Kamui Yato

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 20 [ เขามากันครบเลยแฮะ ]

ชื่อตอน : บทที่ 20 [ เขามากันครบเลยแฮะ ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2561 11:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 20 [ เขามากันครบเลยแฮะ ]
แบบอักษร

"พวกแกกำลังทำอะไรกับโบรลี่บุตรสาวของข้ากัน"

ในขณะที่การ์ลิคกำลังสับสนกับเหตุการณ์ปัจจุบันอยู่นั้นก็มีเสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้นจากข้างหลัง ทำให้เขาถึงกับหันกลับไปมอง แล้วเขาก็พบกับชายวัยกลางคนไว้หนวดไม่มีเครา ที่ตาข้างซ้ายมีบาดแผลน่าจะตาบอดสนิท ซึ่งถ้าเขาจำไม่ผิดเจ้านี่คือพารากัส พ่อของทารกน้อยที่ชื่อโบรลี่

"เราแค่สนใจพรสวรรค์ในตัวเด็กคนนี้นิดหน่อย แต่ดูเหมือนแม่หนูน้อยคนนี้จะอยู่ได้อีกไม่นานสินะ"

ฟึบบบบ~!! ๆ ๆ

เมื่อการ์ลิคที่หันหลังให้พ่อของทารกกล่าวจบก็มีชาวไซย่าและเอเลี่ยนนับร้อย แห่มาปิดทางออกห้องจนไร้ทางออก โดยเหล่าเอเลี่ยนต่างยกปืนมายังทิศทางพารากัสทั้งหมด นี่จึงเป็นเหตุที่ทำให้พารากัสตื่นตะหนัก เพราะตนพึ่งไปกล่าวทูนขอร้องเรื่องบุตรสาวที่มีพลังต่อสู้ยามเกิดสูงเกินไปกับราชาเบจิต้ามา แต่ดูเหมือนคำขอร้องจะของเขาถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี แถมมันยังคิดกำจัดโบรลี่และตัวเขาผู้เป็นพ่อทิ้งอีกต่างหาก

"พะ พวกแกกำลังทำอะไร" พารากัสที่พอรู้ชะตากรรมของตนและลูกถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

"อย่ามาทำเป็นไขสือพารากัส เจ้าคิดก่อการกบฏต่อท่านราชาเบจิต้าและราชวงค์ พวกเราจึงได้รับคำสั่งมาให้ลงโทษประหารเจ้าและครอบครัว"ชาวไซย่าที่หน้าจะเป็นองค์รักประจำตัวของราชาเบจิต้ากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้ม

"ข้า เนี่ยนะก่อกบฏ..."

"หืม น่าสนใจดีนี่ พวกนายจงกลับไปรายงานราชาเบจิต้า เราการ์ลิคและเบลล่าจะรับดูแลบุตรสาวของพารากัสเอง แต่ถ้าไม่สนใจคำพูดพวกเรา ไม่ต้องรอให้ถึงมือเจ้าฟรีเซอร์หรอก เรานี่แหละจะทำลายชาวไซย่าทั้งหมดเอง"การ์ลิคที่เบื่อละครลิงของเจ้าพวกนี้จึงกล่าวขัดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมๆ แถมยังปล่อยจิตสังหารที่อัดแน่นไปด้วยความต้องการฆ่าอย่างไร้ที่สิ้นสุดไว้ในจิตสังหารด้วย

พวกองค์รักของราชาเบจิต้าที่เห็นการ์ลิคและเบลล่ายืนอยู่ก็พากันตัวสั่น เพราะเมื่อครู่ตนยังจำได้ติดตา ถึงเหล่าราชวงค์และขุนนางที่เกือบพินาศสูญสิ้นโดยน้ำมือเด็กหญิงเพียงผู้เดียว แถมสัญชาตญาณของพวกมันยังร้องเตื่อนว่าเด็กชายนามว่าการ์ลิคนั้นดูแข็งแกร่งกว่าเด็กหญิงผู้เกือบทำลายราชวงค์และขุนนางด้วย ซึ่งการทำให้เหล่าเด็กปีศาจที่แสนร้ายกาจไม่พอใจนี่ไม่เท่ากับตายเลยหรือ พวกเขาจึงตัดสินใจจากไป แต่ว่าพวกเขาจับกุมพารากัสกลับไปด้วย

"เจ้าชื่อการ์ลิคใช่ไหม ข้าขอร้องละ ฝากโบรลี่ด้วยดูแลนางให้ดี ๆได้โปรด บุตรสาวข้าต้องเป็นกำลังให้แก่เจ้าในอนาคตแน่ข้ารับลอง"พารากัสที่เห็นว่าตนไม่รอดแน่ จึงตะโกนอ้อนวอนด้วยน้ำตา ซึ่งการ์ลิคก็ทำได้เพียงพยักหน้าราวให้คำมั่นสัญญา เพราะอย่างไรสิ่งที่เขาทำก็ดีกว่าปล่อยพ่อที่รักลูกถูกสังหารด้วยน้ำมือของลูกตัวเองในอนาคต

