เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 36 คราปักษาแอบซนใต้โต๊ะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 36 คราปักษาแอบซนใต้โต๊ะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 271

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2561 11:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 36 คราปักษาแอบซนใต้โต๊ะ
แบบอักษร

​ตอนที่ 36 คราปักษาแอบซนใต้โต๊ะ

          ณ เมืองแบลดแอน์ โรงละครควีนแอน์มีผู้คนพลุ่งพล่านปานขบวนมดดำขนไข่ย้ายรังหนีฝน ชนชั้นสูงในชุดเสื้อสูทดำ น้ำตาล น้ำเงินแพรวพราว ชุดราตรีบนเรือนร่างสตรีคู่ควงเจิดจรัสละลานตา เหล่าบุตรหลานชายหญิงยืนเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ล่าสัตว์ในพงไพร ในหมู่คนมากมายไร้ซึ่งนักเดินทาง นักกวี และคนขายขนมปัง ณ กาลเพลาสายัณห์มีหมู่ดวงดาวแขวนทั่วท้องฟากฟ้า การแสดงดนตรีของเจ้าเมเบลกำลังจักเริ่มแล้ว

          แขกที่มาฟังล้วนเป็นคนมีฐานะ เครือญาติผู้มีเชื้อสายขุนนางเก่าแก่ตั้งแต่บรรพบุรุษ ในที่นี้ไม่มีใครแปลกแยก ใช่..ไม่มี

          ห้องรับรอง อีกสิบห้านาทีก่อนขึ้นเวที เมเบลสวมอาภรณ์นักดนตรี ชุดกระโปรงยาวจรดพื้นมีประกายสีทองระยิบระยับ นางปล่อยผมสยายและรวบมัดไว้จุกหนึ่ง ทั้งกายมีเครื่องดับน้อยชิ้น กระนั้นความสง่างามอันถือกำเนิดจากสายเลือดและนิสัยสันดานก็มิต่างกับเครื่องดับที่ขับให้นางสูงทรง ยิ่งใหญ่ปานเทพธิดาผู้พิชิตสรวงสวรรค์

          “นางยังมิมาหรือ”เมเบลกอดอก สีหน้าแววตาอึมครึมปานฟ้ามีฝน ยามนี้มิต้องเดาใจก็ทราบว่านางโมโหเพียงใด ถ้าเจ้าตัวต้นเหตุที่ทำให้นางหงุดหงิดมาถึง นางจักต้องสาดสายฟ้าพิฆาตผ่าหัวทันทีอย่างมิเกรงใจ มิถามสาเหตุ

          ก๊อกๆ

          “เข้ามา”

          “เจ้าหญิงเพคะ มีจดหมายถึงท่าน”

          “?” สาวใช้เดินตัวหดลีบเท่ามดตะนอย นางส่งจดหมายและเว้นระยะห่างกับเจ้านาย เมเบลลอบมองกิริยาขวาดกลัวลูกน้องก็ให้สงสัยทำไมนางต้องระมัดระวังตัวเช่นนั้น แม้นสีหน้าเจ้าหญิงเมเบลยามนี้จักน่ากลัวปานสิงโต แต่นางมิมีทางสั่งทำร้ายสาวใช้ นางใจดีและรักลูกน้อง ถ้าลูกน้องไม่ทำเรื่องผิด นางก็ไม่มีเหตุผลให้ว่ากล่าวตักเตือน ลูกน้องหญิงชาย สาวใช้ พ่อบ้านไม่จำเป็นต้องกลัวเมเบล กระนั้นทำไมคราวนี้ไม่เหมือนปกติ

          เพราะจดหมายนี้รึ

          เมเบลหรี่ตาพลางรู้สึกจดหมายที่ถือมีน้ำหนักมากเท่าศิลา นางเปิดและคลี่กระดาษ ไล่อ่านอักษรจนจบบรรทัด

          “นางอยู่ไหน”น้ำเสียงเย็นยะเยืองปานหุบเขาน้ำแข็งสามารถสร้างแรงกดดันสาวใช้จนขาสั่นระริก นางน้ำตาคลอเบ้า ตอบอย่างกลัวชีวิตจักมอดไหม้ “น นางบอกว่ามีเด็กขี้เหงาคนหนึ่งรอนางอยู่ นางฝากขอโทษเจ้าหญิงเมเบลและ”

