Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่12 “เปิดเทอมวันแรก”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่12 “เปิดเทอมวันแรก”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2561 23:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่12 “เปิดเทอมวันแรก”
แบบอักษร

ช่วงเวลาที่มนสิชาเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้ เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนพิเศษหรือคนโปรดของผู้มีพระคุณทั้งสองเลย เธออยู่แบบเจียมเนื้อเจียมตัวไม่เคยเรียกร้องให้ตัวเองมีอภิสิทธิ์ แค่สิ่งที่ท่านทั้งสองทำให้เธอและครอบครัวนั้นบุญคุณนี้คงทดแทนไม่หมดเป็นแน่ ดังนั้นสิ่งใดที่เธอสามารถตอบแทนท่านได้ แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เธอยินดีและเต็มใจที่จะทำทุกครั้ง

มนสิชาเป็นคนอัธยาศัยดีทุกคนในบ้านจึงรักและเอ็นดูเธอ ยกเว้นบุตรชายเจ้าของบ้านเพียงคนเดียวที่ดูแล้วไม่ค่อยชอบเธอเท่าไรนัก เมื่อคุณธนาธิปเจอกับมนสิชาทีไรเขามักจะพูดจาดูถูกถากถางเธอให้รู้สึกเสียใจทุกครั้งไป บางทีมนสิชาเองยังคิดเลยว่าเธอคงมีกรรมต่อเขา ชาตินี้จึงต้องมาใช้เวรใช้กรรมให้หมดไปแล้วชาติหน้าจะได้ไม่ต้องพบเจอกันอีกเลย

หลังจากที่มนสิชาไปสมัครเรียนมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว คุณธนาคมและคุณอารดาก็ซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คให้เธอหนึ่งเครื่องเพื่อเป็นของขวัญในการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในปีแรก เพราะเมื่อเปิดเรียนเธอจำเป็นต้องใช้มันในการทำงานต่างๆ มนสิชาเองก็ซาบซึ้งในความเมตตานี้ของผู้มีพระคุณทั้งสองเป็นอย่างมาก ซึ่งมนสิชาเองก็จะใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด

มนสิชาไม่เคยปล่อยให้เวลาวันๆหนึ่งหมดไปโดยเปล่าประโยชน์ เธอเอาเวลาว่างมาแต่งนิยายออนไลน์ขายและรับแปลเอกสารโดยส่งงานผ่านทางอีเมลล์เพื่อหารายได้เสริม เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องรบกวนคุณธนาคมและคุณอารดามากเกินไป

เวลาสามเดือนผ่านไปเร็วมาก ช่วงตอนที่เธอป่วยคุณหมอจะนัดทุกๆ หนึ่งเดือนเพื่อเช็คว่ากระดูกเชื่อมต่อกันหรือไม่ ในเดือนที่สองของการใส่เฝือกเธอได้เปลี่ยนมาใส่เฝือกอ่อนแทน และเดือนที่สามนี้คุณหมออนุญาตให้ถอดเฝือกอ่อนออกได้แล้ว เธอสามารถกลับมาใช้แขนข้างซ้ายได้ตามปกติ แต่ไม่ให้ยกของหนัก หรือทำให้แขนกระแทกซ้ำอีก


วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของมนสิชากับการเป็นนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มนสิชาดีใจที่ได้เรียนหนังสือต่ออย่างที่เคยตั้งใจไว้ถึงแม้จะเป็นมหาวิทยาลัยของเอกชนก็ตาม มนสิชาตื่นแต่เช้าเพื่อลงมาช่วยป้าสายหยุดทำงานครัวในตอนเช้าก่อน จากนั้นจึงอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาเพื่อลงมาทานอาหารพร้อมกับคุณธนาคม คุณอารดา และคุณธนาธิปก่อนที่จะไปมหาวิทยาลัย

มนสิชาปฏิเสธคุณอารดาเรื่องที่จะให้น้ามั่นขับรถไปรับไปส่งเธอที่มหาวิทยาลัย เธอขอคุณอารดานั่งรถเมลล์ไปมหาวิทยาลัยเอง

“คุณป้าค่ะ ปรางขออนุญาตนั่งรถเมลล์ไปเองนะคะ” มนสิชาขออนุญาตคุณอารดา

“ป้าว่าให้นายมั่นไปรับไปส่งน่าจะปลอดภัยกว่านะลูก” คุณอารดายังคงยืนยัน

“ปรางไปเองได้จริงๆ ค่ะ คุณป้าไม่ต้องห่วงนะคะ” มนสิชาก็ยังยืนยันคำตอบเดิมเช่นกัน

“อ่อ ป้ารู้แล้ว ป้าให้พี่จอมทัพไปรับไปส่งหนูดีกว่า เพราะพี่เค้าต้องผ่านที่มหาวิทยาลัยของหนูทุกวัน” คุณอารดาเสนอความคิดใหม่

