H.Rui

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

องค์ชายแห่งหายนะ ตอนที่ 2

ชื่อตอน : องค์ชายแห่งหายนะ ตอนที่ 2

คำค้น : Prince of Holocaust,องค์ชายแห่งหายนะ,Yaoi,Drama,Fantasy,องค์ชาย,องครักษ์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 369

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2562 13:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
องค์ชายแห่งหายนะ ตอนที่ 2
แบบอักษร

 

ตอนที่ 2 

เด็กหนุ่มผู้มีดวงตาสีดำ 

 

 

“นี่ๆ ป้าอามานี” 

            

“...” 

            

“นี่ป้า” ชายหนุ่มเดินตามตูดหญิงอวบที่เดินหนีไปอีกด้าน ไม่ยอมไปทำงานทำการของตัวเอง “เอ...วัยนี้เริ่มหูหนวกแล้วหรือยังไง ถึงไม่ได้ยินที่ข้าเรียก” 

            

คนหูดีปรายมองหางตาก่อนจะจิ๊ปากเสียงดัง “มีอะไรก็รีบๆ พูดมา” 

 

อาม่อนยิ้มกว้าง “ถ้าตามที่ท่านเล่ามา ผู้วิเศษที่ว่ามีสายเลือดของราเคลียสจริง งั้นก็ต้องมีดวงตาสีเขียวเหมือนกันน่ะสิ ใช่มั้ย” 

            

“ข้าไม่รู้” อามานีตอบเสียงสะบัด เห็นจับกรรไกรตัดกิ่งขึ้นมาตัดแต่งดังฉับๆ เสียงดังจนลูกค้าหลายคนหันมามอง...จินตนาการว่ากิ่งพวกนี้คือหูตาจมูกของเจ้าอาม่อน 

            

ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ถึงได้สนใจขึ้นมา...ซ้ำยังถามเยอะจนน่าหงุดหงิด 

           

อาม่อนกุมคางไม่ได้เห็นสีหน้าเริ่มมีตีนกา เอ๊ย รอยโกรธของอามานี “แล้วทำไมคนที่มีสายเลือดทุกคนถึงไม่ได้มีพลัง...แต่กลับเป็นแค่บางคน ร้อยคนมีหนึ่ง น่าสงสัย” 

 

“เอ๊ะ ก็ข้าบอกว่าไม่รู้ไง เจ้านี่เจ๊าะแจ๊ะเสียจริง” อามานีบอกปัดรำคาญด้วยระดังเสียงปานกลาง จะตวาดแว้ดก็ไม่ได้ต้องรักษาภาพพจน์ ถ้ารู้ว่าเป็นอย่างนี้ไม่น่าเล่าให้มันฟังเสียจะดีกว่า “แล้วเจ้าได้ฟังที่ข้าเล่าจริงรึเปล่า ข้าบอกอยู่ว่าไม่มีแม้แต่ผู้ใดที่รู้ถึงตัวตนผู้นั้น แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงฮึ” 

 

“โธ่...ท่านทำให้ข้าอยากรู้แล้วจากไปแบบนี้ นิสัยไม่ดีเลย” 

 

“ไปๆ ชิ่วๆ เกะกะ!” อามานีไม่สนใจคำโอดครวญไม่เข้ากับหน้า นอกจากจะด้วยคำพูดอันร้ายแรง(?)แล้วยังโบกมือไล่อาม่อนที่มีงาน(ลูกค้า)เข้า จึงยอมจากไปแต่โดยดี ความสงบสุขจึงเข้ามาหาเธออีกครั้ง 

 

ขณะที่หญิงอวบวัยทองกำลังยืนดูลูกค้าที่เข้าร้านมาเรื่อยๆ ไม่หยุด ก็สะดุดตากับลูกค้าแปลกหน้าคนหนึ่งที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าร้าน เป็นลูกค้าตัวเล็กแปลกหน้า เพราะอามานีเปิดร้านมานานหลายปีดังนั้นเธอจำได้หมดว่าใครเข้าออกหรือเดินผ่านหน้าร้านของเธอบ้าง 

 

“?” 

 

ลูกค้าที่ว่าเป็นเด็กผู้ชาย การแต่งกายเรียบง่ายแต่เนื้อผ้ากับงานฝีมือละเอียดยิบที่บ่งบอกถึงราคาเพียงแค่มอง ใบหน้าสะอาดสะอ้านทำให้รู้ว่าไม่ใช่เด็กธรรมดาๆ หากให้คาดเดาก็คงไม่พ้นลูกคุณหนูเศรษฐีบ้านไหนซักบ้านในเมืองนี้แน่นอน 

 

หนำซ้ำใบหน้าสะดุดตานั่นแสนจะดึงดูดคนรอบข้างให้หันมามอง...เกศาสีเงินอ่อนขับใบหน้าอันงดงามที่ไม่ธรรมดาให้สว่างไสว ขนตายาวเป็นแพกับดวงตากลมสีดำสนิทราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืน...งดงามเกินคำบรรยายใดๆ จะกล่าว 

