Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่11 “พบกันโดยบังเอิญ”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่11 “พบกันโดยบังเอิญ”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2561 00:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่11 “พบกันโดยบังเอิญ”
แบบอักษร

ตอนที่ธนาธิปเรียนจบมาใหม่ๆ ในปีแรกเขาเข้ามาช่วยงานที่บริษัทในตำแหน่งต่างๆ ตามที่บิดาสั่ง ท่านทำแบบนี้เพื่อให้เขาได้เรียนรู้งานในทุกแผนกจะได้เข้าใจภาระงานและบุคคลเมื่อต้องมาเป็นผู้บริหาร ธนาธิปก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารต่อจากบิดาด้วยอายุเพียงยี่สิบสองปีเท่านั้น ก็ย่อมจะมีทั้งคนที่สนับสนุนและคนที่ไม่เห็นด้วยอย่างมากแน่นอน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันบั่นทอนจิตใจเขาไม่ได้เลย ธนาธิปนำแรงกดดันนี้มาเป็นแรงผลักเพื่อดันให้ตัวเองยืนได้อย่างสง่างามและมั่นคงโดยใช้เวลาเพียงสองปีเท่านั้นในการบริหารงานจนประสบความสำเร็จ ณ ปัจจุบันด้วยอายุที่ยังน้อยปีนี้ธนาธิปอายุเพียงยี่สิบสี่ปีเท่านั้นเอง เขาก็สามารถก้าวขึ้นมาเทียบชั้นกับผู้บริหารรุ่นก่อนๆ ได้ ตอนนี้ทุกคนยอมรับศักยภาพของเขาในการบริหารงาน พนักงานทุกคนไว้ใจและเชื่อมั่นในตัวเขามากขึ้นซึ่งทุกคนพร้อมที่จะร่วมงานกับเขาต่อไปโดยไม่มีข้อสงสัยอีกแล้ว เพราะเขาสามารถพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็นว่าเขาสามารถทำได้โดยไม่ต้องให้บิดาคอยมาเป็นลมใต้ปีกเพื่อช่วยประครองให้เขาบินได้สูง

ช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ธนาธิปไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่กับแฟนสาวของเขาเลย เพราะเขากำลังยุ่งอยู่กับการขยายตลาดการส่งออกผลไม้ไทยของเขาไปยังแถบยุโรปนั่นเอง ทำให้ธนาธิปต้องทำงานหนักมากขึ้นหลายเท่าในการหาแหล่งลูกค้าที่ต้องการรับซื้อผลไม้จากไทย ซึ่งตอนนี้เขาสามารถหาลูกค้าได้หลายเจ้าแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ตามแผนงานที่วางไว้จึงทำให้เขารู้สึกเครียดกับงานแต่เขาก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด

นิชาภาเป็นแฟนสาวของธนาธิปที่คบกันได้สองปีกว่าๆ แล้ว เธอเข้าใจในตัวเขาดี เพราะตลอดระยะเวลาที่คบกันเขาดูแลเทคแคร์เธอเป็นอย่างดี โดยปกติแล้วธนาธิปจะให้ความสำคัญกับเธอก่อนเสมอ แต่ถ้าธนาธิปหายไปแบบนี้แสดงว่าเขามีภาระงานให้ต้องรับผิดชอบ นิชาภาคิดว่ากำลังใจจากคนรักน่าจะช่วยให้ธนาธิปรู้สึกดีขึ้นบ้าง วันนี้เธอจึงไปหาเขาที่บริษัท

“สวัสดีค่ะคุณนิชาภา” เลขานุการหน้าห้องกล่าวทักทาย

“อืม สวัสดีจะ นี่คุณธนาธิปอยู่มั๊ย” นิชาภาตอบกลับ แล้วถามถึงธนาธิปทันที

“อยู่ค่ะ คุณนิชาภานั่งรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวดิฉันจะเข้าไปเรียนท่านก่อนว่าคุณนิชาภามานะคะ” เลขานุการแจ้งกับนิชาภา

“อืม” นิชาภารับคำ

“เชิญคุณนิชาภาด้านในค่ะ” เลขานุการเชิญนิชาภาเข้าไปในห้อง

“อืม ขอบใจนะ” นิชาภาตอบ

เมื่อประตูห้องทำงานของธนาธิปปิดลง นิชาภารีบตรงเข้าไปสวมกอดธนาธิปไว้พร้อมกับกดริมฝีปากไปบนแก้มของเขาเบาๆ ทั้งสองข้าง

“คิดถึงจอมทัพจังเลยค่ะ” นิชาภารีบบอก

“ผมก็คิดถึงนิชาครับ” ธนาธิปดึงตัวนิชาภาให้นั่งลงบนตักของตัวเอง แล้วเอามือโอบรอบเอวเธอเอาไว้

