Hunny Exo

มาเป็นแรงเชียร์แรงใจให้ไรท์ Hunny Exo กันนะ^^ ขอบคุณทุกคอมเม้นและการติดตามจร้า~

ไอแว่น ครั้งที่55 : My

ชื่อตอน : ไอแว่น ครั้งที่55 : My

คำค้น : ไอแว่นเนี่ยเมียกู เสือใหญ่,เดียร์,ไอ้แว่น,ไอ้เถื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.2k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2561 21:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไอแว่น ครั้งที่55 : My
แบบอักษร

​"อึก..อืมมมม..กี่โมงแล้วเนี่ย"

​"..."



​ผมปรือตาลืมขึ้นอีกครั้งพลางหันไปมองดูนาฬิกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียงมันก็เป็นเวลาสี่โมงครึ่งแล้ว พอจะหลับตาลงด้วยความขี้เกียจอักที่ก็นึกขึ้นได้ถึงเดียร์ที่ผมนั้นปล่อยให้อยู่คนเดียว

แต่เวลานี่ผมขี้เกียจจริงๆนะ มันเมื่อยตัวไปหมดเลยผมเลยตัดสินใจก็หลับตาลงอีกครั้งและควานหาหมอนข้างก่อนจะยกขากายซะเต็มที่

"เห้อ!..ป่านี้เดียร์จะทำอะไรอยู่นะ..อืมมม"

ผมพาดขาบนหมอนข้างอย่างฟรีสไตล์ชนิดที่ว่านอนยาวได้อีกเป็นวัน แต่ความเป็นจริงคือผมต้องรีบลุกแล้วออกไปหาเดียร์ทำไงได้ความล้าต่างๆนาๆเล่นเอาซะไม่อยากจะลุก

"?"

ในขณะที่ผมกำลังนอนหลับตาเพื่อคลายความเหนื่อยอีกสักนิด ไอ้หมอนข้างที่อยู่ใต้ผ้าผมที่ผมพาดขาอย่างดีทำไมมันถึงขยุกขยิกไปมา 

นั่นแหละคือสิ่งที่ผมจะหัวใจวายตายเมื่อไอ้หมอนข้างนี่มันไม่ใช่หมอนข้างน่ะสิ ผมจับผ้าห่มผืนหนาไว้ในมือแน่นหมายที่จะเปิดดู แต่ไอ้ตัวที่อยู่ข้างในกลับดิ้นไปมาและมีเสียงอู้อี้อยู่ข้างใน

พรึ่บ!

"ดะ...เดียร์!..มาตอนไหนเนี้ย!?"

"อือออออ!..น่ะ..หนัก!"

"เห้ย!..ขะ..ขอโทษ..เสือไม่ได้ตั้งใจ"

ผมยกขาตัวเองออกจากตัวเดียร์ที่อยู่ใต้ผ้าห่มทันทีที่ตอนนี้เล่นเอาผมตะลึงไปเลยว่าร่างบางนั้นมานอนด้วยตอนไหน 

และอีกอย่างเหมือนผมจะทำให้คนตรงหน้าตื่นแล้วละสิ

"ขอโทษนะที่เอาขาทับอ่ะ..เสือไม่รู้จริงๆ"

"อือ..ไม่เป็นไร"

"ว่าแต่..เดียร์หิวรึยัง..หรืออยากได้อะไรมั้ย?"

"หิว"

เมื่อได้ยินคนตรงหน้าตอบมาแค่นี้ ภาระที่ผมคิดว่ามันคือการนั่งคัดเอบีซีพันรอบที่ต้องทำกับข้าวนั้นหนักหนากว่าอีก ผมยันตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะค่อยๆลุกขึ้น

แต่แล้วก็มีมือของอีกคนคว้าจับมือผมไว้ได้ทัน มันทำให้ผมต้องหันไปมองคนที่นั่งอยู่บนเตียงที่กำลังมองผม

"เอ่อ..ขอโทษนะ"

"ไม่เป็นไร..เดียร์อยากกินอะไรหรอ?"

