ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE บทนำ : [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE บทนำ : [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 19:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE บทนำ : [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] 100%
แบบอักษร

HATE LOVE : บทนำ

บริเวณสนามเด็กเล่นของบ้านหลังใหญ่ติดริมชายหาดอันงดงาม ภาคิณและวาณิริณพาลูกๆทั้งสามของเขามาเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์พร้อมกับครอบครัวของอัศนัย เพื่อนรักที่มีเวลาว่างตรงกันพอดี

"พี่ภาคย์ อุ่นอยากไปเล่นน้ำทะเล พี่ภาคย์พาอุ่นไปเล่นหน่อยนะ" อินทุกรในวัยสิบปี หน้าตาน่ารักน่าเอ็น เธอถูกชะตากับภาคย์นับตั้งแต่ที่ได้เล่นด้วยกันเมื่อหลายปีก่อน**สำหรับอินทุกร...เขาเปรียบเสมือนเจ้าชายที่คอยขี่ม้าขาวมาหาอยู่เสมอ

ภาคย์ที่อายุสิบหกปีเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเต็มตัว เขาเริ่มมีนิสัยที่ผิดแปลกไปจากช่วงวัยเด็กเล็กน้อย จากที่ร่าเริงและยินดีที่จะเล่นกับอินทุกรกลับกลายเป็นว่าตอนนี้เขามีความรำคาญในตัวของเด็กหญิงมาก

"ไปเล่นเองสิ ! เห็นไหมว่าคนกำลังกินอยู่...!!"

"ภาคย์!!" วาณิริณทำเสียงดุใส่ลูกชายของเธอ "พาน้องไปเล่นก่อน แป๊บเดียวเดี๋ยวค่อยกลับมากินต่อ"

ภาคย์ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกขัดใจตัวเอง แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธผู้เป็นแม่ได้จึงต้องจำใจยอมพาอินทุกรออกไปเล่นน้ำทะเลตามที่เด็กหญิงต้องการ

"พี่ภาคย์ขา ถ้าอุ่นโตขึ้นพี่ภาคย์จะรักอุ่นเหมือนตอนเด็กไหม?"

"..." ภาคย์พยักหน้าส่งๆ แต่เด็กหญิงกลับยิ้มกว้างด้วยความดีใจ


"โตขึ้น พี่ภาคย์ต้องเป็นเจ้าบ่าวให้อุ่นนะนะๆ"


ผลัก !!

ตุบ!!

ฮะ ฮึก !!

"พูดมากอยู่ได้ น่ารำคาญ!" เด็กหนุ่มสะบัดแขนออกเต็มแรงจนอินทุกรล้มลงไปกองกับพื้นทราย แววตากลมใสน้ำตาคลอเงยหน้ามองเขาแล้วค่อยๆเบะปากออก

ฮึก.. "พี่ภาคย์ทำอุ่นทำไม อุ่นเจ็บ"

"...."

"อุ่นไม่เล่นกับพี่ภาคย์แล้ว ฮือๆ พี่ภาคย์นิสัยไม่ดี!" มือเล็กหยิบทรายเต็มมือโยนใส่เขาก่อนจะวิ่งร้องไห้กลับไปยังบ้านพัก

ภาคย์มองตามแล้วด็คิดได้ว่าเขาอาจจะทำรุนแรงเกินไป ด้วยความที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่นเขาอยากจะมีเวลาที่เป็นส่วนตัวโดยที่ไม่ต้องมาดูแลใครจนกลายเป็นเหมือนกับคนขี้รำคาญ ทั้งๆที่แต่ก่อนเขาสามารถเล่นกับอินทุกรได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ทุกครั้งที่ภาคิณหรือวาณิริณมีเหตุจะต้องไปพบกับอัศนัย เขาก็มักจะขอติดตามไปด้วยแต่ทุกครั้งอินทุกรก็ไม่ยอมออกมาให้พบเจอ เพียงแค่อยากจะขอโทษ...ทำไมมันยากเย็นเช่นนี้นะ

จนกระทั่งครั้งสุดท้าย...