 

เด็กคนนั้นยังคงยืนนิ่งไม่สนใจ ดวงตาจดจ้องต้นไม้ที่เธอเอาไปวางประดับหน้าร้านเขม็ง ไม่รู้ว่าไม่เคยเห็นมาก่อนหรือว่าสนใจมากกันแน่ 

            

“ยินดีต้อนรับจ้ะ” อามานีจึงเดินเข้าไปทักด้วยน้ำเสียงใจดีและยิ้มเอ็นดูเมื่ออีกฝ่ายสะดุ้งเลิ่กลั่ก “มีอะไรให้ป้าช่วยมั้ยจ๊ะ” 

            

“เอ่อ...อืม คือ...” เด็กหนุ่มหลุบตาไม่กล้าสบคนแปลกหน้า ริมฝีปากบางแย้มอ้าส่งเสียงเอ่ออ่าประหม่าเกินจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด “นี่คือ...ร้านขายต้นไม้ เอ่อ ใช่ไหม...ครับ” 

            

คำถามที่ไม่คาดคิดทำเอาอามานีต้องทำหน้างง แต่ก็เก็บความสงสัยเอาไว้ “ใช่แล้วจ้ะ ถ้าหากสนใจล่ะก็เข้ามาดูก่อนได้นะพ่อหนู ข้างในร้านยังมีต้นไม้อีกเยอะแยะให้เลือก” 

            

เหมือนเด็กหนุ่มจะรับรู้ได้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้มุ่งร้าย ก็ยอมเงยหน้าแย้มรอยยิ้ม “คือข้า...ข้าชอบต้นไม้ของท่านป้า มัน...มันสวยงามมาก” 

            

แม้จะตะกุกตะกักไปบ้างแต่อามานีก็ฟังออกว่าในน้ำเสียงมีความตื่นเต้นและจริงใจ ยิ่งดวงตาสีดำนั้นจ้องมองมาเปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้าทำเอาคนแก่ยิ้มกว้างหลุดหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู “ตายจริง” 

            

ท่าทางจะไม่ได้แค่ชอบ...แต่เป็นชอบมากสิ น่าจะถูกกว่า 

 

“ขอบใจมากนะ” อามานีอมยิ้มชื่นใจ เจ้าของร้านอย่างเธอคลุกคลีกับต้นไม้มานานหลายปีอย่างเธอพอจะเข้าใจความรู้สึกของเด็กตรงหน้า ยิ่งลูกค้าที่มีความรู้สึกรักในธรรมชาติอย่างจริงใจยิ่งทำให้เธอชอบมากกว่าบางคนที่ซื้อไปประดับตกแต่งสวนในบ้านเพื่อความสวยงามไม่เคยคิดที่จะดูแลเอาใจใส่ 

 

ก็เธอเป็นคนเลี้ยงดูมันด้วยตัวเองอย่างดี กว่าจะเห็นมันเติบโตขึ้นมาสวยงามขนาดนี้ก็ใช้เวลานานหลายเดือน จะรู้สึกสงสารพวกมันที่ถูกซื้อทิ้งไปก็ไม่เห็นแปลก 

            

มากไปกว่านั้น เด็กหนุ่มที่อายุอานามโดยประมาณสิบห้าปีผู้นี้ มีความรักชอบในพืชพันธ์ที่ดูไม่ธรรมดา ยิ่งทำให้อามานีอยากพูดคุยทำความรู้จักมากขึ้นไปอีก...สำหรับคนตรงหน้าจะใช้คำว่าชอบคงน้อยไป เรียกว่าหลงใหล คลั่งไคล้เสียน่าจะเหมาะสมกว่า 

            

หากให้เปรียบกับเด็กผู้ชายทั่วไปคงไม่มีความสนใจในสิ่งมีชีวิตสีเขียวพวกนี้เลยด้วยซ้ำ...ส่วนใหญ่ก็หันไปเล่นของเล่น หรือฝึกดาบไม้ตามประสากันหมด 

            

และอีกเรื่องที่อามานีติดใจก็คือคำถามแรกที่ออกจากปากเด็กหนุ่ม ยังมีอีกหรือบนโลกใบนี้ที่มีคนไม่รู้จักแม้กระทั่งร้านค้า 

 

ราวกับถูกกักขังเอาไว้...ไม่เคยออกมาเปิดหูเปิดตาเห็นโลกภายนอก 

            

อามานีสำรวจรอบร่างกายเล็ก ก็ไม่เห็นมีร่องรอยอะไรซักกระเบียดนิ้วอย่างที่คิด ก่อนที่จะตั้งสติและส่ายหน้ากับความคิดของตน แม่ค้าอย่างเธอริอ่านอยากเป็นนักสืบช่างสังเกตตั้งแต่เมื่อไหร่กัน 

            

ไร้สาระน่า 

 