“เอ่ออออ บางทีปรางทำอะไรช้า ปรางไม่อยากให้คุณจอมทัพรอค่ะคุณป้า ปรางเกรงใจ” มนสิชาพยายามบอกเลี่ยงเพราะเธอไม่อยากให้ธนาธิปไปรับไปส่งเธอ

“ได้ครับคุณแม่ เดี๋ยวผมไปรับไปส่งเธอให้ ไปทางเดียวกันจะได้ประหยัดพลังงานด้วยครับ” ธนาธิิปขันอาสา ทำให้มนสิชางงอยู่ไม่น้อย

“ไม่เป็นไรจริงๆค่ะคุณจอมทัพ ปรางไปเองได้ค่ะ” มนสิชาพยายามปฏิเสธ

“นี่เธอจะเรื่องมากทำไมฮะ จะทำให้ผู้ใหญ่เป็นห่วงเหรอ” ธนาธิปแสร้งทำน้ำเสียงจริงจัง

“ป้าว่าไปกับพี่เขานั่นแหละดีแล้วลูก ป้าจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” คุณอารดารีบบอก

“งั้นนน ก็ได้ค่ะ” มนสิชาจำใจต้องยอมทำตามคำสั่ง เพราะเธอไม่อยากให้ผู้ใหญ่เป็นห่วง

เมื่อได้เวลาออกจากบ้านมนสิชารีบเดินตามธนาธิปไปที่รถสปอร์ตของเขาทันที

“ขึ้นรถสิ รออะไรไม่ทราบ” ธนาธิปเอ็ดมนสิชาเมื่อเห็นเธอยังยืนอยู่

“ค่ะ” มนสิชารีบขึ้นรถทันที

ตอนนี้ในรถมีแต่ความเงียบ ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ อยู่ดีๆ ธนาธิปก็ยื่นโทรศัพท์ราคาแพงของเขามาตรงหน้ามนสิชา

“เอ่อออ อะไรค่ะ” มนสิชางงๆ กับการกระทำของธนาธิป

“เมมเบอร์โทรศัพท์ของเธอลงในเครื่องของฉันด้วย” ธนาธิปออกคำสั่ง

“ทำไมต้องเมมค่ะ” มนสิชาถามด้วยความอยากรู้

“ไม่ต้องถาม ฉันสั่งก็ทำซะ อย่ามาเรื่องมาก เร็วๆ” ธนาธิปไม่ตอบคำถามแถมบังคับให้ทำตามคำสั่งอีกด้วย

มนสิชาจัดการเมมเบอร์โทรศัพท์ของเธอลงในโทรศัพท์ของธนาธิป แล้วเธอจึงโทรออกเข้าเครื่องของเธอเพื่อที่เธอจะได้รู้เบอร์โทรศัพท์ของเขาเช่นกัน

ตอนนี้รถยนต์ของธนาธิปจอดสนิทอยู่ที่ป้ายรถเมลล์แล้ว เขาจึงไล่มนสิชาลงจากรถไป

“อะ ลงไปได้แล้ว อยากขึ้นรถเมลล์ไม่ใช่เหรอ” ธนาธิปถาม

“ค่ะ ขอบคุณที่มาส่งนะคะ สวัสดีค่ะ” มนสิชาลงจากรถของเขาอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้มีสายตาหลายคู่จ้องมองพวกเธออยู่

มนสิชารู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้มีน้ำใจหรือหวังดีกับเธอเลย จริงๆที่เขารับอาสาเพื่อต้องการแกล้งเธอเท่านั้นเอง

มนสิชามาถึงมหาวิทยาลัยก่อนเวลาเข้าเรียน เธอมานั่งรออยู่ที่หน้าคณะ ตอนนี้เธอยังไม่มีเพื่อนเพราะพึ่งจะเปิดเรียนวันแรก ในใจลึกๆ เธอแอบหวังว่าเธอจะได้เจอเพื่อนดีๆ กับเขาสักคนก็พอ

“สวัสดีครับ มีใครนั่งมั๊ยครับตรงนี้” ผู้ชายที่มาใหม่ถามมนสิชา

“ไม่มีค่ะ” มนสิชาตอบ

“งั้นผมขอนั่งด้วยคนนะครับ” ผู้ชายที่มาใหม่คนนี้ขออนุญาต

“เชิญค่ะ” มนสิชาตอบ ก่อนยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“เอ่อ เรียนคณะนี่เหรอครับ ปีอะไรแล้วครับ” ผู้ชายคนนี้ยังคงถามต่อไปอีก

“ค่ะเรียนคณะนี้ พึ่งจะเข้าปีหนึ่งค่ะ” มนสิชาตอบ

“เหมือนกันเลยครับ ผมชื่อศาสตรายุ หรือเมฆครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณ” ผู้ชายคนนี้พูดต่อ

“ชื่อมนสิชา มะปรางค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะคะ” มนสิชาตอบกลับไป

