หอหมื่นอักษร

เมื่อหนุ่มหล่อสุดยอดเซลล์แมนจากศตวรรษที่ 21 ต้องกลายมาเป็นขี้ข้า เอ้ย! พ่อบ้าน (ใจกล้า) ในโลกอดีต ที่มีดีกรีความกะล่อนระดับเทพ เรื่องราววุ่นวายจึงบังเกิด แล้วคิดว่าหลินหว่านหรงจะยอมก้มหัวให้ใครหรือไง !

ตอนที่ 26 แย่งชิงด้วยกลอุบาย (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 แย่งชิงด้วยกลอุบาย (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2561 15:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 แย่งชิงด้วยกลอุบาย (1)
แบบอักษร



ถึงแม้จะเกิดเรื่องนี้ แต่ช่วงเวลาหน้าแดงของหลินหว่านหรงก็มีแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น เวลานี้จึงกลับคืนเป็นปกติเรียบร้อย

รองเท้าที่เฉี่ยวเฉี่ยวทำให้หลินหว่านหรงนั้นขนาดพอดียิ่ง เขาเดินกลับไปกลับมาอยู่หลายรอบ รู้สึกสบายเป็นที่สุด เฉี่ยวเฉี่ยวฝีมือดีดังที่คิดเอาไว้

ครั้นเห็นด้านข้างยังมีชุดที่ตัดใหม่วางอยู่ เห็นชัดว่าตัดเย็บเพื่อตนเองแน่ พอนึกว่าช่วงกลางวันของหลายวันมานี้เฉี่ยวเฉี่ยวยุ่งวุ่นวายเหลือเกิน เฉี่ยวเฉี่ยวจะต้องรีบรุดทำชุดและรองเท้านี้ให้เขาอย่างหามรุ่งหามค่ำแน่ หลินหว่านหรงจึงซาบซึ้งใจ รู้สึกเสียใจเล็กน้อยต่อพฤติกรรมน่ารังเกียจของตนเมื่อสักครู่นี้


หลินหว่านหรงสวมชุดใหม่เดินไปมา รู้ว่าเจ้าชุดนี้เหมือนตัดมาตามรูปร่างของเขาอย่างนั้น พอดีตัวเป็นที่สุด และไม่รู้เป็นเพราะฝีมือของเฉี่ยวเฉี่ยวดีหรือตัวเราเกิดมาเป็นไม่แขวนเสื้อที่ดีกันแน่ เจ้าคนผู้นี้คิดอย่างไร้ยางอาย

เสียงตึงตังดังขึ้น ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวสะกดกลั้นความอายเดินออกมา ริ้วแดงบนใบหน้ายังคงมองเห็นได้ชัดเจน

“เฉี่ยวเฉี่ยว——” หลินหว่านหรงทอดสายตามองนางพลางยิ้มด้วยท่าทางกระดาก

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวไม่พูดไม่จา เดินมาข้างเขา จัดแจงชุดเขาด้วยท่าทางอ่อนโยน ทั้งยังมองตรวจตราซ้ายขวาหน้าหลังอย่างละเอียดลออ จากนั้นถึงผงกศีรษะด้วยความพึงพอใจ

มองใบหน้าขวยเขินของนาง ใบหน้ากระจ่างใส กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาจากกายนาง ทำให้หลินหว่านหรงเกิดจิตใจฟุ้งซ่านขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง อยากจะกอดนางแล้วจูบหนักๆ ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

สูดลมหายใจลึกๆ สะกดกลั้นลมหายใจ เกร็งก้น หลินหว่านหรงแอบท่องอยู่ในใจ กดความบ้าคลั่งของหัวมังกรเอาไว้   

“พี่ใหญ่ พรุ่งนี้ท่านจะไปตระกูลเซียวแล้ว ต้องดูแลตัวเองให้ดี ข้าจะทำชุดใหม่ให้ท่านอีกสองชุด หากมีเวลาท่านก็มารับนะเจ้าคะ” ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวเอ่ยเสียงแผ่วเบา

