Kamui Yato

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 22 [ การพบเจออย่างไม่คาดฝัน ]

ชื่อตอน : บทที่ 22 [ การพบเจออย่างไม่คาดฝัน ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2561 18:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 22 [ การพบเจออย่างไม่คาดฝัน ]
แบบอักษร

"มะ ไม่จริง เด็กน้อยอย่างแกทำไมถึง..."กีนิวอนาคตในร่างเร็กกล่าวอย่างไม่เข้าใจ ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงเป็นซุปเปอร์ไซย่าในตำนานได้เช่นนี้ ทั้งที่ตัวมันพยายามฝึกแทบตายในร่างของเร็กแต่ก็ยังไม่สามารถเป็นซุปเปอร์ไซย่าได้สักที

"หึ~ ถ้าอยากรู้นักพวกแกก็จงไปถามกับท่านเจ้านรกเองเถอะ ย่าห์!!!!"

ฟู้มมมมม


คลื่นพลังและออร่าสีทองพุ่งออกจากร่างของการ์ลิคราวกับไร้ที่สิ้นสุด พลังต่อสู้ของเขาค่อยๆสูงขึ้นเรื่องจนน่าตกใจ พลังกาย พลัง Ki รวมถึงความเร็วต่างก้าวกระโดดขึ้นมา มันมีประสิทธิภาพขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัดจนขนาดการ์ลิคยังไม่อยากจะเชื่อพลังของตัวเองในตอนนี้ นี่สินะซุปเปอร์ไซย่า สิ่งแรกที่เขาหวังจะได้มันมา แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาชื่นชมตัวเอง เขาหันไปมองกีนิวผู้นำร่างของบิดาและมารดาของเขามาใช้เพื่อประโยชน์ของตัวมันเอง

"ถึงเวลาตายของพวกแกแล้ว"

วิ้งงง~!

การ์ลิคในร่างซุปเปอร์ไซย่าไม่รอช้าพุ่งเข้าใส่กีนิวในร่างเกลก่อน เนื่องจากเขาต้องการกำจัดมันที่อ่อนแอก่อนเป็นสิ่งแรกเพื่อให้มันไปสบายไวๆ ยิ่งตัวเขาไม่อยากให้มันใช้ร่างของบิดาและมารดามากไปกว่านี้จึงคิดจะทำลายพวกมันไปพร้อมร่างของพวกเขา แม้จะน่าเสียดายที่เขาไม่สามารถนำร่างของบิดาและมารดาไปฝังยังสุสานที่และโลกเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ก็ตาม

'ลาก่อน คุณแม่'

ฟู้มมมมมมมมมมมมมม~

การ์ลิคไม่ใช้พลังให้มากความ เขาใช้เพียงบอลพลังธรรมดาโจมตีใส่กีนิวในร่างเกลจนมันสลายหายไปไม่เหลือแม้แต่ฝุ่น ก่อนจะหันไปทางกีนิวในเร็ก ที่กำลังทำอะไรแปลกๆ แต่ยังไม่ทันที่การ์ลิคจะเข้าไปหยุด เขาก็เห็นสิ่งที่คิดว่ามันคงจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไปเมื่อยังมีเขาอยู่ นั่นก็คือการล่มสลายของดาวเบจิต้า สุดท้ายสิ่งที่ต้องถูกทำลายก็ต้องถูกทำลายอยู่วันยันค่ำ จะห้ามหรือขัดขวางมันยังไงก็คงเป็นไปไม่ได้เพราะชะตามันถูกลิขิตมาให้เป็นเช่นนี้

บู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม~!!!!!!!

ภาพที่เขากำลังเห็นคือดาวเบจิต้าที่ถูกทำลาย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร เขาก็พบกับร่างของบาร์ดัคที่ลอยเคว้งอยู่บนอากาศ สัมผัสพลังของเขาหายไป ซึ่งก็หมายความว่าเขาตายแล้วทำไม ตอนไหน ? เขารู้สึกสับสนและหันไปมองกีนิวที่กำลังทำหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างกัน พอหันไปทางยานก็พบว่าสัมผัสพลังของเจ้าพวกฟรีเซอร์และคลูเลอร์รวมถึงราชาโคลด์ก็ยังอยู่ในยาน แล้วใครเป็นคนทำเรื่องนี้