          “และอะไร”

          “และนางก็เผ่นไปเลยค่ะ…”

          ต่อให้ลีโอน่าไม่ใช่เทพพยากรณ์ กระนั้นให้นางเดาอนาคตหลังส่งคำปฏิเสธให้เจ้าหญิงเมเบลหรือ จุดจบนั้นมิต้องเสียเวลาคิดให้มากความ นักไวโอลินสาวใจกล้าหาญ นางควรบอกเจ้าหญิงด้วยตนเองเพื่อเป็นการให้เกียรติและการขอโทษอย่างสุดซึ้ง กระนั้นระหว่างนั่งรถม้า ลีโอน่าเผลอเหลียวเห็นฝูงลูกแมวน้อยซึ่งพวกมันกำลังหยอกล้อกันสนุกสนามบนสะพาน แรกเริ่มนางยิ้มมองอย่างเอ็นดูกระทั่งเห็นพวกมันจู่ๆเปลี่ยนท่าที แมวตัวโตสุดผลักแมวตัวเล็กตกแม่น้ำตูม นักไวโอลิสาวตะลึงงัน ครั้นใจเริ่มหวาดหวั่นเรื่องอนาคตใกล้ๆนี้ ถ้าหากเปรียบลีโอน่ากับเมเบลเป็นฝูงลูกแมว เมเบลเป็นแมวตัวโต ลีโอน่าเป็นแมวตัวเล็ก และสิ่งที่เมเบลจักทำเมื่อรู้ว่าลีโอน่าปฏิเสธไม่ชมการแสดง

อนาคตช่างน่ากลัว ความโกรธเกรี้ยวของเจ้าหญิงไหนเลยผู้น้อยอย่างลีโอน่าจักรองรับไว้ ฉะนั้นเผ่นดีกว่า สังเกตนิสัยเย็นชาผสมนิสัยดุดันปานแม่ทัพสงคราม ท่านต้องโกรธมากแน่ๆลีโอน่าสะอึก รีบเขียนจดหมายและฝากสาวใช้ไปส่งให้เจ้าหญิงเมเบล

และแล้วเป็นอย่างที่ลีโอน่าทำนาย เจ้าเมเบลโกรธไม่น้อย ไม่น้อยเลย ไม่สักนิด ในหัวท่านยามนี้เต็มไปด้วยภาพลีโอน่าโดนรังแก ทำโทษอย่างสาหัส จับกด หยิกแก้ม กักขังหน่วงเหนี่ยว ผลักลีโอน่าตกสะพาน ขั้นเลวร้ายก็เรียกสายฟ้าผ่าลีโอน่าจนไหม้เป็นผุยผง

“…ตายแน่”ลีโอน่าหันมองที่โรงละครควีนแอน์ด้วยสายตาว่างเปล่า นางพึมพำพลางส่ายหน้า สะบัดเส้นเกศาพลางอุ้มกระเป๋าไวโอลินและเดินฝ่าฝูงชนนับล้าน ยามนี้ไม่อาจแก้ไขสิ่งใดแล้ว กาลเวลาไหลผ่านไปไม่มีย้อนกลับ สิ่งที่ทำมิอาจย้อนคืน ต่อให้เสียใจภายหลัง กระนั้นก็เป็นเรื่องของอนาคต ลีโอน่าเตรียมใจไว้แล้วสำหรับผลที่จักตามมาล้างแค้น กระนั้นนางก็ยังให้เศร้าเล็กน้อย ลึกๆหวังว่าเจ้าหญิงจักเข้าใจการตัดสินของนักไวโอลินสาว

ในยามที่ต้องเลือกระหว่างอย่างใดอย่างหนึ่ง มันคือเวลาแห่งการตัดสินที่จักกำหนดเรื่องราวต่อไป