"อาส่งน้องไปเรียนที่อังกฤษ พี่สาวอาแต่งงานอยู่ที่นั่นแล้วยังไม่มีลูก เลยขอไออุ่นไปอยู่เป็นเพื่อน กว่าน้องจะกลับก็คงเป็นช่วงปีใหม่" อัศนัยยิ้มตอบให้กับเด็กหนุ่มตรงหน้า

ภาคย์พยักหน้าเชิงรับรู้แต่ในใจกลับคิดอีกอย่าง ...ดีเหมือนกัน! จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายอะไรกันอีก...

สิบปีผ่านไป...

โรงแรมหรูใจกลางเมือง...


ภาคย์ที่อาบน้ำแต่งตัวเตรียมพร้อมกลับบ้านในยามเช้ามืด เขาเหลือบมองดาราสาวที่นอนเปลือยกายอยู่บนเตียงพลางแสยะยิ้มไปด้วย น่าสมเพชผู้หญิงหิวเงินพวกนี้จริงๆ


"อือ...คุณภาคย์จะไปไหนคะ?" ลิลียา นางเอกแนวหน้าของประเทศกล่าวถามด้วยน้ำเสียงอู้อี้ "อยู่กับลิลีก่อนนะคะ"


"ฉันมีงานที่จะต้องทำ เช็คของเธอฉันเขียนวางไว้ให้บนโต๊ะ! หวังว่าจำนวนเงินคงจะพอที่จะทำให้เธอใช้ชีวิตโดยที่ไม่ต้องทพงานได้เป็นปี ถ้าเธอประหยัด"


"มะ หมายความว่ายังไงคะ? คุณภาคย์จะทิ้งลิลีหรอ? อ๋อ! เพราะว่าที่คู่หมั้นกลับมาอยู่ที่ไทยแล้วใช่ไหม? กลัวนังโง่นั่นรู้เรื่องโสโครกของคุณหรอ? ไอ้คนสารเลว!!"


กรี๊ดด โอ้ยย!!


มือหนาคว้าข้อแขนเล็กแล้วบีบเอาไว้แน่น ใบหน้านิ่งเฉยแต่แววตาคมดุจปฝดวงตาพญาอินทรีย์จ้องมองเขม็งจนอีกฝ่ายไม่กล้าเอ่ยปาก "อย่าลืมข้อตกลงของเรา ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้อะไรไปจากตัวฉัน อย่าได้คิดวุ่นวายอะไรอีก!! เพราะถ้าเธอไม่ฟังก็คงจะรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง!"


เขาสะบัดตัวเธอทิ้งโดยไม่ใยดีก่อนจะเดินออกมาจากห้องนั้น ผู้หญิงหน้าเงินที่ได้คืบแล้วจะเอาศอก คิดว่าเขารู้ไม่ทันหรืออย่างไรกันว่านางเอกผู้แสนดีในจอแก้วนั้นเบื้องหลังคือนางแมวยั่วสวาทดีๆนี่เอง หากชายใดหลงใหลได้ปลื้มก็คงถูกปลอกลอกไปจนหมดตัว


บ้านรัตนโยธิน...


หลังจากที่ภาคย์ขับรถเข้ามาจอดนิ่งสนิทที่ลานจอดรถ หวังว่าจะเข้าบ้านได้ทันก่อนฟ้าสว่างแต่ก็ไม่ทันการณ์ เพราะว่าวาณิริณนั้นตื่นขึ้นมาเตรียมพร้อมทำอาหารใส่บาตรและมื้อเช้าสำหรับทุกคนแล้ว


"ลูกชายแม่หายไปทั้งคืน ไม่มีการติดต่อ...จะรู้บ้างไหมว่าแม่เป็นห่วงมากขนาดไหน?"


ทันทีที่ร่างสูงก้าวเข้าประตูบ้านก็ได้ยินเสียงตัดพ้อของคนเป็นแม่ เขาเดินเข้าไปนั่งข้างๆหญิงวัยกลางคนแล้วยิ้มบางๆ "ผมขอโทษครับที่ทำให้แม่เป็นห่วง แต่ยังไงวันนี้ผมก็ไม่ลืมธุระที่แม่ฝากให้ไปจัดการวันนี้หรอกครับ"


"จ้ะ! มีอีกอย่างที่พ่อเขาฝากแม่มาบอกภาคย์ นอกจากจะไปคุยเรื่องสัญญากับคุณอัศนัยแล้วอย่าลืมแวะไปพูดคุยกับหนูไออุ่นเขาด้วย แม่รู้ว่าภาคย์ลำบากใจแต่ทางนั้นเขาก็ไม่รู้จะพึ่งพาใครแล้วเช่นกัน เอ็นดูน้องสักหน่อยนะลูก" วาณิริณจับมือลูกชายของเธอเอาไว้พร้อมกับพูดโน้มน้าวไปในตัว


