Kamui Yato

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 24 [ อัจฉริยะไทด์ ]

ชื่อตอน : บทที่ 24 [ อัจฉริยะไทด์ ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2561 17:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 24 [ อัจฉริยะไทด์ ]
แบบอักษร

"ทำไมกันนะ ทำไมถึงต้องมีมารมาผจญมาขัดตอนถึงฉากสำคัญอยู่เรื่อย!!!"หลังจากที่การ์ลิคตื่นขึ้นมาและนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนเขาก็ถึงกับสติแตก นี่มันรอบที่สองแล้วนะที่มีคนมาขัดขวางความสำราญของเขา แต่รอบนี้ยังดีที่เขาได้ลูบๆคำๆอยู่บ้างก็ตาม แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา

จนมาถึงปัจจุบันตอนนี้เขากำลังรู้สึกสับสนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ก็ไม่แปลกที่เขาจะมีอาการเช่นนี้เนื่องจากยามที่เขากลับเข้ามาดูให้ห้องก็พบกับเหล่าเด็กหญิงที่กำลังจ้องมองการ์ลิคด้วยสายตาแปลกๆ โดยเฉพาะไทด์ ที่กำลังจ้องมองเขาราวกับกำลังคาดหวังในอะไรบางอย่าง แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเขาจึงรู้สึกงงงวยไม่น้อย


"พ่อหมีจ๋า คือไทด์มีเรื่องจะขอร้องละ"เบลล่าที่ทนไม่ไหวจึงกล่าวช่วยไทด์ที่กำลังอ้ำๆอึ้งๆ

"หืม ?"การ์ลิคก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ผิดกับไทด์ที่ตกใจมากเมื่อเพื่อนเบลพูดออกมาโต้งๆเช่นนี้

"เอ๊ะ~ เออคือ เราอยากให้การ์ลิคสอนวิชาต่อสู้ให้เราบ้าง"สุดท้ายไทด์ก็รวบรวมความกล้ากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นจนขนาดการ์ลิคยังแปลกใจ ก่อนที่เขาจะยกยิ้มอย่างมีรับลมคมใน

"ไม่มีปัญหา แต่เราคงต้องพาเธอไปฝึกในป่าละนะ เพื่อเพิ่มสัญชาตญาณที่เธอไม่มี"การ์ลิคกล่าวอธิบายราวกับนักปราชญ์ผู้ทรงปัญญา พร้อมกล่าวเสริมอีกหลายๆเรื่องจนไทด์เข้าใจและไปขออนุญาติดร.บรีฟและคุณนายแพนซี

"เบลจะพาโบรจังไปกับเราด้วยไหม?"หลังจากที่ไทด์จากไปจึงทำให้ตอนนี้เหลือเพียงการ์ลิคและเบลที่อุ้มทารกน้อยโบรจังไว้ในอ้อมแขน

"ไม่ละเราจะอยู่ที่นี่ไปสักวันสองวันเพื่อไปหาซื้อนมสำหรับโบรจัง"

การ์ลิคพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาจึงบอกกล่าวกับเบลเพิ่มเติมถึงเรื่องการนัดเจอ ซึ่งเมื่อเขาจากไป เขาจะปล่อยพลังให้เบลล่าสามารถสัมผัสได้ เผื่อเธอจะตามเขามาในภายหลัง ทั้งคู่คุยนัดกันอีกเล็กน้อยก่อนที่เบลจะขอตัวจากไป แต่ทว่าก่อนเดินออกไปจากห้องจู่ร่างของเด็กน้อยอกโตเกินไวก็พุ่งเข้ามาหอมแก้มเขาแบบไม่ทันตั้งตัวก่อนจะวิ่งอุ้มโบรจังจากไปด้วยความเร็วสูง

ฟืดดด~

"แล้วเจอกันนะพ่อหมีที่รัก"

'อ๊ากกกกกกกกกก~!!'