“ช่วงนี้งานยุ่งใช่มั๊ยค่ะ ดูสิผอมลงเลย” นิชาภาเอ่ยถามธนาธิปพร้อมกับเอามือทั้งสองข้างประครองใบหน้าเขาเอาไว้

“ใช่ครับนิชา งานผมยุ่งมากเลยครับ” ธนาธิปตอบแบบอ้อนๆ

“แล้วตอนนี้งานเรียบร้อยรึยังค่ะ พอจะมีเวลาว่างสักสองสามชั่วโมงไปทานข้าวกับนิชามั๊ยค่ะ” นิชาภาถามแล้วชวนธนาธิปออกไปทานข้าว

“นิชาเหมือนรู้เลยครับว่าผมเสร็จงานแล้วถึงมาหา ไปครับไปทานข้าวกัน ตอนนี้หิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้วครับ” ธนาธิปตอบคำถามของนิชาภา แล้วจุ๊บแก้มหญิงสาวเบาๆ

ทั้งสองคนออกไปจากบริษัท โดยธนาธิปสั่งกับเลขานุการไว้ว่าวันนี้จะไม่กลับเข้ามาทำงานอีก


ณ ร้านอาหารประจำที่ธนาธิปและนิชาภาชอบไปรับประทาน ร้านอาหารแห่งนี้ขายอาหารไทยๆ หรืออาหารไทยโบราณที่หาทานได้ยากแล้ว

“ทานอะไรดีค่ะจอมทัพ” นิชาภาถาม

“นิชาสั่งเลยครับ ผมทานได้หมดครับ” ธนาธิปให้นิชาภาเป็นคนเลือกอาหาร

“เอ่อ เอาแกงรัญจวน แสร้งว่ากุ้งแม่น้ำ หรุ่ม น้ำพริกลงเรือ เมี่ยงคำบัวหลวง แล้วก็ข้าวสวยจะ ” นิชาภาสั่งอาหารกับพนักงาน

ทั้งสองคนนั่งที่เก้าอี้โซฟาด้านเดียวกัน โดยที่นิชาภานั่งอยู่ด้านในและธนาธิปนั่งอยู่ด้านนอก ที่นั่งที่ทั้งสองคนนั่งหันหน้าออกนอกร้าน

มนสิชาและชลดาก็นัดเจอกันที่ร้านอาหารแห่งนี้เช่นเดียวกัน ตอนนี้ชลดามารอมนสิชาอยู่ที่โต๊ะใกล้ๆ กับโต๊ะของธนาธิป

“มะปรางอยู่ไหนแล้วจ๊ะ เพิร์ลถึงร้านแล้วนะ ถ้ามะปรางมาถึงเดินเข้ามาเลยนะจ๊ะ” ชลดาโทรบอกมนสิชา

“ปรางกำลังจะถึงจะ เพิร์ลสั่งอาหารเลยก็ได้นะ” มนสิชาบอกเพื่อนสนิท

“ได้ๆ เดี๋ยวเพิร์ลสั่งอาหารไว้รอนะ” ชลดาบอกเพื่อน

“โอเคจ้า” มนสิชาตอบ

“พี่ค่ะเอา ข้าวแช่ ล่าเตียง น้ำพริกกะปิกุ้งสด แกงคั่วปูใบชะพลู ปลาทับทิมทอดกระเทียม และข้าวสวยค่ะ”

เมื่อชลดาสั่งอาหารเสร็จ มนสิชาก็มาถึงที่ร้านอาหารพอดี มนสิชาเดินตรงมาที่โต๊ะที่ชลดานั่งอยู่แต่สายตาเจ้ากรรมดันไปเห็นคุณธนาธิปกับแฟนสาวเข้าพอดี จะทำอย่างไรดีหละทีนี้ มนสิชาเองก็ทำตัวไม่ถูก เธอไม่รู้ว่าควรจะทักทายเขาดีหรือไม่เพราะถ้าทักทายเขาแล้วเขาทำเหมือนไม่รู้จักเธอเหมือนที่อยู่ที่บ้านเธอคงหน้าแตกละเอียด หรือเธอควรทำเฉยๆ ไปเลยดีนะ แต่มนสิชาก็เลือกเอาระหว่างกลางคือ แค่ยิ้มอ่อนแล้วก้มศีรษะเพื่อแสดงความเคารพธนาธิปแค่นั้น เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะอยากรู้จักเธอหรือไม่ในที่สาธารณะแบบนี้

“มะปรางเป็นงัยบ้าง สบายดีมั๊ย เพิร์ลคิดถึงมะปรางมากเลยรู้มั๊ย ไปหาที่บ้านคนแถวนั้นก็บอกมะปรางกับครอบครัวย้ายออกไปแล้ว” ชลดาถามเพื่อนด้วยความดีใจ

“อืม ปรางสบายดีจะ ปรางก็คิดถึงเพิร์ลเหมือนกันไม่งั้นไม่โทรหาหรอกจริงมั๊ย” มนสิชาตอบเพื่อนออกไป