มือเรียวเล็กที่กำลังจับขอมือผมไว้ค่อยๆคลายออกก่อนจะเอ่ยขอโทษที่อาจจะทำให้ผมต้องตกใจหรืออาจจะกังวล แต่ผมคิดว่ามันไม่มีอะไรน่ากังวลเลยสักนิด เว้นแต่ทำกับข้าวอ่ะนะ

ผมมองเดียร์ที่กำลังก้มหน้ามองมือตัวเองที่จับกันไว้แน่นก่อนจะเงยหน้ามองผมอย่างกล้าๆกลัวๆ ผมเองก็ได้แต่อมยิ้มให้ร่างนั้นไป

"เอ่อ..ทำอาหารไม่เป็น..ไม่ใช่หรอ?"

"มันก็พอทำได้เป็นบางอย่างน่ะ..ขอโทษนะที่ทำให้พึ่งพาเสือไม่ได้เลย"

"เดี๋ยวทำเอง..ทำให้กินแบบเมื่อก่อนไง"

"วะ..ว่าไงนะ"

ผมเหมือนจะหูฝาดไปจริงๆหรือนี่ เดียร์เริ่มจำได้แล้วงั้นหรอ แต่ในขณะที่ผมยังไม่ทันได้หายสงสัยเดียร์ก็รีบลุกออกจากเตียงและเดินออกจากห้องไปทันที ปล่อยทิ้งให้ผมยังคงยืนตื่นเต้นและดีใจจนพูดไม่ออก

นี่ก็แสดงว่าเดียร์ก็เริ่มพอที่จะกลับมาจำได้บ้างแล้วสิ ผมได้แต่ยืนให้หัวใจมันเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่นาน ก่อนจะดึงสติตัวเองกลับมาและรีบเดินออกมาจากห้องนอนทันที 

"เดียร์หิวไม่ใช่หรอ..เดียร์ทำกินส่วนของตัวเองก็ได้"

"ไม่หิวหรอ?"

ผมได้แต่ยืนมองเดียร์ที่กำลังควงตะหลิวผัดอะไรสักอย่างอยู่ในกะทะ ก่อนที่จะหันมาถามผมเพราะผมเองดันเล่นบอกให้เจ้าตัวทำกินเฉพาะของตัวเอง แต่ลืมนึกไปว่าตัวเองก็หิว

"หิวเหมือนกัน..แต่เกรงใจเดียร์นิ"

"ก็ทำให้กินทุกครั้งนี่..ไม่เห็นต้องเกรงใจเลย"

อื้อหืออ! หัวใจนี่ลอยเหมือนบอลลูนเลยละครับ อะไรมันจะทำให้ดีใจขนาดนี้ ผมเองก็ได้แต่ยืนยิ้มอยู่คนเดียวก่อนจะเดินเข้าไปหาเดียร์ที่กำลังยืนทำกับข้าวอยู่นั้น

จะหาว่าผมลืมตัวก็ไม่ถูกนะ ผมชินต่างหากละ เมื่อเวลาเดียร์ทำกับข้าวให้กินทีไรก็จะเดินเข้ามาโอบกอดเอวของคนที่กำลังทำกับข้าวอย่างถือวิสาสะ ครั้งนี้ก็เช่นกัน

"อึก!..ทะ..ทำอะไรน่ะ!"

"ขออยู่ดูทำกับข้าวด้วยคนสิ..ได้มั้ย"

"ยะ..ยืนข้างๆก็ได้นี่..ไม่เห็นต้องกอดเลยนะ"

คนที่กำลังถูกผมกอดตอนนี้ก็เล่นรนจนผมกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เพราะท่าทีคนตรงหน้าอย่างกับเด็กน้อยที่กำลังรนหาของเล่นที่เผลอทำหายไป

ผมโอบกระชับเอวนั้นให้แนบชิดกับหน้าอกผมไปทุกอณูก่อนจะก้มลงเอาคางเกยไหล่ของเจ้าตัวและค่อยๆสูดกลิ่นอายเฉพาะตัวที่ลอยออกมาแต่จมูก ผมทำแบบนี้นึกว่าเดียร์จะตกใจกลัวซะอีกเพราะผมอาจจะรุกหนักไป แต่กลับกันร่างนั้นกำลังกระสับกระส่ายด้วยความเขินอาย

"กอดแน่นเกินไปแล้วนะ..มันอึดอัด"

"ขอโทษครับ..จะกอดไว้หลวมๆแล้วกันนะ"

ผมค่อยๆผ่อนแรงที่แขนลงเพื่อให้คนตรงหน้าขยับไปมาได้บ้าง นี่ผมรุกเร็วเกินไปรึเปล่า เดียร์จะยังคงกล้าไว้ใจผมต่ออีกมั้ย

ไม่นานอาหารที่เดียร์ทำมันก็เสร็จพร้อมกินเรียบร้อย สงสัยผมจะกอดร่างบางมากเกินไปจนทำให้คนที่ถูกกอดมองผมอย่างงอนๆซึ่งมันก็คือ เลิกกอดและไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าว ซะอย่างนั้น

"เดียร์ทำอะไรให้เสือกินหรอ?"