“มะปรางอายุเท่าไรครับ” ศาสตรายุถาม

“สิบแปดค่ะ” มนสิชาตอบ

“งั้นผมก็เป็นพี่ ผมแก่กว่ามะปรางสองปี พี่อายุยี่สิบนะ” ศาสตรายุรีบบอก

“งง ใช่มั๊ย? พอดีพี่เรียนคณะอื่นมาสองปี แล้วไม่ชอบก็เลยลาออกมาสมัครเรียนใหม่หนะ” ศาสตรายุอธิบายให้มนสิชาเข้าใจ

“อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ” มนสิชาตอบ

“เราไปเรียนกันเถอะ” ศาตรายุชวนมนสิชาขึ้นเรียน

วันนี้มนสิชามีเรียนแค่สองวิชาเท่านั้น เมื่อเรียนวิชาแรกเสร็จก็ต้องรอเรียนอีกทีช่วงบ่ายเลย จึงพอมีเวลาให้เธอทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ของเธอหลายคนเลย เธอออกไปทานข้าวกลางวันพร้อมกับเพื่อนๆ รวมถึงศาตรายุด้วย จากนั้นจึงเรียนต่ออีกวิชาในช่วงบ่ายกว่าจะเลิกเรียนก็เกือบห้าโมงเย็นแล้ว เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น จริงๆเธอไม่อยากรับเลยด้วยซ้ำเมื่อเห็นชื่อที่โชว์อยู่ที่หน้าจอ

“สวัสดีค่ะคุณจอมทัพ” มนสิชากล่าวทักทายไปตามสาย

“เธออยู่ที่ไหนแล้ว เลิกเรียนรึยัง” ธนาธิปถามออกไป

“ปรางเลิกเรียนแล้วค่ะ” มนสิชาบอก

“อืม นั่งรถเมลล์มานะ ฉันจะรออยู่ที่หน้าปากซอยบ้าน แล้วเราค่อยเข้าบ้านพร้อมกัน” ธนาธิปบอก

“คุณจอมทัพเข้าบ้านไปก่อนเลยก็ได้ค่ะ ไม่ต้องรอปราง” มนสิชาบอก

“ไม่ได้ เธอต้องเข้าบ้านพร้อมฉันสิ คุณแม่ท่านจะได้รู้ว่าฉันไปรับเธอที่มหาวิทยาลัย” ธนาธิปช่วยไขความกระจ่างให้มนสิชา

“ค่ะ” มนสิชาตอบ

ตอนนี้มนสิชารู้แล้วว่าที่เขารอเธอไม่ใช่เพราะความห่วงใยใดๆ ทั้งสิ้น แต่เพราะเขาต้องการตบตาคุณอารดาว่าเขาทำตามที่รับปากท่านเอาไว้เท่านั้นเอง

เมื่อมนสิชามาถึงเธอรีบเดินไปนั่งรถสปอร์ตของธนาธิปที่จอดรอไว้ทันที จากนั้นเขาจึงขับรถเข้าบ้านตามปกติ

“อ้าว ลูกๆ กลับมาแล้ว ไปล้างมือแล้วมาทานข้าวกันลูก” คุณอารดาบอก

“ค่ะ/ครับ” ทั้งสองคนรับคำพร้อมกัน

“นี่เธอห้ามบอกเรื่องนี้กับคุณแม่ของฉันนะ ถ้าท่านรู้ คนแรกที่ฉันจะจัดการคือเธอ” ธนาธิปแอบมาขู่มนสิชาเพราะกลัวเธอเล่าความจริงให้มารดาฟัง

“ค่ะ” มนสิชาตอบไปแค่นั้น

“เป็นยังงัยบ้างหนูมะปราง เรียนสนุกมั๊ยจ๊ะ” คุณอารดาถามมนสิชา

“สนุกค่ะคุณป้า ปรางรู้จักเพื่อนใหม่เยอะเลยค่ะ” มนสิชาตอบคุณอารดา

“แล้ววันนี้ไปสายมั๊ยจ๊ะ ตอนเย็นหละรอพี่เค้าไปรับนานมั๊ย” คุณอารดายังถามต่อ

“เอ่อ....ออออ ไปทันค่ะคุณป้า ตอนเย็นก็ไม่ได้รอคุณจอมทัพนานค่ะ” มนสิชาจำใจโกหกท่านออกไป

“แหมมมม ตาจอมทัพของแม่นี่น่ารักจริงๆเลย” คุณอารดาชมบุตรชาย

“งั้นทุกวันให้พี่เขาไปรับไปส่งแบบนี้นะจ๊ะหนูมะปราง ป้าจะได้สบายใจด้วย” คุณอารดาบอกมนสิชา

“อ่ออออ ได้ค่ะคุณป้า” มนสิชารับปาก

“งั้นทานข้าวกันลูก จะได้ไปพักผ่อน” คุณอารดาบอกให้ทุกคนทานข้าว

หางตาของมนสิชาเหลือบไปเห็นใบหน้าของธนาธิป เขากำลังนั่งยิ้มอย่างมีความสุข นี่เธอควรจะสมน้ำหน้าตัวเองดี หรือสงสารตัวเองดีนะที่จะต้องมาเจอกับคนเจ้าเล่ห์แบบเขาคนนี้

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น