เล่ห์จันทร์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อดีตที่เจ็บปวด

ชื่อตอน : อดีตที่เจ็บปวด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 27 เม.ย. 2561 09:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อดีตที่เจ็บปวด
แบบอักษร

Image result for เด็กผู้ชายแต่งชุดราชวงค์จีน

“มี่ฮวา”

       “ท่านแม่!” เสียงหวานเรียกกลับด้วยแววตาสะดุ้งตกใจเล็กน้อยก่อนจะกลับมาอ่อนหวานเช่นเดิมโดยเร็ว จนไม่มีใครสามารถสังเกตเห็น เมื่อคนที่คิดว่ารอตนที่ในตำหนักกลับยืนรอที่ที่ด้านหน้าแทน มี่ฮวาส่งสมุดที่ตนถืออยู่ให้ซือซือ ก่อนจะฉีกยิ้มอ่อนหวาน ตั้งสติก่อนละครฉากหนึ่งจะแสดงขึ้น ไม่มีนายหญิงแห่งมี่จิงผู้กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว มีแต่มี่ฮวาคุณหนูรองแห่งจวนแม่ทัพผู้อ่อนแอ โง่เขลา

“เจ้าไปที่ใดมาหรือ”

“ลูกเพียงแต่ออกไปเดินเล่นแถวนี้เจ้าค่ะท่านแม่”

“เจ้าคงเบื่อ!”

      ฮูหยินหลิ่งเอ่ยเสียงเศร้า พรางมองบุตรสาวด้วยแววตาเศร้าสร้อย ทั้งๆที่ตนเป็นถึงฮูหยินใหญ่แห่งจวนแม่ทัพแต่กลับเป็นที่เกลียดชังของเจ้าของจวนยิ่งนัก แต่นั้นยังไม่น่าเศร้าใจเท่ากับการที่ลูกทั้งสามต้องมารับผลที่ตนมิได้กระทำ ไม่เคยได้รับการโอบอุ้มจากบิดา ไม่มีอ้อมกอดอุ่นๆหรือของเล่นของขวัญใดๆ มีเพียงความเฉยชาที่เห็นกับแทบทุกวันแต่กลับรู้สึกเหมือนไกลแสนไกล แม้นตนจะได้นับผลการกระทำนี้ไม่ต่างกันแต่ก็ชินเสียแล้ว สงสารแต่บุตรทั้งสามที่ได้แต่ทนมองบิดารักบุตรคนอื่นมากยิ่งกว่า

“เหตุใดจึงมีแววตาเช่นนั้นเจ้าค่ะ ท่านแม่เศร้าเสียใจอันใด ได้โปรดบอกลูก”

       มี่ฮวามองแววตาเศร้าสร้อยคู่นั้นของมารดาก็พอจะรู้ว่าในใจของท่านคงกำลังนึกถึงท่านแม่ทัพใหญ่เจ้าของจวนอยู่เป็นแน่ เพียงแค่ถึง เพียงแค่ได้ยินชื่อแววตาหวานซึ่งคู่นั้นก็พลันหม่นเศร้าทุกที มี่ฮวาจึงเดินเข้ามาคว้ามือเรียวสวยของผู้เป็นมารดามากุมไว้ก่อนจะบีบเบาๆอย่างปลอบใจ แม้อาจจะเป็นการช่วยเล็กๆน้อยๆที่แทบจะไม่มีผลใดๆแต่อย่างน้อยเธอก็ยังสามารถทำให้มารดาอุ่นใจขึ้น เพราะที่ตรงนี้ ตรงข้างท่านยังมีมี่ฮวาคนอ่อนแอคนนี้เสมอ

“มิมีอันใด แม่เพียง..... เจ้าเดินแถวนี้แม่ก็เบาใจ อย่าได้ออกนอกจวนโดยมิบอกมิกล่าว มิเช่นนั้น....คนพวกนั้นคงหาเรื่องให้เจ้าโดนลงโทษเป็นแน่”

      ‘คนพวกนั้น! หึ!พวกเศษสวะ แค่ฮูหยินรองแลท่านพ่อโปรดเข้าหน่อยก็เบ่งอำนาจกันสุดฤทธิ์ แม้กระทั่งท่านแม่ที่เป็นฮูหยินใหญ่ยังมิเกรง ช่างเหิมเกริมนัก และพวกเจ้าจะได้รู้ว่าคนที่กล้ามาแตะต้องครอบครัวของข้ามันจะต้องเจอกับอะไร’ มี่ฮวาคดอาฆาตในขณะที่ปากยังฉีกยิ้มหวาน นัยน์ตายังละมุนจนไม่มีผู้ใดสามารถล้วงร็ได้เลยว่าในหัวของนางกำลังคิดการใดอยู่