เด็กหนุ่มลูบไล้ใบไม้ด้วยท่าทางอ้อยอิ่ง ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าท่าทางของตนทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ในร้านมองตาเชื่อม “ต้นไม้สีเขียวชอุ่มพวกนี้ให้ความรู้สึกร่มเย็น เวลามองพวกมันแล้วนอกจากจะสบายตาแล้วยังสบายใจมากขึ้นด้วย เป็นที่พักพิงให้ตอนทุกข์ใจอย่างดี” น้ำเสียงตอนท้ายแผ่วเบาลง พึมพำเหมือนกับพูดคนเดียว “ท่านป้าเลี้ยงดูมันให้เติบโตมาอย่างงดงามก็งดงามไม่ต่างกันเลย” 

 

“แหม” แม่ค้าปิดปากหัวเราะชอบใจ ถ้าเป็นแต่ก่อนมีชายหนุ่มกำยำหล่อล่ำ(ซึ่งต้องไม่ใช่เจ้าอาม่อน)มาชมกันแบบนี้เธอคงจะเขินอายม้วนต้วนไปแล้ว แต่นี่เป็นคำชมของหนุ่มน้อยที่ถ้านับอายุก็แทบจะเป็นหลานเธอได้แล้ว เธอจึงนึกเอ็นดูเด็กคนนี้มากกว่าเดิม “พ่อหนู เจ้าอายุเท่าไหร่” 

 

“ข้าหรือ” เด็กหนุ่มเอียงคอจนเส้นไหมสีเงินนุ่มนวลตกตามแรงโน้มถ่วง “ถ้าถึงวันเกิดของปีนี้ก็อายุครบสิบเจ็ดปีแล้วล่ะ” 

 

เหลืออีกแค่ไม่กี่เดือนก็จะอายุครบสิบเจ็ด 

 

แต่ถึงอย่างไรก็ช่างมันเถอะ 

 

“ท่านถามทำไมหรือ” 

 

“เปล่าจ้ะ ก็แค่เจ้าตัวเล็กมากเสียจนป้านึกว่าอายุสิบสี่สิบห้าเองน่ะ” อามานีเลิกคิ้วอย่างไม่อยากเชื่อ หนำซ้ำคำตอบเมื่อครู่ยังทำให้หญิงสาวในร้านหลายคนที่ฟังหูผึ่งก็เริ่มเปลี่ยนความคิด ก็เพราะโดนใบหน้าแสนละอ่อนนี้หลอกตาเสียสนิทใจ ส่วนเด็กหนุ่มที่ถูกแซวทำเพียงยิ้มแห้ง “เอาเป็นว่าถ้าเจ้าสนใจต้นไม้ต้นไหนก็เดินดูก่อนได้เลยนะ เดี๋ยวป้าลดให้เป็นพิเศษ” 

 

ด้วยความที่ถูกชะตาตั้งแต่แรกพบจนได้คุยกันยิ่งทำให้อามานีผู้เป็นเจ้าของร้านถูกใจเอ่ยปากลดราคาให้ ทั้งๆ ที่เธอไม่ค่อยได้ทำแบบนี้กับลูกค้าคนไหนสักเท่าไหร่ ก็เด็กหนุ่มตรงหน้าช่างน่าเอ็นดู อายุพอๆ กับหลานชายของเธอเลย...แตกต่างที่รูปร่างและนิสัย หลานชายของเธอตัวใหญ่ผิวคล้ำแดดพูดจาโผงผาง แต่อีกฝ่ายตัวผอมผิวขาวดุจหิมะ สุภาพเรียบร้อยราวกับผ้าพับอย่างกับเด็กผู้หญิง 

 

เอ...จะว่าไปแล้ว 

            

“เจ้า” 

            

“?” 

            

“คุยมาตั้งนาน แต่ป้ายังไม่ทันได้ถาม...เจ้าชื่อว่าอะไร” 

 

เด็กหนุ่มดวงตาสีดำชะงัก แพขนตาหลุบลงก่อนจะเงยขึ้นสบ “ข้า...” ริมฝีปากแย้มยิ้มบาง แววตาสีดำไหววูบเพียงเสี้ยววินาที “ข้าชื่อว่า...ฟาเอล” 

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตอนนั้นเสียงใสถึงได้ก้องกังวานในความรู้สึกของอามานีเหลือเกิน  

 

“ราฟาเอล” 

 

 

ขาเรียวภายใต้กางเกงเนื้อดีก้าวเดินเข้ามาในร้าน สายตากวาดมองสินค้าที่น่าละลานตาไปเรื่อยๆ สิ่งใดที่น่าสนใจมาก ฟาเอลก็จะหยุดดูอยู่นาน สังเกตจนพอใจก็หยุดที่สิ่งถัดไป...ยืนนิ่งจดจ้อง...มองอย่างกับกำลังทำการทดลองบางอย่างแล้วสังเกตความเปลี่ยนแปลงอย่างไรอย่างนั้น 