ภาคย์ที่รู้เจตนารมณ์ของผู้ใหญ่ก็จนใจ เพราะเรื่องการหมั้นหมายระหว่างเขากับอินทุกรเกิดขึ้นมาราวๆสี่ปีได้ เพราะว่าโรงแรมของอัศนัยตอนนี้กำลังประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักมาหลายปี ภาคิณเสนอที่จะให้เพื่อนยืมเงินแต่อีกฝ่ายไม่อยากรบกวนเพราะเป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างสูง สุดท้ายภาคิณจึงคิดวิธีการและเอ่ยปากขอหมั้นหมายอินทุกรให้แก่ภาคย์เพื่อให้อัศนัยยอมรับเงินจำนวนที่เขาจะให้


อัศนัยเห็นแล้วว่าหากวันหนึ่งเขาเกิดล้มละลายขึ้นมาจริงๆ อย่างน้อยๆอินทุกรจะได้มีคนดูแลไม่ให้ลำบากและยอมรับข้อเสนอนี้ เพราะเขาไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้จริงๆ ภาคย์เองแม้ว่าจะไม่เห็นด้วยความวิธีของผู้เป็นพ่อแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถขัดความเด็ดขาดของภาคิณได้เลย


"ครับแม่ ผมขอไปเตรียมตัวก่อนนะครับ" ตั้งแต่รู้ข่าวว่าอินทุกรกลับมาอยู่ไทยอย่างถาวรแล้ว ภาคย์เองก็ถูกไหว้วารให้ไปเข้าออกบ้านของอัศนัยบ่อยๆแต่ก็ไม่ได้พบกันเสียที สงสัยคงจะยังรังเกียจเขาอยู่ก็เป็นได้


❤❤❤❤❤


บ้านจิรวัฒนานนท์...


ภาคย์ขับ BMW คันหรูมาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ก่อนที่จะลงจากรถพร้อมกับของฝากที่วาณิริณฝากนำมาให้แก่เจ้าของบ้าน ชายหนุ่มผู้สุดแสนจะเยือกเย็น ใบหน้าไร้รอยยิ้มยืนกดกริ่งอยู่สักพักจึงจะมีคนมาเปิดประตูให้


"มาหาใครหรอคะ?" เสียงหวานดังขึ้นพร้อมกับประตูเหล็กบานเล็กได้เปิดออก หญิงสาวสวมชุดคลุมสีขาวเนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ ผิวขาวนวลเนียนน่าสัมผัสยิ่งนัก ตากลมมองหน้าเขาราวกับคุ้นหน้าเสียจริงๆ 


"..." ภาคย์ยืนมองเธอนิ่ง คนนี้สินะคู่หมั้นคู่หมายของเขา


"แขกของคุณผู้ชายค่ะ น้องไออุ่นคะ!ไปเล่นน้ำต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวป้าดูแลเอง" ป้าจิตร แม่บ้านของบ้านหลังนี้เดินตามมาด้วยรอยยิ้ม


"ค่ะป้าจิตร" หญิงสาวตอบรับก่อนจะวิ่งกลับไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น


"เชิญข้างในก่อนนะคะคุณภาคย์ คุณผู้ชายรออยู่ค่ะ"


ภาคย์ยกมือไหว้ทักทายหญิงชราก่อนจะเดินตามเข้าไป อัศนัยนั่งรออยู่ที่โซฟาพอได้เห็นร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาพก็ยิ้มทักทายกลับอย่างอบอุ่น "มาแต่เช้าเลยนะหลานชาย นั่งก่อนสิ"


"สวัสดีครับอา" ภาคย์ยกมือไหว้ด้วยความสุภาพ "วันนี้ที่บ้านทำขนมถ้วยใส่บาตร แม่กับย่าเลยทำเพิ่มแล้วฝากมาให้อา"


"ฝากขอบใจแม่กับย่าเราด้วยนะ เอ้อ! จริงสิ เรื่องสัญญาขายหุ้นของอา จริงๆหุ้นมันตกลงเยอะมากภาคย์เองไม่จำเป็นจะต้องซื้อในราคาที่มากมายขนาดนั้นหรอก" อัศนัยกล่าวออกมาด้วยความเกรงใจและความเสียดายในสิ่งที่บรรพบุรุษสร้างมา ภาคิณนอกจากจะเสนอวิธีการหมั้นหมายระหว่างภาคย์กับลูกสาวคนเล็กของเขายังจะขอซื้อหุ้นบางส่วนเพิ่มเติมด้วยราคาที่สูงมากเสียอีก


นับว่าโชคดีที่ยามลำบากภาคิณนั้นคอยอยู่ช่วยเหลือเต็มที่...


"ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ผมเชื่อว่าอีกไม่นานอาต้องซื้อในส่วนที่เป็นของอากลับคืนไปได้" ภาคย์หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลส่งให้ "พ่อเป็นห่วงอามากนะครับ รับข้อเสนอของพวกเราเอาไว้ก่อน...มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับตอนนี้"


อัศนัยพยักหน้ารับและยินยอมที่จะเซ็นเอกสารนั้นอย่างง่ายดาย ชายวัยกลางคนทอดถอนหายใจออกมาหนักหน่วง "อย่าคิดว่าอาขายลูกกินเลยนะ ไออุ่นไม่ได้รู้เรื่องอะไรพวกนี้หรอก แต่พ่อเราเสนอมาแบบนี้อาก็เลยคิดว่าดีเหมือนกัน ถ้าเกิดอะไรกับอาขึ้นมาจริงๆ ภาคย์ก็คงจะดูแลน้องแทนอาได้"


ภาคย์ก้มหน้าลงเล็กน้อย "อย่าคิดมากเลยครับอา เรื่องที่เกิดขึ้นมันมีที่มาที่ไป ผมและทุกคนจะพยายามหาสาเหตุให้เร็วที่สุด"


อัศนัยมองเข้าไปยังดวงตาของเขาก็เชื่อมั่นว่าอะไรหลายๆอย่างหลังจากนี้จะดีขึ้นจริงๆ ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังสนทนากันอยู่นั้น จิตรก็วิ่งเข้ามาด้วยท่าทีลนลานทำเอาประหลาดใจกันอยู่ไม่น้อย


"ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย น้องไออุ่นเป็นตะคริวกำลังจะจมน้ำค่ะ"


พรึ่บ! 


ได้ยินดังนั้นทุกคนจึงไม่รีรอและรีบตรงไปยังสระว่ายน้ำด้วยความรวดเร็ว ร่างเล็กสวมชุดว่ายน้ำทูพีทสีชมพูหวานกำลังจมดิ่งลงไปใต้น้ำ


ตู้มม!!


ภาคย์วิ่งมาถึงก็กระโจนลงน้ำไป ทันทีที่เขาเข้าประชิดตัวเธอได้ก็ใช้แขนแกร่งรวบตัวของอินทุกรเข้ามาแนบชิดกายก่อนจะใช้สองขาดีดตัวตัวขึ้นเหนือน้ำ กลางสระว่ายน้ำค่อนข้างลึกจึงใช้เวลาพอสมควรกว่าที่ทั้งสองจะโผล่ขึ้นมา


ซ่า~


แฮ่กๆ 


"อุ่น อุ่นลูก! เป็นอะไรไหม?" อัศนัยใช้มือลูบหน้าลูกสาวด้วยความเป็นห่วงจับใจ ภาคย์วางร่างเล็กในอ้อมแขนลงไว้กับเก้าอี้


แค่กๆ


อินทุกรมีอาการสำลักเล็กน้อยพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ "ไม่เป็นไรแล้วค่ะ คุณพ่อ...อย่าบอกคุณแม่นะคะ โอ้ย!" อาการตะคริวที่ขาขวายังคงกำเริบ แววตาหวานมองคนที่ช่วยชีวิตเธอแล้วยิ้มขอบคุณ


"ภาคย์ อาวานอุ้มน้องไปที่ห้องหน่อย แล้วเดี๋ยวอาจะหาชุดให้เปลี่ยนนะ" ได้ยินชื่อนี้จากปากของอัศนัยทำให้อินทุกรประหลาดใจอยู่ไม่น้อย


ชื่อนี้ที่เธอไม่ได้ยินมาเป็นเวลานานหลายปี ชื่อของคนใจร้ายที่ทำให้เธอร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง ตอนนี้เขาอยู่ตรงหน้าเธอแถมยังเป็นว่าที่คู่หมั้นของเธอเสียด้วย


"พี่ภาคย์!"


