นักดองนิยาย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 16 นี่มันติวหนังสือจริงๆเหรอ! (4)

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 นี่มันติวหนังสือจริงๆเหรอ! (4)

คำค้น : รีบอร์น สึนะ ฮิบาริ โกคุเดะระ ยามาโมโตะ โคลม เคียวโกะ ยูกิ วองโกเล่ เอ็นมะ ฮาเร็ม โอโตเมะ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ค. 2562 03:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 นี่มันติวหนังสือจริงๆเหรอ! (4)
แบบอักษร

 

ตอนที่ 

16 นี่มันติวหนังสือจริงๆเหรอ! (4) 

“เหมือนว่าสายไฟเส้นที่ต่อกับสวิชต์มันจะหลุดน่ะครับ!” จางนีนิรีบเข้ามาดูความผิดปกติของเครื่องยิงลูกเพ้นท์บอลทันที 

“จะทำอะไรก็รีบทำเหอะหน่า! มันสีแสดแล้วนะ!” ทางฝ่ายคนอื่นๆ ตอนนี้เริ่มสติแตก เพราะความแรงของลูกเพ้นท์บอลตอนนี้ทำให้ผ้าใบกั้นฉากหลังฉีกขาด จนลูกเพ้นท์บอลยิงไปกระทบกับกำแพงรั้วบ้าน ส่วนเอมิตอนนี้ยังคงหลบต่อไปด้วยความเร็วที่สูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ 

“ต..ต้องใช้ไขควงเปิดดูข้างในน่ะคร้าบว่าสายไฟเส้นไหนหลุด” 

“ว๊ากกก มันก็นานน่ะสิ จะทำไงดีๆ หากความเร็วเพิ่มกว่านี้นัตสึเมะจังแย่แน่ๆ” สึนะที่สติแตกกำลังเดินวนรอบห้อง 

“ยูกิจัง ระวังตัวด้วยนะคะ!” ฮารุ 

“หลบให้ได้นะ!” อี้ผิง 

“หึ 60 นาทีแล้วล่ะ” ทันทีที่สิ้นเสียงรีบอร์น ลูกเพ้นท์บอลสีแดงถูกปล่อยออกมาจากเครื่องยิงในระดับความเร็วสูงสุดจนมองตามไม่ทัน 

“ยัยเลือดกำเดา!!!/ยูกิจัง!!! ><” โกคุเดะระที่ตอนนี้ร่างกายสะบักสะบอมอยู่รีบวิ่งเข้าไปหาเอมิเพราะคิดว่าเธอคงโดนมันเต็มๆ แต่ผิดคาดเธอยังคงหลบได้อยู่ด้วยความเร็วที่มองตามไม่ทันเช่นกัน 

“เหลือเชื่อ...” 

“อย่ามัวยืนอึ้งกันอยู่สิ” รีบอร์น 

“จริงด้วย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง ขอโทษนะจางนีนิ” เรียวเฮ 

“แม็กซิมั่ม แคนน่อน!” เรียวเฮปล่อยหมัดท่าไม้ตายสุดแกร่งใส่เครื่องยิงลูกเพ้นท์บอล ด้วยพลังนั้นทำให้ตัวเครื่องส่วนหนึ่งช๊อตและบุบ 

“เย้!!” ทุกคนส่งเสียงดีใจ ทางฝ่ายเอมิตอนนี้ทรุดลงมานั่งกับพื้น เธอหลุดจากการล็อคเป้าหมายแล้ว 

แต่ทว่าไม่นานนักกลับมีปลายกระบอกปืนอีกสามอันโผล่ออกมาจากรอบๆตัวเครื่อง 

“เข้าสู่โหมดประจัญบาน ล็อคเป้าหมายอัตโนมัติ ทำการยิงใน 5 วินาที นับถอยหลัง 5...4...” เสียงระบบ AI ดังมาจากตัวเครื่อง 

“แย่แล้วคร้าบ!!! ตอนนี้เครื่องล็อคเป้าหมายที่เราทุกคนแล้วคร้าบ!!” จางนีนิ 

 

[ด้านสึนะ] 

“แสงเมื่อกี้มันอะไรกัน...” ขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนกกับเครื่องยิงลูกเพ้นท์บอลที่ตอนนี้ล็อคเป้าหมายและเตรียมยิง ด้านสึนะก็กำลังตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง พลางมองดูแหวนวองโกเล่ที่เมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมาเกิดแสงไฟดับเครื่องชนวูบหนึ่ง 

“สึนะ ยืนเหม่ออยู่ได้ ” เสียงรีบอร์นปลุกสึนะให้ตื่นจากความคิด 

“อ..เอ๋?” 