หลินหว่านหรงซึ่งกำลังสู้รบปรบมือกับหัวมังกรด้วยความยากลำบากจิตใจไหวหวั่นเล็กน้อย ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย

แม่หนูเฉี่ยวเฉี่ยวอ่อนโยนขนาดนี้ ปฏิบัติต่อผู้อื่นก็ดีอีกด้วย การไม่ให้เกียรตินางเช่นนี้ช่างไม่สมควรจริงๆ เลย มโนธรรมของหลินหว่านหรงคิดถึงเรื่องนี้ ตำหนิตัวเองเล็กน้อยคราหนึ่ง


เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เขามาหน้าตระกูลเซียวแต่เช้า ถึงกระนั้นกลับเห็นคนจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังรายล้อมป้ายรายชื่อสีแดงส่งเสียงอึกทึกครึกโครมไม่หยุด

หลินหว่านหรงเบียดเสียดเข้าไปดู ที่แท้ก็เป็นรายชื่อผู้เข้าร่วมทดสอบการเป็นบ่าวตระกูลเซียวในรอบแรกนั่นเอง บนรายชื่อสีแดงสดเขียนรายชื่อจำนวนนับไม่ถ้วน เบียดเสียดแน่นขนัด

โชคดีที่สายตาของหลินหว่านหรงดียิ่ง ดังนั้นจึงหารายชื่อของตนเองอยู่ตรงมุมหนึ่งที่ไม่สะดุดตา——หลินซาน


ทำไมสองคำนี้ถึงดูแปลกๆ ขนาดนี้นะ หลินหว่านหรงนึกถึงแผนการเจ้าเล่ห์ของตาเฒ่าเว่ย บังเกิดโทสะขึ้นมาโดยพลัน


ถึงกระนั้นเมื่อมองดูด้านข้าง ไม่ว่าชื่ออะไรก็มีหมด จางโก่วเซิ่ง (สุนัขไม่รับประทานแซ่จาง) เซี่ยสื่อเหริน (คำว่าสื่อเหรินพ้องเสียงกับคำว่าคนตาย) หลิวเยวี่ยจิง (คำว่าเยวี่ยจิงพ้องเสียงกับคำว่าประจำเดือน) เมื่อเทียบกับเจ้าพวกนี้ ชื่อหลินซานถือว่าโชคดีแล้ว หลินหว่านหรงลอบหลั่งเหงื่อเย็น ดูท่าว่าตาเฒ่าเว่ยยังนับว่ามีความจริงใจอยู่บ้าง

“ไม่คิดเลยนะ โอกาสในการทดสอบรอบแรกก็ยังไม่มี ถูกคัดชื่อออกไปทั้งแบบนี้เสียแล้ว สวรรค์ไม่ปราณีข้าเลย” เจ้าหนุ่มซึ่งแต่งตัวเหมือนบ่าวรับใช้ผู้หนึ่งกล่าวร้องไห้ขี้มูกโป่ง

“สหายท่านี้ เหตุใดถึงเศร้าโศกเช่นนี้กันเล่า?” อีกคนเอ่ยถาม

ผู้ที่ร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวดกล่าวว่า “ที่แท้การรายงานตัวเมื่อวานถือเป็นการคัดเลือกขั้นต้น น่าสงสารที่ข้าไม่รู้ ช่วงที่รายงานตัวแอบมองสาวใช้ตระกูลเซียวพวกนั้นอยู่หลายครา ผลก็เลยถูกคัดออกเช่นนี้”

“สหาย เหล่สาวก็ต้องเลือกเวลาที่เหมาะสม ขอเพียงเข้าไปได้จะไม่มีโอกาสอีกหรือ? เฮ้อ เสียดายแทนเจ้าจริงๆ” เจ้าหนุ่มคนนั้นกล่าวพลางทอดถอนใจ

“เอ๋ เห็นสหายแต่งกายเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าเป็นบ่าวรับใช้แล้วหรือ? เหตุใดยังเข้าร่วมการคัดเลือกเป็นบ่าวรับใช้อีกเล่า?” สหายอีกคนเอ่ยถามด้วยความสงสัย