“ท่านแม่มาหาลูก มีเหตุอันใดหรือเจ้าค่ะ”  เมื่อเห็นว่ามารดามีแต่จะจุ่มจมลงสู่ความโศกเศร้ามี่ฮวาจึงเอ่ยตัดเปลี่ยนเรื่องถามถึงสาเหตุที่ท่านเร่งรีบมาหา

“แม่เพียงคิดถึง ท่านตาของเจ้าก็คิดถึง วันพรุ่งเราไปเยี่ยมท่านตาของเจ้าดีหรือไม่”

“ดียิ่งนักเจ้าค่ะ ลูกก็คิดถึงท่านตาไม่ต่างกัน คิดถึงซาลาเปาฝีมือท่านยายยิ่งนัก” มี่ฮวาเอ่ยตาเป็นประกาย เพราะซาลาเปาที่หาได้เกลื่อนกลาดแต่ไม่มีที่ใดที่จะทำได้เลิศรสเท่าจวนท่านหม่าท่านตาของนาง โดยเฉพาะฝีมือท่านยายที่ไม่เป็นสองรองใคร

        ผู้เป็นมารดาเห็นแววตาเป็นประกายของลูกสาวก็สุขยิ่งนัก นานเท่าไหร่แล้วหนอที่ความสุขนี้ไม่ได้มาเยื่อนพวกเราแม่ลูก ทั้งที่กายสุขสบายแต่ใจกลับหม่นหมองยิ่งนัก สาเหตุที่ตนจะกลับไปเยี่ยมท่านพ่อท่านแม่นั้น ความคิดถึงเป็นแค่หนึ่งส่วน แต่แท้จริงแล้วพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของฮูหยินรองของจวนต่างหากเล่า งานที่ตนและบุตรไม่ได้รับเชิญให้เข้าไป แม้นเป็นใหญ่ในจวนแต่กลับไม่ต่างจากข้ารับใช้หรือข้ารับใช้ยังได้รับเกียรติไปงานนี้มากกว่าพวกนางด้วยซ้ำ  แท้จริงแล้วคงไม่ต่างจากกาฝากดีๆนี้เองต่างหาก

“อย่าได้คิดให้หม่นหมองไปเลยเจ้าค่ะ พวกเขาไม่ใช่ครอบครัวของเรามานานแล้ว ลูกเองก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งกับคนพวกนั้นเช่นกัน คนพวกนั้นไม่มีความสำคัญใดๆกับข้าเลยแม้แต่น้อย ครอบครัวข้ามีเพียงท่านแม่ ท่านพี่มี่อี้และมี่เท่ออเท่านั้น”  มี่ฮวาเอ่ยอย่างรู้ดีว่ามารดาตนกำลังคิดเรื่องใดอยู่ ใครเล่าจะมิรู้ว่าพรุ่งนี้เป็นงานวันเกิดของอนุแสนรักของเจ้าของจวน อย่างฮุ่ยเจียง ก็เล่นให้บ่าวไพร่มาประกาศกันโครมๆเช่นนั้น

“เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น บิดาของเจ้า....”

“เขาไม่ใช่ครอบครัวของข้า!”

         น้ำเสียงเด็ดขาดและแววตาแข็งกร้าวทำเอาคนเป็นมารดาอดตกใจไม่ได้ ใช่จะไม่รู้ว่าท่าทางอ่อนหวาน อ่อนแอของมี่ฮวานั้นมันก็แค่กลลวงเท่านั้น ตนเพียงเลือกที่จะไม่พูดออกไปเพราะอย่างน้อยบุตรสาวคนนี้เข้มแข็งย่อมดีกว่าอ่อนแอให้ใครต่อใครรังแก  ทุกครั้งบุตรคนนี้เก็บอารมณ์เก่งยิ่งนักแม้โดนกลั่นแกล้งหนักเพียงใดก็ไม่หลุดออกมา แต่ครั้งนี้การที่มี่ฮวาแสดงชัดเช่นนี้ คงไม่แคล้วมองบิดาตนเป็นคนอื่นแล้วเป็นแน่แท้

“บิดาย่อมรักบุตร แม้แต่สัตว์เดรัจฉานแม้ไม่ได้โอบอุ้ม หรือดูแลแต่มันก็ไม่คิดที่จะทำร้ายลูกของมัน คนผู้นั้น......”