เขาได้ยินเสียงแผ่วเบาก็หันมองเธออีกครั้ง ผู้ชายคนนี้ยังคงเย็นชาเหมือนกับตอนนั้น ภาคย์พยักหน้าเบาๆก่อนจะช้อนตัวของอินทุกรขึ้นมาแล้วเดินตามอัศนัยขึ้นบนชั้นสองของตัวบ้าน ระหว่างทางเดินขึ้นไปเขากลับรู้สึกว่าแขนเล็กกระชับคอเขาแน่นกว่าเดิม


เมื่อถึงห้องนอนของหญิงสาว...


แกร๊กๆ


"รออยู่ในนี้ก่อนนะภาคย์ เดี๋ยวอาไปหายากับหาเสื้อผ้ามาให้"


"ขอบคุณครับ" 


ปึง!


หลังจากที่ประตูปิดลงเขาก็พาร่างของอินทุกรมาวางลงที่เตียงนอนของเธอก่อนจะหยิบผ้าขนหนูส่งให้ หญิงสาวรับมาแล้วปกปิดร่างกายของตัวเองเอาไว้


"พี่ภาคย์...มาทำไมคะ?" อินทุกรถามเสียงเรียบ ใจหนึ่งก็ดีใจที่ได้เจอเขาอีกครั้งแต่ว่าอีกใจก็ยังคงนึกถึงความเย็นชาที่เธอได้เคยสัมผัสเมื่อครั้งนั้น 


ภาคย์ที่กำลังจะเดินออกไปข้างอยู่ข้างนอกต้องหยุดชะงักกับคำถาม เขาหันกลับมาด้วยท่าทีที่นิ่งเฉย "มาดูหน้าตาคู่หมั้นว่าเป็นยังไง โตขึ้นเยอะเลยนี่!"


อินทุกรยกมือปิดท่อนเนื้อส่วนบน "พี่ภาคย์ก็เหมือนเดิมนะคะ แต่ก็ขอบคุณที่ช่วย คงอึดอัดน่าดูนะคะที่ต้องมาเป็นคู่หมั้นของอุ่น"


หมับ! 


พรึ่บ !!"


ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาแล้วคว้าข้อแขนเล็กเอาไว้ นัยน์ตาคมมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างพิจารณา "จะทักทายกันแบบนี้ใช่ไหม?"


"พี่ภาคย์เย็นชาใส่อุ่นก่อนนะคะ ว้าย ปล่อยนะ!"


"หึ! ปากดีขึ้นเยอะเลยนี่ รู้ไหมว่าผู้ชายเย็นชาเขามีวิธีจัดการกับผู้หญิงปากดียังไง?" ปากว่ามือก็ดึงรั้งร่างเล็กที่ยังคงมีอาการเจ็บตะคริวที่ขาขึ้นยืนแนบชิดกับตัวของเขา ภาคย์ก้มมองแล้วยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย "จำไว้ว่าพูดจากับผู้ใหญ่ให้มันนุ่มนวลหน่อย เดี๋ยวใครเขาจะมองว่าไม่มีมารยาท"


"ไอ้คนใจร้าย! ปล่อยสิ!! พรึบ! ว้ายย! ห้าม ห้ามมองนะ!!" ผ้าขนหนูผืนเล็กหลุดออกจากตัว อินทุกรหน้าแดงแล้วหมุนตัวจนหลุดจากพันธนาการของเขา เนินอกอวบอิ่มโผล่พ้นผ้าชิ้นน้อยสองแขนยกขึ้นปกปิดมันเอาไว้ด้วยความเขินอาย


ตาคมมองเธอโดยไร้ความรู้สึก ไอ้ของแบบนี้เขาเห็นมาจนชินตาเสียแล้ว ร่างสูงก้มลงแล้วหยิบผ้าผืนที่หล่นไปกองลงกับพื้นขึ้นมาแล้วคลุมตัวของเธอเสีย "ก็ไม่ได้พิศวาทอะไรนักหรอก"


อินทุกรได้ยินก็เจ็บใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไร "ออกไปสิคะ!! อุ่นไม่ได้เป็นอะไรแล้ว"


