Sameejaejung (สามีแจจุง)

หนังสือและ Boxset ซีรีส์ H.E.A.R.T. เปิดจองแล้วน้า

คลั่งรักครั้งที่ 1 หนุ่มเนิร์ดจืดจางกับอัณฑะพาลตัวร้าย NC-?

ชื่อตอน : คลั่งรักครั้งที่ 1 หนุ่มเนิร์ดจืดจางกับอัณฑะพาลตัวร้าย NC-?

คำค้น : HEART , Rabid , หัวใจคลั่งรัก , เพลิงพาย , Yaoi , Sameejaejung

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.8k

ความคิดเห็น : 72

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ค. 2561 17:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คลั่งรักครั้งที่ 1 หนุ่มเนิร์ดจืดจางกับอัณฑะพาลตัวร้าย NC-?
แบบอักษร


Part 1# Pie หนุ่มเนิร์ดจืดจางกับอัณฑะพาลตัวร้าย NC-?

ทำไปแล้ว...

มีเซ็กส์ครั้งแรกไปซะแล้ว...

ผมมองไปยังเพลิงที่กำลังนอนหลับอยู่ข้างๆ เสียงกรนเบาๆ ที่ได้ยินบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเพลิงกำลังหลับลึกแค่ไหน ผมเลยใช้โอกาสนั้นค่อยๆ ย่องลงจากเตียงแล้วเก็บข้าวของออกไปจากห้อง ก่อนจะลงไปรอแท็กซี่แล้วโบกกลับหอที่อยู่ห่างออกไปพอสมควร

ระหว่างทางผมเอาแต่นึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ผมมายืนอยู่ตรงจุดนี้...

‘เรามีแฟนแล้วนะพาย’ กวี เพื่อนข้างห้องที่ผมแอบชอบมาตั้งแต่ปี 2 บอกกับผมพลางยิ้มแก้มแทบปริ จากนั้นก็โอบไหล่เดือนแฟนสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ

ทั้งสองคนหันไปมองสบตากันอย่างเขินอาย แต่ผมนี่สิกลับรู้สึกว่าฟ้ากำลังจะถล่ม โลกกำลังจะทลาย เพราะหัวใจของผมได้แตกสลายไปเรียบร้อยแล้ว

ที่ผ่านมาผมเข้าใจผิดไปเองสินะที่คิดว่าเราสองคนมีความรู้สึกดีๆ ให้กัน...

ผมมันบ้าไปเองคนเดียว...

‘ยินดีด้วยนะ ขอให้รักกันนานๆ’ ผมฝืนยิ้มทั้งที่น้ำตากำลังจะไหล จึงได้อ้างว่ามีธุระแล้วก็ออกไปให้ไกลจากตรงนั้น ผมนั่งร้องไห้พลางปรับทุกข์กับเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่รู้ทุกอย่างกับอินน์ด้วยความเสียใจ

‘เราว่าพายลองปรับลุคดูดีมั้ย เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้น’ ถึงจะดูเป็นเหมือนคำถาม แต่อินน์กลับไม่รอคำตอบ แล้วลากผมขึ้นแท็กซี่ไปร้านตัดผมเจ้าประจำที่อยู่ห่างออกไปพอสมควร พอไปถึงก็ช่างกับอินน์ก็คุยนู่นนั่นนี่กันสักพัก จากนั้นก็จัดการปรับลุคให้ผมจนแทบจะจำตัวเองไม่ได้

เด็กเนิร์ดแว่นหนาที่ผมปรกหน้าปรกตาจนจืดจางแทบไม่มีใครสนใจ แต่พอตัดผมและเซ็ตเป็นทรง รวมทั้งเปลี่ยนไปใส่คอนแทคเลนส์ก็ดูเปลี่ยนไปแทบจะเป็นคนละคนกันเลย ผมมองตัวเองที่หน้ากระจกอย่างอึ้งๆ ซึ่งคนในร้านก็เช่นกัน