“2...1...ยิง” 

ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! 

สิ้นเสียง AI ลูกเพ้นท์บอลหลากสีระดมยิงใส่ทุกคน ด้านเรียวใช้หมัดของตัวเองปกป้องฮารุ เคียวโกะ โคลมและอี้ผิงที่ยืนหลบอยู่ข้างหลัง ด้านยามาโมโตะก็ใช้ไม้เบสบอลที่พกติดตัวมาด้วยตีลูกเพ้นท์บอลทุกลูกที่เข้ามา ปกป้องจางนีนิและรีบอร์น  ส่วนด้านโกคุเดระใช้ซิสเท็มม่า C.A.I. เป็นโล่กำบังให้ตนเอง เอมิ และเอ็นมะ 

“ขอโทษที่ช้านะ” สึนะในร่างไฮเปอร์โหมดกล่าวขึ้น ก่อนหิ้วเครื่องยิงลูกเพ้นท์บอลแล้วใช้พลังไฟจากถุงมือบินออกนอกบ้าน 

“สร้างปัญหามามากพอแล้ว จบกันที” สึนะใช้หมัดจากถุงมือเสริมด้วยพลังไฟดับเครื่องชนธาตุนภาต่อยเต็มแรง 

ตู้ม! เครื่องยิงลูกเพ้นท์บอลระเบิดกลางท้องฟ้าสวยงามราวกับดอกไม้ไฟในฤดูร้อน 

 

 

[ด้านเอมิ] 

“ยัยเลือดกำ..” 

หมับ! 

“คุณนัตสึเมะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ! ผมเป็นห่วงแทบแย่” ไม่ทันที่โกคุเดะระจะเข้าไปหาเอมิ เอ็นมะก็คว้าเอมิเข้ามากอดต่อหน้าต่อตาเขา เอ็นมะทำไปโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เพราะเขาเป็นห่วงเอมิมาก เขากังวลตั้งแต่แรกและไม่อยากให้เอมิต้องมาแข่งอะไรแบบนี้เลย 

“ทำไมคุณนัตสึเมะตัวเย็นแบบนี้ล่ะครับ!” เอ็นมะตกใจทันทีเมื่อสัมผัสตัวเอมิ ตัวเธอเย็นราวกับอยู่ท่ามกลางหิมะในฤดูหนาว หากแต่ตอนนี้มันเพิ่งเริ่มฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น และบ้านของสึนะก็ไม่มีแอร์ 

“อ..เอ่องั้นเหรอ ไม่รู้สิ อาจเป็นเพราะฉันตกใจเมื่อกี้ก็ได้มั้ง แต่ฉันไม่เป็นไรแล้ว ขอบคุณนะเอ็นมะคุง ^ ^” 

“งั้นเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นคุณนัตสึเมะไปพักก่อนดีกว่าครับ” เมื่อเอมิว่าอย่างนั้นเอ็นมะจึงไม่ได้สงสัยอะไรต่อ ส่วนด้านเอมิเองก็ไม่ได้สงสัยอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย 

หลังจากที่เหตุการณ์ผ่านพ้นไป นานะแม่ของสึนะก็กลับมาจากจ่ายตลาดพอดี เพราะเห็นว่าวันนี้สึนะพาเพื่อนใหม่มาที่บ้าน จึงวางแผนกับเคียวโกะ ฮารุ โคลม และเบียงกี้ ว่าจะเลี้ยงต้อนรับเอมิ โดยให้โคลมและอี้ผิง พาเอมิไปช่วยเลือกเครื่องดื่มมาให้ทุกคน โดยมีแรมโบ้ที่เพิ่งกลับมาหลังจากโดนยิงด้วยลูกเพ้นท์บอลติดสอยห้อยตามไปด้วย 