มันอาจยากที่จักเลือก สำหรับใครบางคนการเลือกไม่ใช่เรื่องใหญ่ มันก็แค่เลือกทางใดทางหนึ่งอย่างไม่ต้องเสียใจ เลือกทางที่ดีที่สุด เลือกจานใบที่ชอบที่สุด แต่สำหรับบางคนการเลือกคือเรื่องใหญ่มากๆเท่าพุงเมรัย เพราะด้วยข้อจำกัดที่ขีดเส้นแบ่งและกำหนดว่าเลือกได้แค่ไหน ความต้องการ ลังเลใจ สับสนไม่รู้จักเลือกสิ่งใด ตัวเลือกมากมาย ตัวเลือกสองข้อ ไม่ว่าอย่างไรตัวเลือกพวกนั้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่พวกเขาอยากได้และอยากทำ ถ้าเป็นไปได้พวกเขาก็อยากเลือกทุกอย่าง อยากลอง อยากได้ทุกตัวเลือก กระนั้นความจริงคือ มันเป็นไปไม่ได้ ต้องเลือกแค่อย่างเดียวเท่านั้น

ส่วนเรื่องหลังจากเลือกแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องนั้นก็เป็นปัญหาเช่นกัน

ปัญหา ค่าตอบแทน ความผิดหวัง ความสุขแบบใหม่

ถ้าให้ลีโอน่าอธิบายสาเหตุทำไมนางเลือกทอดทิ้งเจ้าหญิงเมเบล แล้วเลือกน้องสาวโนร่า เหตุผลง่ายๆที่นางจักใช้ตอบอย่างภาคภูมิใจ

เพราะหัวใจนางเลือกเช่นนี้ เวลามองน้องโนร่า ลีโอน่าคล้ายมองเห็นตนเองในอดีต และเพราะอดีตสอนสิ่งสำคัญให้นาง นางจึงเลือกที่จักเชื่อมั่นในความรู้สึกยามนั้นหมดใจ นางอาจเป็นคนโง่ที่ทิ้งโอกาสสีทองคำขาว นางอาจเสียใจภายหลังที่เลือกเช่นนี้ กระนั้นนางจักเชื่อหัวใจของนาง

หัวใจแห่งเสียงเพลง ลีโอน่าอมยิ้มและทอดกายเดินริมถนนที่รอบด้านมีแสงไฟนับล้านดวงประหนึ่งเศษเม็ดทราย นางอยากขอโทษเจ้าหญิงเมเบล นางละอายใจยิ่งนักที่หันหลังหนีมิกล้าเผชิญหน้าท่านตรงๆ หากวันหน้ามีวาสนา นางก็ขอบอกขอโทษและก้มหัว เอ่ยแสดงความเสียใจอย่างมิหวาดกลัวว่าผลสุดท้ายท่านจักใช้สายฟ้าผ่าหัวนาง ลีโอน่าเลือกแล้ว ดังนั้นนางจักเชิดหน้าและแบกรับผลของมัน 

นักไวโอลินสาวเดินกลับบ้านเด็กกำพร้าด้วยหัวใจอิ่มเอม ทรงพลังด้วยเจตนาแรงกล้ายิ่งกว่ายามใด นางสวมชุดราตรีสีน้ำเงินดอกอัญชัน ยามชายกระโปรงและผ้าพันคอใสปลิวไสว นางแลประหนึ่งเจ้าหญิงแห่งดวงดาราสวรรค์ งดงามและน่าหลงใหล

“พี่ลีโอน่า..”โนร่าตื่นตะลึงพลั่งลุกยืนทึ่มทื่อ  ไม่เพียงนางที่แปลกใจ กระรอกน้อยที่แอบดื่มน้ำผลไม้ก็งงเช่นกัน

“กลับมาแล้วจ้ะ”

สายลมรัตติกาลพัดโชยกลิ่นอัสนี ลีโอน่าเกี่ยวปอยผมไว้หลังหู เอียงคอระบายยิ้มเบิกบาน นางบอกเหตุผลที่ตนกลับมาเร็วให้แคโรไลน์และเด็กๆกลุ่มโนร่าฟัง คราวเด็กสาวโนร่ารู้ก็ยิ่งตกกะใจและผิดหวัง ดวงตากลมใสปรากฏหยาดน้ำตา “ขอโทษนะค่ะ เพราะหนู” เป็นเพราะคำขอเห็นแก่ตัวของโนร่า พี่ลีโอน่าถึงยอมทิ้งโอกาสดีๆเช่นนี้ เด็กสาวเสียใจ แต่ลีโอน่าไม่คิดเช่นนั้น “ผู้หญิงเวลาร้องไห้ไม่น่ารักนะโนร่า อย่าร้องสิ เจ้าหญิงเมเบลไม่โกรธพี่หรอกจ้ะ”

--

อีกด้าน “จ เจ้าเมเบลเพคะ ได้เวลา..”

