Kamui Yato

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 25 [ ฝึกพื้นฐานซุปเปอร์ไซย่า ]

ชื่อตอน : บทที่ 25 [ ฝึกพื้นฐานซุปเปอร์ไซย่า ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2561 11:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 25 [ ฝึกพื้นฐานซุปเปอร์ไซย่า ]
แบบอักษร

หลังจากนั้นการ์ลิคก็ต้องมาปวดใจกับไทด์ผู้เป็นอัจฉริยะ ไม่สิต้องเรียกเธอว่าสัตว์ประหลาดเลยมากกว่าเพราะเธอในตอนนี้สามารถทะลวงเส้นชีพจรผ่านไปแล้วถึง 54 จุด เหลืออีก 54 จุดเธอก็สามารถเข้าสู่โลกแห่งโครตสัตว์ประหลาดแห่งยุคได้อย่างแท้จริง แถมมันยังจะยืดอายุขัยให้เธอไม่ต่ำกว่า 20 ปี นี่จึงเรื่องที่แสนน่าอิจฉาไม่น้อยสำหรับเขาเลยทีเดียว และเพื่อไม่ให้ไทด์หลงระเริงไปกับพรสวรรค์ที่มากล้นการ์จึงกล่าวบอกเธอทำได้เพียงแค่พอใช้

"สุดยอดเลยน้าการ์ลิค ไทด์รู้สึกว่าร่างกายเบามากเลยละ แถมดูผิวเราสิขาวและนุ่มนิ่มกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย"

การ์ลิคได้แต่มองไทด์ด้วยความอิจฉาอย่างปิดไม่มิด แต่มันก็เพียงไม่นานนักเพราะนี่ก็เพียงเพิ่มความสามารถทางร่างกายเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เธอมีร่างกายไม่ต่างจากมนุษย์ผู้ฝึกวิชาภายในโลกแห่งนี้นับสิบปีเลย จนเขารู้สึกอยากทดสอบพลังโจมตีของไทด์ในตอนนี้มาก

"นี่ไทด์ลองต่อยเราดูหน่อย วิธีต่อยก็ค่อยๆส่งลมปราณไปที่หมัดดู เอ้าลองดู"

"ได้ ย่า!!!"

ปั้งงงง!

หมัดของไทด์เคลื่อนที่ได้เร็วมากจนเกิดเป็นภาพติดตา แต่มันก็ยังไม่พ้นสายตาที่แหลมคมดุจเหยี่ยวของการ์ลิคอยู่ดิ เขาใช้แขนซ้ายส่งฝ่ามือไปรับหมัดที่เสริมปราณอย่างไม่เกร่งกลัว จนเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งป่า ฝ่ามือของการ์ลิคราวกับราวโดนมดเดินมาสะกิดร่างกายของเราราวหุบเขายักษ์หมัดของไทด์ไม่สามารถทำให้การ์ลิคขยับได้เลยแม้แต่มิลเดียว สรุปว่ามันดีขึ้นไหมละนั่น แต่ช่างเถอะไว้สอนการใช้ Kiให้เธอเมื่อไหร่หมัดของเธอคงหนักขึ้น

"พอแล้วละ พลังของเธอก็ฟื้นฟูเต็มที่แล้วด้วย เราควรมาต่อเรื่องนี้ได้แล้ว"

"อะ อื้ม~!"ไทด์เริ่มรู้สึกลัวการ์ลิคที่รับหมัดของตนได้อย่างสบาย ๆมาก นี่มันอะไรกัน การ์ลิคแข็งแกร่งขนาดนี้เลยหรอ

ก็เป็นธรรมดาที่ไทด์จะคิดแบบนี้ นั่นก็เพราะลมปราณพิสุทธิ์ทำแค่เพียงเสริมร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นเหนือมนุษย์เท่านั้น แค่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะเป็นสัตว์ประหลาดเช่นเขาเสียหน่อย แต่เอาเถอะเรื่องนี้คงต้องเอาไว้คุยกันทีหลัง เขาเริ่มสอนไทด์เกี่ยวกับเรื่องพลังจิตวิญญาณต่อ โดยคราวนี้เขาสอนวิชาเหินหาวให้กับเธอ และก็เหมือนเคยใช้เวลาทำความเข้าใจไม่นานนักเธอก็สามารถลอยตัวเหนือพื้นและค่อยๆบินบนฟ้าได้อย่างไม่มีปัญหา


"ว้าวว การได้บินบนฟ้านี่สุดยอดไปเลย"

ฟิวว ฟ้าวววว~!

