หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เชิญคุณเข้ามาสัมผัสกับความหลอนแห่งสวนสนุกสยองขวัญ นิยายจีนแนวเกมส์ออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้!!!

ตอนที่ 78 โรงเรียนที่ไม่อาจคาดเดา (7)

ชื่อตอน : ตอนที่ 78 โรงเรียนที่ไม่อาจคาดเดา (7)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 861

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2561 12:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 78 โรงเรียนที่ไม่อาจคาดเดา (7)
แบบอักษร

          หลังจากเฟิงปู้เจวี๋ยกำจัดทารกผีได้แล้ว ภาพลวงตารอบๆ ก็หายไปด้วย เหลือแต่เพียงเศษกระจกที่แตกกระจายอยู่บนพื้น ซึ่งมันเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันได้ว่ามันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงๆ

          ตอนนี้ห่างจากเวลาโทรศัพท์อีกครู่นึง เขาต้องทำการสำรวจต่อไปอยู่แล้ว จากการคาดการณ์ของเฟิงปู้เจวี๋ย ตอนนี้ในเนื้อเพลงยังเหลือวิญญาณอีกสามตน อันสุดท้ายไม่รู้คืออะไร ส่วนหยดน้ำน่าจะเกิดอยู่ที่ก๊อกน้ำที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งก็น่าจะเป็นห้องน้ำ ส่วนซุปมนุษย์ น่าจะอยู่ที่โรงอาหารที่อยู่ในชั้นใต้ดินในอีกตึกหนึ่ง

          แผนที่ในด่านนี้ก็ไม่นับว่ากว้างมากนัก แต่มันมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก หากเทียบกับคฤหาสน์อัชเชอร์แล้ว มันยากกว่ามาก

          อาคารเรียนที่ตัวของเฟิงปู้เจวี๋ยอยู่ในตอนนี้มีอยู่ห้าชั้น ซึ่งมันเตี้ยกว่าอาคารหลัก หากเป็นไปตามที่เขาคิด ชั้นสี่ด้านบนจะไปหรือไม่ต้องคิดตัดสินใจให้รอบคอบ ถ้าไป เขาอาจจะเจอเรื่องหยดน้ำก่อนฝนแห่งการจากลา และอาจจะเจอภารกิจหลักหรือภารกิจลับก็ได้ หากไม่ไป ก็สามารถไปยังโรงอาหารที่อยู่อาคารที่สาม หากไปที่นั่นก็จะได้เจอเรื่องราวในประโยคที่ห้าของเนื้อเพลง

          ถึงแม้ว่าที่ฝนแห่งการจากลารับโทรศัพท์อย่างรวดเร็วจะถือเป็นเรื่องที่ “ดีมาก” แถมยังวางหูเองด้วย แต่ภายในใจของเฟิงปู้เจวี๋ยก็ไม่ได้สบายใจนัก เขาหยุดทบทวนดู อีกฝ่ายก็ดูไม่ใช่คนที่งอแงไร้เหตุผล หรือว่าตัวเขาจะพูดอะไรผิดไปจริงๆ?

          เมื่อคิดทบทวนไปได้ประมาณหนึ่งนาที เฟิงปู้เจวี๋ยตัดสินใจไปโรงอาหาร ยังไงซะมันก็เป็นด่านภารกิจของทั้งสองคน ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าถ้าอีกคนตายจะส่งผลอะไรกับคนที่เหลืออยู่บ้าง หากถึงเวลาระบบแจ้งมาว่า : “เนื่องจากผู้เล่นตายไม่สามารถโทรศัพท์ได้ อีกฝ่ายต้องเป็นผู้ต้องรับผิดชอบ ถูกวิญญาณไล่ล่าสังหาร” งั้นเฟิงปู้เจวี๋ยก็ซวยสิ ……

          เป้าหมายของเฟิงปู้เจวี๋ยคือการอัพให้ถึงเลเวลสิบห้า หากต้องการทำถึงตรงจุดนั้น การผ่านด่านคือสิ่งที่ต้องทำ เพียงแค่ผ่านด่าน ถึงจะสามารถรับรางวัลจากการประเมินความกลัวที่เป็นค่าประสบการณ์ 40% ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจทำภารกิจหลักให้เสร็จสิ้นซะก่อน

          เขาออกจากอาคารที่เขาอยู่ ณ ตอนนี้ เขาเดินผ่านช่องว่างเว้าโค้งของอาคาร แล้วผ่านทางเดินอีกช่วงหนึ่งแล้วเข้าสู่อาคารอีกหลังหนึ่ง