ผู้ที่ร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวดร่ำร้องออกมาคราหนึ่งแล้วพูดว่า “แปลกอันใดกันเล่า สมัยนี้คนมุ่งสู่ที่สูง สายน้ำไหลลงสู่ที่ต่ำ ข้ามาลองไม่ได้หรืออย่างไร? ข้าบอกพวกเจ้าให้ ข้าไม่เพียงเข้าร่วมการคัดเลือกบ่าวตระกูลเซียว ข้ายังเข้าร่วม ‘ยอดบุรุษแห่งอำเภอ’ ที่ท่านนายอำเภอจัด กับ ‘สตรีผู้หยาบกร้านที่สุด’ ที่จัดโดยกลุ่มสตรีศึกษาแห่งเมืองจินหลิงอีกด้วย ตอนนี้ผ่านการคัดเลือกแล้ว กำลังไต่อันดับหนึ่งในร้อย”

“เสียมารยาทแล้ว เสียมารยาทแล้ว สหายช่างองอาจยิ่ง”

“ที่ไหนกัน ที่ไหนกัน ได้ยินว่าเมืองหลวงกำลังจัดการแข่งขันเทพเพลงรุ่นเยาว์อยู่ ข้ากำลังเตรียมตัวเพื่อไปรายงานตัว สหายว่าข้าเป็นเช่นไร——”

หลินหว่านหรงฟังแล้วให้รู้สึกน่าหัวร่อยิ่งนัก สมัยนี้มีแต่การคัดเลือก เป็นที่นิยมมากเหลือเกิน

ถึงกระนั้นเขากลับรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง ฟังจากคำของเจ้าพวกนี้ การคัดเลือกบ่าวตระกูลเซียวยังมีการคัดขั้นต้นอีก ทว่าเหตุใดตัวเองถึงผ่านไปได้โดยไม่รู้ตัว

หลินหว่านหรงสงสัย หรือเพราะตาเฒ่าเว่ย? ตาเฒ่าเว่ยคนนี้เป็นบ่าวระดับสูงของตระกูลเซียว เป็นคนเก่าคนแก่ ตนนั้นมีเขาเป็นผู้แนะนำ ตระกูลเซียวย่อมต้องเห็นแก่หน้าอยู่หลายส่วน ให้เขาผ่านเข้ารอบทันที

มองรายชื่อสีแดงที่อยู่ด้านข้างอีกครั้ง กลับเป็นรายชื่อของบัณฑิตที่เข้ารอบ ถึงแม้จะมีมากกว่าสองถึงสามร้อยคน แต่เมื่อเทียบกับจำนวนที่มารายงานตัวแล้วก็ถูกคัดออกไปถึงสองในสามส่วน

เห็นชัดว่าตระกูลเซียวให้ความสำคัญและให้เกียรติบัณฑิตเหล่านี้มาก ด้านหลังชื่อของแต่ละคนเพิ่มคำว่าคุณชายไปอีกสองคำ ตัวอักษรเป็นระเบียบเรียบร้อย เมื่อเทียบกับรายชื่อบ่าวที่เขียนสะเปะสะปะตามใจชอบทางด้านนี้แล้วก็ไม่อาจเปรียบเทียบกันได้เลย

เวลาในการทดสอบครั้งแรกของหลินหว่านหรงถูกจัดเอาไว้ในช่วงบ่ายๆ เขาจึงไม่รีบร้อน รออยู่สักครู่ก็เห็นต่งเหรินเต๋อเดินมาทางเขาด้วยฝีเท้าอันรวดเร็ว

พวกเขานัดกันว่าวันนี้ช่วงเช้าจะไปพบเถ้าแก่ร้านเลิศรสผู้นั้น เมื่อคืนหลินหว่านหรงเกิดเรื่องไม่ดีกับต่งเฉี่ยวเฉี่ยว ไม่มีหน้าจะไปที่บ้านของเขา สองคนจึงนัดหมายเพื่อพบหน้ากันที่นี่

