เต้าหู้ไข่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที 22 ทั้งหมดที่มี

ชื่อตอน : ตอนที 22 ทั้งหมดที่มี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2561 20:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที 22 ทั้งหมดที่มี
แบบอักษร

ตอนที่ 22

ทั้งหมดที่มี


ซี******solo :

ร้านของหวานใกล้มหาลัยกลายเป็นร้านประจำของผมกับน่านในทุกวันศุกร์ วันนี้ก็เช่นกัน ผมมานั่งรอน่านในร้านก่อนเพราะเลิกเรียนเร็ว ใครจะไปเชื่อว่าชีวิตของซันนี่ ซีสายแข็งคนนี้จะเดินเข้าร้านของหวานทุกอาทิตย์จนกลายเป็นลูกค้าประจำ แดกจนจะเป็นเบาหวานอยู่แล้วเนี่ย แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าของหวานทุกชนิดนี่มันอร่อยจนหยุดกินไม่ได้ โกโก้ปั่นก็ดี ไอติมก็ฉ่ำ ฮันนี่โทสนี่ยิ่งดีกับลิ้น บิงซูเมล่อนก็ละมุน

ผมเปลี่ยนจากสายแข็งมาเป็นสายหวาน ถ้าโลกนี้มันมีโรคพิษโกโก้เรื้อรัง ผมต้องเป็นผู้ป่วยคนแรกของโรคนั้นแน่นอน เพราะผมเป็นโกโกลิซึ่ม ต้องดื่มให้ได้วันละแก้วสองแก้ว บางวันล่อไปสามแก้ว ทั้งหมดเป็นเพราะน่านคนเดียวที่ห้ามผมกินเหล้า คบกับน่านมาสองเดือน น้ำหนักขึ้นห้ากิโล ซิกแพคกูหายเรียบ เหลือแต่พุงนิ่มๆ เอาไว้ให้ไอรอนแมนซุกตอนเอามันมานอนด้วย ใหญ่กว่านี้ก็หมีแล้วโว้ย แต่ไม่เป็นไร ฮันนี่โทสแม่งโคตรอร่อย ผิดที่เราเจอกันช้าไป

ระหว่างที่รอน่าน ผมเข้าไปในเพจของแล้วนั่งอ่านรีวิวเมนูอาหารเพื่อประกอบการตัดสินใจ เรื่องเมนูนี่น่านไม่ต้องเลือก ผมเลือกเอง นี่กูกลายเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไร

"เฮ้ย พวกมึงเจอน้ำขิงบ้างป่ะวะ?" "ไม่รู้ดิ มันไม่ติดต่อมาเลยนะ ปิดเฟสไปแล้วด้วย" 

ผมเงยหน้าจากมือถือแล้วหันไปมองกลุ่มนักศึกษาโต๊ะข้างหลังที่กำลังคุยกัน ไม่ได้อยากเสือกเรื่องของคนอื่น แต่ชื่อที่ได้ยินมันดันสะดุดหู ยิ่งบทสนทนาต่อจากนั้นก็ยิ่งมั่นใจว่าคนที่กำลังถูกพูดถึงนั่นคือน้ำขิงที่ผมรู้จัก

"ตกลงน้ำขิงมันท้องกับไอ้เต้จริงป่ะวะ?" "กูก็ไม่รู้ว่ะ ไม่กล้าถามด้วย" "แต่มันนอนด้วยกันจริงๆ นะเว้ย" "แต่มันแค่ครั้งเดียวเองนะเว้ย" "ครั้งเดียวก็ท้องได้ป่ะวะ" "แต่ไอ้เต้แม่งไม่ยอมรับ หน้าตัวเมียสัดๆ ถ้ากูเป็นน้ำขิงนะ กูจะเอาให้แม่งตาย" "เฮ้ยๆ ไอ้เต้มา"

ผมหันไปมองผู้ชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามา ไอ้เต้ที่ถูกพูดถึงในบทสนทนาก่อนหน้า ไม่รู้จักมันมาก่อนเลย แต่เห็นหน้าก็ตีนกระตุกแล้ว