แกร็กๆ 


"เสื้อผ้ากับยาค่ะ คุณภาคย์เปลี่ยนชุดก่อนนะคะที่ห้องข้างๆนี้ได้เลยป้าเปิดประตูไว้ให้แล้ว ส่วนน้องไออุ่นเดี๋ยวป้าทายาแก้เคร็ดให้นะคะ"


"ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ"


ภาคย์รับเสื้อผ้าที่จิตรนำมาให้แล้วเดินออกจากห้องนอนของหญิงสาวไป อินทุกรเหลือบมองเขาจนร่างสูงโปร่งหายลับไปจากสายตาเมื่อประตูห้องของเธอปิดลงอีกครั้ง อุตส่าห์พยายามเก็บอาการความตื่นต้นที่ได้ตรงหน้าประตูแต่กลับได้มาเจออะไรแบบนี้รู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก ร่างเล็กจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะให้จิตรช่วยทางยาในบริเวณที่เป็นตะคริว


"ได้เจอคุณภาคย์แล้วยิ้มหน่อยสิน้องไออุ่นของป้า อยากเจอตั้งนานแล้วไม่ใช่หรอคะ?" จิตรเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม


อินทุกรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเปิดดูรูปในแกลลอรี่ เธอแอบติดตามภาคย์ทุกโซเชียลและเซฟรูปของเขาเอาไว้อยู่หลายภาพ "แต่พี่ภาคย์ยังรำคาญอุ่นอยู่เลยนี่คะ อุ่นบอกไม่ถูกเลยค่ะป้าจิตรว่าจะดีใจหรือเสียใจดี เพราะมันมีทั้งสองอารมณ์"


จิตรเห็นหญิงสาวที่เคยอุ้มชูมีสีหน้าเศร้าหมองก็นึกสงสาร หญิงสูงวัยรู้ว่าคุณหนูของเธอผูกพันธ์กับภาคย์มาแต่ไหน ในตอนเด็กกลับมาบ้านจะต้องพูดถึงชื่อนี้ให้ฟังตลอดจนกระทั่งย้ายไปอยู่อังกฤษ...เมื่อโลกและเทคโนโลยีพัฒนาจึงมีช่องทางต่างๆให้ติดต่อกันได้ง่ายๆ เธอเห็นตั้งแต่อินทุกรกลับมาก็มักจะชอบแอบติดตามความเคลื่อนไหวของภาคย์อยู่ตลอด


"ไม่คิดมากนะคะน้องไออุ่น ป้าเชื่อว่าคุณภาคย์ไม่ได้รำคาญหรอกค่ะ น้องไออุ่นของป้าน่ารักออกปานนี้แถมยังสวยมากๆด้วย" อินทุกรยิ้มรับคำชมของจิตร เธอก็หวังว่าภาคย์คงจะหายรำคาญเธอได้จริงๆเสียที 


ณ ห้องโถงกว้าง...


วินิตรา ภรรยาของอัศนัยกลับมาจากธุระด้านนอกก็นั่งพูดคุยกับภาคย์ที่ตอนนี้สวมเสื้อผ้าของสามีเธออยู่ อินทุกรในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ขาสั้นธรรมดาค่อยๆลงจากบันไดมาทีละขั้น ใบหน้าสวยหวานชะโงกหน้ามองดูแขกของบ้านด้วยความลังเลใจว่าจะเข้าไปร่วงวงสนทนาดีหรือไม่


ภาคย์มองเห็นท่าทีของเธอก็มองกลับด้วยท่าทีที่เฉยชาเช่นเคย "อีกสักพักผมคงต้องกลับก่อน ตอนบ่ายมีประชุมกับฝ่ายงาน ไว้วันหลังผมจะมาใหม่ครับ"


"อานี่แย่จริงๆเลย นึกว่าวันนี้ภาคย์ว่างเลยจะขอให้พาไออุ่นนั่งรถเที่ยวเสียหน่อย รายนั้นเพิ่งย้ายกลับมาเรียนที่นี่เลยยังไม่รู้เส้นทางว่าจะต้องไปมหา'ลัยยังไง"