“ท่านลุงต่ง ตั๋วเงินนำมาหรือไม่?” หลินหว่านหรงเอ่ยถาม

ต่งเหรินเต๋อมองไปรอบด้านด้วยความระแวดระวัง ประชิดเข้ามาเบื้องหน้าหลินหว่านหรงแล้วเอ่ยว่า “นำมาหมดแล้ว คุณชาย ห้าพันตำลึงเต็มๆ”

เมื่อเห็นท่าทีประหม่าตื่นเต้นเหลียวซ้ายแลขวาของต่งเหรินเต๋อ หลินหว่านหรงก็รู้สึกน่าขันยิ่งนัก ตบบ่าเขาแล้วกล่าวว่า “ท่านลุงต่ง อีกประเดี๋ยวพบเถ้าแก่นั่นให้ดูสายตาของข้าแล้วดำเนินการ”

ต่งเหรินเต๋อผงกศีรษะ สถานะของหลินหว่านหรงที่บ้านตระกูลต่งในตอนนี้เป็นที่เทิดทูนไร้ผู้เปรียบ แน่นอนว่าเขาพูดเช่นไรก็ทำเช่นนั้น



ต่งเหรินเต๋อพาหลินหว่านหรงไปยังร้านเลิศรส สองคนเดินตัดผ่านบริเวณที่คึกคักที่สุดของเมืองจินหลิง ครั้นเห็นถนนใหญ่ผู้คนพลุกพล่าน เสียงร้องเรียกขายของไม่ขาดหู เหล่าร้านหาบเร่แผงลอยพยายามตะโกนเรียก หลินหว่านหรงรู้สึกว่าตนเองกลับไปยังถนนคนเดินที่เมืองหนานจิงอีกครั้งหนึ่ง

บริเวณทางเข้าที่ติดกับทะเลสาบเสวียอู่ก็เป็นย่านที่คึกคักที่สุดในเมืองจินหลิงเช่นเดียวกัน มีหอห้าชั้นตั้งตระหง่านอยู่หลังหนึ่ง เพียงมองความโอ่อ่าก็รู้ว่าไม่ธรรมดา

หลินหว่านหรงมองคร่าวๆ รอบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นทำเลหรือพื้นที่ต่างทำให้เขาพึงพอใจยิ่งนัก ปัญหาที่เหลือก็คือเรื่องราคา

ต่งเหรินเต๋อพาหลินหว่านหรงขึ้นชั้นสาม เถ้าแก่ผู้นั้นเป็นชายชราอายุราวหกเจ็ดสิบปี เคยพบหน้าต่งเหรินเต๋อมาก่อน

ต่งเหรินเต๋อกล่าวถึงเจตนาในการมา จากนั้นจึงชี้ไปยังหลินหว่านหรงทางด้านหลังแล้วกล่าวว่า “เถ้าแก่หวัง ท่านผู้นี้คือคุณชายหลิน บิดาของคุณชายจะมารับตำแหน่งที่ซูโจวของเรา ประจวบเหมาะที่ช่วงนี้คุณชายหลินเองก็เตรียมการสร้างกิจการที่เมืองจินหลิง ได้ยินว่าเถ้าแก่หวังจะโอนเหลาสุราแห่งนี้ ดังนั้นเขาจึงลองมาหาท่านเป็นการเฉพาะ”

“ที่แท้ก็เป็นแขกผู้มีเกียรติที่มาจากเมืองหลวง เสียมารยาทแล้ว เสียมารยาทแล้ว ไม่ทราบว่าตระกูลของคุณชายคือ——” ครั้นเถ้าแก่หวังได้ยินว่ามาจากเมืองหลวงย่อมมิกล้าชักช้า ถึงกระนั้นเขาบริหารเหลาสุรามาหลายปี ต้อนรับขับสู้ รู้จักผู้คนนับไม่ถ้วน จึงไม่ได้ตื่นเต้นเกินไปนัก

หลินหว่านหรงก้าวแผ่วเบามาหลายก้าว สะบัดมือขวา คลี่พัดจีบดังพรึบ บนพัดนั้นไม่วาดภาพทิวทัศน์ เขียนเพียงคำเรียบง่ายสี่คำว่า——ควรแสร้งเลอะเลือน






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น