หอหมื่นอักษร

เมื่อหนุ่มหล่อสุดยอดเซลล์แมนจากศตวรรษที่ 21 ต้องกลายมาเป็นขี้ข้า เอ้ย! พ่อบ้าน (ใจกล้า) ในโลกอดีต ที่มีดีกรีความกะล่อนระดับเทพ เรื่องราววุ่นวายจึงบังเกิด แล้วคิดว่าหลินหว่านหรงจะยอมก้มหัวให้ใครหรือไง !

ตอนที่ 22 แม่นางน้อย (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 แม่นางน้อย (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2561 17:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 แม่นางน้อย (1)
แบบอักษร



ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวก็นึกเหตุผลออกเช่นเดียวกัน ถึงอย่างไรอำนาจการซื้อก็มีอยู่จำกัด เหล่าบัณฑิตที่ร่ำรวยทุนหนา ผู้ที่ควรซื้อก็ซื้อไปแล้ว ตลาดรองที่เหลือก็ไม่มีรายได้มากเท่าไหร่แล้ว หากพิมพ์เพิ่มต่อไปจะต้องเสียมากกว่าได้แน่

นางเป็นสตรีที่บังเกิดความพึงพอใจได้โดยง่าย ช่วงเช้าหาเงินได้ถึงห้าพันตำลึง นี่ไม่ใช่ปาฏิหาริย์แน่ หากเป็นเมื่อก่อนคงไม่กล้าคิดฝัน นางจึงพึงพอใจแล้ว

“พี่หลิน ท่านจะไปตระกูลเซียวเพื่อเป็นบ่าวรับใช้จริงหรือเจ้าคะ?” ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวไม่สนใจเรื่องตีพิมพ์เพิ่มอีกต่อไป มองหลินหว่านหรงแล้วลังเลอยู่นานสองนาน ในที่สุดจึงเอ่ยปากถามขึ้นมาว่า “ไม่ใช่ว่าท่าน——ทำเพื่อคุณเซียวนะเจ้าคะ?”

หลินหว่านหรงแสร้งตกใจ “เอ๋ เฉี่ยวเฉี่ยว ถูกเจ้ามองออกแล้ว เจ้านี่ช่างฉลาดหลักแหลม คาดการณ์ได้แม่นยำจริงเลยนะ”

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวเผยแววตาแปลกประหลาด สีหน้าคล้ายไม่สู้ดีนัก

ครั้นหลินหว่านหรงเห็นสาวน้อยผู้นี้มีสีหน้าหดหู่เล็กน้อยจึงอดกระเซ้านางอีกไม่ได้ จากนั้นจึงส่ายหน้าพลางหัวเราะแล้วพูดว่า “ฮ่า ฮ่า ข้าล้อเจ้าเล่น วางใจเถิด ข้าหาได้บังเกิดความสนใจต่อคุณหนูใหญ่เซียวผู้นั้นไม่ เจ้าลองนึกดู ไม่เคยมีใครเคยเห็นหน้าของนางมาก่อน หากเป็นคนขี้เหร่มาสนใจข้า เช่นนั้นข้าไม่สู้ไปหาต้นไม้แล้วผูกคอตายให้รู้แล้วรู้รอดไปจะดีกว่า”

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวฟังคำเขาแล้วรู้สึกน่าขันจึงอดหัวเราะเสียงดังพรืดออกมาไม่ได้ “ไหนเลยจะมีคนเสกสรรปั้นแต่งผู้อื่นเช่นท่านนี้ได้?”

หลินหว่านหรงหัวเราะแล้วพูดว่า “คนเราเกิดมามีเรื่องไม่ต้องประสงค์ถึงแปดเก้าส่วน ข้าไปทำงานที่ตระกูลเซียวก็มีความลำบากของข้า เจ้าก็รู้ การขายคู่มือของพวกเราในคราวนี้ แม้การค้าจะดีแต่ก็เป็นการค้าขายได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น หาใช่ระยะยาวไม่ ข้าก็ต้องกินข้าว ต้องเลี้ยงดูครอบครัว หากหาสถานที่รับข้าเอาไว้ได้ก็ถือว่าไม่เลว การดูแลบ่าวไพร่ของตระกูลเซียวถือว่าดีนัก ข้านะเป็นพวกที่ไม่มีปณิธานอันใด อยู่สภาพแวดล้อมเช่นไรก็พอใจเช่นนั้น อีกอย่างข้าคนนี้มิได้มีสิ่งใดเป็นพิเศษ ก็แค่หน้าตาหล่อเหลาอยู่บ้าง นิสัยดีอยู่บ้าง มีความคิดความอ่านมากอยู่บ้าง หากตระกูลเซียวจะเลือกข้าเป็นบ่าวรับใช้ก็พอถูไถได้ว่าเลือกคนถูกกระมัง”