‘หูยยย พายสวยสุดๆ เลยอะ’ ดวงตากลมโตของอินน์มองผมอย่างชื่นชม ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นครั้งแรกเลยผมถูกชมแบบนี้ ปกติแค่มีคนจำผมได้ผมก็รู้สึกดีใจแทบตายแล้ว

‘เราไม่ได้ดูแปลกใช่มั้ย’ ผมพูดอย่างไม่ค่อยมั่นใจ

จังหวะนั้นอินน์เลยจัดแจงเสื้อผ้าให้ผมใหม่ โดยถอดเข็มขัดนักศึกษา รวมทั้งไทด์กับสร้อยคอที่ผมห้อยเกียร์เอาไว้ แล้วก็ปลดกระดุมเสื้อผมเพิ่มอีก 1 เม็ดที่ไม่ใช่ตรงคอ พอโดนลอกคราบแบบนี้ผมก็ดูเหมือนคนแต่งตัวมาเที่ยวไม่ใช่คนแต่งตัวไปเรียนด้วยชุดนักศึกษา

‘เชื่อเราสิตอนนี้พายดูดีมากๆ พายคนเก่าน่ะลบทิ้งไปพร้อมกับไอ้กวีไปเลย’ คำพูดของอินน์ทำให้ผมอมยิ้มออกมา ผมเลยตั้งปณิธานว่าจากนี้จะเป็นคนใหม่ พายคนเดิมที่จืดชืดและจืดจางจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว!

เมื่อตัดสินใจได้แบบนั้น หลังจากแยกกับอินน์ผมก็ทำใจกล้าเดินเข้าบาร์ ‘Arena’ ที่ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของโรงแรมชื่อเดียวกันที่อยู่ไม่ไกล ผมพึ่งเคยเข้าสถานที่แบบนี้เลยต้องเลือกที่ที่มันดูดีหน่อย เพราะอย่างน้อยก็น่าจะคัดกรองคนได้ในระดับหนึ่ง

ทันทีที่ผมเข้าไปแทบทุกสายตาต่างก็พากันมองมาจนผมรู้สึกประหม่า แต่ผมก็พยายามเก็บความรู้สึกนั้นไว้ แล้วเดินเข้าไปพร้อมกับยิ้มด้วยความมั่นใจ ผู้ชายที่มาคนเดียวส่วนใหญ่เลยเดินเข้ามาจีบผม แต่ผมก็ไม่คิดว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นคนใกล้ตัว

‘ขอนั่งด้วยคนได้รึเปล่า?’

‘อ๊ะ! เพลิง!’ พอหันไปเห็นว่าคนที่มาทักผมเป็นใครก็ทำให้ผมถึงกับสะดุ้ง ถึงจะเรียนคณะเดียวกันแต่ร้อยวันพันปีเพลิงเคยมาทักผมที่ไหน แต่ก็ดูเหมือนว่าเพลิงจะจำผมไม่ได้นะ

‘รู้จักผมด้วยหรอ หรือว่าเราเคยเจอกันมาก่อน แต่เอ...ถ้าเป็นแบบนั้นคนสวยสะดุดตาแบบคุณผมก็ต้องจำได้สิ’ สวยสะดุดตางั้นหรอ? ปกติผมจืดจางจนนายและใครต่อใครแทบจะจำไม่ได้ต่างหาก

‘ก็นายเป็นคนดัง ไม่มีใครไม่รู้จักนายหรอก’ ที่ผมพูดไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด เพราะเพลิง หรือ เพลิงกัลป์ เป็นจอมอัณฑะพาล ที่มีชื่อเสีย (ง) ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วทั้งมหา’ลัยเรื่องฟันไม่เลือก อ้อไม่สิ จริงๆ เพลิงเลือกอยู่ เลือกฟันแต่ผู้ชายส่วนผู้หญิงไม่สนใจ ทำเอาผู้หญิงเกือบครึ่งมหา’ลัยพากันเสียดายไปตามๆ กัน

