Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่8 “รับอุปการะ”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่8 “รับอุปการะ”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 เม.ย. 2561 02:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่8 “รับอุปการะ”
แบบอักษร

เมื่อนางอารีรัตน์มาถึงโรงพยาบาลที่ตำรวจแจ้งไว้ นางอารีรัตน์จึงรีบสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะได้ขึ้นไปดูอาการของบุตรสาว หน้าห้องผู้ป่วยมีผู้ชายท่าทางดูดียืนคุยโทรศัพท์อยู่ แต่นางอารีรัตน์ก็ไม่ได้สนใจนางรีบเดินผ่านเขาไปเข้าห้องทันที นางอารีรัตน์มองเห็นบุตรสาวของตนนอนหลัับอยู่บนเตียงนอน โดยที่แขนข้างซ้ายใส่เฝือกเอาไว้ ที่ศีรษะมีผ้าก๊อซแปะอยู่และมีร่องรอยของบาดแผลให้เห็นบ้าง เมื่อเห็นลูกปลอดภัยแบบนี้นางก็เบาใจลงไปบ้าง แต่ก็อดที่จะสงสารลูกไม่ได้

เมื่อธนาธิปคุยโทรศัพท์กับคุณอารดาเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาจึงเดินตามเข้ามาในห้อง ภาพที่เห็นคือแม่ของคนเจ็บยืนมองลูกน้ำตาไหลอาบแก้ม มีเสียงสะอื้นเบาๆ โดยมีเด็กผู้ชายที่มาด้วยช่วยประครองตัวไว้ ธนาธิปเห็นภาพนี้แล้วเขาเองก็รู้สึกสะเทือนใจพอสมควร เพราะเขาประมาทขณะขับรถจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุ

ธนาธิปค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆ เตียงคนเจ็บ เมื่อเขาเห็นใบหน้าที่นอนอยู่ตรงนั้นเขาตกใจมาก เพราะคือผู้หญิงที่ขายขนมหวานคนนั้น ธนาธิปรีบสลัดความคิดออกไปก่อน จากนั้นจึงกล่าวทักทายมารดาของมนสิชา

“เอ่อ สวัสดีครับคุณน้า” ธนาธิปพูดพร้อมพนมมือไหว้หญิงที่สูงวัยกว่า

“จะ สวัสดีจะ” นางอารีรัตน์ยกมือรับไหว้

“ผมเป็นคู่กรณีของเธอครับคุณน้า แต่คุณน้าไม่ต้องกังวลนะครับเรื่องค่ารักษาพยาบาลผมจะจัดการให้ทั้งหมดครับ” ธนาธิปรีบอธิบายให้นางอารีรัตน์เข้าใจ

สิ้นเสียงธนาธิปประตูห้องถูกเปิดออกอีกครั้ง คนที่เข้ามาใหม่คือบุพการีของธนาธิปนั่นเอง ท่านส่งเสียงถามตั้งแต่ยังเดินเข้ามาไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ

“ตาจอมทัพ คนเจ็บเป็นยังงัยบ้าง อาการดีขึ้นไหมฮึ มีอะไรน่าเป็นห่วงรึเปล่า ตอบแม่มาซิ” คุณอารดาถามบุตรชายด้วยความเป็นห่วง

“แม่ครับใจเย็นๆ ก่อนครับ ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้วครับ คุณหมอเข้าเฝือกแขนที่หัก กับเย็บแผลที่หัวแตกให้เธอแล้วครับ” ธนาธิปตอบมารดาออกไป พร้อมกับเดินไปประครองท่านเข้ามา

เมื่อคุณอารดาเห็นใบหน้าของคนเจ็บที่นอนอยู่บนเตียง ท่านตกใจสุดขีดเพราะเธอคือมนสิชา

“ทำไมไม่บอกแม่ว่าขับรถชนรถมอเตอร์ไซค์ของน้อง” คุณอารดาถามข้อสงสัยของตนเองทันที

“ผมก็พึ่งทราบว่าเป็นเธอเมื่อกี้ก่อนคุณแม่จะมาแป๊บเดียวเองครับ” ธนาธิปตอบมารดาไป

“อืม แล้วลูกคุยกับญาติผู้ป่วยรึยังเรื่องการดูแล” คุณธนาคมถาม

“คุยแล้วครับคุณพ่อ” ธนาธิปตอบ

“สวัสดีครับผมเป็นพ่อของคนที่ขับรถชนลูกสาวคุณครับ” คุณธนาคมรีบกล่าวทักทายนางอารีรัตน์