"อุ๊แว๊ ๆ ๆ"ดูเหมือนทารากน้อยโบรลี่ รู้ตัวว่าพ่อของตนกำลังจะหายไปจึงร้องไห้งอแงเสียงดังลั่น จนทำให้คาคาล็อตที่หลับไปแล้วตื่นขึ้นร้องตามมา เสียงร้องของทั้งคู่ที่เข้าผสานกันทำให้เบบี้เทรนนิ่งรูมในตอนนี้กลายเป็นห้องคาราโอเกะไปเลยละ

"โอ๋ ๆโบรลี่น้อย"เบลล่าที่ทนไม่ไหวรีบเข้าไปโอ๋ทารกน้อยจนไม่นานนักเสียงร้องในห้องของโบรลี่ก็เงียบลง ผิดกับอีกห้องที่ยังร้องไม่หยุด ซึ่งการ์ลิคจึงเดินไปเล่นกับซุนโกคูอีกสักพักจนทารกแสนขี้แงหลับลงแต่ก็ใช้เวลามากพอสมควร เขาจึงเดินไปพูดคุยกับเจ้าเอเลี่ยนนักวิจัยที่เป็นผู้ดูแลโบรลี่

"หมายความว่านายน้อยการ์ลิคจะนำตัวคุณหนูโบรลี่ไปดูแลเองสินะครับ  ?"

"ถูกต้อง หลังจากนี้เราจะเป็นผู้ดูแลนางเอง"การ์ลิคที่วางแผนจะนำโบลรี่ไปยังโลกเพื่อให้พวกท่านพระเจ้าดูแลไปสักพัก ก่อนจะจบศึกกับพวกฟรีเซอร์ และหลังจากาการพูดคุยจบลง การ์ลิคก็ไปหาเบลล่าเพื่อบอกเรื่องราวที่จะทำหลังจากนี้ ซึ่งเรื่องหลักๆก็คือโบรลี่นี่แหละ

"การ์ลิคอยากเอาโบรลี่ไปฝากไว้ที่พระเจ้าสินะ แต่เราว่าฝากให้ลุงบรีฟดูแลน่าจะดีกว่าไหม ?"

"ไม่ดีหรอกถ้าโบรลี่อาละวาดขึ้นมาพวกลุงบรีฟได้ตายก่อนแน่ จริงสิเบลล่าช่วยไปดูแลโบรลี่ที่วังแห่งพระเจ้าด้วยได้หรือเปล่า ?"การ์ลิคมีแผนกีดกันเบลล่าจากสงครามในครั้งนี้ เพราะคงอีกไม่กี่ชั่วโมงหรอกที่กองทัพฟรีเซอร์จะบุกมา

จากที่คุยกันเขาได้ยินมาว่า อีกไม่ชั่วโมงต่อจากนี้จะมีการส่งตัวคาคาล็อตไปที่โลก ซึ่งนั่นก็เป็นเวลาเดียวกันที่การก่อกบฏของชาวไซย่านั้นเริ่มขึ้น เพราะทันทีที่เจ้าฟรีเซอร์มา มันก็จับองค์ชายเบจิต้าเป็นตัวประกัน ซึ่งนี่ก็ทำให้พวกราชาและขุนนางถูกสังหารทิ้ง อย่างไม่ใยดี

"เอาแบบนั้นก็ได้"แม้จะไม่ค่อยพอใจที่ต้องห่างกับการ์ลิคแต่สุดท้ายเธอก็ต้องยอม เบลล่าเข้าไปอุ้มตัวทารกน้อยที่ยังหลับปุ๋ยในแคปซูล การ์ลิคจึงไม่รอช้ารีบไปส่งเบลล่าที่วังแห่งพระเจ้าและรีบกลับมาดาวเบจิต้าด้วยเคลื่อนย้ายในพริบตาโดยไม่รอการพูดคุยหรือทักทายกับพวกพระเจ้าเลย เขากลัวเบลล่าจะเปลี่ยนใจและขอตามมาด้วยจึงต้องจากมาก่อน

"หืม บาร์ดัค..." เมื่อการ์ลิคกลับมายังห้องของโบรลี่และเดินออกมาอยู่หน้าห้องก็พบกับชายหนุ่มที่มีลอยบากที่ข้างแก้ม ผิวสีแทนใส่ชุดนักรบไซย่ารุ่นเก่าสีดำเขียวใกล้พัง กำลังใช้สายตาจดจ้องมองลูกชายที่หลับอยู่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เนื่องจากตนรู้อยู่แล้วว่าอีกไม่นานเขาและลูกชายจะต้องจากกันจนไกลแสนไกล

"คาคาล็อต..."