ถึงผมกับเพลิงจะเรียนคณะวิศวกรรมเหมือนกันแต่ก็เรียนคนละสาขา เพราะผมเรียนไฟฟ้าส่วนเพลิงเรียนคอมพิวเตอร์ แม้จะมีบางวิชาที่ต้องเรียนรวมกันมาตั้งแต่ปี 1 แต่ผมกับเพลิงก็ไม่เคยคุยกัน อย่าว่าแต่คุยเลย อันที่จริงเพลิงคงจะจำหน้าผมไม่ได้ด้วยซ้ำ เด็กเนิร์ดกับคนดังโลกมันต่างกัน แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าเราสองคนจะได้มาเจอกัน พูดคุยกัน และมีอะไรกันแบบนี้

‘จะเข้าไปแล้วนะ’ เพลิงพูดด้วยเสียงแหบพร่า แก่นกายอันใหญ่โตและร้อนระอุกำลังจ่ออยู่ที่ช่องทางด้านหลังของผม ถึงแม้จะยังไม่เคยมีใครล่วงล้ำเข้ามา แต่ผมก็เคยใช้นิ้วช่วยตัวเองทางนี้โดยจินตนาการว่ากำลังทำกับคนที่ชอบ เพราะงั้นช่องทางมันเลยสั่นระริกจนแทบจะดูดกลืนท่อนเนื้อของเพลิงเข้าไป

‘ขะ...เข้ามาเลย’ ผมพูดด้วยเสียงขาดห้วงตามแรงอารมณ์ แล้วยกสองมือขึ้นไปโอบรอบลำคอของเพลิงเอาไว้ เพลิงที่ได้ยินอย่างนั้นเลยรีบแทรกแก่นกายเข้ามารวดเดียวจนมิดลำ

‘อาาาาาาส์’ เพลิงครางออกมาอย่างสุดกลั้น ข้างในของผมคงทำให้เพลิงเสียวแทบบ้า ส่วนผมที่ถึงแม้จะเจ็บอยู่บ้างเพราะเป็นครั้งแรก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าท่อนเนื้อของผู้ชายจริงๆ มันให้ความรู้สึกดีกว่านิ้วของตัวเองไม่รู้กี่เท่า

คืนนั้นผมปล่อยตัวปล่อยใจไม่คิดอะไรทั้งนั้น แล้วมีความสุขกับเซ็กส์ของเพลิงอย่างเต็มที่ หลังจากจบรอบแรกเพลิงก็ต่อรอบสองในท่าออนท็อปทันที ผมที่ถึงแม้จะเหนื่อยแต่ในส่วนลึกกลับรู้สึกว่ายังไม่พอ

‘อา...’ ผมครางเสียงกระเส่า ส่วนร่างกายก็บิดเร่าและสั่นระริกด้วยความต้องการ เพลิงเลยยกสะโพกของผมขึ้นแล้วกดลงมากลืนกินท่อนเนื้อของตัวเองช้าๆ ความเสียวซ่านที่ก่อตัวขึ้นมาทำให้เราสองคนถึงกับหลุดเสียงครางอย่างห้ามไม่อยู่

‘ซี้ดดด...อา...’ เสียงไหนเป็นของใครผมไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้ผมสนใจแต่ความเสียวที่ช่องทางด้านหลังเสียดสีกับท่อนเนื้อของเพลิงเท่านั้น ผมเลยยกสะโพกขึ้นลงทั้งยังบีบและตอดรัดอย่างถี่ยิบ เล่นเอาเพลิงเสียวจนแทบขาดใจจึงได้กระแทกแก่นกายขึ้นสวนพร้อมทั้งบีบขยำแผ่นอกของผมไปมา

