เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 37 คราปักษาโดนดุ เขียนจดหมาย ร่ำลานครแห่งเสียงดนตรี

ชื่อตอน : ตอนที่ 37 คราปักษาโดนดุ เขียนจดหมาย ร่ำลานครแห่งเสียงดนตรี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 126

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2561 10:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 37 คราปักษาโดนดุ เขียนจดหมาย ร่ำลานครแห่งเสียงดนตรี
แบบอักษร

​ตอนที่ 37 คราปักษาโดนดุ เขียนจดหมาย ร่ำลานครแห่งเสียงดนตรี

          เพลงหนังสือสำหรับเจ้าหญิงของผม ประพันธ์โดย – บรรเลงโดยลีโอน่า

          ฟากฟ้ารัตติกาลสีดำ แสงโคมไฟ ณ นครเมืองส่องสว่างไสวแพรวพราวประหนึ่งดาราสวรรค์

            นักไวโอลินสาวยืนตระหง่าน คราวนางเริ่มต้นสร้างท่วงทำนองไพเราะสะเดาะหู บทเพลงที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างรอยยิ้มให้สาวน้อยตัวเล็ก ยามนี้สาวน้อยนางนั้นโตเป็นผู้ใหญ่ และกำลังใช้บทเพลงเดียวกันสร้างรอยยิ้มให้สาวน้อยอีกนาง ประหนึ่งความหวังที่ส่งต่อให้คนอีกคน ราวบทประพันธ์แห่งความช่วยเหลือไร้วันจบสิ้น เพราะมันคือความหวังสีทอง สีน้ำเงิน ความอ่อนโยนที่จักชโลมโลกสดใสและเปล่งประกายระยิบระยับด้วยแสงแห่งพลังที่อ่อนละมุนม่อนประหนึ่งหยดน้ำนม ตัวอักษรร้อยพันจักเล่าขานนิทานสองเรา ในห้วงแห่งกาลเวลารัตติกาลนี้จักมีดวงดาวส่องไสว

          ด้วยคำสัญญา ด้วยหัวใจอันเปี่ยมด้วยความรักริบหรี่

          ขอให้เสียงเพลงนี้โอบกอดผู้เฝ้ารอคอย ประทานเปลวไฟบนแท่งเทียนไขเพื่อให้ค่ำคืนนี้สว่างชั่วนิรัน

          ขอให้ความพยายามของเรามิเลือนหาย แม้ล้มสักพันครั้งยังยืนไหวดั่งต้นไทรมีกิ่งก้านแผ่ไพรศาล

          ขอให้อุปสรรคช่วยท้าทาย ดูแล และประครองเราให้เชื่อมั่น

          ไม่ว่าอดีตมีครอบครัวคุณพ่อแม่คุณตายาย ไม่ว่าปัจจุบันมีเพื่อนพ้องพี่น้องมากมาย ไม่ว่าจักอนาคตนั้นเจ้าไม่เดี่ยวดาย กลางวันมีคนรักเคียงข้าง กลางคืนจักมีเสียงเพลงตุ๊กตุ๋นขับกล่อมหลับใหลนิทรา คราวค่ำคืนมีสายฝนโปรยปรายจักมีร่มให้กางเช็ดหยดน้ำตา ณ สถานที่ที่เราไม่รู้จักจะมีคนใจดีช่วยนำทาง

          มันจักลงเอยด้วยความจริงที่สวยงาม คำโกหกสักวันจักเปิดเผยให้เรารู้

          ปานประหนึ่งหยดน้ำฝนอุ่นๆและเย็นเยียบ

          “ฝนตกหรือ…”