"เอาเถอะคุณ ภาคย์เขามีงานต้องทำหลายอย่าง" อัศนัยยิ้มบางๆ


ร่างสูงยังคงชำเลืองสายตาไปหาคนที่หลบอยู่ด้านหลังราวบันได "เอาไว้วันหลังดีกว่าครับ วันนี้ผมไม่สะดวกจริงๆ" ภาคย์ไม่รีรอที่จะกล่าวลาผู้ใหญ่ทั้งสองแล้วออกจากบ้านหลังนี้ไป


อินทุกรชะเง้อมองตามจนรถของภาคย์หายลับไปกับตา หญิงสาวทอดถอนหายใจด้วยความอึดอัด...แล้วแบบนี้ถ้าหมั้นหมายไปแล้วจะมีความสุขกันได้อย่างไร คิดแล้วก็คิดไม่ตกว่าเพราะเหตุใดเจ้าชายขี่ม้าขาวของเธอถึงได้เย็นชาขนาดนี้


หลายวันต่อมา...


อินทุกรสวมชุดนักศึกษาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในวันแรกโดยที่เธอเลือกเรียนบริหารโดยเน้นไปทางด้านเลขาและการตลาดเพื่อที่หวังจะได้ช่วยงานอัศนัยได้ในอนาคต โชคยังดีที่หลายวิชาสามารถเทียบโอนกันได้จึงไม่ลำบากในการตามเก็บหน่วยกิจ หญิงสาวค่อยๆทำความคุ้นเคยกับบรรยากาศที่ค่อนข้างร้อนแตกต่างกับที่อังกฤษมาก 


เธอยังไม่รู้จักใครจึงยังไม่มีเพื่อที่พอจะสามารถแนะนำอะไรต่างๆได้


Arrr Arrr


"ค่ะคุณแม่"


​"น้องอุ่นเลิกเรียนหรือยังลูก"

​"เลิกแล้วค่ะ อุ่นกำลังจะเดินไปหน้ามหาวิทลัย พี่ชะเอมออกมารอแล้วหรอคะ?" อินทุกรถามถึงพี่สาวของเธอที่ไม่ค่อยสนิทกันเสียเท่าไหร่


วินิตราหัวเราะเบาๆ ​"พี่เอมเขาติดงานจ้ะ วันนี้มีคนบางคนไปรอน้องอุ่นแทนแล้ว รีบๆนะจ๊ะเดี๋ยวพี่เขาจะคอยนาน"

สองขาเริ่มก้าวช้าลงทันทีที่เดินมาถึงกลางทาง ดวงตากลมหวานเพ่งมองไปยังรถ BMW คันสีดำตรงหน้าโดยที่เจ้าของรถยืนกอดอกทอดสายตามองบรรยากาศตรงหน้า ไอแห่งความเยือกเย็นแผ่กระจายออกมาจนจับความรู้สึกได้


"พี่ภาคย์" เธอจำเขาได้ติดตาติดใจแน่นอนอยู่แล้ว ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆหันมาทางเธอ "มาทำธุระหรอคะ?" 


"มารับเธอนั่นแหละ" เขาตอบเสียงเรียบ


"..."


"จะให้ผู้ใหญ่ต้องรออีกนานแค่ไหน? เร็วๆเถอะ" ร่างสูงเดินขึ้นไปนั่งที่ฝั่งคนขับโดยไม่รีรอ


อินทุกรถอนหายใจเบาๆก่อนจะขึ้นไปนั่งอีกฝั่ง เธอคงจะต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกันเชียว ระหว่างทางรถติดอยู่พอประมาณ แต่ทั้งสองก็ไม่ได้มีบทสนทนาใดๆกันเลย


"พี่ภาคย์รำคาญอุ่นหรอคะ?" เธอตัดสินใจถามคำถามที่ค้างคามานานหลายปี ภาคย์ยังคงนิ่งเฉยจนคยถามต้องก้มหน้าลง "จริงๆอุ่นกลับเองก็ได้นะคะถ้าพี่ภาคย์ไม่สะดวก..."


"อย่าอวดเก่งนักเลย นั่งเฉยๆไปเถอะ..."


อินทุกรสะอึกกับคำพูดของเขา ใบหน้าหมองหม่นเศร้าลงจนสุดที่จะหาคำใดมาบรรยายได้ มันจุกอยู่ข้างในและอยากจะร้องไห้ออกมาเสียจริงๆ


เอี๊ยด...