‘อาา...สุดยอดเลยพาย ขย่มลงมาแรงๆ...ซี้ดด...อย่างนั้น...อา...สุดยอด...’ ด้วยความที่รู้สึกดีและเสียวซ่านไม่ต่างกัน ผมเลยขย่มสะโพกขึ้นลงอย่างเมามัน ส่วนเพลิงก็กระแทกแก่นกายสวนขึ้นอย่างไม่ยั้ง เราสองคนครางออกมาดังลั่นก่อนที่สักพักความเสียวจะล้นทะลักจนถึงจุดสุดยอด

หลังจากเสร็จรอบสองผมก็ไปต่อกับเพลิงรอบสามในห้องน้ำ เพลิงเป็นคนที่มีความต้องการสูงมาก แต่น่าแปลกที่ผมก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน ผมกอดคอและเกี่ยวขารัดเพลิงไว้แน่นด้วยความสุขสม ส่วนเพลิงก็กระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างสุดแรง กว่าจะเสร็จก็เล่นเอาผมไร้เรี่ยวแรงจนแทบยืนไม่ไหว ไม่อย่างนั้นอาจได้มีต่อรอบสี่กันบนเตียงส่งท้ายก่อนนอนก็เป็นได้...

กลับมาที่ปัจจุบัน ขณะนี้ผมกำลังทิ้งตัวลงนอนบนเตียงที่หอ ก็ไม่รู้ว่าผมทำถูกต้องรึเปล่าที่ประชดชีวิตเพราะอกหักแบบนี้

อันที่จริงครั้งแรกผมก็ตั้งใจจะเก็บไว้ให้คนที่ชอบนั่นแหละ แต่พอคิดว่าชีวิตนี้คงไม่มีทางสมหวังในความรักเลยพอแล้วดีกว่า ใครจะมาชอบคนเนิร์ดๆ ที่จืดจางแถมยังจืดชืดแบบผม บางทีการมีวันไนท์สแตนด์อาจจะเหมาะกับคนอย่างผมมากกว่าล่ะมั้ง

โชคดีที่เพลิงจำผมไม่ได้ ไม่งั้นผมคงทำตัวไม่ถูกเวลาเดินสวนหรือเรียนในห้องเดียวกัน ดังนั้นเมื่อตื่นมาผมเลยรีบเก็บข้าวของออกไปจากห้อง เพราะยังไงตอนเช้าก็ต้องแยกย้ายต่างคนต่างไป เพลิงเป็นคนที่ไม่ค่อยนอนกับใครซ้ำๆ เพราะงั้นก็คงไม่ได้สนใจอะไรผมอยู่แล้ว

แต่ถึงจะคิดอย่างนั้น...

วันจันทร์ที่ห้องเรียนรวมผมกลับได้ยินเสียงของเพลิงที่เกรี้ยวกราดดังเล็ดลอดออกมาก่อนที่ผมจะเปิดประตูเข้าไปข้างใน

“ใครลากตัวผู้ชายชื่อพายมาให้กูได้กูให้เลยหมื่นนึง! กูจะสั่งสอนให้แม่งรู้ซึ้งว่ากูไม่ใช่ผู้ชายขายน้ำ! และถึงกูจะขายจริงๆ แต่ค่าตัวกูก็ไม่ใช่แค่พันห้าโว้ยยยยยย!”

ซะ...ซวยแล้ว...

ผมไม่ได้คิดว่าเพลิงเป็นผู้ชายขายน้ำสักหน่อย เงินพันห้าที่วางเอาไว้ผมตั้งใจจะหารค่าห้องกับจ่ายค่าเครื่องดื่มที่เพลิงออกให้ก็เท่านั้น แต่ถึงจะอธิบายไปเพลิงก็คงไม่ฟัง คน (อัณฑะ) พาลแบบนั้นการอยู่ให้ไกลน่าจะปลอดภัยกับชีวิตมากกว่า

ผมเอาผมลงมาปิดหน้าปิดตา จากนั้นก็ดันแว่นสายตาขึ้นพร้อมกับก้มหน้าลง หวังว่าความจืดจางคงจะทำให้เพลิงจำผมไม่ได้ หรือถ้ามองไม่เห็นเลยก็ยิ่งดี!

