หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เมื่อหนุ่มหล่อสุดยอดเซลล์แมนจากศตวรรษที่ 21 ต้องกลายมาเป็นขี้ข้า เอ้ย! พ่อบ้าน (ใจกล้า) ในโลกอดีต ที่มีดีกรีความกะล่อนระดับเทพ เรื่องราววุ่นวายจึงบังเกิด แล้วคิดว่าหลินหว่านหรงจะยอมก้มหัวให้ใครหรือไง !

ตอนที่ 27 แย่งชิงด้วยกลอุบาย (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 แย่งชิงด้วยกลอุบาย (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2561 10:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 แย่งชิงด้วยกลอุบาย (2)
แบบอักษร



ครั้นเห็นหน้าพัดขาวสะอาด เถ้าแก่หวังพลันบังเกิดความรู้สึกไม่ดีขึ้นในใจ

หลินหว่านหรงยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “เถ้าแก่หวัง กล่าวเกินไปแล้ว ท่านพ่อหาใช่ผู้ที่ยิ่งใหญ่อันใดไม่ ก็แค่รับใช้ฝ่าบาทเท่านั้น ไม่ได้ดิบดีอันใด”

เมื่อเอ่ยถึงการวิเคราะห์ทางจิตวิทยา การเป็นผู้จัดการแผนกการตลาดมาหลายปีของหลินหว่านหรงถือว่าไม่เสียเที่ยวเปล่า ประโยคนี้เหมือนไม่ได้พูด ทว่าเกิดประโยชน์มิใช่น้อย

ฟังต่งเหรินเต๋อบอกเล่ามาตั้งแต่แรก ลูกชายของเถ้าแก่หวังคนนี้เป็นนายอำเภออยู่นอกท้องที่ หาเงินได้ไม่น้อย คนตั้งสมญานามว่าหนักแผ่นดิน เจ้าแก่คนนี้เตรียมตัวกลับไปเสพสุขกับลูกชายถึงได้นำเอาร้านรวงออกมาชาย ชื่อร้านเลิศรสนี้ถึงแม้จะไพเราะ แต่เถ้าแก่หวังคนนี้จิตใจคับแคบ รังแกคนอ่อนแอเกรงกลัวคนแข็งแกร่ง เพราะเหตุนี้การค้าของร้านแห่งนี้จึงไม่ดีมาตลอด

แต่หากแค่พูดปกติว่าท่านพ่อข้าคือซ่างซู (เจ้ากระทรวง) ท่านปู่ข้าคือมหาเสนาบดี ผู้คร่ำหวอดในวงการกลับจะไม่กลัวเกรง ที่กลัวคือกลัวคุณชายใบหน้าเปื้อนยิ้มแต่แฝงจิตใจชั่วร้ายต่างหาก เถ้าแก่หวังเป็นผู้คร่ำหวอด ย่อมรู้หลักการนี้ดี

“ขอบอกคุณชายหลินตามความจริงนะขอรับ ทำเลของเหลาสุราแห่งนี้ดียิ่งนัก แขกประจำก็มีมากนัก หากมิใช่ข้าจะกลับบ้านเดิมเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลาย เหลาสุราแห่งนี้ข้ามิอาจหักใจปล่อยออกไปแน่ ทว่าคุณชายหลินท่วงทีสูงส่งไม่ธรรมดา ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นผู้ทำการใหญ่ มอบร้านเล็กๆ แห่งนี้แก่คุณชายหลินย่อมไม่ผิดแน่ ตาเฒ่าผู้ต่ำต้อยก็มิกล้าเรียกราคาสูง หกพันแปดร้อยตำลึงเป็นเลขมงคล ท่านเห็นว่าเยี่ยงไร?” เถ้าแก่หวังกล่าวด้วยความปลอดโปร่ง

“หกพันแปดร้อยตำลึงเช่นนั้นหรือ? นั่นไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้” หลินหว่านหรงโบกพัดพลางกล่าวยิ้มแย้ม “ถึงกระนั้นข้าว่านะเถ้าแก่หวัง ด้วยนิสัยเช่นคนอย่างข้าไม่ชอบให้มีเศษ เอาเช่นนี้ก็แล้วกันพวกเราตรงไปตรงมากันเสียหน่อย เอาเป็นเลขจำนวนเต็มก็แล้วกัน ถ้าไม่หกพันตำลึงก็เจ็ดพันตำลึง ท่านเห็นว่าอย่างไร?”