          เมื่อเปิดประตูโรงอาหารออก ด้านในพื้นที่กว้างมาก เฟิงปู้เจวี๋ยยังคงทำตามความเคยชินใช้แสงไฟฉายส่องสำรวจไปทั่วบริเวณ ภายในโรงอาหารมีโต๊ะเก้าอี้ยาวมากมายเต็มไปหมด ด้านบนมีไฟห้อย แต่ใช้งานไม่ได้ บนพื้นปูด้วยกระเบื้องสีเขียวอ่อน กำแพงไม่มีอะไรเป็นพิเศษ หลังเข้าไปด้านในด้านซ้ายมือเป็นอ่างล้างมือ ด้านมุมหนึ่งตรงทิศตะวันออกเป็นเคาน์เตอร์ขายอาหาร หลังเคาน์เตอร์เป็นห้องครัว ด้านข้างเป็นร้านขายของ ห่างจากตรงนั้นไม่ไกลเป็นเครื่องขายของอัตโนมัติ ส่วนถังขยะที่มีขนาดสูงหนึ่งเมตรโดยประมาณก็วางไปทั่ว โดยภาพรวมแล้ว มันก็คือโรงอาหารของนักเรียนที่สมบูรณ์แห่งหนึ่ง

          แล้ว ...... ซุปเนื้อมนุษย์ละ?

          จนถึงตอนนี้ เฟิงปู้เจวี๋ยยังไม่เจอสิ่งผิดปกติใดๆ  ดูแล้วแสงคงไม่สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาอะไรในตอนนี้ เมื่อคิดๆ ไปแล้ว น่าจะไปดูที่ห้องครัว ……

          เมื่อคิดถึงจุดนี้ มือถือก็ดังขึ้น เฟิงปู้เจวี๋ยถือมันเอาไว้ เฟิงปู้เจวี๋ยลืมเวลาไปแล้วด้วยซ้ำ เขารีบรับโทรศัพท์

          การสนทนาเริ่มต้นขึ้น ทั้งคู่เข้าสู่ความเงียบกันไปคู่หนึ่ง

          “เรื่องก่อนหน้านี้ ...... ขอโทษนะ” ฝนแห่งการจากลาพูดขอโทษขึ้นมาก่อน

          “อ่า ...... ไม่เป็นไร เป็นเพราะฉันพูดไม่ดีเอง” เฟิงปู้เจวี๋ยตอบ แล้วรีบเปลี่ยนประเด็น “เธอเป็นยังไงบ้าง? เจอเรื่องใหม่รึยัง?”

          ฝนแห่งการจากลาตอบกลับมาว่า : “ตอนนี้ฉันอยู่ในห้องน้ำหญิงที่ชั้นสอง อยู่ที่ห้องสุดท้ายด้านในสุด”

          เมื่อมาถึงตรงนี้ เฟิงปู้เจวี๋ยเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติแน่ๆ เพราะเสียงของฝนแห่งการจากลาแปลกไปมันเหมือนสั่นเครือ แล้วลมหายใจก็ไม่นิ่ง

          “เธอไม่เป็นไรจริงๆ ใช่ไหม?” เฟิงปู้เจวี๋ยถามกลับ

          “ฉัน ......” ฝนแห่งการจากลาลังเล สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจไม่พูดเรื่องที่ตัวเองบาดเจ็บ “ฉันได้ยินเสียงน้ำหยด เลยเดินเข้ามาในห้องน้ำ ก๊อกน้ำในนี้มีเลือดหยด เมื่อฉันเดินเข้าใกล้มัน เลือดมันจะไหลเร็วขึ้น แล้วก็มีเสียงดังออกมาจากกระจก เหมือนกับว่ามันมีอะไรจะออกมาจากตรงนั้น ...... ฉันไม่ได้เงยหน้าไปมอง แต่เมื่อหันหลังกลับไปประตูห้องน้ำก็ปิดเองแล้ว เปิดไม่ออกด้วย” เธอใช้เวลาสั้นๆ พูดจนจบ เสียงที่ไม่ปกติก็ชัดขึ้นเรื่อยๆ “ฉันก้มหน้าลง ไม่มองกระจก แล้วหลบเข้ามาในห้องน้ำห้องหนึ่ง ตอนนี้มีเงาเท้าคู่หนึ่งปรากฏ อยู่ตรงพื้นด้านนอกห้องที่ฉันอยู่ ยืนอยู่อย่างนั้นไม่ขยับ ฉัน ...... ตอนนี้ฉันสู้ไม่ไหว ฉันโดนขังแล้ว ......” ถึงแม้เธอจะกล้าหาญมาก แต่ยังไงก็ผู้หญิง ในสถานการณ์แบบนี้ เธอก็กลัว เสียงของเธอในตอนนี้เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงความรู้สึกที่ไร้หนทาง “เสียงน้ำไหลมันเหมือนจะแรงขึ้นเรื่อยๆ พื้นห้องน้ำในตอนนี้เต็มไปด้วยเลือด ......”