มี่ฮวานึกย้อนไปในอดีตที่เจ็บปวดและเป็นสาเหตุให้ตนเข้มแข็งจนถึงทุกวันนี้ ตอนนั้นนางเองพึ่ง 8 หนาวเท่านั้น ในขณะที่เล่นสนุกกับซือซือและซืออี้ที่ศาลาริมสระบัว แต่แล้วกลับมามารร้ายมาผจญ ฮุ่ยเหมยพี่สาวต่างมารดาที่มองน้องสาวเล่นสนุกอย่างหมั่นไส้จึงวิ่งมาผลักนางที่ไม่ทันตั้งตัวจนตกสระบัวที่ขาเล็กๆสั้นๆของนางไม่มีทางยั้งถึง ซืออี้วิ่งไปตามคนมาช่วย ส่วนซือซือนั่งร้องไห้พยายามมาช่วยนาง โดยการหาไม้ยาวๆยื่นไปให้ผู้เป็นนายจับ มือเล็กๆของมี่ฮวาคว้าไม้นั้นสำเร็จแต่กลับเหมือนสวรรค์ลงโทษอีกครั้ง ที่ยึดเหนี่ยวหนึ่งเดียวในตอนนั้นหลุดลอยไป เมื่อฮุ่ยเหมยกระชากซือซือออกเสียก่อนจนไม้ที่เชื่อมระหว่างสองคนหลุดออกจากมือ แล้วเรียกสาวใช้ทั้งสองมาจับซือซือเอาไว้ บ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์อย่างซือซือแม้จะพยายามดิ้นแต่ก็ได้แต่มองผู้นายตนตะเกียดตะกายในน้ำอย่างเศร้าใจ ครั้นได้ยินเสียงบิดามาแต่ไกล ฮุ่ยเหมยที่มองน้องสาวกำลังตะเกียดตะกายอยู่ในน้ำอย่างพอใจก็กระโจนลงน้ำตามมา และพยายามตะกายน้ำเหมือนจะจมทั้งๆที่นางก็ว่ายน้ำเป็น

มี่ฮวานึกย้อนไปในอดีตที่เจ็บปวดและเป็นสาเหตุให้ตนเข้มแข็งจนถึงทุกวันนี้ ตอนนั้นนางเองพึ่ง 8 หนาวเท่านั้น ในขณะที่เล่นสนุกกับซือซือและซืออี้ที่ศาลาริมสระบัว แต่แล้วกลับมามารร้ายมาผจญ ฮุ่ยเหมยพี่สาวต่างมารดาที่มองน้องสาวเล่นสนุกอย่างหมั่นไส้จึงวิ่งมาผลักนางที่ไม่ทันตั้งตัวจนตกสระบัวที่ขาเล็กๆสั้นๆของนางไม่มีทางยั้งถึง ซืออี้วิ่งไปตามคนมาช่วย ส่วนซือซือนั่งร้องไห้พยายามมาช่วยนาง โดยการหาไม้ยาวๆยื่นไปให้ผู้เป็นนายจับ มือเล็กๆของมี่ฮวาคว้าไม้นั้นสำเร็จแต่กลับเหมือนสวรรค์ลงโทษอีกครั้ง ที่ยึดเหนี่ยวหนึ่งเดียวในตอนนั้นหลุดลอยไป เมื่อฮุ่ยเหมยกระชากซือซือออกเสียก่อนจนไม้ที่เชื่อมระหว่างสองคนหลุดออกจากมือ แล้วเรียกสาวใช้ทั้งสองมาจับซือซือเอาไว้ บ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์อย่างซือซือแม้จะพยายามดิ้นแต่ก็ได้แต่มองผู้นายตนตะเกียดตะกายในน้ำอย่างเศร้าใจ ครั้นได้ยินเสียงบิดามาแต่ไกล ฮุ่ยเหมยที่มองน้องสาวกำลังตะเกียดตะกายอยู่ในน้ำอย่างพอใจก็กระโจนลงน้ำตามมา และพยายามตะกายน้ำเหมือนจะจมทั้งๆที่นางก็ว่ายน้ำเป็น

“ฮุ่ยเหมย!”