           ดวงตาโนร่าวูบไหว คราวท้องนภานั้นมีสายฝนร่วงประปราย  

          เสียงไวโอลินลู่ต่ำแผ่วเบาประหนึ่งเสียงกระซิบ คราวถึงช่วงเวลาอันสมควร คู่ควรแก่การเปิดเผย ลีโอน่าหลุบตา มือพลิ้วสะบัด ครั้นไวโอลินในตำนานค่อยๆแตกสลาย หยดน้ำตกแตะผิวโครงสีน้ำตาลไม้พลันปริแตกระยับเป็นเศษแก้วใสกระจ่าง เผยผิวสีน้ำตาลเข้มเงางามสลัวที่ซ่อนภายใน นี้คือตัวจริงของมัน ราชันแห่งเครื่องดนตรีทั้งปวง ผู้ดำรงเหนือสรรพเสียงแห่งพิภพ ไอมาโฮสาดซัด ขุมพลังมีมากพอปลุกให้เครื่องดนตรีชิ้นอื่นลืมตา--

          ลีโอน่าอมยิ้มสง่างาม นางปล่อยใจให้หลอมร่วมเป็นหนึ่งกับบทเพลง เพื่อคนที่นางรัก นางทุ่มสุดตัว มิกลัวความลับที่แอบเงียบจักถูกเปิดโป่ง นั้นเพราะมันไม่สำคัญสักนิด คำโกหกและความลับไม่จำเป็นสำหรับครอบครัวและเพื่อนฝูง ลีโอน่าขอเพียงใช้ความจริงใจแลกหัวใจ นางจะแสดงให้ทุกคนรับฟังถึงเสียงไวโอลินที่ครั้งหนึ่งเคยจารึกในหนังสือประวัติศาสตร์

          “ว้าว”

          “สวยจัง…”

          ท้องฟ้ามีสายฝน ณ ยอดเพดานนภามีท้องมหาสมุทรดาราจักร และประกายดาวตกหล่นตกพื้น โนร่ายิ้มแก้มบาน เด็กน้อยตื่นตะลึงกับภาพเบื้องหน้าที่ราวว่าสวนนี้สลับฉากเป็นโลกแห่งเทวานิยาย เหล่าตัวละครในบทเพลงปรากฏกายละเล่น เต้นระบำ เจ้าชายแคระ เจ้าหญิงหนู ภูตแฟรี่ และรถม้าขนมปัง จ้าวแห่งถุงเท้าในผ้าคลุมวายร้าย ราชินีนางเงือกและขุนพลพรายทะเล คำว่าชีวิตหลอมร่วมพลังมาโฮแปรเป็นความมหัศจรรย์ ด้วยเสียงดนตรีที่เปิดประตูเชื่อมระหว่างสองพิภพ ลีโอน่าเปลี่ยนจังหวะให้ครื้นเครงมีสีสันงานฉลอง พลันเหล่าตัวละครเทพธิดาต่างจับจูงมือเหล่าเด็กน้อยให้เต้นรำอย่างราเริง

          สายฝนแปรเปลี่ยนเป็นฝนหิมะพร่ำ แถวๆพื้นหญ้าปรากฏทุ้งสีขาวหย่อมๆ เหนือกองหิมะคือดวงดาวสีทอง ดวงใหญ่ๆ

          จูเลียเต้นคู่โนร่าโดยมีคุณงูในชุดสูทคอยสอนวิธีหมุนตัว กระดิกๆหาง

          อลันคว้าหมวกฟางและกอดคอบาสเตียนกระโดดโลดเต้นอย่างสนุกสนาม

          เด็กคนอื่นๆส่งยิ้มให้กันและจับไหล่ต่อแถวเป็นขบวนรถไฟปู๊นๆ บางคนไล่เก็บสะสมดวงดาว บางคนนั่งชมกระต่ายเล่นมายากล

          แม่วัวสาวแคโรไลน์ก็นั่งมองลูกๆหลานๆด้วยดวงตาอุ่นไอรัก มีเจ้ากระรอกซุกในทรวงอกอวบอิ่ม

          พวกเมรัยนั้นก็ส่ายเอวกระดืบๆกระเด้งๆอยู่ที่โต๊ะมิมีแววลุกไปไหน เรไรฉีกยิ้ม เมรัยกอดศีรษะนางแน่น

