Maeonam

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 ดื้อ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7k

ความคิดเห็น : 58

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.พ. 2562 14:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 ดื้อ
แบบอักษร

"ทีโอ"

"..." เรียกอีกละ เรียกอยู่นั้นชื่อผมกลายเป็นวลีติดปากของโจโฉไปซะแล้ว

"ได้ยินที่ฉันเรียกมั้ย เมินกันแบบนี้ไม่ดีเลยนะ"

"คุณโจโฉครับ คุณจะเรียกผมทั้งวันไม่ได้นะ"

"ก็ทีโอไม่สนใจฉันก่อน ฉันก็มีสิทธิ์จะเรียกนี้หรือว่ารำคาญ? "

"ใครจะกล้ารำคาญคุณล่ะครับ ผมก็แค่ไม่อยากจะหันหน้าไปๆ มาๆ "

"งั้นก็นั่งนิ่งๆ ให้ฉันมองหน้าสิ"

เนี่ยครับก็เป็นซะอย่างงี้ หยอดเช้าหยอดเย็นหยอดจนไม่รู้จะมุดหน้าไปไว้ที่ไหน บางอันก็เขินนะแต่บางอันก็รู้สึกเฉยๆ เหมือนผมมีภูมิต้านทานวาจาของโจโฉ ผมเริ่มก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขาทีละนิด มันก็เป็นเรื่องดีที่เราได้ใกล้ชิดกันแต่มันก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีเหมือนกัน ช่องว่างมันมีน้อยขยับนิดขยับหน่อยเป็นต้องเรียกหาผมแล้ว

ผมนั่งลงจ้องมองใบหน้าโจโฉอย่างที่เขาต้องการ แต่แทนที่จะจ้องได้นานผมกลับเป็นฝ่ายที่หลบสายตามองไปทางอื่นก่อนซะดื้อๆ โจโฉเอื้อมมือจับใบหน้าผมให้มันหันกลับมามองเขาเหมือนอย่างเดิม นิ้วเรียวไล้แก้มอย่างแผ่วเบาจ้องมองลึกเข้ามาข้างในราวกับผู้ชายที่จ้องมองคนรัก

"คะ คุณกำลังทำผมอายนะ"

"ก็ดีสิ"

"ดียังไงครับ ผมไม่ควรจะอายสักหน่อย"

"เพราะมันแสดงว่าทีโอก็คิดอะไรกับฉัน"

"ผมไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย"

"โกหกได้แค่คำพูด แต่ใจโกหกไม่ได้หรอกนะ"

"..." โว้ยยยยย ต้องทำยังไงกับผู้ชายตรงหน้าดี ผมกำลังรู้สึกบางอย่างกับโจโฉซึ่งมันไม่ดีกับการทำงานของผมแน่ ถ้าเกิดผมดันไปตกหลุมรักผู้ต้องสงสัย

"ฉันรู้ว่าทีโอกำลังลังเล สิ่งที่ทีโอลังเลฉันไม่ลังเล"

"ผะ ผมไปลังเลอะไรเล่า"

"ลังเลที่จะรักฉันน่ะสิ พาเข้าบ้านแล้วนะยังไม่เชื่อใจฉันอีกเหรอ"

"..." เพราะไอ้พาเข้าบ้านเปิดตัวอย่างกับเป็นสะใภ้ทำเอาผมถึงกับกุมขมับ มันเหมือนผมเป็นหนึ่งในครอบครัวเขา ถ้าเกิดผมหักหลังด้วยการเอาข้อมูลไปทำให้โจโฉติดคุก...