"เมื่อกี้ก็เห็นแล้วนะ..จะถามทำไมอีกละ"

"หือ..เสือไม่เห็นจริงๆนะ..มัวแต่ดูคนทำเลยไม่ได้มองอาหารที่ทำเลย"

"ทะ..ทำข้าวผัดนี่ไง..ไม่เห็นหรอ..กินสิ"

เดียร์ดูรนอีกแล้วละสงสัยจะเขินที่ผมสนใจคนทำมากกว่าอาหารนั่นก็เป็นได้ ผมได้แต่อมยิ้มให้กับใบหน้าหวานที่กำลังส่งสายตามองไปทางอื่นแทน

เราทั้งคู่ใช้เวลานานพอสมควรที่นั่งกินข้าวด้วยกันจนเสร็จสับ มันก็เลยเวลามาจนเย็นมากแล้วด้วยผมเลยให้เดียร์ไปอาบนํ้าเปลี่ยนเสือผ้า ส่วนผมก็จะล้างจานนี่เอง

"อ่าาา..ล้างเสร็จเรียบร้อย"

ผมเก็บทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยก็เดินชิวๆสบายอารมณ์มานั่งดูรายการทีวีในช่วงหัวคํ่าทันทีปล่อยให้เดียร์ทำธุระส่วนตัวอยู่ในห้องนอน

ผมนั่งดูรายการทีวีนานจนเกินเวลาที่ร่างบางนั้นจะต้องทำอะไรต่อมิอะไรเสร็จแล้วสิ แต่นี่มันก็นานมากแล้วไม่เห็นจะออกมาจากห้อง ผมเลยตัดสินใจเข้าไปตามดีกว่า

แกร๊ก!

"เดียร์..ทำอะไรอยู่..อาบนํ้าแล้วจะนอนเลยหรอ"

ผมที่เปิดประตูห้องนอนเข้าไปก็พบแต่ความว่างเปล่าภายในห้องนอน แต่ผมมองมาอีกทางที่ประตูห้องนํ้ามันถูกแง้มเปิดเอาไว้

ผมไม่ได้อยากจะรบกวนเวลาส่วนตัวหรอกนะ แค่สงสัยว่ามันนานผิดปกติเลยตัดสินใจพลักประตูนั่นเข้าไป

"เดียร์..อยู่ในนี้รึเปล่าเป็นอะไรมั้ย...เสือเห็นว่าเข้ามานานแล้วนะ..แล้วจะ..."

"อึก!..อย่ามองนะ!!!..เข้ามาได้ยังไงเนี้ย!!"

"เห้ย!..ขะ..ขอโทษ...เสือแค่เป็นห่วง..เห็นเข้ามานานแล้ว"

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ผมเองก็ต้องตกใจและเดียร์ก็คงไม่ต่างกัน ในเมื่อจัวหวะที่พลักประตูเข้าไปร่างบางกำลังยืนเปลือยกายจนทำเอาผมค้างซะอย่างนั้น สติกลับมาอีกทีก็เมื่อตอนที่เดียร์จะโกนว่าอย่ามองนี่แหละ

ผมหันหลังให้กับคนตรงหน้าทันทีที่ทั้งตกใจและเขินอาย เมื่อไอ้เงอะงะอย่างผมดันเข้ามาตอนที่คนกำลังจะอาบนํ้าไหนจะส่วนลับนั่นอีกและผิวขาวๆที่ไม่ค่อยจะได้สัมผัส มันทำให้ผม

แข็ง! วอททททททททช์!!!!...