"ไงมึง สายตลอดนะ" "กูก็มาแล้วนี่ไง นี่คุยอะไรกันอยู่" "ก็เรื่องเรียนแหละ"  "อ่ะๆ มึงจะกินอะไรสั่งเลย"

ผมหันไปมองหน้าไอ้คนที่มาทีหลังชัดๆ มองจนมันรู้ตัวแต่ก็ไม่ได้ละสายตาออกจากมัน อีกฝ่ายขมวดคิ้วมองกลับมา ก่อนก้มลงไปสนใจโทรศัพท์มือถือในมือตัวเอง                "เดี๋ยวกูไปรับโทรศัพท์แป๊บ" มันว่าแล้วลุกออกไปจากโต๊ะแล้วเดินไปทางห้องน้ำ ผมจึงลุกตามไปด้วย ยืนรอกระทั่งมันคุยโทรศัพท์เสร็จ แล้วตรงเข้าไปหา             "มีอะไรป่ะ เห็นมองตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว"             "รู้จักน้ำขิงป่ะ"               มันเงียบไปตอนถูกตาม สีหน้าเปลี่ยนจนดูออก ผมไม่รอให้มันตอบแล้วก็ทำในสิ่งที่ใจสั่งให้ทำ รู้ว่าผิดแต่จิตสำนึกก็ไม่ได้ห้าม คิดอย่างเดียวว่าคนอย่างมันควรโดนแล้ว              "เฮ้ย!"               "พลั่ก!"               "ตุ้บ!"

...

ผมกลับมานั่งที่โต๊ะแล้วเปิดดูเมนูเพลินๆ อย่างสบายๆ

              "ไอ้เต้มันหายไปนานจังวะ"         "สงสัยไปหาเมียแล้วมั้ง ช่างมันเหอะ" 

กินอะไรดีน้า...

"ปึง!"

ผมเงยหน้าจากมือถือเมื่อน่านตรงเข้ามานั่ง ดูเหมือนเจ้าตัวจะอารมณ์ไม่ดี กระแทกกระเป๋าลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเดือดๆ ผมกำลังจะเอ่ยทักแต่อีกคนไวกว่า

"พี่ซี เสื้อเลอะเลือดอะไรอะ" ว่าแล้วชี้เข้ามาที่คราบเลอะที่แขนเสื้อผม

"ซอสมะเขือเทศมั้ง"

"กินอะไรเลอะเป็นเด็ก"

"เหอะน่า แล้วนี่เป็นอะไร เมื่อกี้เห็นหน้าบูด"

"เออ ลืมไปว่าอารมณ์เสียอยู่"

"เป็นอะไรครับ"

"พี่! แดกเหล้ากัน!"

"ฮะ?"

"ไปป่ะ"

"เป็นอะไรวะ"

"หงุดหงิด!"

"ใจเย็น" ผมยื่นแก้วโกโก้ที่แอบสั่งมากินระหว่างรอก่อนส่งให้เขา เผื่อมันจะทำให้เย็นลงได้บ้าง น่านดูดน้ำในแก้วนั่นแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไร ยังคงโมโหฟึดฟัดเป็นหนูแฮมเตอร์เมายาเส้น

"เป็นอะไร"

"สอบตก"

"ฮะ"

"ตกยกห้องเลย ก็อาจารย์แม่งกวนตีน"

"ใจเย็น นั่นอาจารย์"

"ก็มันจริงอะพี่ แล้วอะไรๆ ก็มาโทษประธานเอก เพื่อนลอกข้อสอบกันก็มาโทษประธานเอก ผมเป็นประธานเอกไม่ได้เป็นคนควบคุมจริยธรรมของคนทั้งเอกปะ แล้วคนลอกข้อสอบกันแค่สองคน พาลให้ตกทั้งห้องใช่เรื่องปะ เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ แน่ ผมจะฟ้องคณะบดี ฟ้องไปให้ถึงอธิการบดี ฟ้องแม่งถึงหัวหน้าคสช.เลย"

ผมนั่งเท้าคางมองน่านที่นั่งบ่น เล่าให้ผมฟังเป็นฉากๆ ปกติน่านเป็นคนไม่ค่อยพูดนะ ถนัดทำหน้าเด๋อใส่มากกว่า แต่ถ้ามีเรื่องให้พูดรัวเหมือนหายใจทางผิวหนังได้เลยเนี่ย  

"งั้นไปเมากันปะ เอาให้ลืมทางกลับบ้านไปเลย"

"เอาดิ วันนี้ผมอนุญาต"

กูก็ชอบของหวานนะ แต่เหล้าคือนิพพานว่ะ!