"ทำไมเงียบไปล่ะ"

"คุณโจโฉ... ผมคงไม่ได้เป็นคนอย่างที่คุณคิดหรอกนะ ถึงอย่างงั้นคุณยังจะรักผมอีกเหรอมันไม่มีเหตุผลเอาซะเลยนะ คุณกำลังแกล้งผมมากกว่าที่จะรักผม"

"เหตุผลสำหรับความรักมันไม่มีหรอกนะทีโอ"

"..." มาโหมดจริงจังเฉย

"ตอนแรกฉันอาจจะแกล้ง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่"

"งั้นแกล้งผมต่อไปก็ได้นะ อย่าทำให้ผมคิดเป็นอย่างอื่นเลย"

เพราะผมไม่สามารถรักเขาได้หรอก มันไม่มีทางเป็นไปได้เรื่องระหว่างเรา หน้าที่กับความรักมันไปด้วยกันไม่ได้หรอก วันหนึ่งที่งานผมสิ้นสุดวันนั้นผมต้องไปจากชีวิตของเขา ถึงวันนั้นโจโฉยังจะรักผมอยู่เหรอ คนที่จะทำลายเขากับมือ

"ฉันเลือกแล้ว ทีโอเปลี่ยนใจฉันไม่ได้หรอก"

"คุณมันดื้อ สักวันหนึ่งคุณจะเจ็บเพราะผม"

"ถ้ามันไม่มีอุปสรรค 'มันจะไปสนุกอะไร' จริงมั้ยล่ะ"

"หื้ม? คุณคิดว่าคุณจะผ่านอุปสรรคไปได้ตลอดเหรอ"

"ได้สิ ฉันฉลาดใครๆ ก็พูด"

ยอมจ๊ะยอมไม่เถียงแล้ว ว่าแต่ประโยคหลังโจโฉดูย้ำคำพูดหรือว่าผมคิดไปเองมันฟังดูคุ้นเหมือนผมเคยได้ยินประโยคนั้นจากที่ไหนมาก่อน แต่ผมไม่ยักจำได้ บรรยากาศในห้องกลับมาเป็นปกติ โจโฉหันกลับไปอ่านเอกสารผมเดินเข้าเดินออกเอาเอกสารมากองไว้ให้อ่าน แอบเก็บข้อมูลบ้างบางครั้งที่มีโอกาส ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกสัญญาการนำเข้ารถยนต์ เขาเป็นเจ้าของบริษัทนำเข้ารถยนต์นี่หว่าจะมีข้อมูลอื่นได้ไง เนี่ยหัวหน้าใช้ผมมาสืบผิดคนแล้วมันต้องไปสืบเฮียคนโตอย่างเฮียฮิตเลอร์นู่นน ส่งแต่รูปสัญญากับเขียนรายงานส่งให้ ไม่รู้ลืมรึยังว่ามีลูกน้องทำงานอยู่

เป็นเวลาเที่ยงผมเดินไปบอกโจโฉก่อนจะออกไปซื้อข้าวเที่ยงให้เจ้าตัว โจโฉเป็นคนไม่เรื่องมาก กินง่ายอยู่ง่ายอาหารกลางวันส่วนใหญ่จึงเป็นผมที่ทำหน้าที่ไปซื้อมาให้กลายเป็นว่าผมเป็นคนดูแลเรื่องอาหารการกินแทนพี่พูม บางครั้งโจโฉต้องออกไปทำสัญญาที่อื่นก็จะส่งพี่พูมไปแทนแล้วตัวเองก็นั่งไขว่ห้างรอผลรายงาน ไปเองก็สิ้นเรื่องต้องส่งคนอื่นไปแทน

"จะไปไหนน่ะทีโอ"

"ไปซื้อข้าวให้คุณโจโฉครับ"

"อ่อ เหนื่อยหน่อยนะต้องหาข้าวหาน้ำให้คุณเขา"

"พี่พูมก็เคยทำไม่เห็นเหนื่อย แล้วผมจะเหนื่อยได้ไง"

"ใครว่าพี่เคยทำ ปกติคุณโจโฉเขาไม่กินข้าวกลางวันหรอก อย่างมากก็กาแฟแก้วหนึ่ง"

"บ้างานเกินไปแล้ว"

"แต่ช่วงนี้ก็มีทีโอนี้แหละที่ช่วยดูแลสุขภาพให้"