คลื่นนนนนนน~

"นะนี่ มัน มะ มาแล้วงั้นหรอ" การ์ลิคยังไม่ทันได้เข้าไปทักทายบาร์ดัคเลย จู่ๆเขาก็สัมผัสพลังมหาศาลที่กำลังเคลื่อนที่มาด้วยความเร็วสูง แต่ที่หน้าแปลกใจดูเหมือนการมาในครั้งนี้จะไม่ได้มีเพียงแค่คนเดียว นี่มันหมายความว่าไงกันแน่ เพราะพลังที่เขาสัมผัสได้มีถึงสามจุดใหญ่ ๆด้วยกัน

'นี่มันเรื่องอะไรกันนี่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างมันเร็วกว่ากำหนดหรอกหรอ ? ไหนตอนแรกพวกมันบอกว่าจะส่งตัวคาคาล็อตในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี่นาแล้วนี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่!!'การ์ลิคได้แต่คิดอย่างสับสนและเคร่งเครียดไม่น้อย ก่อนจะมองไปยังบาร์ดัคที่กำลังส่งตัวลูกชายในอ้อมแขนไปให้นักวิจัย เพื่อส่งตัวเด็กน้อยไปยังดาวเคราะห์ระดับต่ำที่เรียกว่าโลก

"หืม พลังของราชาเบจิต้าและเหล่าขุนนางกำลังหายไป ไม่ดีแล้ว"การ์ลิคไม่รีรอเขารีบออกจากเบบี้เทรนนิ่งรูม ก่อนจะพุ่งบินฝ่าชั้นบรรยากาศออกไป และยังดีที่ดาวเบจิต้าที่อากาศถ่ายเทมากพอสำหรับการหายใจทำให้การ์ลิคลอยตัวอยู่ในอวกาศได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ที่เป็นปัญหาก็คงไม่พ้นเจ้ายานสามลำที่มีใบหน้าที่คุ้นเคยถึงสามคนรวมอยู่ด้วยกัน

'มีราชาโคลด์ เจ้าฟรีเซอร์ แถมยังมีเจ้าคลูเลอร์อีก แต่ก็ไม่ทำให้เราแปลกใจเท่าไหร่เพราะถ้ามีโบรลี่ ก็ต้องมีคลูเลอร์เป็นของตาย แต่ว่ามากันครบอย่างนี้ มันเป็นไปได้หรอ ?' เขาจำได้ว่าฟรีเซอร์กับคลูเลอร์ไม่ค่อยกินเส้นกัน แล้วทำไมพวกมันถึงมาพร้อมกันได้

"โฮ๊ะ ๆ ๆ ชาวไซย่าคิดก่อการกบฏต่อเราจักรพรรดิผู้นี้ ถ้าเช่นนั้นก็คงหายไปเสียเถอะ เจ้าลิงชั้นต่ำ"ฟรีเซอร์ในร่างแรกกล่าวพูดออกมาพร้อมชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้าก่อนจะมีบอลพลังสีส้มขนาดเท่าลูกบาสลอยอยู่ที่ปลายนิ้ว บอลพลังของมันขยายขึ้นเรื่อยๆ จนคนที่พุ่งบินตามการ์ลิคมายังหน้าซีดขาวเต็มไปด้วยความกลัว

จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่คิดถอย นั่นก็คือบาร์ดัค ดูเหมือนเขาจะรู้อยู่แล้วว่าฟรีเซอร์คิดทำลายเผ่าพันธุ์ของเขา จึงพุ่งบินไปทางที่ฟรีเซอร์อยู่โดยไม่มีความเกรงกลัว แต่ระหว่างทางเขาก็ถูกขัดขวางโดยทหารเลวหรือทหารเอเลี่ยนของเจ้าฟรีเซอร์ที่มีไม่ต่ำกว่าพันคน แต่ทว่าถึงจะมีจำนวนมากแต่บาร์ดัคก็บุกฝ่าจนเกือบมาถึงครอบครัวของเจ้าฟรีเซอร์เลยละ

"ฮ่า ๆ เท่านี้ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนทั้งชะตาของดาวเบจิต้า ทั้งชะตาของคาคาล็อต เท่านี้ก็จบแล้วย่าห์!!"