 

ร้าน ‘นิก’ เป็นร้านต้นไม้ที่ใหญ่มาก พื้นที่ก็กว้างแบ่งเป็นโซนอย่างชัดเจน สิ่งที่ทำให้ดึงดูดสายตาเป็นอันดับแรกเลยคือต้นไม้หน้าร้านที่ส่งกลิ่นหอมเรียกลูกค้าที่เดินผ่านไปมาได้ชะงัด หนำซ้ำพอเข้ามาด้านในก็มีไม้พุ่มห้อยตัวลงมาจากเพดานดูน่ามอง ล็อคทางซ้ายด้านหลังเคาน์เตอร์เก็บเงินที่หญิงเจ้าของร้านยืนอยู่ก็เป็นพวกอุปกรณ์ทำสวนกับของประดับตกแต่งจำพวกหินกรวดหลากสี มีทั้งขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ล็อคตรงกลางก็เป็นพวกมูลวัวที่ผ่านการหมักมาแล้ว ว่ากันว่าถ้าหากบำรุงต้นไม้ด้วย ‘ปุ๋ย’ พวกนี้จะทำให้ต้นไม้ยิ่งเจริญงอกงาม  

 

ฟาเอลกวาดตามองถุงสีขาวที่เขียนว่าปุ๋ยหมักอย่างสนใจเป็นพิเศษ เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก เขาเคยอ่านแต่ในตำราถึงวิธีการทำปุ๋ย ก็คือนำมูลวัวมาผสมกับกากน้ำตาลและเศษพืช จากนั้นหมักทิ้งเอาไว้หลายวันกว่าจะนำมาใช้ได้...เขารู้แค่ทฤษฎี จึงยังไม่เข้าใจถ่องแท้สักเท่าไหร่ 

 

อยากจะลองลงมือทำเองดูบ้าง แต่ที่บ้านก็ดันไม่มีวัว...แล้วจะเอามูลวัวมาจากไหนกันล่ะ 

 

เด็กหนุ่มผมสีเงินดวงตาสีดำทำหน้าครุ่นคิดไปถึงรายละเอียดการทำปุ๋ย หนังสือหมวดพฤกษศาสตร์เล่มโปรดของเขา อืม ถ้าจำไม่ผิด ต้องใช้วัตถุดิบเยอะมาก แต่ก็จำได้ไม่หมด พยายามขุดคุ้ยความรู้ที่อยู่ในสมองแล้วก็จำได้ก็แค่เพียงคร่าวๆ สงสัยคงต้องวานให้คนออกมาซื้อของให้อีกตามเคย 

 

หรือว่าครั้งหน้าเขาจะออกมาข้างนอกเองอีกดี? 

 

ฟาเอลคิดก่อนจะพยักหน้ายิ้มกว้างอย่างดีใจ ก็เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันน่าสนใจไปหมด...ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมใครต่อใครถึงได้ห้ามนัก 

 

แต่ครั้งหน้าที่ว่าจะได้ออกมาเมื่อไหร่นี่สิ...โอกาสไม่ได้มีกันง่ายๆ 

 

ดวงตาสีดำปรายไล่จากปุ๋ยหมักมูลวัว ก่อนจะเบิกตากว้าง นั่นมันปุ๋ยจากมูลหมู! มีปุ๋ยที่ทำจากมูลของสัตว์อื่นนอกจากวัวด้วย ทำไมในตำราไม่เห็นมีบันทึกเอาไว้เลย แบบนี้แสดงว่าหญิงเจ้าของร้านจะต้องมีวิธีการทำปุ๋ยหมักพวกนี้สินะ 

 

โลกภายนอกมีอะไรที่น่าค้นหามากกว่าในหนังสือ 

 

ฟาเอลเหลือบมองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่แขวนประดับอยู่บนผนังร้าน ยังมีเวลาเหลือพอที่จะให้เขาสำรวจร้านนี้จนทั่ว ดวงตากลมสีดำไล่มองถุงปุ๋ยหลายชนิดที่วางแยกกันเป็นชั้นๆ อย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะเหลือบสายตาข้ามไปอีกฝั่ง ผนังอีกด้านของร้านนิกเป็นชั้นวางกระถางต้นไม้ต้นเล็กขนาดเท่าฝ่ามือเรียงรายให้เลือกสรร ด้านหลังก็เป็นไม้พุ่มที่ใส่กระถางเล็กๆ ห้อยติดตะแกรงสีขาว 

 

แม้จะไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ แต่การจัดเรียงต้นไม้ของเจ้าของร้านทำให้ฟาเอลรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด ขาเรียวเดินไปที่ชั้นต้นไม้เล็กๆ นั้นราวกับถูกรัศมีบางอย่างดึงดูดให้เข้าหา 

 

เรื่องวิธีที่จะออกมาข้างนอกครั้งหน้าเอาไว้เดี๋ยวค่อยคิดก็ได้! เพราะตอนนี้มีสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า! 