          ตู้ด ------ ตู้ด ------ ตู้ด ------

          คราวนี้ไม่ใช่เพราะเธอตัดสายทิ้ง แต่เป็นเพราะหมดเวลาพูดคุยแล้ว มันตัดอัตโนมัติ

          เฟิงปู้เจวี๋ยฟังเรื่องราวของอีกฝ่าย และเดินออกจากโรงอาหาร พุ่งไปยังอาคารหลักทันที

          ไม่นานนักเขาก็ได้ยินเสียงระบบแจ้งเตือนขึ้นมา : [คำเตือน ท่านไม่สามารถเข้าใกล้กับเพื่อนร่วมทีมได้ หากยังยืนการต่อไปจะทำให้ทั้งคู่ถูกวิญญาณไล่ล่า]

          “เชอะ ...... ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาคิดเรื่องพวกนี้ .....” เฟิงปู้เจวี๋ยไม่พอใจมากๆ

          เขาสวมใส่แจ๊สแดนช์ แล้วก็กระโดดเดินโดยไม่สนใจคำเตือนที่ว่า “อย่าวิ่งกระโดดบนทางเดิน” เขามุ่งหน้ายังประตูใหญ่ แล้วดูแผนที่ที่ชั้นหนึ่ง แล้วทะลุขึ้นไปยังห้องน้ำที่อยู่ชั้นสอง ……

          โรงเรียนก็มีขนาดแค่นี้ เมื่อรู้ว่าจะไปที่ไหน ใช้เวลาแค่สามนาทีเขาก็มาถึงยังประตูห้องน้ำ

          ประตูปิดอยู่ เมื่อดูจากภายนอกก็ไม่มีอะไรผิดปกติ รอยแยกตรงประตูก็ไม่ปรากฏว่ามีเลือด แต่เฟิงปู้เจวี๋ยไม่สามารถเปิดประตูออกได้ เขาอยากตะโกนบอกฝนแห่งการจากลาว่าเขามาถึงแล้วก็ทำไม่ได้ เพราะพวกเขาทั้งสองถูกระบบจำกัดสิทธิการพูดคุยเอาไว้ เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่สามารถส่งเสียงได้

          เฟิงปู้เจวี๋ยเริ่มใช้แรงกับประตูห้องน้ำ เขาหนีบมือถือไว้ใต้รักแร้ ปากคาบไฟฉาย และใช้มีดทำครัวเฉาะเข้าไปในประตู และอีกมือหนึ่งก็หมุนที่จับประตูอย่างแรง แต่ก็ไม่สามารถเปิดได้

          ประตูถูก “ล็อค” เอาไว้ และก็เป็นพลังงานบางอย่างล็อคไว้  ต่อให้ทำลายล็อคก็ไม่เป็นผล

          ไม่มีทางเลือก ...... ต้องกระแทกประตูเท่านั้น

          ปึง ------ ปึง ------ ปึง ------

          เฟิงปู้เจวี๋ยเจ็บไหล่มาก ตอนนี้เขาเริ่มจะอิจฉาร่างกายแบบหลงอ้าวหมินขึ้นมาบ้างละ หากตอนนี้พี่หลงอยู่ ประตูไม้แบบนี้ เขาคงถีบทีเดียวรู้เรื่องเลย หรือไม่ก็โยนโล่กระแทกเข้าไป

          แต่เฟิงปู้เจวี๋ยก็ได้แค่นึกเท่านั้น ตอนนี้เขาทำได้แค่พึ่งตัวเองเท่านั้น เขากระแทกประตูครั้งแล้วครั้งเล่า

          เมื่อฝนแห่งการจากลาที่ถูกขังอยู่ในห้องน้ำได้ยินเสียงกระแทกประตู ถึงแม้เธอจะอ่อนแรง แต่เธอก็รับรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเธอลองแล้วที่จะตะโกนแต่ส่งเสียงไม่ออก งั้นมีเพียงคำตอบเดียวสำหรับเรื่องนี้ เฟิงปู้เจวี๋ยอยู่ใกล้ๆ นี้

          เธอรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมาช่วยเธอ ความกล้าของฝนแห่งการจากลากลับมาอีกครั้ง แต่เธอก็รู้ดีว่าสิ่งที่เฟิงปู้เจวี๋ยทำจะมีผลอะไรตามมาบ้าง ทั้งสองคนจะถูกวิญญาณไล่ล่าสังหาร

          เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็จะเปลี่ยนแปลงไป : จากที่ฝนแห่งการจากลาอาจจะตายเพียงคนเดียว ตอนนี้เฟิงปู้เจวี๋ยมาช่วยเธอออกไป ทั้งคู่ก็จะต้องตาย ......