      เสียงเจ้าของจวนร้องขึ้นก่อนจะกระโจนลงน้ำเข้าไปโอบอุ้มบุตรสาวคนโตอย่างฮุ่ยเหมยที่สำลักจนหน้าดำหน้าแดง มี่ฮวาที่ยินทุกอย่างชัดเจนก่อนแรงเฮือกสุดท้ายจะหมดลง นางหันไปมองท่าทางห่วงใยที่มีต่อพี่สาวตนมากยิ่งบิดาจนกระวนกระวาย โดยลืมไปว่ายังมีบุตรอีกคนที่กำลังรอการช่วยเหลือ รออ้อมกอดที่อบอุ่นนั้นมาโอบอุ้ม จนเมื่อแรงที่เหลือหมดลงร่างแน่งน้อยดำดิ่งลงสู่ก้นสระอย่างหมดหวัง ในขณะที่ลมหายใจกำลังจะหมดลง วิญญาณกำลังจะถูกยมทูตเอาไปกลับมีแสงสว่างที่เปล่งประกายออกมา ฉุดนางขึ้นจากความอึดอัดนี้

“มี่ฮาๆ ได้ยินพี่หรือไม่ มี่ฮวา”

      เป็นมี่อี้ที่วิ่งเข้ามาตามเสียงที่ดังโวยวายนั่น เมื่อสาวใช้ซืออซือร้องบอกว่ามี่ฮวาอยู่ใต้น้ำ ใจเขาก็แทบร่วงหล่น ก่อนจะกระโจนลงไปแหวกว่ายดำพุดจนหาร่างที่นอนแน่นิ่งใต้ก้นสระเจอ

“ซือซือเกิดอะไรขึ้น” มี่อี้เด็กหนุ่มวัยเพียง 11 เอ่ยถามวาจาเด็ดเดี่ยว

“คุณหนูฮุ่ยเหมยผลักคุณหนูมี่ฮวาเจ้าค่ะ”

       “ไม่นะเจ้าค่ะ นังซือซือกล่าวหาข้า ข้าหรือจะทำน้องตัวเอง มี่ฮวาต่างหากผลักข้าแล้วก็เผลอตกไปในสระเอง” ฮุ่ยเหมยได้ทีก็ใส่ร้ายสร้างเรื่องให้น้องสาวตนทันที เพราะเชื่อเหลือเกินไม่ว่าอย่างไรบิดก็เชื่อตนมากกว่า

     เพียงแค่ได้ยินชื่อมี่อี้ก็ตรงไปกระชากฮุ่ยเหมยที่อยู่ในอ้อมกอดของบิดาทันทีไม่สนใจว่าเจ้าของชื่อจะปฏิเสธอย่างไร แต่กลับไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น เพราะบิดาเอาตัวบังลูกสาวในอ้อมกอดพร้อมสั่งให้ทหารใต้บังคับบัญชาจับบุตรชายของตนไว้

“เจ้าจะเชื่อบ่าวงั้นรึมี่อี้ เหตุใดไม่ฟังฮุ่ยเหมยบ้าง นางเป็นนางเจ้านะ ฟังความข้างเดียวจะได้รู้ความจริงได้อย่างไร”

“ท่านพ่อก็เอาแต่เข้าข้างนาง ช่วยแต่นางปล่อยให้มี่ฮวาตายงั้นหรือ มี่ฮวาอ่อนแอยิ่งนักมีหรือจะรังแกฮุ่ยเหมยได้ เหตุใดท่านพ่อ....”

“พอ!”

      เสียงอันเด็ดขาดของท่านแม่ทัพใหญ่เอ่ยขึ้น แววตากร้าวอย่างโมโหเมื่อบุตรชายไม่ยอมเชื่อฟังตนแถมยังปากกล้าเถียงคำไม่ตกฟากเช่นนี้ แต่ก่อนที่ตนจะได้กล่าวคำใด หูก็ได้ยินเสียงหญิงที่ตนไม่ชอบใจยิ่งดังแว่วมาแต่ไกล ก่อนจะเห็นนางวิ่งเข้ามาโอบอุ้มบุตรสาวตนพร้อมหมอคนหนึ่ง


ความคิดเห็น