“ยืนทำอะไรอยู่น่ะ ไม่เข้าห้องเรียนหรอพาย”

“อ๊ะ!” ซึ่งขณะที่ผมกำลังวิตกกังวลจนแทบจะเป็นบ้า อินน์ก็ทักขึ้นจากทางด้านหลังแถมยังวางมือลงที่บ่าของผมอีกต่างหาก เล่นเอาผมตกใจจนมือไม้อ่อน สมุดหนังสือที่ถือเอาไว้จึงหล่นกระจัดกระจายลงที่พื้น

“เป็นอะไรไปพาย หรือว่าเฮิร์ทหนักจนไม่สบาย” อินน์ถามอย่างห่วงใยแล้วก้มลงช่วยผมเก็บสมุดหนังสือ

“ปะ...เปล่าหรอก เราสบายดี ตอนนี้ในหัวของเราไม่ได้คิดเรื่องของกวีแล้ว” แน่ล่ะสิ เพราะตอนนี้ในหัวของผมเอาแต่คิดเรื่องเพลิงที่กำลังตามล่าตัวผมไปสั่งสอน!

“ดีแล้วล่ะ คนโลเลแทงกั๊กแบบนั้นพายอย่าไปสนใจเลย เจอหน้าก็ไม่ต้องยิ้มไม่ต้องทักทายด้วย ทำให้เหมือนกับมันเป็นแค่ธาตุอากาศ” ผมไม่ตอบอะไรได้แต่หัวเราะแห้งๆ กับคำพูดนั้น เพราะเมื่อเช้าผมยังยิ้มแล้วก็ทักทายกวีที่เดินออกมาจากห้อง แถมยังเดินเข้ามหา’ลัยทางประตูด้านหลังด้วยกันอีกต่างหาก

จะให้เมินคนที่ชอบที่ส่งยิ้มมาให้ได้ยังไง ถึงแม้ผมจะนึกเสียใจที่ตลอดทางกวีเอาแต่พูดถึงเรื่องของแฟนก็เถอะ...

“แล้วนี่ทำไมพายถึงยังใส่แว่นเหมือนเดิมล่ะ หรือว่าใส่คอนแทคเลนส์แล้วไม่สบายตา ไหนจะผมที่เอาลงมาปิดหน้านั่นอีก ไม่คิดจะหวีหรือเซ็ตให้มันเข้าทรงหน่อยหรอ” ไม่พูดเปล่าอินน์ยังทำท่าจะหยิบหวีที่อยู่ในกระเป๋าออกมาหวีให้ผมอีกต่างหาก

“ไม่ต้องหรอกอินน์ คือ...เราชินกับการเอาผมลงมาปิดหน้า แล้วก็ชินกับการใส่แว่นด้วย” ผมแถข้างๆ คูๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าอินน์จะเข้าใจอะไรง่ายกว่าที่คิด

“พายนี่น้า แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะมีใครมาสนใจสักที”

“เราก็ไม่ได้อยากให้มีใครมาสนใจสักหน่อย” โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ผมอยากให้ตัวเองจืดจางจนแทบจะกลืนไปกับอากาศ “จริงสิ ช่วงนี้อินน์อย่าเรียกเราว่าพายได้มั้ย”

               “หืม? ทำไมล่ะ?”