ส่วนทางด้านสึนะหลังจากจัดการเครื่องยิงลูกเพ้นท์บอลเสร็จ ก็กลับมาโวยวายรีบอร์นกับจางนีนิเป็นการใหญ่ เรื่องเอาเครื่องอันตรายแบบนั้นมาใช้กับเอมิ แต่ไม่ทันไรก็โดนรีบอร์นเฉดหัวให้ไปขัดกำแพงกับเอ็นมะ ส่วนคนอื่นๆก็ช่วยกันทำความสะอาดและตกแต่งห้องรับแขก เพราะรู้แผนปาร์ตี้วันนี้แล้ว 

[ระหว่างนั้น] 

“เจ้าหนูเรียกประชุมด่วนมีอะไรเหรอ” ยามาโมโตะถามรีบอร์นที่ตอนนี้เรียกทุกคนมาประชุมด่วน ยกเว้นสึนะและเอ็นมะที่ยังคงขัดกำแพงอยู่ด้านนอก 

“พวกนายคงมีข้อสงสัยเรื่องการแข่งในวันนี้สินะ” รีบอร์นกล่าว ทุกคนเงียบแต่ก็ยอมรับว่าเป็นความจริง ปกติรีบอร์นคงไม่คิดทดสอบอะไรโหดๆแบบนี้กับคนทั่วไป ยกเว้นกับผู้พิทักษ์ซึ่งเป้าหมายก็เพื่อให้เป็นผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งขึ้น แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันก็ยากที่จะยอมรับว่ายูกิเป็นคนทั่วไป คำถามมากมายวนอยู่ในหัวพวกเขาตลอดช่วงเย็นที่ผ่านมา 

“อย่างที่สึนะพูดน่ะถูกแล้ว การแข่งวันนี้ฉันไม่ได้ต้องการทดสอบความรู้ของนัตสึเมะกับโกคุเดะระหรอก สิ่งที่ฉันต้องการทดสอบ คือ เรื่องพลังกายต่างหาก” 

“พลังกาย? ทำไมล่ะ!” เรียวเฮ 

“วันก่อนในตอนที่ฉันได้ดูการวิ่งทดสอบสมรรถภาพของนัตสึเมะ ความเร็วในการวิ่งของนัตสึเมะไม่เหมือนคนปกติทั่วไป” 

“ใช่ วันนั้นนัตสึเมะจังวิ่งเร็วมากเลยนะ ตอนแรกก็อยู่อันดับสุดท้ายแท้ๆ ยอดสุดๆเลยล่ะ” ยามาโมโตะกล่าว ส่วนโกคุเดะระเองก็กำลังคิดตามถึงเหตุการณ์วันนั้น 

“ฉันต้องการให้แน่ใจ เลยขอยืมเครื่องมือจากจางนีนิเพื่อการทดสอบครั้งนี้ พวกนายคงเห็นแล้วว่าในตอนแรกนัตสึเมะหลบลูกเพ้นท์บอลไม่ได้เลยแม้จะอยู่ในระดับความเร็วต่ำสุด ต่างจากโกคุเดะระที่หลบได้สบายๆ มันคงไม่น่าแปลกอะไรหากคิดว่านัตสึเมะไม่มีทักษะในการหลบหลีกเหมือนโกคุเดะระที่ได้ฝึกมามาก แต่ไม่ใช่หรอก หากเป็นคนทั่วไป เมื่อความเร็วมากขึ้น อุปสรรคมากขึ้น ใช้เวลานานขึ้น พละกำลังก็จะลดลง มันเป็นสิ่งที่แปรผกผันกันน่ะ เพราะงั้นที่โกคุเดะระจะเริ่มหลบไม่ทัน นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่นัตสึเมะนี่สิ...” ทุกคนเงียบและกำลังตกใจกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ 

“เครื่องนั่นไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะหลบในความเร็วระดับสีแสดและสีแดงได้หรอกนะคร้าบถึงจะให้ฝึกมานานก็เถอะ เพราะเจ้าเครื่องนั่นเป็นต้นแบบอาวุธที่จะใช้ใส่ในคิงส์ มอสก้า รุ่นใหม่ ที่ผมกับสปาน่ากำลังพัฒนากันอยู่คร้าบ ส่วนตัวเครื่องก็มีความทนทานเป็นพิเศษ เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเรียวเฮจัดการไม่ได้ในหมัดเดียวคร้าบ” จางนีนิ 

