คีตาอักษร

ขอขอบคุณที่ช่วยสนันสนุนนะคะ

บทที่ 7 คนรักเก่า.. 50%

ชื่อตอน : บทที่ 7 คนรักเก่า.. 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2561 19:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 คนรักเก่า.. 50%
แบบอักษร

เมื่อขึ้นมาถึงห้องนอน พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็ปล่อยมือใหญ่ออกจากการโอบกอดเอวบางของ จิตรานุช ทันที กับทั้งดูเงียบขรึม นิ่งเงียบลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด จนคนที่เฝ้ามองดูอยู่รู้สึกใจหาย และเจ็บปวดอยู่ภายในใจลึกๆ ซึ่ง จิตรานุช ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องเจ็บปวดอย่างนี้ หรือว่าเธอได้หลงรักชายหนุ่มตรงหน้านี้เข้าให้แล้วหรืออย่างไรกัน

“พี่ภณคะ นุชขอถามอะไรหน่อยจะได้ไหมคะ?” จิตรานุช เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบที่ได้เข้ามาครอบครองพื้นที่ภายในห้องอยู่ชั่วขณะหนึ่ง “ว่ามาสิ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ เอ่ยบอกทั้งที่ยังยืนหันหลังให้ “คุณอร นี่คือใครหรือคะ? เธอเป็นคนรักของพี่ใช่ไหมคะ?” จิตรานุช สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะกลั้นใจเอ่ยถามสิ่งที่อยากรู้ออกไป

“เธออยากจะรู้ไปทำไม มันไม่ใช่เรื่องอะไรที่เธอจะต้องมารู้” พ่อเลี้ยงกัณตภณ หันขวับมามองหน้าคนตัวเล็กที่ถามโดยพลัน ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน “นุชก็แค่อยากรู้ นุชเป็นเมีย นุชไม่สมควรที่จะได้รู้หรือไงคะ?” จิตรานุช กล่าวพร้อมกับมองหน้าคนตัวโตนิ่ง โดยไม่ยอมหลบสายตา

“เธอเป็นแค่เมียที่ได้มาจากการชดใช้หนี้ อย่าได้มาถือสิทธิ์ละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของฉันให้มันมากนัก” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวตะคอกคนที่ถามอย่างพาลโมโห “สรุปคือนุชไม่มีสิทธิ์ที่จะถามอะไรเรื่องส่วนตัวพี่เลยอย่างนั้นใช่ไหมคะ? สิทธิ์ของนุชที่มีก็แค่คอยบำเรอพี่บนเตียงถูกต้องใช่ไหมคะ?" จิตรานุช พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้รินไหลออกมาอย่างยากลำบาก

พ่อเลี้ยงกัณตภณ นิ่งเงียบไป พูดไม่ออกเลยทีเดียว เมื่อได้เห็นสายตาที่แสดงออกถึงความเจ็บช้ำ ซึ่งหญิงสาวพยายามปิดยังไงก็ปิดไม่มิด “ก็ได้ค่ะ ต่อไปนุชจะไม่ถาม จะไม่เสนอความคิดใดๆ ออกมาให้ต้องโมโหระคายเคืองใจอีก ต้องขอโทษด้วยที่ถามเมื่อกี้นี้ ถือซะว่านุชไม่ได้ถามก็แล้วกันนะคะ” จิตรานุช ว่าจบก็หันหลังให้ และเดินออกจากห้องนอนทันที ซึ่งน้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลพรั่งพรูออกมาทันทีเช่นกัน อย่างอดกลั้นเอาไว้ไม่อยู่

พ่อเลี้ยงกัณตภณ มองตามร่างบางไปจนลับหายออกไปจากห้องนอน “บ้าจริงไอ้ภณ พูดอะไรออกไปวะเนี้ย!” ชายหนุ่มมารู้สึกตัวว่าตัวเองได้พูดจารุนแรง กับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของตนจนเกินไป จึงได้สถบออกไปอย่างหัวเสีย แต่เพราะความมีฐิทิที่มีอยู่ในตัวค่อนข้างเยอะ และตั้งแต่โตมาก็ไม่เคยที่จะต้องไปง้องอนใครมาก่อน จึงไม่คิดที่จะไปตามงอนง้อ ได้แต่ปล่อยไปตามนั้น