 

ต้นไม้หลากพันธ์ดูรูปร่างประหลาด อย่าง ‘กระบองเพชร’ ที่เป็นต้นไม้ที่ไม่มีใบเหมือนต้นอื่นๆ หากแต่มีหนามอยู่รอบกาย...ว่ากันว่าเป็นต้นไม้ที่กำเนิดและเติบโตอยู่บนทะเลทรายที่มีอากาศร้อนอบอ้าวและไม่มีฝนตลอดปี ทำให้กระบองเพชรต้องเก็บน้ำไว้ในลำต้น เปลี่ยนจากใบกลายเป็นหนามเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นฟาเอลจึงชอบต้นไม้ต้นนี้มาก...เพราะมันฉลาด สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ 

 

...เพราะต้องอยู่รอด...จึงต้องสร้างหนามเพื่อปกป้อง...เพื่อไม่ให้ตัวตาย... 

 

ฟาเอลสะบัดศีรษะจนผมนุ่มสะบัด ผมที่ปรกลงมาปกปิดดวงตาสีดำไม่ให้เป็นที่สังเกตเห็นว่าในตอนนี้กำลังฉายความรู้สึกใดอยู่ 

            

ต่อไป อืม...ต้นนี้คือ ‘ฟาวซาเรีย’ ต้นที่มีใบเป็นรูปสามเหลี่ยมสีเขียวอวบน้ำเรียงซ้อนทับกัน ขอบใบมีปุ่มหนามโดยรอบ ลักษณะคล้ายคลึงกับต้นที่มีสรรพคุณหลากหลายอย่าง ‘ว่านหางจระเข้’ ขนาดย่อส่วนไม่มีผิด 

            

ส่วนนี่... 

 

“นี่มัน...ต้นอะไรกัน” เสียงใสพึมพำ ปลายนิ้วยกขึ้นลูบไล้ต้นไม้เล็กๆ ที่มีรูปร่างเหมือนฟักทองแต่มีดอกไม้ดอกหนึ่งบานอยู่ด้านบน กับอีกต้นที่มีแค่ใบเล็กๆ น่ารักมีสีเขียวตรงโคน ตรงปลายเป็นสีชมพู 

 

น่าสนใจ 

 

ต้นไม้หลายต้นที่เด็กหนุ่มทั้งเคยเห็นของจริงและเคยเห็นเพียงแค่ในหนังสือ บางต้นก็ไม่เคยเห็นในหนังสือมาก่อน ถ้าหากในห้องของเขามีต้นไม้กระถางเล็กประดับอยู่บ้างก็คงจะดี เพราะอย่างที่บอกกับอามานี เขาชอบมองมันเวลามีเรื่องไม่สบายใจ 

 

ผ่านไปหลายนาทีแต่ดวงตาสีดำเปล่งประกายยังคงจับจ้องนิ่งงันด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดกับคิ้วขมวดเป็นปม หากมิใช่เพราะเส้นไหมสีเงินที่เข้ากับดวงหน้างามก็คงจะทำให้ลูกค้าในร้านตีตัวออกห่างเป็นรัศมีไปแล้ว แต่การกระทำของฟาเอลนั้นยิ่งทำให้อามานียิ้มเอ็นดู 

 

“เอ่อ...ท่าน...” 

 

“ป้าชื่ออามานี” เจ้าของร้านหลุดหัวเราะในลำคอเพราะเด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกตอบกลับมาในทันที ไม่รู้ตัวว่ากำลังทำถูกจับจ้องอยู่แต่แรก “ว่าไงจ๊ะ” 

 

“ท่านอามานี” ฟาเอลพยักหน้ารับ นิ้วเรียวชี้ไปที่กระถางเล็กที่สนใจบนชั้น “ต้นไม้พวกนี้ท่านขายยังไง” 

 

เสียงใสพูดสุภาพและนอบน้อมจนหญิงอวบชื่นอกชื่นใจ เป็นลูกเศรษฐีจากตระกูลไหนก็ช่างแต่เธอไม่เคยเห็นเด็กที่สุภาพเช่นนี้มาก่อน สงสัยผู้ปกครองคงอบรมสั่งสอนมาดี 

 

“ยืนดูนานสองนาน เลือกได้แล้วรึ เจ้าชอบต้นไหนล่ะ” 

 

“ข้าชอบ...ทั้งหมดเลย” 

 

อามานีเริ่มรู้สึกแปลกประหลาดเมื่อหัวใจของเธอพองโตทุกครั้งที่ได้ยินคำพูดของฟาเอล ก็เพราะว่ามันออกมาจากหัวใจ “ต้นไม้ของป้าก็คงจะดีใจมากที่เจ้าชอบพวกมัน” 

 