หัวใจเต้นตึกตัก เหล่าต่งตกใจจนกัดลิ้นตัวเอง มีการตัดราคาเช่นนี้ด้วยหรือ? หรือว่าคุณชายหลินผู้นี้เมื่อวานหาเงินจนเพี้ยนไปแล้ว

หลินหว่านหรงกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม ต่งเหรินเต๋อฟังคำของเขาก็ให้รู้สึกสับสนงงงวยเสียจริง นี่มิใช่เพิ่มราคาให้ตัวเองหรืออย่างไร? ถ้าเถ้าแก่หวังกัดที่ราคาเจ็ดพันตำลึงไม่ปล่อย นั่นไม่ใช่โยนหินทับเท้าตัวเองหรอกหรือ?


หลินหว่านหรงไม่ได้เป็นกังวลเรื่องนี้เลย จะว่าไปปัญหานี้ก็อยู่ที่ว่าใครไร้ยางอายมากกว่ากันต่างหาก เมื่อพูดถึงความหน้าหนา หากหลินหว่านหรงยอมรับว่าเป็นที่สอง ก็คงไม่มีใครยอมรับว่าเป็นที่หนึ่งแล้ว


เถ้าแก่หวังคนนี้ถึงแม้จะผ่านสมรภูมิมามาก ทว่าหากเอ่ยถึงความหน้าหนาแล้ว ก็ยังเทียบชั้นกับหลินหว่านหรงไม่ได้ เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ ก็พลันรู้สึกรับไม่ได้ เจ้าคุณชายหลินผู้นี้เห็นชัดว่ามิใช่บีบบังคับรีดไถอยู่หรือ? หรือจะให้หน้าหนาบอกว่าเจ็ดพันตำลึงจริงๆ?

เถ้าแก่หวังยิ้มแหยแล้วพูดว่า ”คุณชายหลินขอรับ นี่——“

“เถ้าแก่หวัง เงินแปดร้อยตำลึงสำหรับข้าไม่นับเป็นอันใด สำหรับท่านก็ไม่นับว่าเป็นอันใดเช่นกัน แต่นี่เป็นปัญหาเรื่องความเคยชินในการทำการค้า ไม่ขอปิดบังท่าน พวกเราคนร่ำเรียนหนังสือไม่ค่อยสนใจเรื่องทำการค้าพวกนี้เท่าใดนัก ที่ข้าซื้อร้านแห่งนี้ก็แค่เล่นๆ เมื่อท่านพ่อของข้ามาเจียงหนานจะได้มีอะไรบอกกับท่านได้บ้าง หากท่านรู้สึกว่าราคาเหมาะสมพวกเราก็ตกลงกันสำเร็จ หากไม่เหมาะสม หึหึ ก็ให้ถือว่าข้าไม่ได้พูดอะไรก็แล้วกัน” หลินหว่านหรงแสร้งยิ้ม


เถ้าแก่หวังปาดเหงื่อเย็น ผู้ใดจะรู้ว่าบิดาของมันมีที่มาที่ไปเช่นไร อย่าได้หาเรื่องใส่ตัวเพราะบุตรชายของเขาเลย


เถ้าแก่หวังขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกัดฟันแล้วพูดว่า “ได้ขอรับ หกพันตำลึงก็หกพันตำลึง ขอร้องเพียงภายภาคหน้าคุณชายหลินจะดูแลให้ดี”

“เปิดเผยตรงไปตรงมา! ข้าชอบ!” หลินหว่านหรงประกบพัดดังปังคราหนึ่ง กล่าวระคนหัวเราะว่า “เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็จงอย่าชักช้า รีบลงนามสัญญาโดยเร็วเถิด”