               “คือ...เรารู้สึกเบื่อชื่อตัวเอง ชื่อนี้มันอาจจะไม่เป็นมงคล บางทีถ้าเปลี่ยนชื่อใหม่เราอาจจะสมหวังเรื่องความรักก็ได้นะ”

ว่าไปนั่น ความจริงแล้วผมกลัวเพลิงจะรู้ว่าพายที่ตัวเองกำลังตามหาคือผมต่างหาก ท่าทางเพลิงจะแค้นเอามากๆ ขืนจับได้มีหวังผมต้องถูกเพลิงซ้อมจนน่วมแน่ๆ

               “อ๋อ เราเข้าใจแล้ว ลองแก้เคล็ดแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน” ขอบคุณจริงๆ ที่อินน์เป็นคนแทบไม่เคยสงสัยอะไรเลย “แล้วพายอยากให้เราเรียกพายว่าอะไรล่ะ”

               “อะไรก็ได้ เอ่อ...อย่างแว่นเป็นไง ง่ายดี”

“โหย มันง่ายไป แถมยังโหลด้วย คนใส่แว่นทั้งคณะมีไม่รู้กี่สิบคน เกิดเราเรียกพายว่าแว่นแล้วหันมากันทั้งหมดจะไม่ยุ่งเอาหรอ” นั่นสินะ ผมก็ลืมคิดไป

“งั้นอินน์อยากเรียกเราว่าอะไรก็ตามใจเลยแล้วกัน ขอแค่อย่าเรียกเราว่าพายก็พอ”

“อืม...พาย...พราย...พฤกษ์...เอาเป็นชื่อพฤกษ์ดีมั้ย”

“ก็ดีเหมือนกันนะ เอาชื่อนี้แหละ” ชื่อที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับชื่อพายเลยแม้แต่น้อย ถึงอินน์จะเรียกชื่อนี้ใกล้ๆ หรือจะตะโกนอยู่ข้างหู แต่เพลิงก็ต้องไม่สนใจแน่นอน

“โอเค แล้วจะให้เราเรียกพายว่าพฤกษ์ไปจนถึงเมื่อไหร่”

“ไม่นานหรอก แค่วันสองวันก็พอ” ผมว่าไม่เกินพรุ่งนี้เพลิงคงจะเบื่อจนเลิกตามล่าผมแล้วล่ะมั้ง เบาะแสก็ไม่มี รูปก็ไม่ได้ถ่าย แถมลักษณะทุกอย่างยังห่างจากผมลิบลับรับรองไม่มีทางเจอ

เมื่อโล่งใจไม่ต้องมีอะไรกังวลแล้วผมก็ชวนอินน์เดินเข้าไปในห้อง เราสองคนตรงไปนั่งด้านหน้าสุดมุมขวาเหมือนเดิม โดยที่ผมพยายามทำตัวลีบๆ และจืดจางเพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตา ซึ่งก็ดูเหมือนว่าผมจะทำสำเร็จ

ตลอดช่วงเช้าผมเรียนได้อย่างราบรื่น ถึงแม้บางช่วงผมจะระแวงแอบหันมองไปยังเพลิงที่นั่งอยู่มุมซ้ายด้านหลังสุดของห้องก็เถอะ แต่เพลิงก็เอาแต่เล่นโทรศัพท์ไม่ก็นอนหลับไม่ได้สนใจมองมายังผมสักนิด ผมล่ะแปลกใจจริงๆ ว่าทำไมทั้งที่ทำตัวแบบนี้แต่เกรดของเพลิงกลับออกมาดีอย่างน่าเหลือเชื่อ

“ไปกินข้าวเที่ยงที่ไหนดีพาย...เอ๊ย! พฤกษ์” อินน์ยังคงเรียกชื่อผมอย่างผิดๆ ถูกๆ แต่ก็นะ ถ้าเรียกถูกต้องทันทีทั้งที่เรียกพายมาตลอด 4 ปีก็แปลกแล้วล่ะ

“กินที่โรงอาหารคณะดีมั้ย ไปกินข้างนอกมันแพง” ถึงที่ผมพูดมันจะจริง แต่ถ้าออกไปกินข้างนอกก็อาจจะเสี่ยงเจอเพลิงก็ได้ คนอย่างเพลิงไม่เคยเฉียดมากินข้าวที่โรงอาหารคณะอยู่แล้ว เพราะงั้นมั่นใจได้เลยว่าถ้าผมไปกินที่นั่นต้องปลอดภัยหายห่วงชัวร์แน่นอน