ฟาเอลไม่พูดหรือตอบอะไรออกไป แต่ริมฝีปากยิ้มรับขับดวงหน้าให้งดงามรับกับผมสีสว่าง เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาของคนรอบข้างที่มองมาเยอะมากขึ้น จึงหยิบฮู้ดขึ้นมาสวมทับปกปิดผมสีโดดเด่นของตน ข่มเสียงหัวใจที่เริ่มเต้นตุบเมื่อหวาดกลัวบางอย่าง ก่อนจะหยิบกระถางต้นไม้ที่หมายตาเอาไว้มาวางที่เคาท์เตอร์ “ข้าขอซื้อเท่านี้นะครับ” 

 

“ได้จ้ะ ทั้งหมดห้าต้น...คิดเงินแค่สาม” อามานีป้องปากชะโงกหน้าเข้าใกล้พูดเสียงเบา “ป้าแถมให้” 

 

“จะดีหรือ” ฟาเอลถามอย่างไม่เข้าใจ ไม่เคยได้ยินว่าของซื้อของขายจะให้กันได้แบบไม่คิดเงิน และเขาก็มีเงินมากพอที่จะจ่าย...ยังคงไม่เข้าใจความใจดีของหญิงอวบที่มีให้ตน “ข้าว่า...” 

 

“ดีสิ” เจ้าของร้านไม่ฟังคำท้วงใดๆ วางต้นไม้ใส่ถุงกระดาษสีน้ำตาลเข้มและส่งให้ “ป้าชอบเจ้า ฟาเอล เอาไว้คราวหน้ามาอีกนะ” 

 

ดวงตาสีดำเบิกกว้าง พลันวาบวับฉ่ำน้ำเพียงเพราะคำพูดที่ได้ยิน ดวงหน้างดงามรีบก้มให้เส้นผมสีเงินของตนปกปิด 

 

‘ป้าชอบเจ้า’ 

 

เพียงแค่คำพูดเล็กน้อย 

 

ทั้งที่เป็นคนที่เพิ่งรู้จัก...เป็นคนแปลกหน้าแท้ๆ 

 

เด็กหนุ่มพยักหน้าพูดเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น “ถ้าหากมีโอกาส ข้าจะมาอีกแน่นอน” 

 

อามานีไม่เข้าใจความหมายในสิ่งที่ฟาเอลพูดสักเท่าไหร่นัก แต่ก็รับเงินมาจากมือของอีกฝ่ายเงียบเชียบและคิดเงินลูกค้าคนถัดไปที่ยืนต่อคิว 

 

“ท่านฟาเอล!” 

 

เด็กหนุ่มไม่ทันหันหลังเดินออกมาจากร้าน ก็มีเสียงทุ้มเข้มตะโกนดังแทรกสายลมมาให้คนรอบข้างหันมอง รวมไปถึงอามานีด้วย 

 

เจ้าของชื่อเบิกตากว้างทั้งหน้าซีดเซียว ร่างสูงใบหน้าคุ้นตาที่บัดนี้สวมชุดนอกเครื่องแบบเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า “ราธ...” เสียงใสเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางสั่นระริก...กว่าจะเค้นเสียงออกจากลำคอได้ก็ช่างยากลำบาก 

 

ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นอีกฝ่ายอยู่ที่นี่ 

 

ออกมาตามหาเขางั้นหรือ 

 

“ท่านออกมาทำอะไรที่นี่” ราธเน้นคำ ใบหน้าหล่อเหลาแม้จะเรียบนิ่ง แต่ฟาเอลรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังโมโหมากแค่ไหน สาเหตุก็เพราะว่าเขาเอง 

 

หญิงอวบเจ้าของร้านต้นไม้ลอบสังเกต ชายทั้งสองคนยังคงยืนขวางหน้าร้านของเธออยู่ เป็นไปได้ยากที่จะทำให้เธอเมินไม่สนใจ อีกอย่างเธอก็รู้จักกับลูกค้าเด็กหนุ่มที่ชื่อฟาเอลแล้วด้วย...ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอก็อยากรู้ว่าฟาเอลเป็นลูกคุณนายคุณชายบ้านไหน คาดเดาจากใบหน้าของร่างสูงที่เพิ่งปรากฏกายแล้วอายุไม่น่าเกินยี่สิบห้า แต่อากัปกิริยาและการแต่งตัวที่ดูดีเป็นระเบียบทุกกระเบียดนิ้วตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าไม่ต่างกับฟาเอลทำให้ชายผู้นี้ดูภูมิฐาน และอาจเข้าใจผิดไปว่าอายุเยอะมากกว่าที่ตาเห็น 

 

ชายหนุ่มตัวสูงร้อยเจ็ดสิบกว่าเซนติเมตรกับใบหน้าคมเข้มสะดุดตาเพราะทรงผมสีดำไถเกรียนด้านล่างจนเตียน ดวงตาสีเดียวกันสุขุม ตาเรียวคิ้วเข้มจมูกโด่งเป็นสันริมฝีปากบางเฉียบ แม้จะถูกจับจ้องจากรอบด้านแต่ใบหน้านั้นเรียบนิ่ง ในแววตาไม่มีอารมณ์ใดๆ นอกจากคำว่าเย็นชา อีกทั้งเสื้อสูทสีดำสนิททั้งตัวกับรองเท้าหนังวาววับ 