ร่างของไทด์กำลังเหินลมม้วนตัวกลางอากาศไปมาอย่างชอบอกชอบใจ ส่วนเจ้าคนสอนตอนนี้รู้สึกเฉยๆแล้ว ก่อนจะปล่อยให้ไทด์เล่นไปอีกพักใหญ่ และค่อยเรียกเธอกลับเข้าบ้านเมื่อเวลานี้เข้าสู่ช่วงค่ำแล้ว ซึ่งการ์ลิคที่ยังทานอะไรตั้งแต่เช้าจึงรู้สึกหิวไม่น้อย และดีนะที่เด็กหญิงเตรียมพร้อมก่อนออกจากบ้านมาดีทำให้เธอเตรียมอาหารใส่แคปซูลไว้ด้วย ใช้เวลาไม่นานการ์ลิคก็ฟาดอาหารบนโต๊ะจนเรียบ ส่วนไทด์อิ่มตั้งแต่จานแรกแล้ว

"คืนนี้ก็พักผ่อนเข้าละ พรุ่งนี้เช้าค่อยมาฝึกวิชาการต่อสู้กัน"การ์ลิคกล่าวจบก็เดินเข้าไปอีกห้องเพื่อพักผ่อน ซึ่งไทด์ก็กลับห้องนอนที่เธอจัดเตรียมไว้

เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งคู่ก็มาฝึกซ้อมวอมร่างกายเบาๆกันเสียก่อน เริ่มแรกเขาได้ให้ไทด์วิ่งขึ้นภูเขาสูงโดยถ่วงแท่งตะกั่วน้ำหนัก 5 กรัมเอาไว้ที่ขาแต่ละข้าง ส่วนตัวเขาก็ฝึกด้วยเช่นกันแต่เขากลับถ่วงน้ำหนักโดยรวมแล้วก็ 80 ตันได้ โดยไว้ที่ แขน ขา อย่างละสิบตันก่อนจะแปลงเป็นซุปเปอร์ไซย่าเพื่อให้ตัวเองชินกับสภาพนี้ได้นานที่สุดและไม่เกิดภาระในยามใช้มัน

"ถ้าเหนื่อยก็โคจรลมปราณให้ทั่วร่างไม่ก็ดูดซับพลังธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูนะ ร่างกายของไทด์จะได้ฝึกได้ตลอดเวลา"

"เข้าใจแล้ว เราไปก่อนนะ"และเมื่อไทด์จากไปการ์ลิคก็เริ่มแผนการฝึกที่วางไว้ในทันที

"จากแรกเขาต้องเริ่มการแปลงร่างขั้น 1.2 ดูก่อน ย่าห์~!!!"

ฟู้มมมมม~ ปึบ! ๆ

คลื่นออร่าสีทองรอบกายของการ์ลิคแผ่ขยายขึ้นก่อนจะค่อยถูกดูดซับเข้าไปในร่างกายเล็กๆของการ์ลิค ทำให้กล้ามเนื้อเล็กๆดูยืดหยุ่นของการ์ลิคค่อยขยายขึ้น มันดูใหญ่โตขึ้นเล็กน้อย พลังต่อสู้ก็สูงขึ้นจากร่างพื้นฐานปกติเดิมเพิ่มขึ้นเพียง 50  เท่ายามเป็นซุปเปอร์ไซย่าปกติ

แต่ตอนนี้เขาสามารถเพิ่มพลังต่อสู้ได้ 75 เท่าจากร่างพื้นฐานเลยด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนเจ้าร่างนี้จะกินพลังและสร้างภาระร่างกายให้แก่เขามากกว่าเก่าพอสมควร แต่มันก็ช่วยเสริมความเร็ว พลังต่อสู้ และพลังป้องกันในระดับที่สูงกว่า แต่เขากลับรู้สึกไม่ค่อยสันทัดกับร่างกายเช่นนี้เสียเท่าไหร่

"เอาเถอะเราต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่พึ่งแต่เนื้อเรื่องในการ์ตูน ฮึ้บบ ย่าห์~~!!!"

