Kitsunez

ขอฝากเรื่องนี้ในใจของทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับการอ่านและคอมเม้นของทุกๆคนที่ทำให้มีแรงใจในการเขียนขึ้นค่ะ สามารถคอมเม้นเข้ามากันเยอะๆนะคะ จะรออ่านของทุกคนเลย :)

ตอนที่ 3 หึงหรือหวง?

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 หึงหรือหวง?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ต.ค. 2561 12:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 หึงหรือหวง?
แบบอักษร

พอทุกอย่างเงียบสงบแล้วผมที่กำลังโมโหก็ก็เริ่มพูดออกมาต่อพร้อมเดินไปหาพวกเขาใกล้ๆ รถประจำทางก็เคลื่อนที่ออกช้าๆไปตามทางจุดหมายที่กำลังจะไปกัน มันจะเหลืออดแล้วนะ เขากวนประสาทผมด้านล่างไม่พอแล้วทำกิริยาที่ไม่ดีบนรถนี่อีก! พี่เมซเซจเหลือบมองผมนิดหน่อยหลังจากคุณเบลล่าที่ตกใจกับเสียงแล้วผละผมออกแต่ดวงตาของเธอที่มองผมผมก็รู้ว่าเขาไม่พอใจผมที่ขวางเขาอยู่ ก็มันไม่ดีนี่นา ถ้าเราขึ้นรถแล้วเจอแบบนี้มันก็ต้องมีโวยบ้างสิครับยิ่งมีเด็กน้อยด้วย.. 

"พวกคุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ นี่มันบนรถแล้วเด็กๆก็อยู่ด้วย" ผมพูดออกมาตามตรงแล้วดันแว่นขึ้นเล็กน้อย คุณเบลล่าเลยเถียงผมแทนพี่เมซเซจ

"แล้วทำไมมันต้องเสียงดังกันละคะ?"

"ต้องขอโทษด้วยครับคุณเบลล่าที่ผมเสียงดังไป" ผมยอมรับผิดที่ตัวเองเสียงดังเพราะตอนนั้นผมเองโมโหมากกว่าเลยแสดงท่าทางแบบนั้นลงไป พี่เมซเซจทำไม่รู้ไม่เห็นแล้วแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น.......ไม่มีสำนึกเอาซะเลยนะ

"กรุณารักษากิริยาให้เรียบร้อยตามกฎของทริปด้วยนะครับ ขอบคุณ" ผมถอนหายใจเบาๆแล้วหมุนตัวเดินออกไปเพราะต่อให้พูดอะไรมากกว่านี้ คนเรามันไม่สำนึกก็ไม่สำนึกอยู่ดี แล้วถามในกฎทั่วๆไปการทำแบบนี้มันก็ควรทำที่ลับตาคนสิ นี่มันรถทัวร์แถมเด็กๆก็อยู่ พวกพ่อแม่เขาจะคิดกันยังไงล่ะครับ...


หมับ


ตอนที่ผมกำลังเดินไปก็มีหนึ่งมือจับแขนผมเอาไว้ ผมเลยหันไปมองด้วยความสงสัย พี่สกายนั้นเอง.... พี่สกายมองผมสลับกับหมวกของตัวเองที่อยู่ในมือเขา มองแค่นั้นผมก็เข้าใจว่าเขาจะสื่ออะไรกับผมผมเลยยิ้มจางๆให้พี่สกาย

"ขอโทษนะครับพี่สกาย ผมฝากคุณเมซเซจคืนน่ะ เพราะว่า.... ผมไม่ใช่ 'ขโมย' น่ะ"

"ขโมย?" พี่สกายขมวดคิ้วลงเล็กน้อยคล้ายไม่เข้าใจผมเลยพยักหน้าให้จับมือพี่สกายแทน

"ใช่ครับ ผมไม่อยากถูกใครบางคนติเรื่องแบบนี้หรอกนะ" สายตาผมก็เหลือบมองที่พี่เมซเซจที่ทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวก่อนจะสบตากับพี่สกายที่กำลังจ้องผมอยู่ ไม่นานพี่สกายก็พยักหน้าเบาๆเชิงเข้าใจแล้วปล่อยข้อมือผม ผมเลยปล่อยมือเขา

 พอทุกอย่างกลับมาเข้าที่เข้าทางผมก็ขอโทษสำหรับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ที่เกิดขึ้น ก่อนจะพูดเรื่องสถานที่ต่อไปที่เราจะไปกันต่อ โดยทุกคนก็ไม่มีใครคิดมากอยู่แล้วละครับ..