เขาใช้Ki sense สุดขีดเพื่อคนหาพลังตัวต้นเหตุแต่ไม่ว่าเขาจะเพิ่มความพยายามหรือเพิ่มพลัง Ki มากแค่ไหนก็ไม่สามารถจับสัมผัสพลังของตัวการในครั้งนี้ได้เลย แต่ก็มีบางอย่างทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ ก่อนจะเงยหน้ามองขึ้นบนฟ้าและเขาก็พบสิ่งที่ไม่อยากเจอในตอนนี้**สิ่งที่เขาพบก็คือร่างของหมาผอมแห้งผิวสีม่วงรูปร่างคล้ายอนูบิสอยู่ในชุดเทพแห่งการทำลายล้าง ข้างๆกายมีชายเจ้าสำอางตัวโย่งผิวออกฟ้า ๆมีวงแหวนที่คอ ผมสีขาวเงินตั้งๆ ถือไม้คทากำลังจ้องมองมาทางเขาด้วยรอยยิ้ม

"เจ้าชื่ออะไร ไอ้หนู~!"หมาผิวม่วงกล่าวถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆจนการ์ลิคยังรู้สึกไม่ดี

"เราชื่อการ์ลิคขอรับท่านบิลส์"การ์ลิคกล่าวด้วยความนอบน้อม

"โอ้เจ้ารู้จักข้าด้วยหรือ ?"บิลส์ถามด้วยรอยยิ้ม

"ขอรับท่านคือเทพแห่งการทำลายล้างของจักรวาลที่ 7 ส่วนคนข้างๆท่านคือคุณวิสผู้เป็นเทวดาประจำกายของท่าน"

"โอ้รู้ดีจริงด้วย เช่นนั้นการ์ลิคคุงเจ้าก็คงรู้สินะว่าข้ามาที่นี่เพื่ออะไร ?"

"มาเพื่อทำลายชาวไซย่า เพราะราชาเบจิต้าทำให้ท่านไม่สบอารมณ์"การ์ลิคกล่าวพร้อมนึกถึงเรื่องหมอนอันดับหนึ่งในจักรวาลที่ท่านบิลส์ต้องการ แต่ราชาเบจิต้ากลับเอาไปใช้เอง แถมยังเอาหมอนอันดับสองไปให้ท่านบิลส์ ท่านบิลส์จึงไม่พอใจและสั่งให้เจ้าฟรีเซอร์มาทำลายดาวเบจิต้าทิ้ง สั้นง่ายๆสรุปเหตุที่ดาวเบจิต้าถูกทำลายนั่นก็เพราะ เจ้าราชาเบจิต้ามันสร้างปัญหานั่นเอง

"ว้าวว ดูเหมือนคุณการ์ลิคจะรู้ดีจริงๆด้วยนะครับท่านบิลส์"วิสตอบออกมาด้วยท่าทางไม่อยากเชื่อ

"น่าสนใจ ดูเหมือนชาวไซย่าจะไม่โง่ไปซะหมด เอาเถอะข้าจะไม่ทำลายชีวิตเจ้า..."

เฮ้อ ได้ฟังแบบนี้การ์ลิคก็รู้สึกปลอดโปร่ง จริงๆแล้วเขารู้สึกเป็นกังวลมาก เพราะถ้าถูกฆ่าตายเขาก็คงไปฝึกวิชากับท่านไคโอต่อ แต่ถ้าตอนนี้เขาตายเพราะถูก "ฮะไค"(ทำลาย) ของท่านบิลส์แล้วละก็ เขาจะไม่มีอะไรเหลือเลย แม้แต่วิญญาณก็ด้วย แต่ทว่าเขาก็โล่งใจได้ไม่นานเมื่อได้ยินประโยคต่อไปที่ออกมาจากปากของท่านบิลส์

"แต่เจ้าต้องพาข้าไปกินของอร่อยๆ แต่ถ้ามันไม่อร่อย ข้าจะทำลายเจ้าทิ้งซะ"

"อะ เออเรื่องนั้นไม่มีปัญหา แต่เราขอจบปัญหาส่วนตัวก่อนได้หรือไม่ ?"การ์ลิคกล่าวถามอย่างจริงจัง ซึ่งท่านบิลส์ก็ทำเพียงพยักหน้า

การ์ลิคหันไปทางกีนิวที่จ้องมองเขาและท่านบิลส์อย่างกินเลือดกินเนื้อ ดูเหมือนเจ้านี่จะไม่รู้จักท่านบิลส์สินะ ซึ่งก็เป็นอย่างที่การ์ลิคคิด แทนที่มันจะโจมตีเขามันกับใช้เคลื่อนย้ายในพริบตามาโจมตีท่านบิลส์เสียอย่างนั้น แต่ก็ดีแบบนี้เขาก็ไม่เปลืองแรงดี

"ไม่รู้ที่สูงที่ต่ำ ฮะไค!"

"นะ นี่มันอะไร อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก~!!"