เลือดลมอันร้อนลุ่มภายในกายการ์ลิคเกิดการปะทุอย่างหนักหน่วง เขาพยายามสงบสติอารมณ์ไว้แต่ก็ทำไม่ได้จึงต้องกัดฟันเอาไว้สักพักเพื่อสงบเงาสัตว์ร้ายที่อยู่ภายในกาย และเพียงไม่นานนักสัตว์ร้ายก็ๆค่อยสงบลงอย่างว่าง่าย ซึ่งในเวลานั้นไทด์ที่ใส่ชุดวอมสีแดงเลือดหมูเดินกลับมาพอดี

"ไปกันเถอะการ์ลิค"เมื่อไทด์พร้อมการ์ลิคก็ไม่รีรอรีบเข้ารวบร่างของไทด์น้อยขึ้นอุ้มพร้อมลอยตัวเหาะไปเรื่อยๆ เขาต้องการหาพื้นที่เหมาะๆในการฝึกซ้อมวิชาให้กับไทด์ และเพียงไม่นานเท่าไหร่นักเขาก็เจอที่เหมาะๆ มันคือแถวป่าพงไพร มีสัตว์ร้ายพลังต่อสู้พอประมาณและเหมาะที่จะเป็นคู่ฝึกซ้อมให้แก่ไทด์ในภายหลัง

และทันทีที่เท้าทั้งคู่ลงสู่พื้น ไทด์ก็เปิดกล่องสีขาวทรงสี่เหลี่ยมขนาดเล็กที่ควักออกมาจากกระเป๋ากางเกงวอม ยามเปิดออกก็พบกับภายในที่บรรจุแคปซูลแปลกๆเอา ไว้ไทด์ไม่รอช้านำแคปซูลหมายเลข 1 ออกมาใช้

ปุ้งงงง

"เล่นเอาแคปซูลบ้านมาใช้เลยหรอไทด์"

"อือมันสะดวกดี นี่การ์ลิคก่อนจะเริ่มฝึกเราไปจัดของในห้องกันเถอะ"ไทด์กล่าวชักชวน

ไทด์ไม่รอคำตอบ เธอรีบจูงมือการ์ลิคเข้าไปในบ้าน เธอนำทางเขาเข้ามาภายในห้องเปล่า ๆ และเธอก็ทำแบบเดิมคือใช้แคปซูลนั่นแหละ เพียงสักพักก็มีของใช้มากมาย ตั้งแต่แปลงสีฟันยันเตียงนอนโผล่ออกมาเต็มห้องไปหมด ไทด์เริ่มจัดของอย่างรวดเร็วด้วยความขยันและต้องการฝึกฝนกับการ์ลิคทำให้การจัดของเสร็จไปอย่างรวดเร็ว

"วู้~เสร็จซักที นี่เราอยากฝึกวิชาแล้วช่วยสอนเราหน่อยนะการ์ลิค"

"ได้สิก่อนอื่น ๆ ไทด์ต้องมาเรียนการใช้พลังการ พลังนี้เรียกว่าพลังจิตวิญญาณเป็นพลังชนิดหนึ่งที่มนุษย์ สัตว์ทุกชนิด เอเลี่ยนจากต่างดาว หรือสิ่งมีชีวิตทั้งจักรวาลย่อมมีอยู่ภายในร่างกาย จะมากหรือน้อยก็แล้วแต่พรสวรรค์กับพรแสวง"

การ์ลิคเริ่มอธิบายพร้อมแสดงการใช้พลังให้ไทด์ขณะที่เขาพาเธอเดินออกมาฝึกที่นอกบ้าน เขาอธิบายเกี่ยวกับพื้นฐานของพลังต่อสู้เสียก่อน และยังไม่ได้เริ่มกล่าวอธิบายถึงการฝึกและวิธีใช้พลัง Ki เนื่องจากเขาต้องการให้ไทด์มีพื้นฐานด้านพลังและร่างกายที่หนาแน่นเช่นพวกคุริริน แล้วค่อยเริ่มสอนพลัง Ki ภายหลังก็ยังไม่สาย และหลังจากอธิบายเกือบสามชั่วโมงจนไทด์น่าจะเข้าใจจู่ๆเธอก็ทำอะไรบางอย่างที่น่าตกใจขึ้นมา