“แล้วแกจะสร้างของอันตรายแบบนั้นมาทำซากไรฟร้า!!!” โกคุเดะระของขึ้น 

“ฉันก็ไม่ได้คิดจะทดสอบไปถึงขั้นนั้นหรอกนะ มันเป็นอุบัติเหตุน่ะ สิ่งที่เห็นนั่นมันเกินความคาดหมายของฉันเหมือนกัน แต่มาดูอะไรนี่สิ” รีบอร์นกล่าว ก่อนหยิบกระดาษคำตอบที่ถูกตรวจแล้วของโกคุเดะระและนัตสึเมะขึ้นมา สภาพกระดาษเป็นรอยขยำยับยู่ยี่ 

“ 249 ข้อ!!!” ทุกคนแสดงความตกใจออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นกระดาษคำตอบของเอมิ เธอทำได้ถึง 249 ข้อ ซึ่งโกคุเดะระ ทำได้เพียง 198 ข้อ และคำตอบของยูกิยังถูกหมดทุกข้อ ส่วนของโกคุเดะระเริ่มผิดในข้อหลังๆ หากเทียบกันแล้วถึงแม้โกคุเดะระไม่ยอมแพ้เสียก่อน เขาก็แพ้เธออยู่ดี นั่นทำให้เขาแทบทรุดลงไปกองกับโต๊ะ 

“หากพูดตามความเป็นจริงล่ะก็ ผลควรจะออกมาเหมือนในกระดาษคำตอบของโกคุเดะระแหละนะ แต่...นัตสึเมะ เป็นพวกความสามารถก้าวกระโดดน่ะ” รีบอร์น 

“ห..หมายความว่ายังไง...” โกคุเดะระกัดฟันถาม 

“ตัวอย่างก็ หากสึนะแข็งแกร่งขึ้นในทุกครั้งของการต่อสู้ นัตสึเมะจะแข็งแกร่งขึ้นในไม่กี่นาทีของการต่อสู้...ไม่ใช่เรื่องของพละกำลังอย่างเดียว แม้แต่สมองหรือความคิดก็ด้วย...แล้วตอนนี้ก็ยังไม่รู้ขีดจำกัดของพลังด้วยซ้ำ ” คำพูดของรีบอร์นทำให้ทุกคนนิ่งอึ้งด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย 

“ฉันอยากให้พวกนายงดพูดถึงเรื่องวองโกเล่ต่อหน้านัตสึเมะก่อน ฉันขอตรวจสอบนัตสึเมะสักพักว่าเกี่ยวข้องกับมาเฟียรึเปล่า” 

“ทำไมล่ะ?” เรียวเฮ 

“เพราะถ้าหากนัตสึเมะเป็นศัตรูล่ะก็...อันตรายต่อแฟมิลี่แน่ๆ” 

 

 

ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!  ทันทีที่ฉันเปิดประตูเข้าบ้านมา เสียงพลุกระดาษก็ดังขึ้นหลายนัด 

“เซอร์ไพร์ส!!!” ×11 อ..เอ๋!! นี่มันอะไรกันเนี่ย เซอร์ไพร์สอะไรเหรอ 

“เซอร์ไพร์ส!” โคลมจัง แรมโบ้จัง อี้ผิงจังก็ด้วย ทุกคนยิ้มมาที่ฉัน อ..อย่าบอกนะว่าเซอร์ไพร์สฉันเหรอ!!! 

“เราทุกคนจัดงานเลี้ยงต้อนรับยูกิจังค่ะ” ฮารุจังพูดพร้อมเดินเข้ามาเกี่ยวแขนฉันข้างหนึ่ง 

“เนื่องในโอกาสที่มาเป็นเพื่อนใหม่ของพวกเราไงล่ะจ๊ะ” เคียวโกะจังพูดพร้อมเดินมาเกี่ยวแขนฉันอีกข้าง อ..เอ๋!!!! 