"หน้าที่ครับหน้าที่ คนเรามีหน้าที่แตกต่างกันออกไป ผมคงไว้ใจให้ทำแค่ซื้อข้าวซื้อน้ำ ใช้งานผมหนักเข้าผมจะวางยาพิษ"

"ฮ่าๆ กล้าทำเหรอ ต้องทำให้เนียนนะถ้าคุณโจโฉจับได้เราอาจจะโดนทำโทษ"

"คัดลายมือเหรอครับ อึ้ยยย ไม่ทำแล้วดีกว่าผมไปซื้อข้าวก่อนนะ"

ทว่าพอผมออกไปซื้อข้าวกลับมาห้องก็ว่างเปล่าพอไปห้องพี่พูมก็ไม่เจอตัวพี่พูม เป็นไปได้ว่าทั้งคู่แอบหนีผมออกไปทำธุระกันสองคน ร้ายกาจนักใช้เราไปซื้อข้าวแล้วตัวเองก็ออกไปทำธุรกิจมืดสินะ นั่งหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ในห้องอยู่นานสองนานมองโทรศัพท์ไปอีกพลางด่าทอโจโฉไปด้วย ไอ้เราก็อุส่าซื้อข้าวมาให้แต่ดันหนีเราไปซะงั้น กินเองแม่งสองอันเลยหงุดหงิดเว้ย

ตือดึ้ง!!! หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบแสดงข้อความที่ถูกส่งมา

เวลานี้คงมีแต่ไอ้ขงเบ้งเท่านั้น ดีเอามาระบาย

Jocho : กินข้าวคนเดียวอร่อยมั้ย

ไม่ใช่ขงเบ้งแต่เป็นไอ้คนที่ทำให้ผมหงุดหงิด ยังมีหน้ามาถามอีกผมจะไม่สนใจเขาผมจะกินข้าว

Jocho : ทีโอถ้าไม่ตอบฉัน เราจะได้เห็นดีกัน

คิดว่าจะกลัวเหรอ ดูถูกทีโอมากเกินไปแล้วเดี๋ยวก็รู้คนอย่างผมโกรธใครผมโกรธจริงจังเว้ย ไม่เว้นแม่แต่เจ้านายก็ตามที ผมปล่อยให้โทรศัพท์ทำหน้าที่แจ้งเตือนข้อความเรื่อยๆ โดยไม่สนใจคนที่ส่งข้อความมา

พอส่งข้อความแล้วไม่ตอบทางฝั่งนั้นเลยเปลี่ยนมาเป็นโทรหาแทน ส่งข้อความยังไม่ตอบอย่างหวังว่าโทรมาแล้วจะรับไหนๆ ก็ไม่อยู่งั้นผมก็ออกไปเที่ยวได้งั้นสิ ค่อยกลับมาตอนเย็นหรือไม่ก็พรุ่งนี้เลยทีเดียว ไม่ได้อู้นะแต่เจ้านายไม่อยู่เราก็จะร่าเริงหน่อยๆ ร่าเริงหรือมาคุวะกู แล้วสถานที่เดียวที่ผมมักจะไปเที่ยวก็เป็นสนามยิงปืนช่วยฝึกและระบายไปในตัว

ผมใช้เวลาออกจากบริษัทมายังสนามยิงปืนไม่นานนัก ตอนออกมาก็ไม่ได้ทิ้งโน้ตอะไรซะด้วยสิ มือคว้าเอาปืนบนโต๊ะยิงใส่เป้าหมายอย่างบ้าคลั่งราวกับมันเป็นคนที่ทำผมโกรธ ลงกับตัวจริงไม่ได้ก็ลงกับเป้านี่แหละ ตายซะไอ้คนนิสัยไม่ดี ไอ้คนชอบทิ้งคนอื่นให้กินข้าวคนเดียว ไอ้บ้าเอ๊ยยยย

"แค่ไม่มากินข้าวด้วยต้องโกรธฉันขนาดนั้นเชียว" เสียงทุ้มดังอยู่ด้านหลังทำให้ผมต้องหันไปมอง