          ลีโอน่าชายตามองภาพครอบครัวน้อยๆ นางขอเพียงให้เพลงของนางทำให้ผู้ฟังมีความสุขก็พอแล้ว

          ท่วงทำนองสิ้นสุดลง กระนั้นความอบอุ่นนี้ไม่มีวันจางหายไปอย่างแน่นอน…

          อาหารงานเลี้ยงมี มันบด พายแอปเปิล ไก่ชุบทอด สลัดผัก ผักขมอบชีส บิสกิตและข้าวโพดคั่วร้อนๆ ลีโอน่าปล่อยให้เด็กๆกลิ้งกับเจ้าของวันโนร่า นางเล่นดนตรีจบแล้ว กระนั้นพลังมาโฮยังคงมิสลาย สวนแห่งนี้จะเป็นดินแดนเทพนิยายกระทั่งงานเลี้ยงลา นักไวโอลินสาวมีวาสนาได้เห็นเด็กน้อยเล่นกับพลังของนางก็ดีใจยิ่งนัก มันคือความสุขอีกแบบกระมัง หญิงสาวจักจดจำไว้ในความทรงจำ ว่างานนี้ทำให้นางผ่อนคลาย สบายใจยิ่งนัก  

        สุขใจแล้วต้องสุขกายด้วย ลีโอน่าหิวข้าวนิดหน่อย นักไวโอลินสาวอุ้มกระเป๋าไวโอลิน เดินด้วยฝีเท้าเงียบกริบมาโต๊ะอาหาร “พี่ลีโอน่า!!” เรไรกำลังจักสลบให้ลืมตาโพลงเมื่อสัมผัสถึงเงาปริศนาข้างหลัง ปักษาน้อยตื่นตระหนักเนื้อสั่นเทิ้ม ทั่วกายแดงเป็นก้นลิง เพราะมิรู้ตัวกระทั่งลีโอน่ามายืนใกล้ๆ

          ใกล้พอที่จะ…

          “อุหวา”

          ลีโอน่าผงะ คราวค่อยๆสงบกิริยาอย่างเข้าใจ นางวางสีหน้าไม่ถูกชั่วครู่ กระแอม และจากไป “ขอโทษที่รบกวน”

          “//////////”

          เมรัยแกล้งตาย นารีเผ่นหายลับ ทิ้งเรไรนั่งแข็งทื่อเป็นลูกนกน้อยโดนจับได้คาหนังคาเขาในสภาพมิงาม ปักษาน้อยแข็งค้างในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย โชว์หัวไหล่ขาวเนียนมีรอยฟันชมพู่ กระโปรงเปียกแฉะมิสวมกางเกงลิง ไม่เดาก็รู้ว่านางพึ่งทำจุดๆเสร็จ วิญญาณเรไรหลุดลอย นางเขินหน้าไหม้ อยากมุดดินหนี แต่ แต่ แต่สายไปเสียแล้ว ปักษาน้อยหลั่งน้ำตาชำเลืองมองลีโอน่าที่ย้ายไปนั่งกับแคโรไลน์

          ไม่รู้พี่สาวคุยอันไดกับพี่แคโรไลน์ แม่วัวสาวจึงลอบมองมาทางปักษาน้อยแล้วหยักยิ้มซุกซน ขยิบตาให้กำลังใจ   

          “น่าอายที่สุด…”เรไรฟุบขมับกระแทงโต๊ะดังปัก นารีโผล่หัวจากพุ่มไม้ เมรัยลืมตายืดแขน หมอผีน้อยอนุญาตให้ปักษาน้อยลุกจากตัก เรไรไม่รีรอรีบผลักเมรัยและสะบัดก้นลุกหนี นารีทำหน้าที่มารดาปลอบประโลมลูกสาวใจแตก ดวงดาวน้อยกอดปักษาน้อย อุ้งมือนุ่มนิ่มลูบแผ่นหลัง เรไรร้องไห้กระซิกๆน่าสงสารเหมือนพึ่งโดนรังแก ซึ่งนางก็พึ่งโดนจริงๆ หนักด้วย