“สวัสดีค่ะ” นางอารีรัตน์ทักทายตอบ

“สวัสดีค่ะคุณแม่หนูมะปราง ดิฉันคือคนที่หนูมะปรางเคยช่วยจับคนร้ายที่กระชากเป๋าค่ะ ดิฉันเป็นแม่ของตาจอมทัพค่ะ” คุณอารดากล่าวทักทาย พร้อมทั้งแนะนำตัวเองว่าเป็นใคร

“อ่อ คุณนั่นเอง สวัสดีนะคะ” นางอารีรัตน์จำได้เพราะลูกๆ มักจะเล่าเรื่องคุณอารดาให้เธอฟังบ่อยๆ

“คุณแม่หนูมะปรางไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ทางเราจะรับผิดชอบทุกอย่างให้ค่ะ ส่วนเรื่องของคดีให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปนะคะ” คุณอารดายืนยันเรื่องการรักษามนสิชา และพูดเกี่ยวกับคดีความ

“เอ่อ ฉันแค่สงสารลูกที่ต้องมาเจ็บแบบนี้” นางอารีรัตน์กล่าวแค่นั้น

“คุณแม่หนูมะปรางไม่ต้องกังวลนะคะ ทางเราจะดูแลเธอให้ดีที่สุด ดังนั้นดิฉันขอรับอุปการะหนูมะปรางนะคะ” คุณอารดารีบทำตามความตั้งใจของตัวเองคือรับอุปการะมนสิชานั่นเอง

“เอ่อ” นางอารีรัตน์พูดไม่ออก

“แม่ครับ” ธนาธิปตกใจกับคำพูดของมารดา

“แล้วทางเราจะจ่ายค่าทำขวัญให้หนูมะปรางสามแสนบาทนะคะ” คุณอารดายังคงพูดต่อไป

“ใช่ครับ ผมมีความคิดเห็นเหมือนกันกับภรรยาผมครับ” คุณธนาคมกล่าว

“โธ่ พ่อครับ” ธนาธิปพยายามจะท้วง

“เอ่อ ฉันเองก็ไม่รู้จะตัดสินใจยังงัยนะคะ คงต้องรอให้มะปรางเขาตัดสินใจเองนะคะ” นางอารีรัตน์ตอบ

“ค่ะ ถ้าหนูมะปรางเลือกข้อตกลงของดิฉัน วันที่หนูมะปรางออกจากโรงพยาบาลดิฉันขออนุญาตพาเธอไปพักฟื้นที่บ้านของดิฉันเลยนะคะ” คุณอารดากล่าวต่อ

“คือฉันก็คงต้องแล้วแต่การตัดสินใจของลูกจะ” นางอารีรัตน์ตอบ

คุณอารดารู้ว่าครอบครัวของมนสิชาลำบากมากๆ เธอมีหน้าที่ต้องดูแลทุกคนในครอบครัว เมื่อมาเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้คงทำให้มนสิชาไปทำงานไม่ได้ เท่ากับว่ารายได้ของครอบครัวก็ขาดหายไปด้วย ดังนั้นจุดประสงค์ที่อยากอุปการะเธอเพราะต้องการช่วยเหลือครอบครัวเธอจริงๆ แต่นัยแอบแฝงคือท่านถูกชะตากับมนสิชาและอยากตอบแทนมนสิชาที่เคยช่วยเหลือท่านเอาไว้

ตอนนี้ทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว คุณอารดา คุณธนาคมและธนาธิปกลับบ้านแล้วจะกลับมาใหม่ในวันรุ่งขึ้น ส่วนนางอารีรัตน์และมนต์มนัสบุตรชายนอนเฝ้ามนสิชาที่โรงพยาบาลเลย ซึ่งนางอารีรัตน์โทรเล่าเรื่องอาการบาดเจ็บของมนสิชาให้บุตรสาวอีกสองคนทราบด้วยเพื่อที่พวกเธอจะได้ไม่ต้องกัวล