 

หากอีกฝ่ายไม่เรียกเด็กหนุ่มด้วยคำสูงส่งกว่า อามานีคงคิดว่าราธเป็นพี่ชายที่บุคลิกต่างกันสุดขั้ว 

 

หากแต่ภาพลักษณ์ภายนอกที่ดุดันของราธก็ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ตกหลุมรักได้อย่างง่ายดาย รัศมีสีชมพูที่ถูกส่งมารอบด้านก็ไม่อาจทำให้ร่างสูงละสายตา เพราะสิ่งที่เขาสนใจมีเพียงเด็กหนุ่มที่ยืนหน้าซีดอยู่ตรงหน้าเท่านั้น 

 

คิดหรือว่าใส่เสื้อคลุมศีรษะแล้วเขาจะจำไม่ได้? 

            

“ท่านฟาเอล” เสียงทุ้มข่มย้ำไปอีกคราเมื่อไม่ได้ยินคำตอบ “ข้าถามว่าท่านมาทำอะไร... ‘ข้างนอก’ นี่” 

            

ฟาเอลเม้มปาก ข่มให้ตนไม่สั่นกลัว ความดีใจที่เห็นว่าราธออกมาตามหามลายหายวับไปทันทีที่น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้น ซ้ำยังย้ำเรื่องข้างนอกที่คล้ายกับกฎต้องห้าม 

           

ข้าทำผิดอะไร...ร้ายแรงถึงขนาดนั้นเชียวหรือ 

 

ยังคงไม่ตอบอะไรออกไป เด็กหนุ่มยืนก้มหน้านิ่งงันยิ่งทำให้ฮู้ดตกลงปิดบังไม่อาจเห็นสีหน้า ดวงตาคมกริบยังไม่ละความเข้มงวด ปรายตามองรอบกายไม่เห็นบาดแผลใดๆ มีเพียงแต่บางอย่างที่อยู่ในมือ 

 

...มันคือถุงกระดาษ... 

            

ราธถอนหายใจ “กลับขอรับ...เดี๋ยวนี้” 

 

ขายาวตวัดหันหลังเดินไปทันทีที่จบคำพูด ทิ้งเด็กหนุ่มที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังให้มองตามแผ่นหลังกว้าง ริมฝีปากบางยกยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเหลือบมองไปที่ด้านหลัง อามานีกำลังยืนส่งสายตามองมา เขาจึงก้มหัวบอกเป็นเชิงจากลาอีกครั้ง และก้าวเท้าเดินห่างออกไปจากหน้าร้านที่มาเยือนครั้งแรกด้วยตัวเอง 

 

เสียงของสายลมที่พัดผ่านทำให้ผ้าคลุมศีรษะปลิวหลุดออก เผยผมสีเงินพลิ้วสะบัดพริ้วคลอเคลียกับดวงตาสีรัตติกาลว่างเปล่า 

 

‘ป้าชอบเจ้า’ 

 

‘ถ้าหากมีโอกาส ข้าจะมาอีกแน่นอน’ 

 

 

...มันคือคำสัญญาที่จะไม่มีวันเกิดขึ้น... 

 

 

 

 

“ป้าอามานี นี่มันอะไรกัน ทำไมสาวๆ เข้าร้านเยอะขนาดนี้ ช่วงนี้ต้นไม้ของท่านยอดฮิตติดชาร์จรึ”  

 

ระหว่างที่อามานีกำลังยืนมองส่งสองคนที่ยังคงมีแต่คำว่าไม่รู้อยู่ในหัวก็ต้องสะดุ้งกับเสียงเดิมที่โผล่มาอีกครั้งไม่ทันให้ตั้งตัว ถึงคราวนี้จะโชคดีที่เธอไม่แถมฝ่ามืออรหันต์ไปกับคำอุทาน แต่สายตาค้อนมองก็เคลือบความไม่พอใจ “อาม่อน เจ้ามีอะไรอีกฮึ” 

 

“ข้าแค่ถามว่าทำไมผู้หญิงเข้าร้านท่านเยอะนัก เล่นของอะไรรึเปล่า ข้าจะได้ทำบ้าง” อาม่อนพูดแหย่ตามประสา ดูสิ สาวน้อยสาวใหญ่น่ารักๆ ทั้งนั้น แถมยังวี้ดว้ายมองไปทางเดียวกันอีก แต่คราวนี้แปลกนักที่หญิงอวบนิ่งงันไม่หือไม่อือกับคำหยอก 

 

ทั้งๆ ที่เขาเตรียมหูชาเอาไว้แล้วเชียว 

 