“เอางั้นก็ได้ งั้นเราไปกันเถอะ” อินน์พูดจบก็จะเดินนำผมออกไปจากห้องเรียนรวม แต่ก็มีเสียงๆ หนึ่งดังขัดขึ้นมาจากทางด้านหลังซะก่อน

“เดี๋ยว อย่าพึ่งไป” เสียงเรียกนั้นทำเอาผมใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ผมตัวแข็งทื่อราวกับวิญญาณได้หลุดลอยออกไปจากร่าง

ยะ...อย่าบอกนะว่าเพลิงเป็นคนเรียกผมเอาไว้!

“มีธุระอะไรกับพวกเราหรอป๋อง” แต่พอได้ยินอินน์พูดแบบนี้ ผมก็โล่งอกจนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ที่แท้ก็เป็นเพื่อนในสาขาของผมนี่เอง

“กูไม่ได้มีธุระกับมึง แต่กูมีธุระกับไอ้แว่น” ป๋องพูดจบก็เดินมาตรงหน้าผม จากนั้นก็ก้มหน้าลงมามองผมที่สูงห่างกันเกือบคืบ

“มะ...มีอะไรหรอ”

“ถ้าจำไม่ผิดมึงชื่อพายสินะ”

“อะ...อ๋อ...นั่นชื่อเก่า ตอนนี้เราเปลี่ยนเป็นพฤกษ์แล้ว” ผมยิ้มบางๆ ไม่แสดงอาการลนลาน ทั้งที่ขาสั่นพั่บๆ เพราะกลัวจะตายอยู่แล้ว

“เออ ช่างเถอะ ถึงไม่เปลี่ยนชื่อแต่มึงก็คงไม่ใช่คนที่ไอ้เพลิงตามหาอยู่ดีนั่นแหละ” ป๋องพูดอย่างเซ็งๆ และติดรำคาญ จากนั้นก็เดินกลับไปด้วยท่าทีหัวเสียหน่อยๆ

อะไรของเค้าก็ไม่รู้ จู่ๆ มาทักผมเองแต่กลับอารมณ์เสียซะเอง บ้ารึเปล่า

“ที่ป๋องพูดหมายความว่าไงงั้นหรอ” อินน์ถามผมพลางทำหน้าขมวดคิ้วอย่างงุนงง แต่ผมก็ยิ้มตาใสทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่คงไม่เกี่ยวกับพวกเราหรอก ไปกินข้าวกันดีกว่า” ผมพูดจบก็จูงมืออินน์ออกมาแล้วตรงไปยังโรงอาหาร โดยย้ำว่าจากนี้ต้องเรียกผมว่าพฤกษ์ห้ามเรียกว่าพายเด็ดขาด ซึ่งอินน์ก็รับปากว่าจะพยายามเป็นอย่างดี

ช่วงบ่ายผมมีเรียนวิชาเฉพาะของสาขาจึงไม่ได้เรียนรวมกับเพลิง เพราะงั้นผมจึงค่อนข้างคลายความกังวลและกินข้าวกับอินน์อย่างสบายใจ แต่ไหงในขณะที่ผมยังกินข้าวไปได้แค่ครึ่งจาน ผมกลับเห็นเพลิงพร้อมกับกลุ่มเพื่อนจำนวนหนึ่งเดินมาที่โรงอาหารก็ไม่รู้!

“ไอ้เพลิงบอกว่าคนชื่อพายอาจจะเรียนที่นี่ เด็กม.อื่นมันคงไม่ถ่อมาแต่ไกลเพื่อเข้าบาร์เล็กๆ ตรงนั้น เพราะงั้นพวกมึงสองคนลองไปแยกย้ายกันหา” เสียงของเพื่อนเพลิงคนหนึ่งที่ดังอยู่ในระยะประชิด ทำให้ผมตกใจและตื่นตระหนกจนถึงกับสำลักอาหาร

“อุปส์! แค่กๆๆๆ” ดูท่าทางผมอาจจะตายเพราะลนลานก่อนถูกเพลิงจับได้ซะแล้วมั้ง!