"คุณ!!! "

"ทำไมไม่ตอบ? ทำไมไม่รับสาย? "

"ไม่ได้เปิดเครื่อง"

อันที่จริงเปิดแต่พึ่งปิดเมื่อกี้กันเจ้าตัวโทรมาอีก แต่ไหงมาโผล่ที่นี้ได้

"โกหกไม่เนียน ไหนบอกเหตุผลที่มาสนามยิงปืนแทนที่จะนั่งรอฉันในห้องทำงานหน่อย ได้ข่าวว่าไม่ได้ให้เลิกงานก่อนเวลา"

"..." โมโห ถ้าตอบไปคงจะดูไร้เหตุผล

"โกรธ? หันหน้ามาคุยทีโอ อย่าหลบหน้า"

"มีสิทธิ์ด้วยเหรอที่จะไปโกรธ ผมก็แค่เบื่อเลยออกมาหาอะไรทำ ไหงๆ คุณก็ไม่อยู่"

"ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ มานี่สิมาคุยกันก่อน"

โจโฉจับปืนที่อยู่ในมือออกจูงผมมายังโต๊ะด้านหลัง มันไม่เหตุจำเป็นอะไรที่เราต้องคุยกันผมก็บอกเหตุผลไปแล้วไงยังจะคุยอะไรอีก คนจะยิงปืนเดี๋ยวก็ยิงแทนเป้าซะเลย ผมนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกอดอกมองหน้าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านาย โจโฉขยับเก้าอี้ตัวเองย้ายมาฝั่งผมลากเก้าอี้ผมเข้าไปชิดตัวเองจนขาแทรกอยู่ระหว่างกลางขาเขา

"คุยอะไรอีกล่ะครับ ผมจะยิงปืน"

"ก็คุยเรื่องที่กินข้าวไม่รอฉัน แถมกินของฉันด้วย"

"ข้าวมันก็ต้องกินตอนร้อนๆ ผมจะไปรู้เหรอคุณจะกลับมาตอนไหน"

"โทรศัพท์ก็มีทำไมไม่โทร"

"โทรไปก็ใช่ว่าจะรับ คุณโจโฉอาจจะกำลังทำธุรกิจอยู่ก็ได้ ใครจะกล้าไปกวนคุณล่ะครับ"

"แค่ทีโอโทรมาฉันก็กดรับสายทันที ไม่ว่าจะติดธุระอะไรอยู่"

"พูดอย่างกับผมเป็นคนสำคัญอย่างงั้นแหละ หึ"

"ก็สำคัญน่ะสิไม่งั้นจะตามมาง้อเหรอ"

"นี้คุณโจโฉกำลังงอนผมอยู่เหรอ? เรียกว่าง้อเหรอครับผมนึกว่ามาหาเรื่อง"

"ใครกันแน่ที่กำลังหาเรื่อง ฉันมากินข้าวด้วยสายนิดเดียวโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้"

"ผมไม่ได้โกรธ! "

"กำลังขึ้นเสียงอยู่ไม่ใช่รึไง อ่ะขอโทษที่ไม่ได้มากินข้าวด้วย เรามากินข้าวด้วยกันนะฉันไม่ชินเวลากินข้าวคนเดียว"

"ปกติก็กินข้าวคนเดียวได้"

"ตั้งแต่มีทีโอฉันก็กินข้าวคนเดียวไม่ได้แล้ว กินเป็นเพื่อนฉันนะ"

โจโฉยื่นกล่องข้าวสองกล่องมาตรงหน้า มาถึงสนามยิงปืนเพื่อมาเคลียร์กับให้ผมกินข้าวเป็นเพื่อนเนี่ยนะ ทีแรกก็ใจแข็งไม่ยอมอยู่หรอกแต่ผ่านไปสักพักผมก็ต้องยอมจำนงต่อสายตาของเขาอยู่ดี มือยื่นออกไปรับกล่องข้าวหนึ่งกล่องมานั่งกิน ความโกรธค่อยๆ ลดลงทีละนิด ยามมองการกระทำของชายตรงหน้า ลงทุนมาจากที่ทำงานในชุดสูตรเพื่อมานั่งกินข้าวกล่องที่สนามยิงปืนกับผม จะเรียกว่าน่ารักหรือคนบ้า สำหรับเขาคงมีเส้นบางๆ กั้นคำว่าน่ารักกับบ้าออกจากกันแค่นิดเดียว