สุดยอด การ์ลิคที่มองภาพการทำลายพร้อมวิญญาณด้วยสายตาที่ตื่นเต้น ยิ่งดูใกล้ ๆเขายิ่งยากได้วิชาแบบนี้มาใช้บ้าง แต่ก็ทำได้ไม่นานเขาจ้องมองไปทางยานเจ้าฟรีเซอร์ที่กำลังหนีหายไปจนไกลริบหรี่ แท้จริงท่าบิลส์คงมาถ่วงเวลาให้พวกมันหนีกัน จะตามไปก็คงไม่ถูกกาลเทศะเขาจึงทำได้เพียงยืนกำหมัดอย่างไม่สบอารมณ์

"เอาละถึงเวลาที่เจ้าจะต้องพาข้าไปหาอะไรอร่อยๆ ทานแล้วนะ การ์ลิคคุง"

"ขอรับ ขอเชิญพวกท่านมาจับตัวผมไว้"

แม้วิสและท่านบิลส์จะสงสัยแต่ก็ไปแตะที่ไหล่ของเขา ซึ่งการ์ลิคก็ไม่รอช้าใช้เคลื่อนย้ายในพริบตาพาท่านบิลส์กับคุณวิสมายังโลกแถวเมืองหลวง และบินนำทั้งคู่ไปยังร้านอาหารที่ระดับภัตตาคารระดับ 5 ดาว เขาเข้าไปคุยกับบริกร และบอกให้ไปเก็บเงินที่แคปซูลคอปิเรชั่น แต่ตอนแรกพนักงานดูเหมือนจะไม่ต้อนรับเนื่องจากตอนนี้เขามอมแมมมากแถมมันยังทำท่าจะแกล้งเขาด้วย

"ขอบัตรยืนยันตัวตนด้วยครับ"

'หึไอ้เด็กสกปรกแกน่ะหรอรู้จักกับบริษัทแคปซูลคอปิเรชั่น ตลกตายละ'

"นี่ใช้ได้หรือเปล่า"การ์ลิคยื่นบัตรไปให้พนักงานดู และทันทีที่มันเห็นบัตรสีดำที่เขียนVIPถูกทำขึ้นมาโดยเฉพาะให้กับคนในเครือของแคปซูลคอปเรชั่นก็ทำให้มันถึงกับตัวสั่น ดีนะที่มันยังไม่ได้กล่าวล่วงเกินคนกลุ่มนี้ ไม่เช่นนั้นมีหวัง...

"ชะ เชิญครับ"

หลังจากนั้นการ์ลิคก็แนะนำ อาหารต่างๆให้กับท่านบิลส์และคุณวิส และทันทีที่อาหารเข้าปากทั้งคู่ก็ราวกับได้ขึ้นสวรรค์ยิ้มกันแทบปากไม่หุบ อาหารมากหน้าหลายตาหลากรสถูกเสริฟบนโต๊ะอย่างไม่หยุดหย่อน ใช้เวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งกว่าทั้งคู่จะอิ่มท้อง ครานี้ดูเหมือนท่านบิลส์จะพึงพอใจมากแถมยังให้คุณวิสสั่งอาหารไปทานที่ดาวของตนอีกด้วย

"สุดยอดจริงๆ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าในจักรวาลที่7ของข้า จะมีอาหารอร่อยขนาดนี้ การ์ลิคคุงนายอยากได้อะไรไหม ?"ท่านบิลส์กล่าวด้วยน้ำเสียงมีความสุขจนขนาดการ์ลิคยังรู้สึกได้

"ที่เราอยากได้ก็คงมี อีกไม่นานหลังจากนี้เราจะขอไปฝึกวิชากับคุณวิส"

"ทำไมคุณการ์ลิคอยากจะมาฝึกวิชากับผมละ ?"วิสถามอย่างไม่เข้าใจ

"เราอยากแข็งแกร่งขึ้น จนสามารถเป็นคู่ประลองฝีมือให้แก่ท่านบิลส์ได้ และเราก็รู้ด้วยว่าคุณวิสเป็นอาจารย์ของท่านบิลส์"การ์ลิคพูดด้วยใจจริง เขาอยากลองต่อสู้กับท่านบิลส์ที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลดูสักครั้ง

"หือ ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากเป็นเทพแห่งการทำลายล้างซะเองหรอกนะ ?"ท่านบิลส์ถามด้วยน้ำเสียงเข้ม ๆแต่การ์ลิคกลับยิ้มพร้อมกล่าวออกมา

"เรื่องนั้นคงเป็นไม่ได้หรอก เรารู้ดี"การ์ลิคตอบแถมในใจเขาไม่ได้อยากเป็นเทพ ก็แค่อยากแข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น