“นางช่างกล้า”

เจ้าเมเบลยิ้มเย็น ความโกรธแปรเปลี่ยนเป็นมาโฮปกคลุมทั่วห้อง ใครว่านางไม่โกรธนะ

--

“ท่านไม่โกรธจริงๆ”ลีโอน่าตอบน่าตาย พยายามปลอบเด็กสาว ลีโอน่ามีวิธีพูดหว่านล้อมและลูกไม้แพรวพราวปานสิบแปดมงกุฎ นางมีวาทศิลป์ชั้นเลิศผสมกับการใส่ใจละมุนละไมทำให้โนร่าคลายใจและไม่เจ็บปวดอีก ลีโอน่าเล่าเรื่องหนึ่งให้เด็กสาวตัวเล็กตัวน้อยฟัง มันเป็นเรื่องเมื่อสมัยลีโอน่ายังเด็กเท่าโนร่า เวลาในฤดูหนาวที่หนาวเหน็บกว่าปีใด นางได้เจอเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เขาเปรียบเหมือนคนแปลกหน้าที่จู่ๆก็โดดเข้ามาในชีวิตนาง ณ ห้วงเวลาที่นางเงียบเหงา และค้นหาเสียงนางมิเจอ

เขาช่วยให้นางค้นพบเสียงที่หายไป เขาทำบางสิ่งและสลักไว้ในหัวใจนาง

แม้นจักผ่านมาเนิ่นนานแรมปี กระนั้นบทเพลงของเขาก็คงมิจางหายไป น่าแปลกที่นางจดจำบทเพลงที่เขาเล่นได้

“พี่ลีโอน่ารักเขาหรือ”

“ไม่ใช่…”ลีโอน่าจำหน้าเด็กหนุ่มคนนั้นมิได้ด้วยซ้ำ สิ่งที่เขาหลงเหลือไว้ให้นางคือบทเพลง เสียงไวโอลินที่เปี่ยมความหมาย

“เขาทำให้พี่อยากเล่นดนตรี”

ในยามที่ชีวิตหนึ่งสิ้นสุดลงพร้อมความเชื่อเก่า บทเพลงของบิดาตายลงไปพร้อมท่าน ลีโอน่ารู้มันเป็นเช่นนั้นหลังท่านสิ้นลมหายใจ แต่แล้วเด็กหนุ่มคนนั้นก็เอื้อมมือให้นาง เขาเป็นใคร เขามาจากไหน ในค่ำคืนที่มีพายุหิมะโปรยปราย เขาสานต่อความหวังให้สาวน้อย ด้วยเสียงดนตรีที่ไม่เหมือนใคร ด้วยหัวใจอันเย็นชาและอบอุ่นประหนึ่งเปลวเพลิงปักษาสวรรค์

มีเหตุผลมากมายที่ทำให้ลีโอน่าอยากเล่นดนตรี และสำหรับวันนี้ วันเกิดโนร่า งานที่นางต้องทำก็ยังเป็นเช่นเดิมมิใช่หรือ

เพื่อใครกันนะ เพื่อเขา เพื่อนาง เพื่อเด็กสาว

ลีโอน่าลูบศีรษะโนร่าด้วยความรักใคร่ นักไวโอลินสาวเปิดกระเป๋าไวโอลินคู่หู คืนนี้นางก็มีเพลงที่ต้องเล่นให้โลกฟังอีกเพลง