“รีบเข้าไปได้แล้ว คุณแรมโบ้หิวแล้ววว” แรมโบ้กับอี้ผิงก็มาผลักขาฉันเดินไปที่ห้องรับแขก 

ห้องถูกตกแต่งสวยงามด้วยลูกโป่งและริบบิ้น ส่วนที่โต๊ะก็มีอาหารและเครื่องดื่มมากมายจัดวางอยู่ ด้านหลังมีป้ายติดผนังเขียนว่า ยินดีต้อนรับยูกิ เพื่อนใหม่ของเรา 

“ยืนอยู่ทำไมล่ะยัยบ้า รีบนั่งได้แล้ว ไม่เห็นรึไงทุกคนเขารอเธอน่ะ” โกคุเดะระ 

“ฮายาโตะล่ะก็ ยูกิจังเพิ่งมาถึงเหนื่อยๆน่ะ โมโหหิวเป็นเด็กๆไปได้” คุณเบียงกี้ 

“ฉันไม่ได้โมโหหิว!!” 

“ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆๆ” ×13 

ทุกคน...ฉันไม่คิดเลยว่าทุกคนจะจัดงานเลี้ยงเพื่อฉัน ฉัน..ฉัน...ฉันห้ามน้ำตาไว้ไม่ได้จริงๆ 

“ฮืออ...” 

“ยูกิจัง...นัตสึเมะจัง...” 

“ฮืออ... ขอบคุณจริงๆค่ะ ขอบคุณจริงๆ ฮือออ... ฉันดีใจจริงๆที่ในชีวิตนี้ได้มีโอกาสมาเป็นเพื่อนกับทุกคน ฉันมีความสุขจริงๆค่ะ...” 

“ยูกิจัง อย่าร้องสิคะ เดี๋ยวฮารุก็ร้องตามหรอก ฮืออ...” 

“ฉันก็ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับยูกิจังนะ” เคียวโกะจัง 

“ฉันก็ด้วยค่ะ” โคลมจัง เราสี่คนกอดกันร้องไห้ 

“ฮือออ ซึ้งแบบสุดขั้วเลย” เรียวเฮ ร้องไห้ไปสูดน้ำมูกไปเพราะอินตามทั้งสี่คน ส่วนคนอื่นๆซึ้งในคำพูดและการแสดงออกของเอมิ เวลานี้ไม่มีใครอยากคิดเลยว่าเธอจะเป็นศัตรูของวองโกเล่ ในตอนนี้เธอเป็นเพียงเพื่อนของพวกเขาเท่านั้น 

งานเลี้ยงเริ่มขึ้นอย่างสนุกสนาน โดยแต่จะคนก็ผลัดกันออกไปร้องคาราโอเกะด้านหน้า บรรยากาศครึกครื้นและเป็นกันเองสุดๆ 

“ยูกิจัง สนใจจะทานอาหารที่ฉันทำมั้ยล่ะ” เบียงกี้ยื่นอาหารหน้าตาประหลาดสีม่วงให้เอมิ 

“อ..เอ่อ..” เอมิก็กำลังคิดว่าจะทานดีมั้ย เคยเห็นแต่ในอนิเมะ ใจหนึ่งก็อยากรู้ว่ารสชาติเป็นยังไง แต่อีกใจหากดูจากหน้าตาแล้วก็มีความไม่อยากกินสุดๆเหมือนกัน 

“หยุดเลยนะอาเจ๊! จะฆ่ายัยนี่รึไง!”  ไม่ทันไรโกคุเดะระก็เข้ามาห้ามไว้เสียก่อน ที่เขาสามารถเผชิญหน้ากับเบียงกี้ได้ตรงๆเพราะตอนนี้เบียงกี้ใส่แว่นตากันแดดอยู่ 

“น่าเสียดายจัง งั้นไว้โอกาสหน้านะจ๊ะยูกิจัง” 

“ค่า ^ ^” เอมิ 

“จะไปรับคำทำไมล่ะฮะ!” โกคุเดะระ 

“คิคิคิคิ” 

“หัวเราะอะไร” โกคุเดะระมองเอมิที่กำลังก้มหัวหัวเราะอยู่ 

“ไม่บอก คิคิคิ” 

“เหอะ” 

“โกคุเดะระ...ขอบคุณนะ ^ ^” คำขอบคุณพร้อมรอยยิ้มที่สดใสนั้นทำให้โกคุเดะระหัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง แต่เขาไม่รู้หรอกว่ารอยยิ้มครั้งนี้มันเป็นการบอกลาสำหรับเธอ 

“ข..ขอบคุณอะไร! ถ้าเป็นเรื่องวันนี้ ก็ไม่ต้องหรอก เพราะฉันก็เป็นต้น..” 