หลังจากที่วันแรกเราใช้เวลาเที่ยวได้อย่างคุ้มค่า จวนกลับมาที่โรงแรมสถานที่ค้างคืนวันนี้ก็เป็นเวลา5โมงเย็นในการมาเช็คอิน โรงแรมของเราที่เลือกกันเป็นโรงแรมห้าดาวแบบหรูหราก็ว่าได้ มีบ่อออนเซ็นให้แช่คลายเหนื่อยกันสิ่งอำนวยสะดวกค่อนข้างครบวงจร ผมแจกกุญแจให้ลูกทัวร์ที่บางคนก็นอนเป็นกลุ่ม เป็นคู่ แล้วแต่พวกเขาจะจัดการเพราะอันนี้ผมไม่มีสิทธิ์บางคับอยู่แล้ว ระหว่างที่ปล่อยให้ลูกทัวร์เก็บสัมภาระของตัวเองเข้าไปในห้อง ผมก็แจ้งกับลูกทัวร์ว่าเวลา6โมงเย็นเราจะทานมื้อเย็นกันที่ห้องอาหารสุดกว้าง แต่หากใครหิวเขาอาจจะมีขนมปังกับกาแฟเล็กๆน้อยๆให้ชิมกัน 

พอทุกคนได้กุญแจกันเรียบร้อยแล้วแยกกันผมก็หิ้วกระเป๋าเดินทางของตัวเองเตรียมไปเก็บของกับเขาบ้าง ระหว่างที่ผมเดินผมก็เห็นคุณเบลล่ากำลังถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานเลย ดีจังนะ...

ผมกดลิฟต์ไปชั้นที่ผมพักระหว่างที่กำลังไขกุญแจเตรียมเข้าไป เสียงประตูก็เปิดขึ้นมาจากห้องข้างๆ


แอด...


"......"

"....."

มือที่กำลังไขกุญแจก็ชะงักลงไปเล็กน้อย พี่เมซเซจ.. ตอนยื่นกุญแจผมไม่ได้มองหรอกว่าใครเอาห้องไหนห้องไหนรู้แค่ห้องไหนถูกจองบ้างเท่านั้นเองเพราะผมเป็นคนจอง และผมก็เลือกห้องมุมสุดที่ใกล้ลิฟต์ด้วยเลยไม่คิดว่าห้องข้างๆจะเป็นห้องของพวกพี่เมซเซจ คงนอนกับคุณเบลล่าแหงๆ

ผมถอนหายใจเบาๆแล้วไขเข้าไปได้สำเร็จจังหวะที่กำลังปิดประตูก็มีมือหนาที่คุ้นเคยของพี่เมซเซจมาจับไว้ไม่ให้ปิด

"เลิกกวนประสาทผม แล้วเอามือออกด้วยครับ ก่อนที่มือนิ้วจะหายไป"

"ดุขึ้นเยอะนะเรา" พี่เมซเซจทำเหมือนไม่ได้ยินแล้วใช้แรงของตัวเองที่มากกว่าตัวผมเปิดประตูขึ้นมาใหม่ ผมขมวดคิ้วแน่นแล้วดึงสู้จะปิดประตูห้อง

"พี่เมซเซจ!!!"

"นี่ เดี๋ยวคนอื่นได้ยินฉันไม่รู้ด้วยหรอกนะ แล้ว...มีเรื่องต้องคุยสักหน่อย"

"เราไม่มีอะไรจะคุยกันหรอกครับ กรุณาเอามือออก"

"แตมป์!!"

ผมสะดุ้งทันทีที่พี่เมซเซจเสียงดังใส่ผม แถมยังเรียก...เรียกชื่อที่ผมให้เขาเรียกแบบนี้แค่คนเดียวเท่านั้นแล้วหยุดแรงของตัวเองลง จนพี่เมซเซจพ่นลมหายใจออกมา ผมเลยหิ้วกระเป๋าตัวเองเข้าไปในห้องที่กว้างใหญ่ และโทนสีขาวดำที่ดูเรียบง่ายและเฟอร์นิเจอร์สุดไฮเทคที่เข้ากันในห้องนี้สมเป็นห้าดาว..ผมวางกระเป๋าลงข้างเตียงก็ได้ยินเสียงประตูปิดลงพลางมองใบหน้าของคนที่เข้ามาห้องอย่างไม่เต็มใจ

"มีอะไรก็รีบพูดครับ คุณเบลล่ารออยู่ด้านล่างจะหงุดหงิดเอา" ไม่เข้าใจ......ผมไม่ได้ตั้งใจพูดกระทันกระแทกอีกคนหรอกนะแต่ทุกๆครั้งมันเผลอไปเองจนผมเองก็แอบหวั่นไหว.....ผมไม่เข้าใจตัวเองเลย

"แล้วทำไม? " 

"ก็การปล่อยให้คนอื่นรอนี่มันแย่ไงละครับ"

"ไม่ใช่สักหน่อยจะถามนายว่า หึงหรือหวง?"