ขณะลีโอน่าเตรียมความพร้อม กลุ่มสามสาวน้อยเมรัยนั่งทานขนมอย่างเอร็ดอร่อย ระหว่างที่เรไรดื่มนมแก้วที่สามสิบ นารีเช็ดทำความสะอาดเส้นพิณ คราเมรัยโพล่งขึ้น “ชักอยากทำแล้วสิ”หมอผีน้อยตบพุงยุ้ย เหลียวมองปักษาน้อยข้างไหล่ “เราทำกันเถอะ” เรไรหันมองค้อนขวับ “ทำอะไร”

“ทำอันนั้นแหละ”

“?...!!”เรไรเลิกคิ้วสงสัย คราวเมรัยยืดคอกระซิบหูบอกว่ามันคืออะไร

“ยัยบ้า!!คนตั้งเยอะ”

“เยอะๆสิดีมันจักได้อารมณ์พลุ่งพล่านตื่นเต้นด้วย”เมรัยลูบมือเรไร ที่สาธารณะไม่เหมือนในห้องนะ

“ไม่มีทาง”เรไรกัดฟันกรอด กระซิบตอบเสียงค่อย ให้ตายนางก็ไม่ทำเรื่องน่าอายในที่คนเยอะหรอกๆเกิดโดนจับได้ล่ะก็..โอ้

เมรัยทำตาทะเล้นหันไปกระซิบนารี ดวงดาวน้อยวางมือจากสายพิณ ดวงตาคู่งามฉายความพิศวง

“..น่าลองนะ”

“ห๊ะ!!นารีไม่ได้นะ”เรไรแตกตื่น ทำไมนารีเอาด้วยกับเมรัย

“เราทำกันเถอะ”แถมยังทำสีหน้าจริงจังปานวางแผนปล้นปราสาทราชาอีกด้วย เรไรอยากยกมือตบขมับ อยากบ้าตาย

“แล้วสามคนจักทำอย่างไรรึ”

“ใช้เจ้านี่”

เมรัยยิ้มหยาดเหยิ้ม นางหยิบมะเขือม่วงบนโต๊ะพลางใช้มันตบพวงแก้มเรไร หมอผีน้อยให้คนกลางเลือกอยากใช้อะไร มะเขือม่วง แครอท แตงกวา หืม เมรัยลากเสียงยียวน ตอนนี้เมรัยกับนารีตัดสินใจซนแล้ว เรไรไม่สามารถค้านได้!! ปักษาน้อยมุมปากกระตุก คราวใบหน้าน่ารักน่าหยิกเริ่มแดกระเรื่อ นางกวาดตามองเด็กๆรอบๆเห็นอยู่ห่างโต๊ะอาหารพอสงควร เรไรกำหมัด บอกตรงๆนางก็เริ่มอยากแล้ว

“อือ…”ถ้าในอนาคตนางมีลูก นางจักไม่ยอมเล่าเรื่องนี้ให้ลูกฟังเด็ดขาด ไม่ให้เมรัยกับนารีเล่าด้วย

“เด็กดี”เมรัยหลุบตา ลูบคางเรไร พลางตบตักอวบๆบอกให้เรไรย้ายมาหย่อนก้น ปักษาน้อยจักดื้อดึงก็กลัวถูกคนสังเกต นางรีบย้ายไปนั่งตักเมรัย ผิวก้นขาวเนียนละเอียดสัมผัสผิวขาอวบอ้วนปานเบาะเนื้อหมู เรไรมิกล้าดิ้นดุกดิก นางทำตามเมรัยสั่ง ให้ผ่อนคลายไม่เกร็ง ปักษาน้อยเม้นปาก ดวงตากลอกมองรอบด้านพยายามดูทุกทางว่าไม่มีคนใกล้ๆ “แล้วนารีล่ะ”

“มุดโต๊ะ”

เมรัยทำตาขวาง นารียิ้มร่าพลางมุดเข้าใต้โต๊ะ เมรัยล่าง เรไรกั้นกลาง เดี๋ยวข้างล่างให้นารีจัดการเอง

“อนุญาตให้ร้องเบาๆ”เมรัยกระซิบเป่าหูเรไร วาจาหยอกเย้าพูดจริง เรไรอยากร้องไห้ ทำไมพวกเมรัยช่างชอบรังแกนางเหลือเกิน นี่นางเป็นรับที่โชคร้ายที่สุดในโลกใช่ไหม