"เดี๋ยวอีกสักแป๊บฉันต้องไปหาวินเซอร์ จะไปด้วยกันมั้ย"

"เจรจาธุรกิจเหรอครับ เอาผมไปด้วยจะดีเหรอ"

"ตอบแค่อยากไปรึไม่อยากก็พอ"

"ไปก็ได้ครับ"

"ปกป้องฉันด้วยนะคุณตำรวจ..."ประโยคสุดท้ายก่อนโจโฉจะก้มลงกินข้าวต่อมันเบาซะจนผมไม่รู้เขาพูดว่าอะไร พอถามเจ้าตัวอีกรอบก็หาว่าผมตาฝาดหูแว่วได้ยินเสียงไปเอง


ณ ลานจอดรถแห่งหนึ่ง

ผมไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน พอขึ้นรถได้ปุ๊บผมก็ดันเผลอหลับซะงั้นโผล่มาอีกที่ก็เป็นลานจอดรถแล้ว บรรยากาศเหมือนเจรจาซื้ออาวุธเถื่อนเลยแฮะ โจโฉนั่งกอดอกมองภาพหน้ากระจกรถราวกับรอคอยอะไรบางอย่าง รถหรูสีดำเงาวับขับเทียบท่าอยู่ตรงหน้าก่อนที่วินเซอร์จะปรากฏตัวออกมาจากรถ นั้นทำให้โจโฉลุกออกจากเบาะคนขับแทบจะทันทีแต่ก่อนที่เขาจะออกจากรถไปก็ได้หันมาบอกบางสิ่งกับผม

"อย่าออกจากรถเด็ดขาด รอจนกว่าฉันจะกลับมา"

"พูดเหมือนกำลังจะมีอันตรายกับผมงั้นแหละ"

"ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกนะทีโอ"

"ผมควรบอกให้คุณระวังตัวมั้ย"

"ไม่จำเป็น รออยู่นี้นะ"

"ถ้าผมไม่เชื่อฟังคุณล่ะ"

"อยากโดนคัดลายมือ? ดื้อมากนักระวังจะเจ็บตัว"

"งั้นก็รีบออกไปคุยเถอะครับ"

การเจรจาเริ่มขึ้นแต่ผมก็มองไม่เห็นอยู่ดีว่าทั้งสองคุยอะไรกัน ถึงไม่ได้ยินเสียงแต่ผมก็สามารถอ่านปากได้ ทั้งคู่ยืนตรงกันโจโฉหันหลังบังปากวินเซอร์เอาไว้ อยากออกจากรถไปยืนฟังด้วยจังเว้ย แต่มีคำสั่งให้อยู่ในรถ ไอ้เราก็ไม่กล้ากลัวโดนคัดลายมือคราวที่แล้วเล่นปวดมือไปตั้งหลายวัน เพียงเสี้ยววินาทีที่ผมกะพริบตาเสียงปืนนัดแรกก็ดังขึ้นแล้ว

ปัง!!!!!!!