“แล้วมะปรางไปอยู่ที่ไหนจ๊ะ เผื่อเพิร์ลคิดถึงจะได้แวะไปหาบ้าง” ชลดายังถามต่อไปอีก

“พอดีมีคนรับอุปการะปรางหนะ” มนสิชาตอบตามความจริง

“ว้าว ดีจังเลย แบบนี้มะปรางก็จะได้เรียนต่ออย่างที่ตั้งใจแล้วสิ” ชลดาดีใจกับเพื่อนไปด้วย

ระหว่างนั้นอาหารก็มาเสิร์ฟทั้งสองคนจึงทานอาหารกันไปพูดคุยกันไป

ธนาธิปนั่งฟังเรื่องที่ทั้งสองคนคุยกันตั้งแต่เริ่มต้น จนลืมใส่ใจคนข้างๆ

“จอมทัพค่ะ จอมทัพ” นิชาภาเรียกธนาธิป

“เอ่อ อะไรนะครับ” ธนาธิปตอบ

“เหนื่อยงานมากเหรอค่ะ นิชาเรียกตั้งนานคุณก็ไม่ได้ยิน” นิชาภาถาม

“ขอโทษครับ” ธนาธิปได้แต่กล่าวคำขอโทษ

“ทานเมี่ยงคำบัวหลวงนะคะ นิชาห่อให้ค่ะ” นิชาภาบอก

“ได้ครับนิชา” ธนาธิปตอบรับ

นิชาภาห่อเมี่ยงคำบัวหลวงเสร็จ เธอค่อยๆ ป้อนเข้าปากธนาธิป

“อร่อยมั๊ยค่ะ” นิชาภาถาม

“อร่อยมากครับเพราะนิชาป้อน” ธนาธิปหยอดคำหวาน

ขณะที่ธนาธิปและนิชาภาพูดคุยหยอกล้อกัน มนสิชาก็ได้ยินทั้งหมดเช่นเดียวกัน มนสิชายังแอบคิดเลยว่าผู้ชายคนนี้จะมีมุมอ้อนๆ แบบนี้ด้วยเหรอ เพราะปกติเธอเห็นแต่หน้ายักษ์ของเขาเท่านั้น

เมื่อมนสิชาและชลดาทานอาหารเสร็จทั้งคู่ช่วยกันจ่ายค่าอาหาร ซึ่งมนสิชาไม่ยอมให้ชลดาเลี้ยงเธอเพราะมันดูเป็นการเอาเปรียบ ไม่ใช่ทุกครั้งคนที่มีเงินต้องเป็นคนจ่ายเงินเสมอไป อย่างน้อยๆ การเป็นเพื่อนกัน กินด้วยกัน ก็ต้องช่วยกันจ่ายจึงจะถูกต้องที่สุดในความคิดของมนสิชา

ส่วนธนาธิปที่มองว่ามนสิชามีเงินจ่ายค่าอาหารนั้นมันมาจากการที่เธอต้องขอเงินมาจากบุพการีของเขาเท่านั้น ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งโมโหแล้วพาลไม่ชอบมนสิชาเอาเสียดื้อๆ


มนสิชากลับมาถึงบ้านก่อนธนาธิป เธอจึงมาเดินเล่นเพื่อย่อยอาหารไปในตัว ด้วยความที่บรรยากาศมันร่มรื่น ลมพัดเย็นสบาย ทำให้มนสิชาไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวเลยเพราะมัวดื่มด่ำกับธรรมชาติ

“มีความสุขมากจริงๆ นะเธอเนี่ย” ธนาธิปพูดจาชวนโมโห

“ค่ะ” มนสิชาตอบธนาธิปไปสั้นๆ เพราะเธอไม่อยากทะเลาะกับเขา

“ใช้เงินที่คนอื่นหามาอย่างสุขสบาย ต้องทำบุญด้วยอะไรนะถึงจะได้สบายแบบเธอบ้าง” ธนาธิปพูดจาถากถางมนสิชาอีกแล้ว

“ค่าใช้จ่ายส่วนตัวดิฉันใช้เงินจากการทำงานของตัวเองค่ะ” มนสิชาอธิบายให้ธนาธิปฟัง

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉันควรเชื่อเรื่องที่เธอมโนใช่มั๊ย” ธนาธิปพูดจาเย๊าะเย้ย

“ก็แล้วแต่คุณจะคิดเลยค่ะ ขอตัวนะคะ” มนสิชาตอบเขาไปแค่นั้น แล้วรีบเดินไปทันที

“นี่เธอ หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไม่มีใครสอนมารยาทเธอรึงัยห๊ะ” ธนาธิปพยายามตะโกนเรียกให้มนสิชาหยุดเดิน

ตอนนี้ธนาธิปกำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเลย เพราะไม่เคยมีใครเดินหนีเขาไปทั้งๆ ที่เขายังพูดไม่จบแบบนี้

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น