หลินหว่านหรงทำหน้าตาอมทุกข์ ทว่าสิ่งนี้กลับไม่ต้องเสแสร้ง หากมิใช่ตกหลุมพรางของตาเฒ่าเว่ย ตีให้ตายเขาก็ไม่วิ่งแจ้นมาปรนนิบัติคนหรอก

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวหน้าแดง ใช้มือป้องปากกระจุ๋มกระจิ๋มแล้วแอบหัวเราะ “พี่หลิน หนังหน้าของท่านนี่หนาจริงๆ นะเจ้าคะ ถึงกระนั้น การได้คุยกับท่านนั้นมีความสุขมาก ท่านมิเพียงเป็นคนดี มิหนำซ้ำยังรู้เรื่องราวมากมายอีก ข้าชอบคุยกับท่านเจ้าค่ะ”

หลินหว่านหรงหัวเราะร่าอย่างมีความสุขแล้วพูดว่า “นั่นมันแน่นอน เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่บริ——อ้อ บ้านเกิดของข้า มีสตรีหลายนางที่ชอบฟังข้าพูดคุย พอเริ่มทำงานทุกคนต่างรายล้อมตัวข้า ฟังข้าเล่าเรื่อง  เป็นอย่างไร มีเสน่ห์มากเลยใช่หรือไม่?”


เรื่องนี้กลับไม่ใช่การคุยโม้ของเจ้าหนุ่มคนนี้ หลินหว่านหรงเป็นคนมองโลกในแง่ดี ซ้ำวาทศิลป์ยังดีอีกด้วย เข้ากับทุกคนได้ดี อย่างที่ว่ากันไว้ว่ายื่นมือไปไม่ตบหน้าคนที่กำลังยิ้ม คนทำการค้าต้องหน้าหนาเช่นมันนี้


“จริงหรือเจ้าคะ?” ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวมองเขาแล้วกล่าวว่า “ไม่ทราบว่าคุณหนูบ้านใดที่มีบุญจะได้ตบแต่งกับคนดีเช่นพี่หลินนี้”

หลินหว่านหรงนึกถึงแฟนสาวที่เคยคบหาเหล่านั้น ที่รักเขาและที่เขารัก ล้วนผ่านไปราวกับสายน้ำไหล ไม่มีโอกาสได้พบกับพวกเธออีกแล้ว

ความผิดหวังปรากฏวูบออกมาบนใบหน้าเขา เขาส่ายหน้าที่เต็มไปด้วยความขมขื่นพลางยิ้มแล้วพูดว่า “บุญอะไรกันเล่า ตอนนี้ข้าตัวข้าเป็นโสดอยู่ตัวคนเดียว ไปถึงที่ใดก็ล้มตัวลงนอนที่นั่น”

ความหดหู่หงอยเหงาเศร้าซึมของเขาปรากฏในสายตาของเฉี่ยวเฉี่ยว ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวก้มหน้ากัดริมฝีปาก ครั้นได้ฟังคำของเขากลับเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าเปล่งประกายแห่งความงดงามและยวนเย้า

“แต่พี่หลินเจ้าคะ พอท่านตีหน้าขรึม แบบนั้นช่างน่ากลัวมากเลยนะเจ้าคะ” ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวเลียนแบบท่าทางของหลินหว่านหรง แสร้งทำเสียงกระด้างแล้วพูดว่า “ใบหน้านั้นผู้อื่นมอบให้ แต่หน้าตากลับเป็นตนเองที่ช่วงชิง——” เมื่อพูดจบก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างมีเสน่ห์ยวนใจออกมา

หลินหว่านหรงอยากหัวเราะ ถึงกระนั้นกลับไม่ได้หัวเราะออกมา เขาเก็บรอยยิ้ม กล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “เฉี่ยวเฉี่ยว ทุกเรื่องไม่อาจมองจากเปลือกนอได้ เจ้าเพียงรู้สึกว่าคุยกับข้าแล้วมีความสุข แต่เจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าข้ามิใช่คนเลวร้าย?”