จู่ๆ การเจรจาก็กลายเป็นการวิ่งหลบกระสุนซะงั้น สิ่งที่โจโฉพูดเหมือนเป็นคำทำนาย เขากำลังตกอยู่ในอันตรายแต่ผมต้องนั่งรอในรถอย่างงั้นเหรอ แวบแรกที่คิดได้คือขยับตัวเองไปนังเบาะคนขับเพื่อสตาร์ทรถไปบังให้เขา แต่มันไม่มีกุญแจเจ้าตัวเอามันติดกระเป๋ากางเกงไปด้วยอย่างงั้นเหรอถึงว่ารถกระจกฝั่งผมลงนิดนึง เมื่อกี้ผมเห็นเขาวิ่งไปหลบตรงมุมเสาหวังว่าคงจะไม่เป็นอะไรนะ เสียงปืนยังคงดังต่อเนื่องเป็นพักๆ ผมรอจังหวะที่คิดว่าน่าจะปลอดภัยออกไปหาเขา

"ทีโอระวัง!!!! " ผมพลาดกะจังหวะผิดโจโฉตะโกนเรียกเป็นการใหญ่พุ่งคว้าเอาตัวผมหลบ

"คุณเป็นอะไรรึเปล่า"

"ยังมีหน้ามาถามอีกนะ บอกแล้วไงว่าอย่าลงมา"

"ก็คุณโจโฉตกอยู่ในอันตราย"

"ดื้อจริงๆ เชื่อฟังฉันบ้างก็ดี"

"บอกได้มั้ยมันเกิดอะไรขึ้นทำไมจากเจรจาธุรกิจกลายเป็นการหลบกระสุน"

"ยังไม่ใช่ตอนนี้ ฉันต้องไปช่วยวินเซอร์ก่อน"

เพราะความเป็นห่วงเพื่อนทำให้โจโฉวิ่งออกจากที่กำบังไป สายตาผมเหลือบไปเห็นคนร้ายที่กำลังเล็งเป้าไปที่เขา ร่างกายผมตอบสนองเหมือนอย่างที่โจโฉทำกับผม สองขาก้าวออกจากกำบังอย่าไงมากลัวตายคว้าเอาตัวเขาหลบ ประจวบเหมาะกับที่ตรงนั้นเป็นที่ที่วินเซอร์หลบอยู่พอดี โจโฉมีสีหน้าตกตะลึงกับการกระทำของผมอย่างมากแล้วมันก็แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าโกรธแทน

"ฉันสั่งคนไปเคลียร์แล้วอีกสักพักคงจะไม่มีอันตรายอะไร บาดเจ็บตรงไหนมั้ยโจโฉ ทีโอล่ะ? "

"ผมโอเคครับ"

"แน่ใจว่าโอเคเช็กตัวเองก่อนมั้ย ก่อนจะตอบ" โจโฉแบมือออกมา เผยให้เห็นคราบเลือดสีแดงสดที่ยังไม่แห้ง

"คุณบาดเจ็บเหรอ"

"ไม่ใช่ฉันแต่เป็นทีโอ" พูดปุ๊บก็เจ็บปั๊บ ผมก้มลงมองที่สีข้างตัวเอง เลือดสีแดงสดไหลซิบออกมาเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ผมใส่อยู่

"บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าดื้อ"

"ก็เพราะผมกลัวคุณโดนยิงถึงได้ช่วย ทำไมต้องว่าผมดื้อ! "

"เอ่อ อย่าทะเลาะกันตอนนี้เลยนะดูสถานการณ์หน่อย"

วินเซอร์ร้องห้ามแต่ผมก็ยังโกรธโจโฉอยู่ดี คนอุส่าช่วยดันมาหาว่าผมดื้อซะงั้น คราวหลังถ้าตกอยู่ในอันตรายอีกผมจะปล่อยเขาตายไปเลย ผมจะได้กลับไปทำงานตำรวจสักทีจะได้ไม่ต้องเจอหน้ากันอีก คนเขาอุส่าเอาตัวเข้าช่วยทำหน้าบูดหน้าบึ้งไม่พอใจ กว่าคนของวินเซอร์จะมาเคลียร์ผมก็ชักอย่างวิ่งผ่านดงกระสุนออกไปจากตรงนี้

เบื่อขี้หน้าใครบางคน หึ!!!!!!!


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กำลังใจไรท์อยู่หนายยยย แกล้งตายซะนี่ ขอบคุณที่รออ่านนะ

ปล. อาจมีคำผิดต้องขออภัย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}