“อ๊ะ”เรไรอ้าปาดเผยอ แววตาอบอวบไอรัก เนื้อกายร้อนรุ่ม คราวเมรัยสัมผัสถึงสิ่งนั้น หมอผีน้อยก็แอบครางกระเซ้า “ยิ้มหื่นเชียวเรไร” หมอผีน้อยกอดเอวปักษาน้อยกระชับและเคลื่อนขยับช้าๆ ท่วงท่าชำนาญ คล่องแคล่ว เพราะเคลื่อนไหวอย่างรู้จุดทำให้เรไรอดยิ้มมิได้ หัวนึกสาปแช่งเมรัยที่ทำได้ดี รุกถึงอกถึงใจจริง

“สักห้ารอบนะ”

“อยากเท่าไหร่ก็ทำเถอะ”

เรไรฟุบหน้าแนบโต๊ะ เมรัยเอนหลังนอนทับประกบ อุ้งมือนวดคลึงทรวงอกปักษาน้อยที่ขนาดมิน้อยเลย ข้างใต้กระโปรงสองสาวมีศีรษะดวงดาวน้อยขยับขึ้นลง หากมองจากภายนอกแถบไม่รู้เลยว่าพวกเมรัยทำอะไรกัน จะเห็นแค่เรไรนั่งตักเมรัย และนารีหายไป

“..ถอดเสื้อด้วยดีหรือไม่”เมรัยยังไหว แต่เรไรร้อนผ่าวจวนเจียนละลายแล้ว ปักษาน้อยส่ายปล่อยน้ำส่วนล่างเต็มสิบทับขาเมรัย คราวหันค้อนเมรัยอีกครั้ง นางก้มหัวเอ่ยเร่งนารี “นารีทำให้..อ๊า..เมรัยเงียบหน่อยสิ”

“อ๊า..พวกเจ้านี่น้า ลามกจัง”ดวงดาวน้อยเอือมระอา คนที่ต้องใช้แรงมากสุดก็คือนางที่รับงานด้านล่าง นางต้องช่วยตัวเอง แถมยังต้องช่วยพวกข้างบนอีก นารีก็ไม่พอใจเมรัยเหมือนกัน เพราะดูเหมือนเมรัยสบายสุด ไม่ต้องทำอะไรมากแค่โยกๆแค่นั้น นารีคิดแผนและมีความคิดสร้างสรรค์ นางหยิบแครอทแท่งใหญ่ และใช้มันอย่างเหมาะสม

“!!!”

เมรัยกำลังนอนคางเกยหัวเรไรพลันสะดุ้งเกือบร้องลั่นบ้าน หมอผีน้อยน่าแดงเป็นก้นลิง นางพลั่งออกแรงขย้ำอกเรไรจนปักษาน้อยกรีดร้องแผ่วๆในใจร้องตะโกนดังๆ “น นารีเจ้าช่าง”เมรัยกัดฟันน้ำตาหยดริน อยากบอกให้ดวงดาวน้อยหยุดทำสิ่งที่ทำอยู่ แต่นารีมีเลือกไม่หยุด ได้เห็นหน้าเมรัยสุขสมเช่นนี้ นางหยุดมือห้ามปากไม่ได้ รีบทำงาน เร่งความเร็วปานรถจักรไอน้ำ

“โดนเสียบ้าง”เรไรหัวเราะทั้งน้ำตา นางยอมรับว่ามีสภาพไม่ต่างกัน

“อยากโดนกัดรึเจ้านกน้อย”

เมรัยขู่พลันกระชากเสื้อเรไรและกัดจมไหล่ งับ

“กรี๊ด”เบาๆ

สามสาวน้อยปฏิบัติการลับเรื่อยๆอย่างราบลื่นไม่มีใครคืบแคลง เรไรยอมรับว่ามันแตกต่าง เสียวมาก หนังตานางหลุบต่ำคล้ายงีบหลับ กระนั้นก็ลืมตา ระบายลมหายใจร้อนเป็นพักๆ เมรัยใช้ใบหน้าเล่นกับแผ่นหลังนุ่มนิ่ม เอายอดพรูเสียดสี ท่อนล่างเต้นกระเด้งมีจังหวะ นารีบอกให้อ้ากว้างๆเมรัยก็ยอมกาง สำหรับคนข้างล่างมันอึดอัดและร้อนอบอ้าว กระนั้นไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อยถ้าถูกจับได้ ดวงดาวน้อยก็สามารถเผ่นหนีได้ทุกเมื่อ