หลินหว่านหรงนึกถึงการหลอกลวงกันไปมาในสนามการค้าสมัยก่อน ตอนพบกันใบหน้ายิ้มแย้ม พอหันหลังกลับก็ใช้มีดแทงข้างหลัง เรื่องแบบนี้หลินหว่านหรงพบเจอมาไม่น้อยและมีส่วนร่วมด้วยไม่น้อยเช่นเดียวกัน พอมาคิดดูตอนนี้ช่างเหมือนกับฝันฉากหนึ่งเสียจริง

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวตะลึงงัน นางกับหลินหว่านหรงรู้จักกันมาหลายวัน เห็นเขาหัวเราะเริงร่าปราศจากท่าทีจริงจังทั้งวี่ทั้งวัน แต่กลับไม่เคยเห็นท่าทางเช่นนี้ของเขามาก่อน

นางอืมเบาๆ คำหนึ่ง มองหลินหว่านหรงพลางเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “พี่หลิน ท่านมีความในใจใช่หรือไม่? เหมือนท่านจะไม่สบายใจ? ท่านบอกเฉี่ยวเฉี่ยวได้หรือไม่เจ้าคะ?”

หลินหว่านหรงหัวเราะฮ่าฮ่าแล้วพูดว่า “แม่หนูน้อยอย่างเจ้าอย่าอวดฉลาดนักเลย ข้ามีความสุขมาก”

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวทอดสายตามองเขา กล่าวยืนกรานหนักแน่นว่า “พี่หลิน ท่านเป็นคนดี นับตั้งแต่เห็นท่านครั้งแรกข้าก็รู้แล้วเจ้าค่ะ”

เมื่อนางกล่าวจบก็ทอดสายตามองหลินหว่านหรงอย่างลึกซึ้ง จากนั้นจึงหิ้วกล่องอาหารอันว่างเปล่าขึ้นมาแล้ววิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว

หลินหว่านหรงลูบจมูกด้วยความรู้สึกจนใจ เราเป็นคนดี? อืม เราก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่เห็นแม่หนูคนนี้วิ่ง ก้นน้อยๆ บิดเร็วเหลือเกิน ถ้านางไปหัดวิ่งระยะสั้น ไม่แน่ว่าจะเป็นจะเป็นผู้ที่มีความสามารถ

กินอิ่มแล้ว ดื่มพอแล้ว หลินหว่านหรงขี้เกียจกลับบ้านจึงนั่งพิงกับต้นไม้ ใช้คู่มือที่ขายเหลือเล่มหนึ่งปกปิดใบหน้า นอนงีบใหญ่อย่างอย่างสงบ



ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไหร่ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกจั๊กจี้รูจมูก จากนั้นจึงจามออกมาครั้งหนึ่ง ถูกทำให้ตื่นเสียแล้ว

หลินหว่านหรงลืมตาขึ้นด้วยท่าทางสะลึมสะลือ กลับเห็นดวงหน้าน้อยๆ งดงามเฉิดฉันดวงหน้าหนึ่งอยู่ตรงหน้า กำลังมองเขาด้วยท่าทางคลับคล้ายว่าจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม

เอ๋ นี่มันแม่หนูบ้านไหนถึงมีน้ำมีนวลแบบนี้ หลินหว่านหรงหาวคราหนึ่ง หัวสมองปลอดโปร่งเล็กน้อย ถึงกระนั้นกลับเห็นว่าแม่หนูคนนี้กำลังถือคู่มือเล่มหนึ่งอยู่ในมือ กำลังยิ้มแย้มแล้วมองดูเขา