ผมพาน่านย้ายมาที่ร้านเหล้าร้านประจำ ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อนรำลึกถึง แก้วเหล้าที่เคยจับผับที่เคยเข้า ก่อนเลื่อนสายตามามองคนตรงข้ามที่มาด้วย เคยฝันอยู่เหมือนกันว่าอยากมีแฟนที่มานั่งร้านเหล้าด้วยกันได้ พูดคุย กินเหล้า แล้วก็เมาไปด้วยกันได้ แต่พอเห็นน่านดื่มเอาๆ แบบนี้ก็รู้ไม่พอใจขึ้นมาเฉยเลย

"พอแล้ว ไม่ให้กินแล้ว"

"ทำไมอะ"

"เดี๋ยวก็เมาหรอก"

"มาร้านเหล้ามันก็ต้องเมาป่ะวะ ไม่งั้นจะมาทำไมอะ เอาคืนมา"

"นี่อารมณ์ไม่ดีจริงๆ ใช่ปะเนี่ย"

"ก็เปล่า แต่วันนี้ตามใจพี่วันหนึ่ง"

"จริงอะ ตามใจทุกเรื่องเลยป่ะ"

"อย่าคิดอกุศลดิวะ แค่ยอมให้กินเหล้า"

"ก็ยังไม่ได้คิดอะไรเลย หนูแหละคิดเยอะ" ผมพูดขำๆ ขณะที่น่านก็กระดกเหล้าเข้าปากไปอีกแก้ว นั่งกันอยู่เพลินๆ งงๆ รู้ตัวอีกทีก็กลายร่างเป็นแฮมสเตอร์สติหลุดไปละ

"ทำไมคนอื่นต้องเรียกพี่ซีว่าเฮียด้วยอะ"

"จะไปรู้เหรอ มันเรียกกันเอง"

"เรียกเฮียก็น่ารักดีนะ เรียกบ้างได้ป่ะ"

"ก็ตามใจสิครับ"

"เฮีย"

"อือ"

"เฮีย!"

"เออ"

"เฮียค้าบ!"

"อะไร!"

"เฮียอะ! เฮียเดินตรงๆ ได้ป่ะ!"

"หนูนั่นแหละ จะล้มอยู่แล้ว! ปัดโธ่!" ผมที่กำลังเดินโซซัดโซเซเพราะน่านที่เมาอยู่ข้างๆ สาบานเลยว่าผมชงเหล้าให้น่านบางมาก แต่คนข้างๆ เมาปลิ้นไม่เป็นท่า เขาที่เดินเกาะเอวผมเอาไว้เพื่อยันไม่ให้ตัวเองล้ม พาให้ผมเซไปเซมาด้วย อยากจะด่าที่กินจนเมาเละเทะ แต่ตอนเมาเสือกน่ารักมากไง ผิวขาวๆ เลยทำให้มองเห็นหน้าแดงๆ ของเขาได้ชัด มือที่โอบเอวผมอยู่ทำให้เราใกล้กันมาก หน้าเขาพักอยู่บนไหล่ของผมจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวน่าน  

ลากเข้าห้องเลยดีไหม

"เหี้ย!"

ผมหันขวับไปมองผีมินท์ที่โผล่มาข้างๆ

"มึงว่าอะไรนะ"

"มินท์เรียกเฮีย"

"กูไม่ได้ยินแบบนั้นนะ"

"ก็มินท์ได้ยินจิตอกุศลของเฮียอะ จะลากน่านเข้าห้อง"

"อีผี เดี๋ยวนี้มึงแอดวานซ์ขนาดอ่านความคิดในจิตใต้สำนึกกูได้เลยเหรอ"

"อ่าหะ! คิดไม่ดีเลยนะเราอะ"

"เฮียพูดกับใครอะ" เสียงงู่งี่ของน่านเงยขึ้นมาถามผม

"พูดกับผีครับ"