“เปล่า ขอบคุณทุกเรื่องที่ผ่านมาต่างหากล่ะ ตั้งแต่วันแรกที่นายไม่รู้จักฉัน แต่นายก็เป็นคนไปช่วยฉัน ถึงจะปากเสีย ชอบทำให้หงุดหงิด แต่ก็คอยช่วยไว้ตั้งหลายเรื่อง จะว่าไปตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ นายก็เป็นเพื่อนคนแรกของฉันเลย...” 

. 

. 

“ขอบคุณนะ ^ ^” 

คำพูดของเธอทำให้โกคุเดะระพูดไม่ออก เขาไม่คิดว่าเธอจะรู้สึกกับเขาแบบนี้ หลายครั้งคำพูดของเขาแทบทำให้เธอเกลียดได้ด้วยซ้ำ แต่เธอก็เลือกที่จะมองข้ามมัน แล้วยังคิดว่าเขาเป็นเพื่อนคนแรก ความรู้สึกดีที่ล้นปรี่ออกมานี้มันยากที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ 

“ก..ก็เธอมันเป็นยัยเลือดกำเดาน่ารำคาญไงล่ะ!” โกคุเดะระพูดพร้อมเสมองไปทางอื่น 

“เรียกแบบนี้อีกแล้วนะ! นายแพ้ไม่ใช่รึไง ทำตามสัญญาสิ” เอมิดึงโกคุเดะระให้หันมาเพื่อทวงสัญญาของเธอ 

“เออๆ แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ” 

“ยูกิไง ^ ^” คำพูดและรอยยิ้มของเธอทำให้โกคุเดะระใจเต้นแรงมาก เธอไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังขอให้โกคุเดะระเรียกชื่อต้นของตัวเองอยู่ เธอคิดเพียงว่านั่นเป็นชื่อที่เรียกง่ายที่สุด ผิดจากโกคุเดะระที่ตอนนี้หน้าเริ่มขึ้นสี 

“ไหนลองเรียกซิๆ ^ ^” 

“ย..ยู” การตื้อของเอมิทำให้โกคุเดะระยอมที่จะลองเรียก 

“ ^ ^ ” ทว่าเมื่อเห็นสายตายิ้มแย้มที่กำลังจ้องมาที่เขา ก็ทำให้ไปต่อไม่ถูก 

“ย..ยู โอ๊ย! ใครจะไปเรียกอย่างนั้นเล่า! ทำอะไรคิดบ้างสิยัยบ้า!” โกคุเดะระพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ก่อนจะเดินหนีไปเพื่อกลบเกลื่อนอาการหูแดง 

อ้าว! เป็นอะไรไปอีกเนี่ยหมอนั่น  แต่ช่างเถอะ ยังไงโกคุเดะระก็เป็นโกคุเดะระแหละนะ คิคิ 

วันนี้ฉันมีความสุขจริงๆ หากมันจะเป็นวันสุดท้ายที่ฉันได้อยู่ในโลกรีบอร์น ฉันก็ไม่เสียใจ เพราะฉันได้อยู่กับทุกคน และได้เป็นเพื่อนกับทุกคน ฉันอยากใช้เวลาที่เหลือมองความสุขนี้ไปนานๆ ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่มีค่านี้ 

‘ลาก่อนนะทุกคน’ 

มันเป็นเพียงคำพูดในใจที่ไม่ได้กล่าวออกไป เธอได้ใช้เวลาที่เหลือ นั่งมองรอยยิ้ม ความสุข ความเฮฮา ความวุ่นวายนั่นจนกระทั่งงานเลี้ยงเลิก มีแค่เสียงรำพึงในใจเท่านั้นว่าไม่อยากให้ลืมมันเลย... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}