เด็กสาวคนนี้อายุราวสิบหกสิบเจ็ดปี คิ้วโก่งงอน ดวงตาโต ปากกระจุ๋มกระจิ๋มสีแดงสด ดวงหน้าน้อยๆ มีสีอมชมพู สวมชุดกระโปรงลายดอกไม้พร่างพรายสีเหลือง สวมรองเท้าขนาดเล็กกะทัดรัดสีแดงอ่อนคู่หนึ่ง เผยกลิ่นไอเจ้าเล่ห์และดื้อดึง แม้จะมีอายุไม่มากแต่เนินอกนูนสูง เจริญเติบโตดีมาก ส่วนที่ควรจะใหญ่ก็ใหญ่ ส่วนที่ควรจะเล็กก็เล็ก ช่างเป็นโฉมสะคราญที่หาได้ยากยิ่งเสียจริง

แม่หนูคนนี้ทำไมถึงดูคุ้นตาแบบนี้นะ หลินหว่านหรงประหลาดใจ เขามั่นใจว่าตัวเองไม่เคยเจอนางมาก่อน สาวสวยที่เขาเคยเจอ ไม่ว่าสาวหรือแก่โดยทั่วไปแล้วต้องจำได้

เห็นแม่นางน้อยคนนี้จ้องมองตนเอง หลินหว่านหรงจึงไม่คิดอะไรมากอีก หัวเราะแล้วกล่าวว่า “แม่นางน้อยท่านนี้ ถึงแม้ข้าจะสูง หล่อ มีความสามารถ และน่ารักมากก็ตาม แต่เจ้าจ้องข้าแบบนี้ข้าก็รู้สีกกระดากอายนะ”

แม่นางน้อยผู้นั้นหน้าแดง ถลึงตามองเขาอย่างดุดันคราหนึ่ง ชูคู่มือที่อยู่ในมือขึ้นแล้วพูดว่า “นี่ ไอ้หนุ่ม สมุดภาพเล่มนี้เจ้าเป็นผู้จัดทำออกมาใช่หรือไม่?”

สิ่งที่นางชูสูงอยู่ในมือ ก็คือคู่มือที่หลินหว่านหรงใช้ปิดหน้าตอนนอนนั่นเอง ไม่รู้ว่าถูกแม่นางน้อยคนนี้เอาไปตั้งแต่เมื่อไหร่

หลินหว่านหรงหัวเราะร่าแล้วพูดว่า “ว่าอย่างไร แม่นางน้อย เจ้าก็อยากซื้อคู่มือเล่มนี้เช่นกันหรือ? หรือที่บ้านเจ้ามีพี่ชายหรือญาติผู้พี่อะไรทำนองนั้น? เฮ้อ เหตุใดหนังหน้าของเจ้าหนุ่มพวกนี้ถึงบางเยี่ยงนี้นะ ตนไม่กล้าบากหน้า กลับใช้เจ้ามาแทน”

แม่นางน้อยผู้นั้นกลอกตารอบหนึ่ง “ใช่แล้ว ใช่แล้ว พี่ชายบ้านข้าใช้ให้ข้ามา คนในรูปคือคุณหนูใหญ่เซียว?”

หลินหว่านหรงผงกศีรษะพร้อมพูดว่า “นั่นมันแน่นอน นี่คือคู่มือหายากซึ่งเผยแพร่ออกมาจากส่วนในของตระกูลเซียว ข้าได้มายากยิ่งนัก เฮ้อ ข้าคนนี้เป็นคนใจอ่อน ทนเห็นแม่นางน้อยผู้งดงามมาขอร้องข้าไม่ได้มากที่สุด ช่างเถิด ช่างเถิด สิบห้าตำลึง ข้าจะมอบคู่มือให้เจ้า”

แม่นางน้อยผู้น้องส่งเสียงพ่นลมหายใจคราหนึ่งแล้วพูดว่า “เจ้าคนผู้นี้คิดไม่ซื่อ หึ ข้าตามเจ้ามาตลอดช่วงเช้า ส่วนใหญ่ที่เจ้าขายให้ผู้อื่นนั้นราคาสิบตำลึง เหตุใดพอมาเป็นข้าแล้วเจ้ากลับต้องการสิบห้าตำลึง"





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น