บาร์ดัคกล่าวพลางขว้างลูกพลังสีฟ้าใส่เจ้าฟรีเซอร์ แต่น่าเสียดายที่พลังของเขาน้อยจนเกินไปทำให้พลังของเขาถูกบอลพลังของเจ้าฟรีเซอร์ดูดกลืนไปจนหมด แถมยังช่วยขยายบอลพลังของมันให้ใหญ่ขึ้นอีกด้วย แต่บาร์ดัคก็ไม่น่าจะยอมแพ้เพราะเขาปาบอลพลังใส่เจ้าฟรีเซอร์ไม่ยั้งแม้มันจะเปล่าประโยชน์ก็ตาม

"นะ นี่มันอะไรกัน"

"โฮ๊ะ ๆ หายไปซะเจ้าลิงไซย่าสกปรก"ฟรีเซอร์ที่คิดว่าพลังเท่านี้ก็เพียงพอจะทำลายชาวไซย่าทั้งหมดจึงส่งบอลพลังสีส้มเท่าดาวเคราะห์น้อยพุ่งตรงใส่บาร์ดัค

"เอาคืนไป!!"เสียงตะโกนของเด็กชายในชุดนักสู้แดงเหลืองที่โผล่ออกมาจากไหนก็ไม่ทราบ เขาพุ่งขึ้นมาพลางใช้เท้าเตะบอลพลังขนาดยักษ์แถมส่งคืนไปทางเจ้าของมันอีกด้วย

บู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม~!!

ครอบครัวของเจ้าฟรีเซอร์นั้นหลบพ้น แต่ทว่ายานรบทั้งสองลำกับพังทลายเมื่อถูกบอลพลังของฟรีเซอร์กลืนกินเข้าไป เหล่าลูกน้องนับพันที่อยู่ในระยะใกล้เคียงต่างก็ตายจากกันไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้ตอนนี้ในอวกาศหน้าดาวเบจิต้าเหลือเพียงไม่กี่ชีวิตเท่านั้น นั่นก็คือกลุ่มยานหลักของเจ้าฟรีเซอร์ การ์ลิคและบาร์ดัค

"กะ แกเป็นใคร หืมทรงผมแบบนั้นชาวไซย่ารึ ไม่คิดเลยว่าจะมีชาวไซย่าที่สามารถเตะ Death ball ของฉันคนนี้ไ..."


ปั้งงงง!

"หึ ถ้าเช่นนั้นก็ควรรู้ไว้หน่อยก็ดีนะ"

ฟรีเซอร์ยังพูดไม่ทันจบการ์ลิคก็ใช้เคลื่อนย้ายในพริบตาไปต่อยหน้าเจ้าฟรีเซอร์สุดแรงเกิดจนตัวมันลอยเคว้งพุ่งออกจากยานเล็ก เขาไม่รีรอให้มันตั้งหลักได้ จึงเร่งพลังพุ่งบินตามไปด้วยความเร็วสูงจนมาอยู่เหนือหัวของมัน

การ์ลิคพลางผสานมือเข้าด้วยกันและทุบเข้าไปที่กลางศีรษะของมันอีกที ปั้งงงง!จนร่างของมันดิ่งตรงกลับไปยังยานแม่ที่มีราชาโคลด์และคลูเลอร์ยืนมองอยู่ด้วยท่าทีเฉยๆจะมีก็แต่บาร์ดัคละมั้งแต่ทำตาโต เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีชาวไซย่าที่แข็งแกร่งขนาดนี้อยู่ด้วย แถมคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ยังเป็นเด็กวัย 9-10 ปีอีกด้วย

ส่วนเจ้าฟรีเซอร์ที่กำลังถูกอัดโดยลิงชั้นต่ำจึงรู้สึกเคืองจัด มันรีบตั้งตัวและรับมือกับการ์ลิคที่บุกเข้ามา แต่ทว่าด้วยตอนนี้พลังของการ์ลิคเหนือกว่าร่างแรกของมันหลายขุม ทำให้ฟรีเซอร์ถูกอัดแบบไม่ยั้งมือ บ้างก็เตะ บ้างก็ต่อย บ้างก็เข่าลอย บ้างก็ศอกจนตอนนี้ร่างของฟรีเซอร์มีแต่บาดแผลอยู่เต็มไปหมด

"กะ แก"

ปั้ง!!! อั๊กกกก~!

"เจ้าลิงไซย่าชั้น..."

ปั้งงง!!! อั๊กกกกกก~!

"หายไปซะเจ้าฟรีเซอร์ Final Flash~!!!"

การ์ลิคตอนนี้ไม่สนแล้วว่าเจ้าฟรีเซอร์จะตายในร่างไหน เพราะทางที่ดีที่สุดคือสังหารมันให้ได้ในตอนนี้ เขาไม่ใช่พระเอกในการ์ตูนที่ต้องรอมันแปลงร่างจนอยู่ในร่างสุดท้าย เขาไม่คิดประมาทแม้เลือดไซย่าภายในกายจะบอกว่าให้เล่นกับมันต่อไปอีกสักพักแต่เขาก็กัดฟันฝืนใจ ปล่อยไฟนอลแฟลชของเบจิต้าใส่เจ้าฟรีเซอร์ในระยะเผาขน

บู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม~!

​______________________________________

กลับมาแล้วเฟ้ยยย!!

ความคิดเห็น