ภาคย์ขับรถมาจอดที่บริษัทของเขา PK AUTO GROUP ที่เปลี่ยนแปลงไปมากจากเมื่อหลายปีก่อน ทุกอย่างทันสมัยมากยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี อินทุกรลงจากรถและเดินตามเขาเข้าไปด้านในจนถึงห้องรับรองแขกของบริษัทโดยรักษาระยะห่างเอาไว้


"มาถึงแล้วหรอลุงกับน้าณิริณกำลังรออยู่เลย" ภาคิณวางหนังสือพิมพ์ลงทันทีที่ภาคย์และอินทุกรเปิดประตูเข้ามา "สวย น่ารักสมที่ณิริณคุยเอาไว้จริงๆ"


"สวัสดีค่ะลุงภาคิณ น้าณิริณ" อินทุกรยกมือไหว้ทักทายผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยอาการประหม่า "สบายดีนะคะ"


"จ้ะ มานั่งใกล้ๆน้าสิ" วาณิริณเอ่ยชักชวนด้วยรอยยิ้มอันแสนอบอุ่น สายตาเธอมองไปยังลูกชายที่ยืนทำเป็นทองไม่รู้ร้อนค้ำหัวอยู่


"จะยืนค้ำหัวพ่อกับแม่อีกนานไหมภาคย์! พาน้องมานั่งได้แล้ว" ภาคิณกดเสียงต่ำลงจนภาคย์ต้องยอมทำตามความต้องการ อินทุกรมองบรรยากาศแล้วดูจะตรึงเครียดอยู่ไม่น้อย "เดี๋ยวหนูอยู่คุยกับน้าณิริณไปก่อนนะ ลุงขอไปจัดการงานกับภาคย์ก่อน พี่ฝากด้วยนะ"


"ค่ะ" วาณิริณรับคำสามีอย่างแม่นมั่น


สายตาของภาคิณมองไปที่ลูกชายก่อนจะลุกนำออกไป ภาคย์ถอนหายใจเบาๆไม่นานก็เดินตามไปเช่นกัน 


ในห้องทำงานของภาคย์...


"พ่อรู้ว่าภาคย์อึดอัด แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องแสดงออกให้ไออุ่นเขาไม่สบายใจแบบนั้น!" ทันทีที่ได้อยู่กันตามลำพังพ่อลูก ภาคิณจึงพูดออกมาด้วยความไม่สบายใจ "พ่อขอได้ไหม?"


"ถ้าแบบนั้นพ่อก็บอกเหตุผลจริงๆมาสิครับ วิธีที่จะช่วยอาอ้นมีเยอะแยะไปทำไมจะต้องเป็นวิธีนี้" ภาคย์เองก็ไม่เข้าใจ พ่อของเขาเป็นคนมีเหตุผลเสมอแต่ทำไมครั้งนี้พ่อเขาไม่ยอมฟังคำค้านของเขาเลย "มีอะไรเกี่ยวกับยัยเด็กนั่นที่พ่อไม่ได้บอกผม"


"ยังไม่ถึงเวลาที่แกจะต้องรู้!!" ภาคิณตวาดเสียงดังจนภาคย์ต้องนิ่งไปทันที "สิ่งที่แกจะต้องทำคือการดูแลไออุ่นอย่าให้คลาดสายตา ผู้หญิงคนอื่นๆจะควงแค่ตอนกลางคือพ่อไม่ห้าม คงเข้าใจที่พูดใช่ไหมว่าไออุ่นจะต้องอยู่ในสถานะไหนของแก!"


ภาคย์หมดคำที่จะตอบโต้สุดท้ายก็ทำได้แค่พยักหน้ารับ เขารู้เพียงแค่ว่าทางบ้านของอัศนัยกำลังประสบปัญหาทางการเงินโดยอาจจะมีเกลือเป็นหนอนในโรงแรมที่เพื่อนของพ่อคนนี้เป็นเจ้าของ มันมีอะไรมากกว่าที่เขารู้...


แล้วมันคืออะไร...? เป็นสิ่งที่คาใจของภาคย์อยู่ในขณะนี้!

_________________100%_______________


เปิดเรื่องของพี่ใหญ่อย่างภาคย์แล้วนะเจ้าคะ ออเจ้าทั้งหลายมาตำกันโล้ดดด 

พี่ภาคย์คนชาเย็น เอ้ย เจอกันตอนต่อไปนะคะ...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}