เถ้าแก่หวังเอ่ยว่า “ไม่มีปัญหาขอรับ ข้าก็ชอบทำการค้ากับคนตรงเช่นเดียวกัน”

หลินหว่านหรงผงกศีรษะ บอกต่งเหรินเต๋อว่า “เหล่าต่ง รีบนำตั๋วแลกเงินสามพันตำลึงออกมา”

ต่งเหรินเต๋อตะลึงงัน ทว่าสองคนได้ตกลงกันตั้งแต่แรกว่าจะให้หลินหว่านหรงเป็นผู้นำทัพ ด้วยเหตุนี้เขาจึงรีบนับตั๋วแลกเงินจำนวนสามพันตำลึง

เถ้าแก่หวังไม่รู้ว่าเขาหมายความว่าอะไร จึงกล่าวด้วยความสงสัยว่า “คุณชายหลินขอรับ สามพันตำลึงนี่——“

หลินหว่านหรงหัวเราะฮิฮะแล้วตอบว่า “เถ้าแก่หวัง สามพันตำลึงนี้เป็นเงินงวดแรก ส่วนอีกสามพันตำลึงค้าจะใช้ให้ท่านจนหมดภายในครึ่งปี”

“เช่นนี้จะได้อย่างไร?” เถ้าแก่หวังกล่าวด้วยความตกใจยกใหญ่ “การทำการค้าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการยื่นหมูยื่นแมวกันนะขอรับ”

หลินหว่านหรงกล่าวด้วยท่าทางเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “เถ้าแก่หวัง ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อท่านหรอกนะ ทว่าใจคนยากหยั่งถึง แม้เหลาสุราแห่งนี้ท่านจะยกให้ข้าแล้วก็ตาม แต่ผู้ใดจะรู้ว่าท่านจะมีหนี้สินภายนอกอยู่หรือไม่ ได้นำเหลาสุราแห่งนี้ไปจำนองหรือไม่?”

เถ้าแก่หวังอึ้ง สีหน้าพลันย่ำแย่เล็กน้อย พูดว่า “คุณชายหลิน เช่นนี้จะสร้างความลำบากแก่ข้าเกินไปหรือไม่ขอรับ?”

หลินหว่านหรงกล่าวโดยสีหน้าไม่แปรเปลี่ยน “สร้างความลำบาก? มิได้ มิได้ เถ้าแก่หวัง ที่ข้าทำเช่นนี้ ที่จริงแล้วก็เพื่อรับประกันผลประโยชน์ของพวกเราทั้งสองฝ่าย ขอเพียงภายในครึ่งปีปราศจากเจ้าหนี้มาย่ำกราย ข้าไม่เพียงนำเงินสามพันตำลึงนี้คืนแก่ท่านเท่านั้น แถมยังจะมอบดอกเบี้ยรายเดือนให้อีกด้วย เช่นนี้ท่านไม่เพียงไม่เสียหาย ข้าเองก็ซื้อได้อย่างวางใจอีกด้วย”

ต่งเหรินเต๋อนับว่าเข้าใจแล้ว ที่แท้หลินหว่านหรงก็ต้องการได้เงินกู้จากเถ้าแก่หวัง และมีเพียงคนหน้าหนาเยี่ยงเขาถึงจะคิดข้ออ้างไร้ยางอายเช่นนี้ออก


ครั้นเห็นสีหน้าย่ำแย่ของเถ้าแก่หวัง หลินหว่านหรงก็เลิกคิ้วคราหนึ่ง สีหน้าแปรเปลี่ยนแล้วพูดว่า “เป็นอะไรไป? คงไม่ใช่ว่าเถ้าแก่หวังไม่เชื่อถือข้ากระมัง? หึ วงข้าราชการแห่งเมืองจินหลิงนี้ ถึงแม้ข้าจะไม่ได้ไปมาหาสู่มากนัก แต่ก็ถือว่าคุ้นหน้ากัน สำหรับพวกลูกไล่ที่ทำเรื่องเลวร้ายอยู่เบื้องล่างก็ไม่มีทางไม่ไว้หน้าข้า เถ้าแก่หวัง ท่านจงวางใจ ขอเพียงข้าทักทาย พวกมันไม่มีใครกล้ามายุ่มย่ามที่นี่ ถึงกระนั้น หากปราศจากข้า ข้าไม่กล้ารับประกันว่าพวกมันจะทำอะไรออกมาบ้าง——“


ข่มขู่ นี่คือการข่มขู่กันโต้งๆ!