"เออๆ เฮียเห็นผีได้นี่นา เฮียเก่งจังเลย" น่านหัวเราะแล้วปล่อยมือจากเอวผมไปปรบมือสองสามที

"ปรบมือให้ตัวเองสิเฮีย"

"ครับๆ"

ผมยกมือตบกับแขนเขาเบาๆ เพราะมือยังต้องประคองเขาอยู่ไม่งั้นล้มไปทั้งคู่แน่ๆ ลำบากที่จะพากันประคองไปอย่างนี้ ผมเลยแบกน่านขึ้นหลังแล้วพากลับมาที่หอ ตัวก็เล็กทำไมหนักจังวะ ทันทีที่ถึงหอผมก็ปล่อยน่านลงที่หน้าบันได จะพาเดินขึ้นห้องแต่เจ้าตัวไม่เดินตามแล้วหันมาทำหน้ามุ่ย 

"เมื่อไรจะทำลิฟต์อะ"

"สามชั้นเอง"

"ตั้งสามชั้นเหอะ"

"แต่มันเหนื่อยไง"

"งั้นขี่หลังพี่ไหม"

"นอนห้องเฮียได้ป่ะ"

"ได้ดิ!"

"ตอบรับไวป๊าย!" มินท์ที่ยังตามมาด้วยยืนกอดอกพูดจิกผม  ผมยักไหล่ให้มันหน่อยๆ แล้วพาน่านวนกลับมาที่ห้องตัวเอง มันเองก็ยังตามมาด้วย

"จะตามมาทำไมเนี่ย"

"ตามมาดูคนชั่ว"

"น่านเสนอเองนะเว้ย กูไม่ได้บังคับ"

"อะเหรอๆ"

"ผีส่วนผีไป เดี๋ยวกูสวดมนต์ไล่เลย"

"จ้ะๆ" มินท์ว่าหายวับไปจากตรงนี้ ผมดูให้มั่นใจก่อนว่ามันหายไปแล้ว หันมองน่านที่แปรสภาพเป็นของเหลวไหลอยู่บนเตียง ก่อนก้มลงถอดรองเท้าให้เขา

"งื้อ จะเอารองเท้าผมไปไหน!"

"หนูจะใส่รองเท้านอนหรือไง"

"อ๋อ ใส่รองเท้านอนไม่ได้เนอะ" ว่าแล้วก็ดีดรองเท้าออกจากเท้าตัวเอง แล้วก็ขยับมือไปปลดกางเกงตัวเอง ผมจึงรีบคว้ามือนั่นเอาไว้ก่อน

"เฮ้ยๆ เดี๋ยว!"

"ทำไมอะ เฮียจะให้ผมใส่กางเกงยีนส์นอนเหรอ ต้องถอดดิ" น่านจัดการถอดกางเกงยีนส์ออกเรียบร้อย

"ใส่เสื้อนอนก็ไม่ได้ ต้องถอด"

เชี่ย!

น่านว่าแล้วปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดกระทั่งถอดออกเผยให้ตัวขาวๆ เล็กๆ น่าอุ้ม ขณะที่ผมยังยืนงงๆ ว่าต้องเอาไงดี แค่หน้าแดงๆ นั่นกูก็ใจสั่นล่ะนะ เล่นอย่างนี้พี่ไม่ทนนะหนู ถ้ารู้ว่าเมาแล้วน่ารักแบบนี้ กูจะเอาเหล้ากรอกปากแม่งทุกวัน ถุ๊ย! ไม่ได้โว้ย! ผมรีบหันไปคว้าเสื้อยืดตัวหนึ่งแล้วรีบยัดให้คนบนเตียงอย่างรวดเร็ว ก่อนน่านหันมายิ้มกว้างให้ผม 

"ยิ้มอะไร นอนเลย"

"เฮียนอนไหม"

"พี่จะอาบน้ำก่อน"

"เฮียนอนเถอะ"

สองมือเล็กๆ นั่นยื่นมาดึงเสื้อผมให้ลงไปนั่งบนเตียงด้วย ใจผมก็อ่อนยวบตอนเด็กมันอ้อน เลยลงไปนอนด้วยทั้งๆ ที่ไม่ได้อาบน้ำ อีกคนข้างๆ ก็ยังเอาแต่ยิ้มให้ ทั้งที่จังหวะมันส่งมาขนาดนี้แล้วควรทำอะไรสักอย่างแล้วอะ แต่กูจะทำได้แค่นอนมองหน้ามันเหรอ ถามแค่นี้

"เฮีย"

"อือ"

"พี่ซี"

"อือ ว่าไง"

"ผมจูบพี่ได้ไหม"

"ฮะ?"