"การใช้พลังจิตวิญญาณต้องทำแบบนี้ใช่ไหมการ์ลิค"เสียงของเด็กหญิงในชุดวอมที่ดูกำลังตื่นเต้นเป็นพิเศษเงยหน้ากล่าวถามเด็กชายผมดำในชุดนักสู้แดงเหลืองที่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าของเธอ

วิ้งงง~

ในเหนือฝ่ามือเล็กๆของไทด์มีบอลพลังสีฟ้าบริสุทธิ์ขนาดพอๆกับลูกปิงปอง ซึ่งการ์ลิคที่สอนไทด์ได้เพียงไม่นานไม่ถึงหนึ่งวัน ยังต้องตื่นตะลึงในพรสวรรค์ในด้านความเข้าใจและความสามารถในการประยุคใช้ของเธอ เขาใช้เวลาอธิบายเกี่ยวกับการควบคุมกระแสพลังจิตวิญญาณภายในเพียงแค่เกือบสามชั่วโมงเท่านั้น แต่ยัยนี่กลับสามารถใช้มันออกมาหลังจากฟังเขาอธิบายเป็นทฤษฏีได้อย่างง่ายดาย

"ไทด์สุดยอด~ แต่ว่าอย่าพึ่งฝืนตัวเองเกินไปนะไทด์ เพราะเธอพึ่งเริ่มฝึกวิชาได้เพียงวันเดียว พลังจิตวิญญาณในร่างกายจึงมีไม่มากเท่าเรา"การ์ลิคที่เห็นใบหน้าและร่างกายของเธอยังค่อยๆซีดขาวลงอีกด้วย เขาจึงกล่าวตักเตือนเธอด้วยความเป็นห่วง

"อื้อ ว่าแต่หลังจากนี้ไทด์ต้องทำยังไงต่อละการ์ลิค"

"ไทด์ต้องค่อยๆฟื้นพลังก่อน จากนั้นค่อยมาฝึกการควบคุมพลังในภายหลัง แต่ตอนนี้ไทด์ควรฝึกวิชาต่อสู้เสียก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันต่อโอเค ?"

"เข้าใจแล้ว"

หลังจากนั้นการ์ลิคก็อธิบายพร้อมสอนท่าทางวิชาต่อสู้หลากหลายแขนงให้แก่ไทด์อย่างไม่มีกั๊ก แต่วิชาเหล่านี้เป็นวิชาในชีวิตก่อนของเขาในยามที่เคยเกิดใหม่เป็นมนุษย์ ซึ่งวิชาที่เขาสอนก็มี ไทจุสุหรือยิวยิตสุ มวยไทย คาราเต้ ยูโด เทควันโด้ กังฟู รวมถึง มวยไทเก็ก ซึ่งวิชาเหล่านี้การ์ลิคเพียงแค่แสดงกระบวนท่าเพียงครั้งสองครั้งไทด์ก็สามารถจดจำและใช้มันได้อย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะมีเรื่องจังหวะในการใช้ที่ไม่สมดุลทางร่างกายอยู่บ้างก็ตาม

'ถ้ายัยนี่มีร่างกายที่เหมาะสมแล้วละก็ การใช้ออกวิชาเหล่านี้คงไม่มีปัญหาอะไรเลย น่าสนใจสมแล้วที่เป็นลูกสาวของนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะ ดร.บรีฟ'

การ์ลิครู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่ไทด์เป็นเพียงมนุษย์โลก ถ้าเธอเกิดมาเป็นชาวไซย่าแล้วละก็ต่อให้เป็นซุนโกคู หรือแม้แต่ตัวเขาเองเธอก็มีสิทธิ์ที่จะมีพลังเหนือกว่าได้ไม่ยาก แต่นั่นคือหัวข้อถ้าเธอเป็นชาวไซย่าละก็นะ แต่นี่เธอเป็นเพียงมนุษย์จึงมีเรื่องของขีดจำจัดต่างๆคอยขัดขวางเส้นทางของเธออยู่มากมายนับไม่ถ้วน