เรไรแย่สุด นางโดนทุกทาง

“พี่เรไรขอขนมนะค่ะ”

“อ เอ๊ ได้สิ”

ฉิบหาย จูเลียมา

“พี่เรไร พี่เมรัยเป็นอะไรหรือคะ”

“ไม่มีอะไร ไม่มีๆ..อ..”เรไรเม้นปากกลืนน้ำลาย กลั้นเสียงครวญครางสุดกำลัง เมื่อครู่นารีใคร่แกล้งตนชัดๆจึงออกแรงตอนพูดตอบจูเลีย

เด็กสาวเอียงคอสงสัย นางเห็นพี่เมรัยนอนฟุบหัวแปะหลังพี่เรไร ไม่สงสัยก็ไม่ได้แล้ว

“พี่เมรัยเหนื่อย ไม่มีอะไรจริงๆ..ซี๊..”

เรไรโกหกคนรู้จักไม่เก่ง นางหางตากระตุกด้วยความสับสน ภาวนาให้เด็กสาวเอาขนมไปให้เพื่อนเร็วๆ หยุดสงสัยเรื่องพวกนาง

5 นาที…

          “ถ้าพี่เมรัยอยากนอนก็ไปนอนที่ห้องสิ โธ่”จูเลียบ่นอุบพลางหยิบถาดขนมไป เรไรอยากร้องไห้ขอบคุณสวรรค์ นางต้องทนการรบเร้าด้านล่างของนารีที่รุกอย่างบ้าคลั่งและยังต้องรับแรงกระแทงรุนแรงของคนที่แกล้งงีบหลับด้วย นางจะร้องครางก็ไม่ได้ จะไล่น้องก็ไม่ได้ นางทั้งกลัวทั้งตื่นเต้น หัวใจเต้นระรัว ไม่รู้นารีจะเปียกปอนแล้วหรือยัง

          “บอกแล้วว่าไม่เลว”

          “เลวมาก…”เรไรอยากเขมือบหัวเจ้านางมารน้อยพวกนี้ เมรัยนิ่งเงียบๆแต่แรงกระชากใจ นารีนิ่งขรึมแต่ทำทีก็แถบทรุดเข่าอ่อน ยิ่งมีนางเป็นฝ่ายรับตรงกลางจะเหลือรึ พรุ่งนี้ไม่ขอเดินแล้ว

          เวลางานฉลองดำเนิน พวกเมรัยวุ่นซุกซน พวกจูเลียเล่นกับแคโรไลน์ ฝั่งโนร่าและลีโอน่าก็คุยกันจนเสร็จเรียบ ถึงเวลาอันสวมควรแก่การรับฟังเสียงดนตรี นักไวโอลินสาวปัดฝุ่นและเหลียวมองผู้ชม หางตาเหลือบเห็นเมรัยส่งยิ้มให้ เห็นเรไรหน้าฟุบส่งยิ้มแปลกพิกลให้เช่นกัน ลีโอน่าละความสงสัยและเริ่มงานนักดนตรี โนร่าเปลี่ยนที่ไปนั่งร่วมกับพวกจูเลีย

          แคโรไลน์กล่อมน้องเล็กจนนอนหลับ นางดื่มชาและเตรียมพร้อมรับฟัง

          เมรัยมือซ้ายกดหัวนารี มือขวาลูบแก้มเรไร เรไรยิ้มแหย่ มือไม้อ่อนทวย ถ้าไม่มีเมรัยประครอง ปานนี้นางล้มไปนอนตายแล้ว

          นารีเงียบมาก…เงี่ยหูรอฟังเพลง ส่วนมือและปากก็ทำงานไม่หยุดชะงัก…

          ดนตรีริเริ่มบรรเลง แม้แต่เสียงครางน่ารักก็ยังต้องยอมหยุด…เพื่อรับฟัง…

          --

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น