หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เข้ามาสิ เข้ามา...มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ตื่นเต้นสยองขวัญไปพร้อมกับเขาได้แล้ว!

ตอนที่ 76 โรงเรียนที่ไม่อาจคาดเดา (5)

ชื่อตอน : ตอนที่ 76 โรงเรียนที่ไม่อาจคาดเดา (5)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 44

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 76 โรงเรียนที่ไม่อาจคาดเดา (5)
แบบอักษร

            SoFaRe , LaSoRe ……

            หลังจากกดตัวโน้ตพวกนี้ไปแล้ว เฟิงปู้เจวี๋ยก็ถอยหลังออกมาหลายก้าว และเฝ้าดูว่าจะมีพายุฝนอะไรเกิดขึ้นหรือไม่

            หลายวินาทีผ่านไป แขนยาวขาวซีดสองข้าง โผล่ออกมาจากฝาเปียโน ……

            มีสำนวนหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ท่องจำได้เหมือนกับน้ำไหลไม่ขาดสาย” หรืออาจจะมีคนทำได้ แต่เฟิงปู้เจวี๋ยไม่เคยเห็น ยิ่งไม่รู้สึกว่ามันมีความจำเป็นต้องท่องบทความอะไร แต่เขากำลังจะได้เจอ “ท่องจำได้เหมือนกับน้ำไหลไม่ขาดสาย”

            ก่อนที่มีจะโผล่ขึ้นมา นิ้วมือมีการพันกันไปมา ฝ่ามือมีการทะลุออกมาด้านนอก เฟิงปู้เจวี๋ยรีบมีปฏิกิริยาตอบโต้ การเคลื่อนไหวแบบนี้ เป็นเกมที่เหลือ “เวลา” ให้กับผู้เล่น หากผู้เล่นไม่ถูกหลอนจนช็อก ก็จะฉวยโอกาสทำอะไรสักอย่าง

            “อย่าไปฟัง ...... เล่นดนตรีจบปรบมือก็พอแล้ว ......” เฟิงปู้เจวี๋ยท่องเนื้อเพลงที่เป็นคำเตือนออกมา และก็เข้าใจในทันที เขารีบไปยังเก้าอี้แถวหน้าสุดและนั่งลง เอามือถือวางลงเก้าอี้ข้างๆ ไฟฉายวางไว้บนตัก และส่องไปที่เปียโน

            ในตอนนี้ แขนขาวซีดทั้งสองข้างโผล่ขึ้นมาจนสุดแล้ว กรงเล็บของมันกางออกวางไปยังบนแป้นเปียโน การแสดงดนตรีกำลังเริ่มต้น ...... มือคู่นั้นเริงระบำอยู่บนตัวเปียโน ท่อนแขนบิดงอจนผิดรูป กระดูกข้อแขนโค้งงออย่างผิดปกติ ส่วนนิ้วมือเหล่านั้นราวกับมีชีวิต เริงระบำกระโดดโลดเต้นไปทั่วแป้นเปียโน ……

            หากมองด้วยสายตา แขนผีทั้งสองข้างเวลาเล่นเปียโนนั้นสวยงามไร้ที่ติ และไม่มีการเร่งความเร็วแต่อย่างใด หากจะต้องบรรยายแล้วละก็ ก็เหมือนกับมีไส้เดือนสักสิบตัวถูกเสียบอยู่บนตะขอเบ็ดตกปลาสองคัน คันละห้าตัว ตัวไส้เดือนก็จะบิดงอตัวไปมา เพื่อหลอกล่อปลาให้เข้ามาหา

            ส่วนเพลงเพราะหรือไม่นั้น เฟิงปู้เจวี๋ยก็ไม่ทราบ ถึงแม้จะมีบางโน้ตที่เข้าหูไปบ้าง แต่เขาก็ไม่ยินไม่ค่อยชัด เพราะตั้งแต่มือผีโผล่ออกมาดีดตัวโน้ตตัวแรก เฟิงปู้เจวี๋ยก็ใช้มืออุดหูไว้ ด้านหนึ่งก็สร้างจังหวะในสมอง อีกด้านก็ฮัมเพลงออกมา : “ลาลาลา! ลาลาลา! ฉันคือชายขายหนังสือพิมพ์ ......”