น่านไม่รอให้ผมตอบอะไร แล้วขยับตัวเองเข้ามาใกล้ จู่โจมด้วยริมฝีปากจนผมไม่ทันตั้งตัว จูบของน่านร้อนกว่าจูบของผมเป็นไหนๆ ผมรักน่านและอยากจะทะนุถนอม ตอนผมจูบผมแสดงออกด้วยความรักและความจริงใจจริงๆ จึงไม่กล้ารุนแรงกับเขา แต่น่านไม่ทำอย่างนั้นกับผม ริมฝีปากที่บดขยี้เข้ามาทำเอาผมร้อนระอุไปทั้งร่าง กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ และรสที่ยังขมจากลิ้นที่กำลังซุกซนอยู่ในปากอย่างไม่อาจต้านทาน ผมเผลอตามน้ำอยู่นานก่อนจะตั้งสติได้จึงเป็นฝ่ายถอนจูบออกมา

"ถ้าหนูรุนแรงกับพี่มากกว่านี้ พี่ไม่จบแค่จูบนะ"

เขาไม่ฟังคำพูดของผม หรือสติสัมปชัญญะที่เตลิดหายไปก็ไม่รู้ ยังคงมอบจูบให้ผมไม่หยุด

"นี่คือยั่ว?"

"อือ"

"งั้นพี่ไม่ขัดใจหนูนะ"

มีแววกลัวเมียตั้งแต่เริ่มเลยกูอะ แต่ทำไงได้คนมันรักก็ไม่อยากขัดใจ ผมจึงปล่อยให้น่านเริ่ม ก่อนผมเป็นคนจบเรื่อง และคืนนั้นผมก็กล่อมน่านให้นอนหลับฝันดีไปทั้งคืน

...

วันนี้ผมไม่มีเรียนก็เลยนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในหอ ชีวิตประจำวันของผมก่อนหน้านี้ก็แค่ไปเรียน แล้วก็เมา แล้วก็กลับหอนอนแล้วก็ออกไปเรียนแล้วก็เมากลับมา มันวนอยู่แค่นั้นแต่ตอนนี้เปลี่ยนไป มีทั้งหนูทั้งแมวที่ต้องรับผิดชอบ ช่วงนี้ไอ้เท็นมันเรียนหนักก็เลยไม่มีเวลาดูไอรอนแมน ผมเลยรับมาเป็นลูกบุญธรรมอีกตัว วันว่างๆ ของผมหมดไปกับการเล่นกับพวกมัน สนุกยังไงไม่รู้ แต่รู้ตัวอีกทีหมดวันไปกับพวกมันนี่แหละ

เมื่อทำงานส่งอาจารย์ ทำโปรเจกต์ห่าเหวอะไรเสร็จก็มานั่งอ่านรีวิวร้านขนมอร่อย น้ำขิงก็ทักมาคุยบ้าง เล่าเรื่องลูกในท้องของมันให้ฟัง บางครั้งก็คุยกับผีสางนางไม้ที่ผลัดกันแวะเวียนมาหา ชีวิตผมเปลี่ยนไปตั้งแต่มีน่านเข้ามา น่านเข้ามาเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตให้มันดี แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าสูญเสียความเป็นตัวเอง ผมก็ยังเป็นผมที่ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้น

และการมีน่านอยู่ด้วยผมไม่เคยกลัวอะไร ผมเคยมีแค่ตัวเอง จะไปเมาหัวทิ่มหรือนอนข้างถนนที่ไหนก็ได้ ใช้ชีวิตอย่างไร้ค่า แต่ต่อไปนี้ไม่ใช่แล้ว ผมเรียนรู้ว่าความแน่นอนนั่นไม่มีอยู่จริง ผมจะตายตอนไหนก็ไม่รู้ จึงต้องใช้มันอย่างคุ้มค่า ทำสิ่งที่อยากทำ รักใครบางคนเท่าที่อยากรัก  