จิตรานุช เดินลงมายังชิงช้าข้างๆ บ้าน นั่งลงบนชิงช้า พร้อมกับยกมือเรียวเล็กขึ้นปิดหน้าร้องไห้ น้อยอกน้อยใจ และเจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจ สมเพชตัวเองที่เป็นได้เพียงแค่นางบำเรอเท่านั้นเอง ไม่มีค่าพอที่จะมาเทียบเคียงอะไรใครได้เลย ซึ่งดีหน่อยก็เพียงแค่มีพิธีตกแต่งให้มาอยู่ด้วย

จิตรานุช นั่งร้องไห้อยู่ที่ชิงช้าเป็นนานกว่าจะหยุดร้องไห้ พอหยุดร้องไห้ ก็นั่งถอดถอนอารมณ์อยู่อย่างนั้นนิ่งๆ จนเวลาได้ล่วงเลยไปจนถึงช่วงแดดล่มลมตกนั้นแหละ ถึงได้ลุกขึ้นเดินเข้าไปในบ้าน ไปยังห้องครัวเพื่อไปทำอาหารเย็นให้ พ่อเลี้ยงกัณตภณ รับประทาน

“คุณนุช เป็นอะไรหรือเปล่าคะ? ดูหน้าซีดเซียวจัง ไม่สบายหรือเปล่าคะ?” จำเนียร เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เมื่อสังเกตเห็นว่า จิตรานุช ดูนิ่งเงียบและหน้าตาดูซีดหมองอย่างเห็นได้ชัด “เปล่าจ้ะป้า นุชไม่ได้เป็นอะไรหรอก วันนี้เราจะทำอะไรกันดีล่ะ?” จิตรานุช หันมากล่าวกับแม่บ้านของไร่กังวานไกล พร้อมกับฝืนยิ้มให้ 

“ป้าว่าจะทำมัสมั่นเนื้อของโปรดพ่อเลี้ยงน่ะค่ะ ลาบหมูทอด และก็ผัดผักรวมมิตรด้วยค่ะ” จำเนียร เอ่ยบอกหญิงสาวยิ้มๆ ซึ่ง จำเนียร นั้นรู้สึกทั้งรักและเอ็นดู จิตรานุช เป็นอย่างมาก เพราะหากเป็นคนอื่นที่ได้มาแต่งงานกับ พ่อเลี้ยงกัณตภณ แล้ว คงไม่มีใครจะลงมาช่วยเข้าครัวทำกับข้าวเองอย่างนี้หรอก จะมีก็แต่คอยสั่งให้คนงานทำโน้นทำนี้ให้เท่านั้นแหละ แต่กลับผู้หญิงคนนี้ดันไม่เป็นอย่างนั้น คอยลงมาช่วยอยู่ร่ำไปทั้งที่ไม่จำเป็นจะต้องลงมาเลยด้วยซ้ำ

ซึ่ง จำเนียร เคยบอกไม่ต้องให้มาช่วยทำก็ได้ เพราะที่นี่มีคนงานมาช่วยทำอยู่แล้ว แต่หญิงสาวก็ไม่ยอมฟัง กลับบอกว่าอยากช่วยทำ เพราะถ้าหากอยู่ว่างๆ จะคิดอะไรฟุ้งซ่าน ดังนั้น จำเนียร จึงไม่ขัดอะไรอีกเลยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 

เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารเย็น พ่อเลี้ยงก็ลงมาที่ห้องรับประทานอาหารก่อนเวลา ตั้งแต่ยังตั้งโต๊ะอาหารไม่เสร็จเสียด้วยซ้ำ มานั่งมองดูผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา จับโน้นวางที่ลงไว้ที่โต๊ะอาหาร แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรกันเลย จนกระทั้งทานข้าวกันเสร็จก็ยังคงไม่ยอมพูดยอมจากันเช่นเคย ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็เดินเข้าไปในห้องทำงาน ส่วน จิตรานุช ก็เดินขึ้นห้องนอนไปเงียบๆ 

พ่อเลี้ยงปากร้ายมาก ขอบอก อิอิ.......... :)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น