            หลังจากที่เขาร้องเพลงขายหนังสือพิมพ์จบ เขาก็ร้องเพลงปลุกใจทหารอีกสองรอบ แต่มือก็ยังคงอุดหูเอาไว้ เฟิงปู้เจวี๋ยตัดสินใจร้องเพลงวนแบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้ว่าเขาจะมีความแค้นอะไรกับเขารึเปล่า

            สรุปแล้วก็คือ หลังจากนั้นห้านาที เมื่อเฟิงปู้เจวี๋ยกำลังจะเริ่มร้องเพลงขายหนังสือพิมพ์ครั้งที่สาม มือผีทั้งสองข้างก็หยุด กรงเล็บออกจากแป้นเปียโน ยกอยู่กลางอากาศ

            เฟิงปู้เจวี๋ยไม่พูดร่ำทำเพลง รีบปรบมือในทันที แล้วยังตะโกนออกมาว่า “เยี่ยม!” ขาดแค่ “เอาอีก” เท่านั้น

            วิธีการแบบนี้เหมือนกับดูละครตามสวนสาธารณะเลย ราวกับมันทำให้เจ้าของมือผีรู้สึกตกใจ แต่มือคู่นั้นยังคงลอยอยู่กลางอากาศ เหม่ออยู่ประมาณสามสิบวินาทีถึงเริ่มมีปฏิกิริยา

            เห็นแค่มือขวากำหมัดไว้แน่น แล้วเหวี่ยงไปมากลางอากาศสองสามครั้ง ราวกับต้องการแสดงออกว่าไม่พอใจ จากนั้น มือซ้ายจับฝาเปียโนไว้ มือขวาจับตัวยึดเอาไว้ แล้วค่อยปิดฝาครอบเปียโนลง รวมๆ แล้ว เหมือนกำลังจะปิดการแสดงเพื่อขอบคุณผู้ชม ……

            [อัพเดทความคืบหน้าภารกิจหลัก]

[สำรวจโรงเรียนมัธยมเย่เจี้ย ทำลายวิญญาณทั้งเจ็ด ความคืบหน้าปัจจุบัน 2/7]

“อืม ...... ดูแล้ว ‘เจ็ดสิ่งไม่คาดคิด’ ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องถึงชีวิตทุกอย่าง” เฟิงปู้เจวี๋ยหยิบของ แล้วลุกขึ้น “บางที ...... ถ้าฉันฟังจนจบเพลงฉันจะตายเหรอ? เชอะ ...... ทำไมรู้สึกว่าด่านนี้ต้องการจะสื่อว่า ‘ผีก็คือคน’ นั่นแหละ”

เขามองเวลา 35:18 ยังเหลือเวลาอีกประมาณห้านาทีจะถึงเวลาที่เขาต้องโทรออก และก็ไม่รู้ว่าฝนแห่งการจากลาจะเป็นยังไงบ้าง ไม่ได้ยินระบบแจ้งสำเร็จภารกิจเลย แสดงว่าเธอยังคงอยู่ “ขั้นที่สิบสาม” และระบบก็ไม่ได้ให้ข้อมูลสถานะว่าเธอตายแล้ว

อารมณ์ความรู้สึกที่รู้ว่าอีกฝ่ายมีอันตรายแค่ทำอะไรไม่ได้ ..... มันส่งผลกระทบให้กับตัวเฟิงปู้เจวี๋ยไม่น้อย เขาเปิดดูแถบเมนูเกม ถึงแม้จะรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ แต่เขาก็ต้องการตรวจสอบเครื่องหมาย ID “การมีชีวิต” ของเพื่อนร่วมทีม มันเป็นความรู้สึกที่แปลกมาก มันเหมือนกับการเล่นเกมยิงปืน เมื่อผู้เล่นว่างก็จะชอบไปเปิด TAB เมนูดูรายชื่อยังไงยังนั้น……

ใครจะคิดหลังจากที่เขาเปิดแถบเมนูขึ้นมาจะพบเรื่องเซอร์ไพรส์ เมื่อเฟิงปู้เจวี๋ยดูช่องทีมเสร็จแล้ว เขาสังเกตเห็นว่ามีการปลดล็อคช่องความชำนาญใหม่

พื้นที่เงาดำๆ หลังเปิดระบบเป็นทางการมา ในตอนนี้ปรากฏออกมาแล้วครึ่งหนึ่ง ความชำนาญใหม่ของเขามีชื่อว่า “เวทย์วิญญาณ” ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ระดับ F