“เป็นอะไรมั้ยพฤกษ์ อะนี่น้ำ” อินน์พูดอย่างห่วงใยแล้วส่งขวดน้ำเปล่ามาให้ ผมเลยคิดข้ออ้างที่จะหนีไปจากตรงนี้ได้ เลยดูดน้ำให้หมดแล้วรีบลุกพรวดขึ้นมา

“เดี๋ยวเราไปซื้อน้ำขวดใหม่ก่อนนะ” ผมพูดจบก็รีบเดินออกมา อินน์ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นห่วงผมมากเลยตะโกนขึ้นเพื่อเรียกผมให้หยุด

“พฤกษ์! เดี๋ยวเราไปซื้อให้เอง!” แต่ก็ดูเหมือนว่าความเป็นห่วงนั้นจะทำให้ผมงานเข้า เพราะเสียงเรียกนั้นทำให้เพลิงหันขวับมาทางนี้ แถมยังย่างสามขุมตรงเข้ามาหาผมอีกต่างหาก!

มะ...ไม่จริงน่า ผมอุตส่าห์เปลี่ยนชื่อหนีแล้วนะ พายกับพฤกษ์ชื่อมันต่างกันขนาดนั้น ทำไมเพลิงต้องตรงมาทางผมด้วยเนี่ย!

2BC



​สวัสดีค่ะทุกคน Rabid หัวใจคลั่งรักตอนแรกก็ได้จบลงไปแล้วน้า ซึ่งก็ดูเหมือนว่าพายจะงานเข้าซะด้วย แล้วอย่างนี้พายจะรอดรึเปล่า หรือว่าจะโดนอีตาเพลิงจับได้ตั้งแต่วันแรก (ก็เล่นไปเปลี่ยนชื่อเหมือนพี่ชายของมันนี่นา) ยังไงก็มาลุ้นและเอาใจช่วยพายในตอนหน้าด้วยนะคะที่ร้าก ​ว่าแต่...มีใครเป็นทีมเพลิงมั้งมั้ยน้อ (ทีมด่าเพลิงไม่นับนะ 55555) ตั้งแต่บทนำยันตอนนี้เหมือนเราจะยังไม่เห็นใครอยู่ทีมอีตาพระเอกเลย แต่ละคนอยู่ทีมพายน้อยๆผู้จืดจางกันหมด รู้สึกวงวารรรรรร นี่หรือคือพระเอก 55555 ​ส่วนตอนหน้าเจอกันในอีก 3 วันนะคะ สำหรับวันนี้คงจะรู้สึกแปลกใจกันล่ะสิที่เค้ามาเร็ว คืองี้ค่ะ เราพยายามจะปรับวันลงนิยายให้เร็วขึ้นเป็นทุก 3 กับ 2 วัน (ครึ่งแรก 3 วัน ส่วนครึ่งหลัง 2 วัน) แต่เวลาที่คงจะปรับยาก น่าจะลงดึกๆเหมือนเดิม แต่ถ้าวันไหนเรากลับบ้านเร็วจะรีบลงให้อ่านกันแน่นอนค่ะ ​รักทุกคนนะคะ ขอบคุณมากๆสำหรับกำลังใจและคอมเมนท์เมาท์มอยนิยาย เราอ่านไปหัวเราะไปมีความสุขมากๆเลยค่ะ ปล.สำหรับใครที่เกลียดชื่อตอน งืออออออ อย่าเกลียดน้า คำคำนี้มันอาจจะมาเรื่อยๆ ก็อีตาเพลิงมัน ‘อัณฑะ’ พาล จริงๆนี่นา 55555 (24 เม.ย. 61)


http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/48456/584810482-member.jpg


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}