ไทกะต้องมาเสียเวลาหรือเหนื่อยกับเขา เขาเองก็อายุมากกว่า ไม่อยากให้คนที่เด็กกว่าต้องคอยมาปกป้องดูแล

                “แต่ฉันไม่สนหรอก”

                ไทกะบอกอย่างเย็นชา เขาสบตากับวายุ

                “เพราะไม่ว่ายังไง  ฉันก็จะไม่ยอมให้นายเป็นอะไรทั้งนั้น”

                “ขอบใจนะ…เรื่องความรู้สึกของนาย  ฉันก็พอเข้าใจอยู่หรอก”

                วายุไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออกเลยว่าไทกะรู้สึกยังไงกับเขา  แต่เขาเอาแต่หลอกตัวเองว่ามันไม่น่าจะเป็นความจริง เพราะผู้ชายที่ดูเย็นชาไม่ค่อยสนใจใครคนนี้ ไม่น่าจะมารู้สึกเกินเลยกับเขาได้  เขาเองก็ไม่ใช่เด็กผู้หญิงน่ารักเสียหน่อย

                “แต่ว่า…นายอาจจะเข้าใจผิดก็ได้…แล้วฉันก็ไม่ได้คิดแบบนั้นกับนายด้วย”

                เขาต้องตัดให้ขาด เขาไม่อยากพาคนคนนี้หลงทาง ไทกะดีกับเขามาก เขาไม่อยากให้ไทกะเลือกทางผิด

                “งั้นเหรอ”

                เสียงทุ้มตอบกลับอย่างเย็นชา เขาดันร่างของวายุจนติดประตูห้องที่ปิดสนิท  ไทกะจับมือทั้งสองของวายุตรึงไว้กับประตู จ้องหน้าวายุ

                “งั้นฉันขอพิสูจน์หน่อยแล้วกัน…ว่าที่นายพูดมันคือความจริง  หรือว่า…นายกำลังหลอกตัวเอง”

               100%

ติดตามการอัพได้ที่เพจ Akikoneko17 ค่ะ

หากท่านใดต้องการซื้อเล่มนิยาย  สอบถามได้ที่เพจ นะคะ

ปล. หนังสือ royal ภาค3 จัดส่ง  ประมาณวันที่ 9-15 พ.ค. ค่า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}