"ตึ้ด"

ผมหันไปมองเสียงคีย์การ์ดและประตูที่ถูกเปิดเข้ามา คนที่ผมกำลังคิดถึงเดินทำหน้าเพลียๆ เข้ามาแล้วทิ้งตัวลงบนโซฟา แล้วล้มลงมานอนตักผม

"เป็นอะไรเปล่า"

"เปล่า ก็อ้อนไปงั้น"

"หืม?"

น่านอมยิ้มหน่อยๆ แล้วไถหัวงื้ดๆ อยู่บนตักผม ท่าทางเหมือนไอรอนแมนตอนร้องหาอาหาร แค่นั้นใจกูก็สั่นเฉ๊ย ชีวิตเถื่อนๆ ของซันนี่ ซี จะต้องมาตายเพราะการกระทำตะงุตะงิแค่นี้จริงๆ เหรอวะ

"พี่ซี เย็นนี้กินอะไรดี"

"กินหนู"

"อะไร!"

"กินหมู พูดผิด!"

"หมูอะไร"

"ก็หมูไง หมูกระทะอะไรก็ว่าไป"

น่านคว่ำปากใส่แล้วเบ้ปากหน่อยๆ เห็นปากเชิดๆ แล้วหมั่นเขี้ยวเลยก้มลงไปจุ๊บสักที 

"จุ๊บ!"

"พี่ซี!"

"จุ๊บ"

            ผมไม่รอให้น่านด่าแล้วทำแบบเดิมซ้ำอีกที อีกทีๆ ไปเรื่อยๆ จนน่านยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ แก้มขาวๆ ของเขาเปลี่ยนสีเป็นสีแดงจางๆ นั่นทำให้เขาโคตรน่ารัก

"อีกทีไหม"

"พอแล้ว!"

"แหม่ ก็ทำเหมือนกูไม่ได้อยู่ตรงนี้เลยเนอะ"

ทั้งผมและน่านหันมองไอ้เท็นที่นั่งอยู่ตรงนี้นานแล้วแต่ไม่มีแอร์ไทม์ให้

"อิจฉากูอะดิ"

"เหอะ! ไปดีกว่า" มันพูดงอนๆ แล้วสะบัดหน้าเดินออกไป ไอ้บ้านี่ก็ไม่มีเสื้อใส่หรือไงก็ไม่รู้ เดินตัวล่อนจ้อนอยู่ได้ และแม่งเสือกหุ่นดีมีซิกแพคด้วยไง เหอะ! ที่มึงหุ่นแบบนั้นเพราะมึงไม่รู้จักความอร่อยของฮันนี่โทสไง อ้วนแล้วก็พาลอีกกู

"พี่ ผมหิวแล้วอะ ออกไปซื้อข้าวกัน"

"ไปดิ"

ผมกับน่านพากันออกมานอกหอเพื่อหาอะไรกิน เดินมาได้ไม่ถึงสิบเมตรคนข้างๆ ก็หันมาบ่น

"ขี่คอได้ป่ะ ขี้เกียจเดิน"

"โห่ น่านหนักเท่าไร แล้วพี่อายุเท่าไร บอกให้ขี่จักรยานก็ไม่เชื่อ ได้ออกกำลังกายด้วย"

"จักรยานก็เหนื่อยอยู่ดีอะ แถมแพงขนาดนั้นต้องขายไตซื้อมั้ง"

"เวอร์ มันก็ไม่ได้แพงขนาดนั้น" ผมพูดปัดๆ นี่ต้องเข้าสู่สมาคมพ่อบ้านโกหกเมีย ลดราคาของที่ซื้อไปครึ่งหนึ่งเพราะกลัวโดนด่าอะ นี่ยังไม่ได้บอกว่าพาลูกไปเปลี่ยนล้อใหม่มาอาทิตย์ก่อน

"อยากขี่มอไซค์อะ"

"หือ?"