เถ้าแก่หวังเห็นรอยยิ้มหยันบนใบหน้าหลินหว่านหรงก็รู้สึกเหน็บหนาวใจ นี่มันคุณชายจากที่ใดกัน หนังหน้าถึงได้หนาเพียงนี้ แม้แต่ข่มขู่บีบบังคับก็ทำโจ่งแจ้งเช่นนี้ด้วย? ไม่คิดว่าหน้าเขาดำแล้วใจยังดำอีก หากไม่มีทางหนีทีไล่ เจ้าหนุ่มนี่คงไม่กล้าโอหังเช่นนี้แน่

ต่งเหรินเต๋อรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของหลินหว่านหรง เห็นเขาสร้างเรื่องมาเป็นชุด การพูดจายังโอหังเช่นนี้อีก จึงอดรู้สึกประหม่าตื่นเต้นไม่ได้ หากถูกคนรู้ความจริง หากพวกเขาทั้งสองไม่ถูกหักขาสิถึงจะแปลก

เถ้าแก่หวังจิตใจหนาวสั่น หลินหว่านหรงสะบัดคลี่พัดดังขวับ ทำท่าทำทางโบกอยู่สองสามที หัวเราะพร้อมกับพูดว่า “เถ้าแก่หวัง ท่านจงวางใจได้ ข้าคนนี้ไม่เคยชอบรังแกคน พวกเราลงนามในสัญญาได้ หากครึ่งปีหลังจากนี้ข้ายังชดใช้เงินและดอกเบี้ยให้ท่านไม่หมด เหลาสุราแห่งนี้——ท่านริบกลับไปได้ทันที”

ครั้นถูกเขาข่มขู่และล่อลวงด้วยไม้อ่อนไม่แข็ง เถ้าแก่หวังสูญเสียความสามารถในการตัดสินเรื่องราว จึงได้แต่ตกลง

หากโชคดีเป็นดั่งที่หลินหว่านหรงว่าไว้จริง เขาก็ไม่เสียเปรียบ ครึ่งปีจากนี้หากเขาไม่ได้เงิน เหลาสุรานี้ก็ยังหวนคืนสู่ตนเอง

ขณะนี้สองคนลงนามในสัญญา กำหนดว่าครึ่งปีต่อจากนี้หากไม่คืนเงินให้ครบ เหลาสุราแห่งนี้จะกลับคืนสู่มือของเถ้าแก่หวัง

สองคนเดินออกมาจากเหลาสุรา เป็นช่วงเที่ยงแล้ว หลินหว่านหรงรู้สึกเพียงแผ่นหลังชุ่มโชก เรื่องแข็งนอกอ่อนใน แย่งชิงด้วยปัญญาแบบนี้ แม้แต่ตอนเป็นผู้จัดการแผนกการตลาดก็ยังไม่เคยตื่นเต้นแบบนี้มาก่อนเลย

ต่งเหรินเต๋อเห็นหลินหว่านหรงใช้เพียงคำพูดเล็กน้อยก็กินเถ้าแก่หวังเรียบ ไม่เพียงจะซื้อเหลาสุราได้ ทั้งยังดึงเงินกู้จำนวนสามพันตำลึงภายในครึ่งปีมาได้อีก จึงรู้สึกเคารพนับถือความไร้ยางอายและความไม่หวั่นเกรงของหลินหว่านหรงขึ้นเป็นหมื่นเท่า

หลินหว่านหรงเช็ดเหงื่อเย็นบนร่าง กล่าวกับต่งเหรินเต๋อว่า “ท่านลุงต่ง วันนี้เป็นวันสำคัญ ท่านจงไปเรียกเฉี่ยวเฉี่ยวกับชิงซานมา พวกเราต้องฉลองกันเสียหน่อย”






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น