ฟู้มมมมม บู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมม~

คลื่นพลังและคลื่นลมอันรุนแรงพัดออกจากร่างของการ์ลิคไม่หยุดหย่อน ตามกล้ามเนื้อของเขาก็ค่อยๆขยายจากเดิมขึ้นจนน่าเกลียด มันดูเทอะทะไม่ได้เรื่องจนการ์ลิคยังรู้สึกรังเกียจ แม้พลังต่อสู้ของเขาจะเพิ่มขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดจาก 75 เท่า เป็น 100 เท่าเลยก็เถอะ

และร่างนี้ก็คือร่างซุปเปอร์ไซย่า 1.3 มันเพิ่มพลังจากร่างกายพื้นฐาน 100 เท่า มีพลังโจมตีสูง แต่ความเร็วลดลงต่ำมาก ร่างกายดูใหญ่เทอะทะไร้ความสมดุล แถมยามเขาแปลงร่างนี้ยังไม่ถึง 5 นาทีเขาก็รู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายกำลังกรีดร้องออกมาไม่หยุด ราวกับมันกำลังรับภาระไม่ไหว

"ฟู่ว~แย่แฮะ สรุปแล้วก็เป็นอย่างที่ซุนโกคูกล่าวไว้ ร่างปกตินี่แหละดีที่สุด ถ้าเราคงสภาพไว้ได้ราวกับมันเป็นชีวิตประจำวันได้ การเป็นซุปเปอร์ไซย่า 2 ก็คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก่อนอื่นเราต้องเริ่มจากควบคุมอารมณ์โกรธภายในจิตของเราให้สงบลงเสียก่อน"

การ์ลิคหลับตาสงบนิ่ง เขาพยายามสงบจิตให้นิ่งที่สุด แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่ยากพอสมควรเนื่องจากร่างซุปเปอร์ไซย่าก็ไม่ต่างอะไรกับถูกจิตมารหรือความโกรธเข้าควบคุม การที่จะควบคุมมันให้ได้อย่างใจนึกนั้นจึงเป็นเรื่องยากไม่น้อย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นสำหรับการ์ลิค เขาเริ่มค่อยๆสงบจิตสงบใจให้นิ่งดุจสายน้ำจนกลายเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติโดยรอบ

2 ชั่วโมงผ่านไป

"ฟู่ว~สำเร็จ"การ์ลิคในร่างซุปเปอร์ไซย่าเป่าลมออกจากปากและยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ออร่ารอบกายของเขาก็หายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ทั้ง ๆที่ตัวเขายังอยู่ในร่างซุปเปอร์ไซย่าแท้ ๆ แถมพลังต่อสู้ยังถูกกดลงต่ำและสามารถเพิ่มมันได้อย่างใจนึก ภาระที่เคยได้รับจากการเป็นซุปเปอร์ไซย่าก็ดูเบาบางลง นี่มันสุดยอดเกินไปแล้วถ้าเขายังคงสภาพมันไว้แบบนี้สักปี การเป็นซุปเปอร์ไซย่า 2  คงไม่ใช่แค่ฝันอีกต่อไปแล้ว

"จากนี้แหละคือการฝึกที่แท้จริง"

หลังจากนั้นการ์ลิคที่ถูกถ่วงน้ำหนักไว้ที่ข้อแขน ข้อขาอย่างละสองข้าง ก็ฝึกเตะๆต่อยๆ กลางอากาศเพื่อให้ชินกับสภาพนี้ และด้วยน้ำหนักที่มากมายทำให้การเคลื่อนไหวของการ์ลิคนั้นช้าลงพอสมควร แต่นี่แหละดีแล้ว เขาฝึกใช้ร่างซุปเปอร์ไซย่าให้ข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้นเลยยิ่งดี

เขาฝึกแบบนี้ไปเรื่อย จนไทด์กลับมา ก็มาร่วมฝึกแบบเขาด้วยเช่นกัน แม้เธอจะเหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่เพื่อที่จะได้เป็นนักสู้เช่นการ์ลิคและเบลล่าเพื่อนของเธอ เธอจึงต้องอดทนอดกลั้นไม่ให้น้อยหน้าทั้งสองคน แม้ภายในใจจะรู้อยู่แล้วว่าตนไม่ทางตามทั้งสองคนทันก็ตามแต่เธอก็อยากแข็งแกร่งให้ได้เช่นสองคนนี้