"พี่ไม่ชอบรถยนต์ ผมขี้เกียจปั่นจักรยาน มอไซค์อะตอบโจทย์สุดละ"

ไม่ทันได้พูดอะไรต่อ สายตาผมก็หันไปเห็นไอ้ไคโรที่ขี่มอเตอร์ไซค์สวนมาพอดี มันหันมาเห็นเราก็พยักหน้าให้เป็นเชิงทัก แต่ผมกระโดดไปขวางหน้ารถมันไว้ก่อน

"เฮ้ย! เฮีย อยากตายหรือไง!"

"ไอ้ไค ยืมมอไซค์หน่อยดิ"

"ฮะ?"

"มอไซค์มึงเนี่ย ยืมหน่อย"

"แต่ผมจะไปบ้านเพื่อนนะ"

"ก็เอาจักรยานกูไป"

"โห่ เป็นการแลกที่คุ้มค่ามาก"

"อย่ามาลีลาน่า จักรยานกูซื้อมอไซค์มึงได้สามคันเลยนะ"

"แพงแต่ช้าอะ"

"ช้าแต่ปลอดภัยโว้ย!"

ไคโรอิดออดแต่ก็ยอมลงจากมอไซค์ ผมตบไหล่มันสองทีอย่างขอบคุณ

"ไปหนู พี่หามอไซค์ให้ได้แล้ว"

"ขู่กรรโชกน้องมาเนี่ยนะ"

ไคโรโบกมือปัดๆ เป็นเชิงอนุญาตก่อนจะเดินเข้าหอไป ผมพาน่านขี่มอเตอร์ไซค์มาเรื่อยๆ หาข้าวกินเสร็จแล้วก็ชวนกันขี่มอเตอร์ไซค์เล่น แล้วมาจอดอยู่ที่ริมแม่น้ำที่ผมชอบมา ผมยืนพิงราวสะพานมองน่านที่เล่นอยู่กับลูกหมาของคนที่เดินผ่าน เมื่อเจ้าของพาหมาออกไปแล้วน่านจึงลุกมาหาผม เกาะราวสะพานแล้วมองไปยังบนฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสี 

"พี่ซี"

"ฮึ?"

"ยังโกรธคิทไหม"

ผมเงียบที่อยู่ๆ เขาก็พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ผมเคยคิดว่าตัวเองยังไม่คิดที่จะให้อภัยมันจริงๆ เหมือนที่เคยพูดออกไป แต่ไม่ใช่แบบนั้น ผมเพิ่งบอกลากับไอ้คิทเมื่อไม่นานมานี้ ตอนที่มันเคลียร์ความค้างคาในใจกับน่านเรียบร้อย ไอ้คิทมาหาผมอีกครั้ง และการให้อภัยจากใจก็เกิดขึ้นตอนนั้น เพื่อปลดปล่อยวิญญาณที่เต็มไปด้วยความห่วงใยให้เป็นอิสระ ผมก็พร้อมที่จะให้อภัยมันได้ทันที ตอนนี้มันก็คงกำลังเดินทางไปที่ไหนสักที่ ที่ไกลๆ โดยไม่มีโอกาสได้กลับมา

ผมก็ไม่แน่ใจว่าวันหนึ่งไอ้คิทจะจางหายไปจากความทรงจำของผมหรือใครๆ ไหม แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งน่านจะคิดถึงมัน หรือพูดถึงมันบ้างเป็นครั้งคราว นั่นก็ไม่เป็นอะไร

"พี่ยังโกรธคิทอยู่ไหม"  

"ไม่โกรธแล้ว"

"..."

"จากใจจริงเลย"

น่านพยักหน้ายิ้มๆ แล้วหันไปมองฟ้า ไม่รู้มันจะอยู่บนนั้นหรือเปล่า อาจจะกำลังมองเราอยู่ตรงนั้น แต่ผมก็อยากย้ำให้มันแน่ใจได้เลยว่าตรงนี้ไม่มีอะไรที่มันต้องห่วง ยิ่งถ้าเป็นน่านด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องกังวลเลย เพราะผมจะดูแลน่านอย่างดีเท่าที่ชีวิตคนๆ หนึ่งจะทำได้เลย  


To be continued.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น