          การกระแทกประตูของเฟิงปู้เจวี๋ยทำให้ค่าพลังชีวิตของเขาลดลง แต่ความพยายามของเขาในครั้งนี้ไม่เสียแรงเปล่า หลังจากนั้นหนึ่งนาที เขาก็พังประตูสำเร็จ เมื่อประตูไม้บานนั้นเปิดออก กลิ่นคาวเลือดก็ลอยฟุ้งออกมาอย่างรุนแรง

          เฟิงปู้เจวี๋ยรู้สึกมึนๆ เล็กน้อย เมื่อประตูเปิดออก ภาพตรงหน้าเขามันแปลกไปทันตา ราวกับภาพในหนังหรือละคร มันมีความรู้สึกล่องลอย ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย

          พื้นห้องน้ำเต็มไปด้วยเลือดสด ขณะที่เหยียบลงบนเลือด ต้องระวังอย่างมากไม่งั้นก็จะลื่นล้ม และในขณะที่ยกเท้าขึ้นมา ยังมีความรู้สึกหนืดๆ บริเวณเท้า ก๊อกน้ำบริเวณอ่างล้างมือพ่นเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง

          “อย่าเงยหน้ามองกระจก” มันเป็นคำเตือนที่ชัดมาก ฝนแห่งการจากลาก็ไม่ได้มองกระจกตอนที่เธอคุยโทรศัพท์

          เฟิงปู้เจวี๋ยคิดว่า เป็นเพราะเธอไม่ได้ไปมองมันจึงถูกขัง และไม่ได้พบกับเรื่องที่ร้ายแรงไปมากกว่านี้ เขาเดินหน้าไปสองสามก้าว ใช้ไฟฉายส่องสำรวจไปข้างหน้า เขามองเห็นกำแพงด้านในสุดของห้องน้ำ มีเงาเลือดยืนอยู่อย่างเลือนราง และห้องก่อนที่ถึงจุดที่เงายืนอยู่ มีแสงของตะเกียงลอดออกมา

          เฟิงปู้เจวี๋ยคิดที่จะพุ่งขึ้นหน้าไปจู่โจมวิญญาณตนนั้น แต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ และเลือดบนพื้นก็เริ่มขยับตัวขึ้นมาพันแข้งพันขาเขา มือที่มาพร้อมกรงเล็บล็อคขาของเฟิงปู้เจวี๋ยไว้ทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

          เขาส่งเสียงออกมาอย่างเลือดเย็นเบาๆ แล้วเขาก็ทำสิ่งที่ดูมุทะลุที่สุดขึ้น ……

          เฟิงปู้เจวี๋ยหันหัวกลับไป มองไปยังกระจกที่อยู่ตรงอ่างล้างมือ

          เฟิงปู้เจวี๋ยในกระจก ไม่มีลูกตา รูดำๆ ทั้งสองมีเลือดไหลออกมา หลังจากนั้นหนึ่งวินาที เงาเลือดก็เคลื่อนย้ายไป มันเริ่มจู่โจม มันใช้เวลาเสี้ยววินาทีโผล่มาอยู่ตรงหน้าของเฟิงปู้เจวี๋ย หน้าแทบจะชนกัน

          ในตอนนี้เอง เฟิงปู้เจวี๋ยเห็นอย่างชัดเจน ศีรษะที่อยู่ท่ามกลางเส้นผมสีดำนั้น ไม่มีใบหน้า แต่มีดวงตาจำนวนมากปรากฏอยู่ ดวงตาขาวดำสลับกันกะพริบไปมา เลือดก็ยังคงไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง

          วิญญาณตนนั้นยื่นกรงเล็บออกมา พุ่งเข้าใส่ดวงตาของเฟิงปู้เจวี๋ย คิดว่าน่าจะต้องการควักตาของเฟิงปู้เจวี๋ยออกมาเพิ่มให้กับตัวเอง ...... เมื่ออยู่ในระยะใกล้ ก็จะเห็นว่าเจ้าวิญญาณตนนี้ไม่มีผิวหนัง นอกจากส่วนหัวแล้วที่เหลือเป็นเลือดล้วนๆ

          เฟิงปู้เจวี๋ยถูกล็อคขาไว้เท่านั้น ร่างกายยังคงสามารถขยับได้ และค่าความสยองของเขายังคงเป็นศูนย์ มันไม่มีเหตุผลที่จะนั่งรอความตาย มือไม้ของเขารวดเร็วกว่าเจ้าวิญญาณมากนัก เขาหยิบคีมหนีบขึ้นแล้ว “กระแทก” เข้าไปในตานั่น ......

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น