“มะขามวันนี้เราก็นอนเฝ้าพี่มะปรางที่นี่นะลูก” นางอารีรัตน์บอกบุตรชาย

“ครับแม่ แม่นอนบนโซฟานะ เดี๋ยวมะขามนอนเฝ้าข้างเตียงพี่มะปรางเอง” มนต์มนัสบอกมารดาพร้อมกับจัดการที่นอนให้เรียบร้อย

“จะลูก” นางอารีรัตน์ตอบ


เช้าวันรุ่งขึ้นครอบครัวจารุพิชญารีบมาเยี่ยมมนสิชาแต่เช้าเลย คุณอารดาให้แม่บ้านทำอาหารบำรุงมาหลายอย่างเพื่อให้มนสิชารับประทาน

“เอ่อ สวัสดีค่ะคุณป้า คุณลุง คุณจอมทัพ ทราบได้ยังงัยค่ะว่าหนูเกิดอุบัติเหตุ” มนสิชากล่าวทักทายแบบงงๆ ที่คุณอารดาและครอบครัวทราบเรื่องนี้

“สวัสดีจะหนูมะปราง หนูเป็นยังงัยบ้างจ๊ะ เจ็บมากมั๊ย เจ็บที่อื่นอีกรึเปล่าจ๊ะ ถ้ามีรีบบอกป้านะ ป้าจะได้ให้คุณหมอมาดูอาการให้ โถๆๆ น่าสงสารจริงเชียว ตัวแค่นี้กลับต้องมาเจ็บหนักเลย” คุณอารดาถามมนสิชาด้วยความเป็นห่วง ท่านไม่ได้สนใจตอบคำถามของมนสิชาด้วยซ้ำ

“หนูไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะคุณป้า คุณป้าไม่ต้องกังวลนะคะ” มนสิชารีบตอบคุณอารดาเพื่อให้ท่านสบายใจ

“มาๆ งั้นทานอาหารเช้าก่อน ป้าให้แม่บ้านเตรียมของบำรุงมาเยอะเลย” คุณอารดาให้มนสิชาทานอาหารเช้าที่เตรียมมา

“ขอบคุณนะคะคุณป้าที่เมตตาหนู” มนสิชาตอบคุณอารดาไป

“อย่าขอบคุณป้าเลย เพราะลูกชายป้าเป็นต้นเหตุที่ทำให้หนูต้องเป็นแบบนี้ ดังนั้นป้าจึงต้องดูแลหนูนั่นแหละถูกแล้ว” คุณอารดารีบแก้ตัว เพราะท่านรู้สึกละอายใจที่บุตรชายของตนเป็นสาเหตุ

“มันคืออุบัติเหตุค่ะคุณป้า มันสามารถเกิดขึ้นได้ค่ะ คุณป้าอย่าคิดมากนะคะ หนูเองก็มีส่วนที่ไม่ระมัดระวังค่ะ” มาถึงตรงนี้มนสิชาเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณอารดาจึงทราบว่าเธอเกิดอุบัติเหตุ และเธอก็พยายามอธิบายเหตุผลให้ท่านฟัง

“ตาจอมทัพขอโทษน้องรึยังที่ทำให้น้องเจ็บแบบนี้” คุณอารดาสั่งให้ธนาธิปกล่าวคำขอโทษ

“ขอโทษนะ ฉันเองก็ประมาทเลยทำให้เธอต้องเจ็บตัว” ธนาธิปกล่าวคำขอโทษแบบไม่เต็มใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ เพราะมันคืออุบัติเหตุ ปรางเข้าใจ” มนสิชาตอบกลับ

ตอนนี้ครอบครัวของมนสิชาทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว คุณอารดาจึงพูดคุยเรื่องการขอรับอุปการะมนสิชา โดยให้มนสิชาย้ายไปอยู่ที่บ้านของท่าน และท่านจะจ่ายเงินค่าทำขวัญให้อีกสามแสนบาทแก่ครอบครัวเธอด้วย

มนสิชาเมื่อได้รับฟังสิ่งที่คุณอารดาพูด เธอตั้งใจตอบปฏิเสธทันที เธอรู้สึกว่าสิ่งที่คุณอารดามอบให้มันเกินความจริงไป มนสิชาไม่ชอบเรื่องการเอาเปรียบผู้อื่น และไม่ชอบเรื่องการทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