การฝึกซ้อมของเด็กชายหญิงใช้เวลาโดยรวมไปเกือบ 16 ชม. ก่อนจะเข้าไปทานอาหารและพักผ่อนเช่นปกติ พอเช้าวันใหม่ทั้งคู่ก็จะเริ่มท้าทายขีดจำกัดไปอีกขั้น โดยการ์ลิคเพิ่มน้ำหนักที่ถ่วงแขนขา ไปอีกข้างละ25 ตัน ซึ่งน้ำหนักโดยรวมในตอนนี้คือ 100 ตัน แม้ร่างกายจะรู้สึกฝืดๆ และรู้สึกหนักจนแทบขยับไม่ได้ แต่การ์ลิคก็ไม่ได้ยอมแพ้และเร่งพลังต่อสู้ขึ้นเพื่อให้การฝึกซ้อมในวันนี้ไม่เกิดปัญหา

ส่วนไทด์ก็ไม่ได้น้อยหน้า เธอสวมชุดถ่วงน้ำหนัก 15 กิโลก่อนจะออกวิ่งขึ้นภูเขาที่สูงชันอีกหน แม้ยามขึ้นตีนเขาจะก้าวขาแทบไม่ออก แต่ไทด์ก็ไม่ยอมแพ้เธอพยายามจนก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้น และขึ้นเขาลงยอดเขาได้อย่างไม่มีปัญหา ร่างกายของเธอพัฒนาขึ้นเรื่อย ซึ่งพลังต่อสู้ของเธอก็เช่นกัน

ฟ้าวววววววววววววว~ ฟุ้ม!!!

"มาแล้วจ้า"

และในขณะที่ทั้งคู่ฝึกวิชาประจำวันอยู่นั้น จู่ๆก็มีร่างของเด็กหญิงผมดำในชุดนักสู้แดงเหลืองอุ้มเด็กทารกบินมาทักทายการ์ลิคและไทด์ ก็มีไทด์ที่ทักทายโต้ตอบ แต่การ์ลิคที่กำลังง่วนอยู่กับการคิดคำนวนมีหรือจะสนใจ เขาค่อยๆเพิ่มความเร็วในการออกหมัด ออกเท้า ให้เร็วขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว จนหมัดที่ปล่อยออกไปเริ่มเกิดภาพติดตาทับซ้อนหลายสิบหมัดสิบเท้า

"นี่พ่อหมี"เบลล่าที่เห็นการ์ลิคไม่สนใจก็ออกปากเรียก

"หืมมาแล้วหรอ ดีเลยเรากำลังหาคู่ซ้อมอยู่พอดี แต่ก่อนอื่นเราจะทำเบลเป็นซุปเปอร์ไซย่าก่อน"การ์ลิคที่มุ่งสนใจเพียงการฝึกซ้อม กล่าวโดยไม่ได้อ่านสีหน้าของเบลเลยจึงทำให้เธอไม่พอใจ คนอุส่าคิดถึงเลยรีบมาหาแต่ตาบ้านี่กับสนใจแต่เรื่องฝึกวิชา น้อยใจจัง

"หึ~!ได้สิ เราแค่ต้องเป็นซุปเปอร์ไซย่าให้ได้ใช่ไหม ?"เบลกล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมๆจนการ์ลิครู้สึกแปลกๆแต่เขาก็ตอบกลับไปโดยไม่ได้ดูสีหน้าท่าทางของเด็กหญิงเลย

"ใช่แล้วละ"

"เดี๋ยวเราจัดให้ค่ะ คุณการ์ลิคที่รัก~"


_________________________________________

รู้สึกไม่ค่อยสบายแฮะ!

​ถ้าไม่ไหวเย็นนี้จะไม่ลงเพิ่ม แต่ถ้าไหวจะลงให้

ปล.ลากลับมาจากที่ทำงานแล้ว รู้สึกเป็นหวัดเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว(เพราะฝนตก)อากาศแย่

ความคิดเห็น