“เมื่อครู่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาอุดหนุนต้นไม้ที่ร้าน” อามานีตอบเหม่อลอย แผ่นหลังของทั้งสองลับสายตาไปแล้ว ในขณะที่อาม่อนพยักหน้ากำลังรับฟัง หญิงอวบก็ถอนหายใจยาว “ก็ไม่มีอะไร แค่รู้สึกเป็นห่วงเด็กคนนั้นนิดหน่อย” 

 

อาม่อนยังขมวดคิ้ว เมื่อสิ่งที่ได้ยินไม่ใช่คำตอบที่อยากได้...นั่นไม่ใช่คำตอบที่ว่าทำไมลูกค้าสาวๆ ถึงเต็มร้าน “แล้วทำไมท่านต้องเป็นห่วงเขาด้วยล่ะ ก็แค่ลูกค้าคนหนึ่งเท่านั้นเอง” 

 

ลูกค้าน่ะ มีหลากหลาย มาครั้งหนึ่งติดใจก็มาอีก บางคนก็มาแค่ครั้งเดียวแล้วก็ไม่เจออีกเลย...ดังนั้นอาม่อนจึงไม่คิดผูกความสัมพันธ์ลึกซึ้ง เป็นกังวลไปถึงชีวิตส่วนตัว...มันจะทำให้ตัวเองต่างหากที่ลำบาก 

 

คนฟังนิ่งไป “...นั่นสิ...” ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม 

 

ชายหนุ่มยักไหล่ “แทนที่ท่านจะมัวนั่งกังวล มาต้อนรับลูกค้าที่แทบจะล้นร้านนี่ดีกว่ามั้ย” ก่อนจะหันก้นเดินจากไปก็ทิ้งคำพูดเอาไว้เจ็บแสบให้อามานีแยกเขี้ยว 

 

“ข้าไม่อยากให้คนอย่างเจ้ามาพูดแบบนี้นักหรอกย่ะ” 

 

“คนอย่างข้ามันทำไม” 

 

“ก็คนที่ไม่ต่างจากติดเชื้อบ้าไง” 

 

“นี่ท่านพูดแรงเกินไปแล้วนะ!” เสียงทุ้มแว้ดกลับมาให้หญิงอวบยิ้มเยาะ ใบหน้าที่เคยคล้ำกลับแดงก่ำเพราะมีน้ำโหไม่ทำให้อามานีกลัว 

 

“ข้าพูดจริงต่างหาก!” 

 

หากว่านี่เป็นวิธีการของอาม่อนที่ทำให้เธอลืมเลือนเรื่องของเด็กหนุ่มคนนั้นไปก็นับเป็นวิธีที่ใช้ได้ แต่...ถ้าหากเธอไม่อาจเอื้อมเกินไป เธอก็อยากจะวอนขอ... 

 

ดวงตาสีดำมืดมิดที่สบกับเธอก่อนจะหันหลังเดินจากไปมันติดตรึง 

 

...ภาวนาให้เด็กหนุ่มคนนั้น... 

 

‘ข้าชอบต้นไม้ของท่าน...มันช่างสวยงาม...งดงามเหมือนกับท่าน’ 

 

รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่พูดคุยกับเธอมันไม่ใช่ของปลอม...เพราะฉะนั้น... 

 

...ขอให้ฟาเอลได้พบกับความสุขที่แท้จริงด้วยเถอะ... 

 

 

 

TBC. 

 

ทักทายนักอ่าน 

ผ่านมาแล้วสองอาทิตย์ เป็นเวลายาวนานมาก ไม่เคยทิ้งนิยายตัวเองนานขนาดนี้ (ฮา) แต่ก็นั่นแหละ ขอเวลาให้รีไรท์บวกแต่งตอนใหม่หน่อยนะ คือแต่งไปคิดไป ทำยังไงถึงจะทำให้ได้ดีกว่าเรื่องก่อนๆ? 

กลัวนักอ่านจะทิ้งกันไปจริงๆ นะ เพราะนอกจากจะไม่อัพแบบต่อเนื่องแล้ว ถ้าเนื้อเรื่องไม่สนุกนี่ยิ่งง่ายต่อการทำให้คนอ่านออกห่าง (มีดราม่า) 

เอาน่า ตอนแรกๆ ก็น่าเบื่องี้ ยิ่งคนที่เคยอ่านก่อนรีไรท์มันก็จะคล้ายๆ กันอยู่ แต่ว่ายังไงก็ต้องปูเรื่องกันสักนิด เหมือนทดแทนรักไง แรกๆ น่าเบื่อแต่ตอนหลังนี่ดราม่าอย่างเข้มข้นเลย 

ขอรับรองด้วยเกียรตินักเขียนว่าสนุกแน่นวล นะๆ*0* 

รักนักอ่านเสมอ 

เจอกันตอนหน้าจ้า <3 

 

ปล. แปะภาพร่างราฟาเอลไว้หน้าเว็บแล้ว ไปดูกันได้ นั่นคือหน้าปกคร่าวๆ ล่ะ ยังวาดไม่เสร็จแต่ก็ขออวดหน่อย 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น