ในความชำนาญใหม่สองรายการ เฟิงปู้เจวี๋ยได้ทำการปลดล็อกแล้วหนึ่งรายการ แต่ดูจากชื่อเขารู้ได้ในทันทีว่ามันฝึกยากมาก

ความชำนาญในช่วงทดสอบระบบมีทั้งสิ้น 6 รายการ ได้แก่ ทั่วไป อาวุธ สืบสวน ต่อสู้ การยิง รักษา ความชำนาญเหล่านี้มีข้อกำหนดกลางๆ แต่ “เวทย์วิญญาณ” และอีกอย่างที่ยังไม่ได้ปลดล็อค เกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์น่าจะเป็นพลังที่เหนือธรรมชาติ

ตอนนี้เฟิงปู้เจวี๋ยยังไม่มั่นใจว่ามันปลดล็อคหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ ณ ตอนนี้ หรือ ภารกิจบ่อน้ำก่อนหน้านี้ แต่เมื่อมันปลดล็อคแล้ว เขาก็ห้ามตัวเองไม่ได้ที่จะคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ มากมาย เช่น ...... รางวัลผ่านด่านในคราวนี้ มันจะสุ่มอะไรที่เกี่ยวข้องกับสกิลใหม่นี้หรือไม่ นอกจากนี้ ทำไมความชำนาญนี้มันฟังดูเกี่ยวข้องกับภูตผีวิญญาณ งั้นสกิลนี้จะไม่มีผลกับผู้เล่นหรือปีศาจอื่นๆ ใช่หรือไม่ ยังมีอีก ผลของสกิลมีผลในระดับไหนยังไง ......

เขายืนคิดวิเคราะห์อยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานนักเขาก็ได้รับการเร่งจากระบบ หากอยู่นานกว่านี้เขาจะเข้าสถานะท้อจากเกม เขาทำได้แค่ออกไป และทำการสำรวจต่อไป

เหลือเวลาอีกไม่มากก็จะถึงเวลาคุยโทรศัพท์ในครั้งต่อไปแล้ว เสียงแจ้งเตือนสำเร็จภารกิจของฝนแห่งการจากลายังไม่มา เฟิงปู้เจี๋ยเริ่มไม่ค่อยสบายใจ ยังเหลือเวลาอีกราวหนึ่งนาที เขาเริ่มลังเล ...... ลังเลว่าเขาควรจะโทรศัพท์ไปดีไหม

สถานที่ที่ฝนแห่งการจากลาอยู่คิดว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก ในฮอตทอปิคของโรงเรียน “ขั้นที่สิบสาม” น่าจะเป็นอะไรที่มีชื่อไม่น้อย หรืออาจจะเป็นสถานที่ที่ยากมากทีสุด ในเพลงคือ “รีบย้อนกลับ รีบย้อนกลับ ...... ขั้นที่สิบสามไม่ควรเดินไป” คำเตือนที่ให้มามีก็เหมือนไม่มี ฟังจากความหมายแล้ว หากเดินข้ามขั้นที่สิบสามไป ก็จะพบกับ FLAG จนถึงตาย

แต่เมื่อครู่ที่พวกเขาคุยโทรศัพท์กัน ฝนแห่งการจากลาคุยไปนับไป แล้วก็นับจนถึงขั้นที่สิบสามแล้ว ตัวเธอเองก็ไม่คิดว่าอาคารเจ็ดชั้น เพิ่งเดินมาได้สองชั้นก็เจอขั้นที่สิบสามเลย

ในตอนนี้ สิ่งที่เฟิงปู้เจวี๋ยกำลังคิดคือ : หากฝนแห่งการจากลากำลังประสบเหตุการณ์เลวร้าย เธอก็น่าจะมีโอกาสสูงที่ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้ และจะทำให้เธอกลายเป็นผู้ต้องรับผิดชอบ หลังจากนั้นสิบห้านาทีเธอก็จะถูกคุกคามอย่างรุนแรง

แต่ถ้าหาก ...... เขาไม่โทรไป ตัวเขาเองก็จะกลายเป็นผู้ต้องรับผิดชอบ และถูกภูตผีไล่ล่า แต่หากเป็นแบบนี้ ทางฝนแห่งการจากลาก็จะไม่มีความเสี่ยงใดๆ อีก

ขณะที่เขากำลังลังเลนั้น เวลา มาถึงพอดี

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น