"ฮะ......" ผมหันขวับไปมองทันทีเมื่อได้ยินคำถามที่แสนจะ....งี่เง่าของเขา 

"เลิกกวนประสาท มีอะไรก็รีบพูดดีกว่า"  ผมตัดบทลงอย่างไร้เยื่อใย ทำไมต้องมานั่งตอบอะไรแบบนั้นด้วย ผมไม่ได้เป็นอะไรกับเขาแล้วมีสิทธิ์ตรงไหนกัน ถูกไหมล่ะ

"......ชอบไอ้สกายเหรอ?" คำถามที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินถูกถามออกจากปากของว่าที่แฟนเก่า ผมขมวดคิ้วกับคำถามนั้นแล้วตอบอย่างกวนประสาท ขอสักที

"แล้วทำไม?"

"ก็ไม่ทำไม"

"หึงหรือหวง?" พอโดนผมถามแบบนั้นคืนกลายเป็นพี่เมซเซจก็หัวเราะออกมา ผมเลยแอบจิ๊ปากหน่อยๆ หัวเราะอะไรกันหนักนาละ

"เราไม่ได้เป็นอะไรกัน แตมป์ลืมเหรอ?"

"ใช่ เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน คุณมีสิทธิ์อะไรเข้ามาที่ห้องผมแล้วถามเรื่องแบบนี้?"

"........."

รอบนี้พี่เมซเซจเงียบไปผมเลยเผยยิ้มเยาะออกมา หึ! โดนเอาคืนสักทีเป็นไงบ้างละ ผมเลยนั่งเข้าไปนั่งตรงโต๊ะที่เหมือนโต๊ะรับแขนที่มีพีเมซเซจนั่งอยู่ที่โซฟาอยู่แล้ว บรรยากาศในห้องเลยเงียบสงบมีแต่เสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอยู่ในห้องอย่างอัตโนมัติ

"ผมจะชอบ จะรักใครแล้วมันหนักหัวพี่รึเปล่า?.....ไม่สิ หนักหัวคุณรึเปล่า?"

เหมือนผมทำสติเขาขาดผึง พี่เมซเซจเดินเข้ามาหาผมอย่างไวทันทีที่ผมนั่งแล้วบีบคางผมอย่างแรงจนผมเบ้หน้าด้วยความเจ็บ แรงก็เยอะ!

"อึ่ก......เจ็บนะ!!"

"ต่อปากต่อคำเก่งขึ้นเยอะเลยนะ แตมป์" เสียงราบเรียบของพี่เมซเซจดังขึ้นผมเลยสบตากับดวงตา...ดวงตาสีน้ำตาลสวยที่ผมเคยหลงไหล

ไม่นานพี่เมซเซจก็ปล่อยคางของผมออกผมเลยรวบแรงทั้งหมดที่มีผลักเขาออกเต็มแรง


ผลั่ก!!


เหมือนพี่เขาเผลอตัวหลังแกร่งของพี่เมซเซจเลยชนกับโต๊ะอย่างแรง ผมเลยมองอย่างตกใจ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำเขาเจ็บขนาดนี้นะ แค่ตั้งใจผลักเขาออกด้วยความลืมตัวผมรีบเข้าไปหาที่เมซเซจทันทีแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ..


ผลั่ก!!


เขาผลักผมคืนด้วยแรงที่มากมายของผู้ชายคนหนึ่งผมเลยล้มหงายไปกับพื้นทันที หลังกระแทกกับพื้นอย่างแรง เจ็บ...

"ปากเก่งแบบนี้ให้ได้ตลอดนะ...ฉันจะรอดู" พี่เมซเซจลุกขึ้นปัดฝุ่นเล็กน้อยแล้วจ้องหน้าผมด้วยดวงตาที่แข็งกร้าวจนผมหลุบตาลงไปนิดหน่อยอย่างไม่กล้าสู้ พวกเราไม่มีใครพูดอะไรกันอีกสักพักจนพี่เมซเซจหมุนตัวเดินออกจาห้องไปโดยไม่มีใครกล่าวอะไรกันอยู่ดี


ปัง!!!


เสียงประตูถูกปิดดังกระแทกอย่างแรงคล้ายเป็นการประชด ทุกอย่างในห้องเงียบกริบมีแต่เสียงเครื่องปรับอากาศตามเคย

ผมนั่งอยู่แบบนั้นสักพักใหญ่ๆก่อนจะกำหมัดตัวเองไว้แน่น

ผมเกลียดเขา...

ผมเกลียดคนใจร้ายอย่างพี่เมซเซจที่สุด

___________________________________________________________________________________________________________________________

คอมเม้นต์ให้กำลังใจกันหน่อยนะคะ TwT ช่วงนี้งานเยอะมากเลยอัพๆหายๆค่ะ ขอบคุณน้า

ความคิดเห็น