“ป้ารู้ว่าคำตอบของหนูคือไม่ยอมรับข้อตกลงของป้าแน่ๆ แต่หนูมะปรางอย่าลืมนะจ๊ะว่ายังมีอีกหลายคนที่หนูต้องดูแล หนูทำงานไม่ได้แบบนี้ คุณแม่ น้องๆ และคุณยายของหนูจะเป็นยังงัยจ๊ะ พวกเขาไม่ต้องทำงานหนักขึ้นเหรอ แล้วยังต้องดูแลหนูอีกนะ” คุณอารดาพยายามพูดโน้มน้าวใจมนสิชา

“เอ่ออออ” มนสิชาอ้ำอึ้ง เมื่อเธอคิดเหตุผลตามที่คุณอารดาบอก

“ตอบตกลงนะจ๊ะ” คุณอารดายังต้องการคำตอบ

“งั้นหนูขอแค่ดูแลจนหนูหายป่วยได้มั๊ยค่ะคุณป้า แล้วหนูขออนุญาตกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ” มนสิชายังคงต่อรอง เพราะเธอไม่อยากฉวยโอกาสจากเหตุการณ์แบบนี้

“ไม่ได้จะ ถ้าตกลงคือทำตามที่ป้าบอกไปทั้งหมดเท่านั้น” คุณอารดายืนยันคำพูด

มนสิชาเองก็คิดหนักกับเรื่องนี้ เธอควรจะทำอย่างไรดี ขนาดเธอทำงานหนักขนาดนี้ รายรับของเธอบางเดือนยังไม่พอกับรายจ่ายเลย แล้วนี่เธอต้องหยุดงานจนกว่าแขนจะหายเจ็บ แม่และน้องๆ ของเธอคงลำบากน่าดู แต่มนสิชาเองก็ไม่ได้คิดเอาเปรียบแล้วคว้าโอกาสไว้นะ เธอคิดว่าเมื่อเธอหายป่วยแล้วเธอคงขอทำงานทดแทนพระคุณของคุณอารดาบ้าง เมื่อได้คำตอบที่ดีที่สุดกับตัวเองแล้วมนสิชาจึงให้คำตอบกับคุณอารดา

“ค่ะ หนูยอมทำตามข้อตกลงของคุณป้าค่ะ” มนสิชาตอบ

“ดีมากจะ ป้าดีใจจริงๆเลย” คุณอารดาแสดงความดีใจ

“ยินดีต้อนรับนะหนู” คุณธนาคมบอกกับมนสิชา

“แม่จ๋า ไม่ต้องเป็นห่วงปรางนะ คุณป้าท่านเป็นคนดีมีเมตตาจะ” มนสิชาบอกมารดา

“อืม แม่รู้สิ่งที่หนูตัดสินใจหนูคิดแล้วว่ามันถูกต้อง” นางอารีรัตน์ตอบบุตรสาวไป

“ขอบคุณ คุณๆ นะคะที่เมตตามะปราง ฉันฝากดูแลลูกด้วยนะคะ ถ้ามะปรางดื้อแสดงว่าฉันเลี้ยงลูกไม่ดี ฝากคุณๆช่วยอบรมสั่งสอนแทนฉันด้วยนะคะ” นางอารีรัตน์ฝากลูกสาวกับผู้มีพระคุณ

“ไม่ต้องห่วงนะคะดิฉันจะดูแลหนูมะปรางอย่างดีค่ะ แล้วดิฉันก็ไม่ได้กีดกันไม่ให้พวกคุณเจอกันนะคะ คุณสามารถมาหาหนูมะปรางได้ หรือหนูมะปรางอยากกลับไปหาครอบครัวก็ได้เช่นกันค่ะ เพราะหนูมะปรางยังมีอิสระเหมือนเดิมค่ะ คุณสบายใจได้ แต่ฉันแค่อยากดูแลและมอบโอกาสดีๆ ที่หนูมะปรางควรได้รับให้กับเธอเท่านั้นค่ะ” คุณอารดาอธิบายเพื่อให้ทุกคนเข้าใจ

“ขอบคุณนะคะคุณ” นางอารีรัตน์กล่าวขอบคุณ

ธนาธิปที่นั่งฟังเรื่องราวทั้งหมดอยู่ในห้องนี้ เขาคิดว่ามนสิชาฉลาดที่เลือกทำตามที่คุณแม่เขาต้องการ จะมีใครบ้างไม่อยากตกถังข้าวสารจริงมั๊ย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น