'ถ้าเราให้เธอบำเพ็ญเพียรตบะ ไม่สิ! คงไม่ได้เพราะการบำเพ็ญเพียรใช้เวลานานเกินไป มนุษย์ไม่มีทางก้าวข้ามนิพพานได้ แต่ถ้าเป็นพลังลมปราณละก็เธออาจจะเหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาไปมากโข'

การ์ลิควางแผนที่จะปั้นให้ไทด์กลายเป็นสุดยอดนักสู้ จึงค้นความทรงจำเกี่ยวกับวิชาลมปราณในอดีตมาสักวิชา และไม่นานักเขาก็ได้มันมา วิชานี้เป็นเพียงวิชาลมปราณพิสุทธิ์ ลมปราณอันบริสุทธิ์ที่ใช้เสริมสร้างร่างกายภายในและภายนอกให้แข็งแกร่งขึ้น และถ้าถามทำไมการ์ลิคถึงไม่ฝึกพลังลมปราณหรือตบะบ้างละทั้งที่มีวิชามากมาย ก็เพราะมันฝึกไม่ได้น่ะสิเขาจึงรู้สึกหงุดหงิดอยู่นี่ไง

"ไทด์มานี่ก่อนสิ เราจะสอนวิชาบางอย่างให้ นั่งลงขัดสมาธิ หลับตาสงบจิตและนึกถึงพลังธรรมชาติโดยรอบดู วิธีนี้ง่ายมากนะ ก็ทำเหมือนตอนที่...ชิส์!"

การ์ลิคถึงกับเดาะลิ้นไม่พอใจ ก็เพราะภาพของไทด์ที่สามารถรับรู้พลังธรรมชาติได้นี่แหละ ตัวเขาในชีวิตก่อนที่ได้เกิดใหม่เป็นมนุษย์ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะสามารถสัมผัสพลังธรรมชาติได้ ยิ่งภายหลังโลกยิ่งพัฒนาเทคโนโลยีไปไกลมันเลยทำให้พลังธรรมชาติยิ่งจางหายและหายไปในที่สุด เขาจึงรู้สึกไม่ชอบมนุษย์ก็เพราะเหตุนี้นี่แหละ

"เฮ้อ และเมื่อไทด์สัมผัสพลังธรรมชาติได้แล้ว ก็ค่อยสูดพลังธรรมชาติเข้าทางจมูก ช้าๆละอย่าเร่งรีบค่อยๆเป็นค่อยๆไปถ้าไม่อยากร่างระเบิดตายเสียก่อน เมื่อพลังธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายก็ค่อยส่งมันไปตามเส้นชีพจร และทะลวงมันช้าๆอย่าเร่งรีบ บลา ๆ ๆ~...."

เพียงไม่นานเกินสองชั่วโมงนักตามรูขุมขนของไทด์ก็มีเมือกสีดำอันเหม็นโฉ่ผุดออกมาไม่หยุด นี่มันเกินไปแล้วนะเฟ้ย ใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงกลับสามารถเข้าถึงขั้นกลั้นผิวหนังได้ ยัยนี่มันเข้าขั้นสัตว์ประหลาดแล้ว ถ้าฝึกอีกหน่อย ไม่กลายเป็นเทพยุทธเลยหร่อ และเวลาก็ผ่านไปอีก 1 ชั่วโมงเหตุการณ์แบบเดิมก็เกิดขึ้นอีกครั้ง รอบนี้การ์ลิคถึงกลับทำหน้าปวดใจไม่น้อย

"เฮ้อให้ตรูพักบ้างเถอะ ตอกย้ำตรูจัง!!"

______________________________________________________________________________


บอกแล้วว่าอย่าให้พ่อหมีการ์ลิคออกโลงเป็นไงบินเลย 5555

ความคิดเห็น