"ขอโทษนะ..เสือจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ"

ผมไม่รอเสียงตอบกลับของร่างบางหรือเสียงใดๆทั้งสิ้น ผมรีบดิ่งสาวเท้าอย่างไวเดินออกจากห้องนอนทันที ก่อนจะค่อยๆมานั่งสงบสติอารมณ์กับไอ้ลูกรักที่มันแข็งนี่สิ

"ใจเย็นไว้มึงไอ้เสือ..เดียร์ยังจำกูไม่ได้..เพราะงั้น..มึงจะเสียบเค้าตอนนี้ไม่ได้นะเว้ย"

ผมพึมพำกับตัวเองอยู่นานพลางคิดถึงการ์ตูนที่ชอบ เอาแบบคิดชนิดที่ว่าหลุดออกนอกโลกไปเลย ไหนจะ การ์ตูนบาร์บี้ที่เคยไปนั่งดูกับแม่ชูตอนเด็กๆเอย หนอนน้อยหรรษาที่มีหนอนไอ้ตัวสีเหลืองกับสีแดงที่มันทำให้ตลกๆนั่นแหละ

ไม่นานไอ้ลูกรักผมมันก็ค่อยๆสงบลง ผมเองนี่ก็นั่งภาวนาเหงื่อตกแทบตายกว่ามันจะหายแข็ง

"ไม่ไปอาบนํ้าหรอ?"

"เอ่อ..ดูหนังอยู่น่ะ..เดี๋ยวค่อยไปอาบแล้วกัน"

ในขณะที่ผมสงบไอ้ลูกรักได้แล้ว เดียร์ก็เปิดประตูและเดินออกมาจากห้องในชุดนอนเสื้อแขนยาวกับกางเกงขาสั้นที่ใส่นอนเป็นประจำ ก่อนจะค่อยๆเดินมานั่งข้างๆผมแล้วเราก็ดูหนังด้วยกัน

"เอ่อ..ขอโทษนะ..ที่จำอะไรไม่ค่อยได้เลย..มันอาจจะจำได้บ้าง..แต่มันก็ส่วนน้อยน่ะ"

"เสือต่างหากที่ต้องขอโทษเดียร์..เสือผิดเอง..เสือผิดทุกอย่างเสือทำให้เดียร์กลายเป็นแบบนี้"

คนที่เปิดประเด็นเริ่มบทสนทนานี่คือเดียร์ที่จู่ๆก็ขอโทษผมเรื่องที่ตัวเองจำอะไรไม่ได้เกี่ยวกับผมเลย

แต่ผมไม่ได้ถือว่ามันคือความผิดเดียร์ที่จำไม่ได้ ผมต่างหากที่เป็นคนผิดทำให้เดียร์กลายเป็นแบบนี้

"บางทีมันก็สมควรแล้วละที่เดียร์เป็นแบบนี้..มันทำให้เสือปวดใจไม่น้อยเลย..แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะเสือเอง"

"ช่วยเล่า..ตั้งแต่เราเป็นแฟนกันจนมาถึงตอนนี้ได้มั้ย..อยากรู้"

ผมเอื้อมมือไปหยิบรีโมทต์ก่อนจะกดปิดทีวีไปและวางรีโมทต์ไว้ที่เดิม ก่อนจะหันไปมองหน้าเดียร์และได้แต่อมยิ้มให้

"ได้สิ..เดี๋ยวเสือจะเล่าให้ฟัง..."

ผมค่อยๆเริ่มเล่าตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันจนรวมไปถึงวีรกรรมแสบๆของเดียร์ที่ทำอะไรไว้บ้าง เจ้าตัวเองก็ดูตกใจกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นและยังคงอมยิ้มแต่ก็ไม่ได้หัวเราะออกมาแต่อย่างใด รวมไปถึง ตอนนี้เรามีอะไรกันด้วย พอเล่าถึงตอนที่เราเคยมีอะไรกันด้วยอยู่เป็นประจำร่างบางตกหน้าก็จะเขินทันที

"แสดงว่า..เราก็เห็นกันมาหมดแล้วงั้นสิ"

"เอ่อ..ใช่..เห็นทุกซอกทุกมุมเลยละ"

ผมอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และสงสายตาเป็นประกายให้กับใบหน้าหวานที่ตอนนี้แก้มทั้งสองข้างจะแดงโดยไม่มีสาเหตุ ร่างบางตีไหล่ผมหนึ่งทีก่อนจะบอกให้เล่าต่อ

ผมเองก็เริ่มเข้าเรื่องต่อจนท้ายที่สุดประเด็นที่มันทำให้เกิดเรื่องแบบนี้นั่นมันมีสาเหตุมาจากผมด้วยความใช้อารมณ์เป็นตัวตัดสินทุกสิ่งทุกอย่างในคืนเค้าค่ายวันที่สอง

"..."