หลังจากนั้นเขาก็พูดคุยกันอีกนิดหน่อย และวิสก็นัดเวลากับการ์ลิคว่าจะฝึกวิชาให้ในภายหลัง ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปีกว่าเขาจะได้ไปฝึกกับวิชากับวิส ทั้งที่จริงแล้วเขาอยากไปเลยก็ตามแต่ว่าตอนนี้เนื้อเรื่องดราก้อนบอลพึ่งจะเริ่มอย่างแท้จริง และดูเหมือนว่าซุนโกคูใกล้จะมาถึงดาวโลกแล้ว ถ้าจากที่คำนวนก็ในอีกหนึ่งปีหลังจากนี้ เมื่อการพูดคุยจบทั้งบิลส์และวิสก็จากไป ทิ้งให้การ์ลิคจ้องมองไปบนฟ้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่งต่างจากการกระทำเมื่อครู่ลิบลับ

"หึ~ หลังจากนี้เราจะไม่เคลื่อนไหว จนกว่าซุนโกคูจะเติบโตและเริ่มเนื้อเรื่องหลักอย่างจริงจัง"

วิ้งงง~!!

"กลับมาแล้วจ้า!"การ์ลิคที่วาปกลับมายังวังพระเจ้ากล่าวขึ้นด้วยน้ำปนเสียงคิดถึง ส่วนเบลล่าที่กำลังดูแลทารกน้อยโบรลี่เมื่อสัมผัสถึงการ์ลิคได้ก็รีบกระเตงทารกน้อยมาหาเขาด้วยความเป็นห่วง แต่ว่าทันทีที่พบการ์ลิคในตอนนี้นี่สิ เบลล่าถึงกับไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลย เพราะภาพตรงหน้าก็คือเด็กชายวัยเดียวกันแสนคุ้นเคย แต่ตอนนี้มีผมสีทองสุกสกาวทำทรงผมตั้งราวใช้เยล ดวงตาสีเขียวมรกตราวใส่คอนแทคเลนส์

"นายเป็นซุปเปอร์ไซย่าในตำนานได้แล้วหรอ ไม่น่าเชื่อ"

"นี่ก็เป็นแค่ซุปเปอร์ไซย่า ไม่ใช่ในร่างในตำนานหรอก คนที่เป็นซุปเปอร์ไซย่าในตำนานคือเด็กน้อยที่เธออุ้มอยู่ต่างหาก"การ์ลิคกล่าวด้วยรอยยิ้มพลางมองเด็กทารกที่กำลังหลับด้วยสีหน้าคาดหวัง

"ว่าแต่ดาวเบจิต้าเป็นไงบ้าง ? ตอนนี้เราไม่สามารถสัมผัสพลังของคนบนดาวเบจิต้าได้เลย"เบลล่าถามออกมาโดยไม่รู้เรื่องราว

"มันถูกทำลายไปแล้วละ ชาวไซย่าทุกคนตายเกือบหมดแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงเจ้าชายเบจิต้า เจ้าชายทาเบิ้ล คาคาล็อต โบรลี่ ราดิซ นับปะ เราและเธอเท่านั้นที่ยังเหลือรอด"การ์ลิคกล่าวพลางทำสีหน้าเศร้าโศก

ถ้าบิลส์เทพแห่งการทำลายล้างไม่เข้ามายุ่งในศึกต่อสู้ครั้งนี้ เขาคงสามารถกำจัดเจ้าพวกนั้นได้ทั้งหมด แต่ก็ต้องผิดหวัง แถมตอนนี้จะตามล่าพวกมันก็ไม่ได้ เพราะเขาไม่สามารถสัมผัสพลังของครอบครัวเจ้าฟรีเซอร์ได้เลยสักคน ดูเหมือนพวกมันจะได้ทริคอำพรางพลังได้แล้ว สมกับที่เป็นอัจฉริยะจริงๆ แต่ก็ดีถ้าเขากำจัดพวกมันไปเลยซุนโกคูก็อาจไม่สามารถเป็นซุปเปอร์ไซย่าได้

"แล้วจากนี้จะเอายังไงต่อ" แม้เบลล่าจะไม่ค่อยอยากเชื่อแต่เมื่อเห็นสีหน้าของการ์ลิคก็ทำให้เธอเข้าใจและเลิกถามต่อ แต่หันไปถามเรื่องอื่นแทน

"ก็ไม่มีอะไรมาก เราจะทำให้เธอเป็นซุปเปอร์ไซย่า และหลังจากนั้นก็มาฝึกวิชากัน เราจะต้องแข็งแกร่งให้มากกว่านี้ จนก้าวข้ามขีดจำกัดของซุปเปอร์ไซย่าไปอีกขั้น"การ์ลิคที่เลิกเศร้ากล่าวขึ้นมาด้วยความตั้งใจ คราวนี้แหละเขาจะต้องแข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลให้ได้ ต่อให้เจอ เซลล์ จอมมารบู หรือแม้แต่ซามัสเขาก็จะไม่หวั่นไหวและจะกำจัดพวกมันด้วยมือของเขาเอง

________________


มาช้าก็ดีกว่าไม่มาเนอะ ><​

ความคิดเห็น