          “โอ๋ๆไม่ร้องนะ เลิกงานแล้วพวกเราไปอาบกันดีหรือไม่”

          “อือ”เรไรขยุ้มเสื้อนารีท่าทางแง่งอนอยากให้อีกฝ่ายเอาใจสุดๆ เมรัยเห็นแล้วยิ้มอ่อน นางลุกและบิดเอว มือตบท้องน้อยแปะๆรูปโฉมดูน่ารักน่าชังมากขึ้นสิบส่วน แก้มขาวเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล “อย่าลืมมะเขือม่วงนะ” “อือ ว้าย” เรไรสะดุ้งคราวมือเมรัยคว้าหนับที่กลีบก้นน่าตบ ปักษาน้อยแยกเขี้ยวอยากกัดคอหมอผีน้อย แต่ใจไม่กล้าพอ กลัวโดนอีกฝ่ายขย้ำ

          หมดเวลาฉลองวันเกิด คราได้เวลานอน เมรัยเป็นผู้เก็บกวาดที่ดี นางกวาดของกินทุกอย่างจนหมดไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว เรไรก็ไม่น้อยหน้า นางดื่มน้ำนมหมดถังจนท้องป่อง มิวายขอแคไรไลน์ยกถังนมขึ้นไปดื่มที่ห้องนอนด้วยอีกสองถัง นารีใช้อุปกรณ์เผ่าดาราเก็บกวาดขยะและของใช้ ช่วยเด็กๆทำความสะอาดสวน ลีโอน่าก็ช่วยอีกแรง สรุปทุกคนร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อรักษาความสะอาดและโลกให้ร่มเย็น ไม่มีขยะล้นโลกดั่งเช่นอดีต

          คืนนี้โนร่าขอนอนกับลีโอน่า นักไวโอลินสาวมิปฏิเสธ

          และก่อนที่เมรัยจักแบกท้องหนักๆไปอาบน้ำชำระเหงื่อ แคโรไลน์ก็กวักมือเรียกให้หมอผีน้อยมาคุยแบบมีลับลมคมนัย

          แม่วัวสาวย่อตัว ทรุดเข่า ทรวงอกอ้วนดันชิดจมูกหมอผีน้อย เมรัยจ้องพลางมือจับนวดๆอย่างซุกซน

          หนุบๆ

           “วันมะรืนพวกหนูจักเดินทางใช่หรือไม่”

          แคโรไลน์ยิ้มแก้มแดง เมรัยหนอ

          “..เจ้าค่ะ เช้าวันมะรืน”เมรัยตกใจเล็กน้อย แววตามีความเหงาลอยแวบผ่าน

          “เช่นนั้น คืนพรุ่งนี้มาซนที่ห้องพี่สิจ๊ะ”

          หนับๆ

          “ให้นารีกับเรไรมาด้วยได้หรือไม่”

          “ได้สิจ๊ะ มากันทั้งสามคนเลย”

          แคโรไลน์ยิ้มหวาน เมรัยยิ้มแก้มบาน หมอผีน้อยอดใจมิไหวต้องกระโดดกอดท้องแม่วัวสาว ซุกหน้าคลอเคลียหน้าท้องนุ่มนิ่ม แคโรไลน์หลุบตามือลูบผมเมรัย ดวงตาสีทองอ่อนมีไอหมอกปรากฏความรักใคร่บุตรสาว ก่อนพวกเมรัยจักไปจากเมือง แคโรไลน์อยากสร้างความประทับใจให้พวกเด็กๆอย่างน้อยหนึ่งเรื่อง แม่วัวสาวรู้ใจเมรัยว่านางหมายอยากได้สิ่งมากที่สุด สำหรับเจ้าตัวอ้วนตะกละชอบดูดนม อ้วนตุ๊ต๊ะเหมือนหมู แคโรไลน์จูบหน้าผากเมรัยหนักๆ

          คืนพรุ่งนี้…ไม่ต้องบรรยาย โดนกินแน่แท้

          --

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น