"รู้สึกแย่เลยละสิที่คนทำร้ายเดียร์ก็คือเสือเอง..ไหนจะต้องมาอยู่ด้วยกันอีก"

"..."

"เราเคยคุยกันไว้ว่า..หลังจากเข้าค่ายเราจะไปเที่ยวด้วยกันแต่ก็พลาดตรงที่เสือเป็นคนเริ่มฉนวนเหตุทุกอย่าง..จนสิ่งที่คิดไว้..พังพินาศหายไปหมด"

ผมได้แต่ยิ้มและก้มหน้ารับความผิดรวมถึงบทลงโทษที่สาสมนั้นอย่างเต็มรูปแบบ เดียร์ได้แต่มองผมแต่ไม่ได้พูดอะไร คนที่มองผมอยู่ตอนนี้อาจจะกำลังปฏิเสธว่ามันต้องไม่ใช่ผมที่ทำให้เค้าต้องเป็นแบบนี้

"ไม่จริง..ใช่มั้ย"

"ทุกอย่างคือความจริง..เสือกลัวมากเลยนะเดียร์..เสือกลัวถ้าเดียร์จำเรื่องราวที่ผ่านมาได้ทั้งหมด..นั่นรวมถึงเรื่องเลวๆที่เสือทำ..นั่นหมายความว่าเดียร์มีสิทธิ์ที่จะไม่ให้อภัเสือเลยนะ"

"แต่ตอนนี้ก็ยังจำไม่ได้อยู่นี่"

"แล้วถ้าเดียร์จำได้ละ..แล้วถ้าเดียร์จำสิ่งที่เลวๆที่เสือทำไว้และเดียร์ไม่ให้อภัยเสือละ..เสือกลัวนะ..กลัวเดียร์จะทิ้งเสือไป"

ตั้งแต่ตอนไหนกันที่มือผมกำลังจับกระชับมือร่างบางนั่นไว้อย่างแน่นแบบที่ไม่คิดว่าจะปล่อยมัน ความรู้สึกที่เดียร์มองผมตอนนี้มันช่างหลากหลายจนไม่รู้ว่า ถ้าเดียร์รับไม่ได้จากสิ่งที่ผมทำ เดียร์จะทิ้งผมรึเปล่า

"สะ...สัญญา..เคยสัญญากันแล้วนี่?"

"เดียร์ว่าอะไรนะ"

ผมอาจจะได้ยินสิ่งที่เดียร์พูดผิดก็ได้ เดียร์พลางหลับตาพลางว่ากำลังคิดอะไรบางสิ่งบางอย่าง หัวใจผมที่มันพองโตแต่แรกเริ่มแต่ตอนนี้มันหดหู่เหลือเกิน

ผมควรทำยังไงดี สิ่งที่ดีที่สุดคือบอกความจริงตั้งแต่เริ่มต้นมันอาจจะทำให้เดียร์รับรู้ในระดับนึง แล้วสิ่งที่ร่างบางต้องมาเจออะไรแบบนี้ก็เพราะผมเอง

"สัญญาใช่สัญญา..จู่ๆมันก็คิดออก"

"สัญญา..เอ่อ..หรือว่าจะเป็น.."

ผมมองเดียร์อย่างมีหวังมือที่สอดประสานจับมือเรียวบางนั้นอย่างไม่คิดที่จะปล่อย รอยยิ้มจางๆของผมนั้นเผยให้อีกคนเห็นก่อนที่เราจะมองหน้ากัน

"จะอยู่เคียงข้างกัน/จะอยู่เคียงข้างกัน"

ผมฉีกยิ้มดีใจขึ้นมาทันที สัญญาก่อนที่เราจะตกลงจะคบกันเป็นแฟนในตอนนั้นผมยังจำมันได้ดี และที่ดีใจสุดๆมากไปกว่านั้นคือ เดียร์ก็จำได้!

"เดียร์..เดียร์จำได้ด้วย!..เสือดีใจจัง..ขอบคุณที่จำได้นะเดียร์!"

"อืม..จะ..จำได้..แต่ตอนนี้..เหนื่อยจัง"

ฟุ่บบ~

"เห้ย!..เดียร์!"

คนตรงหน้าผมสลบไปต่อหน้าต่อตาทันที ผมรีบลุกขึ้นก่อนจะช้อนตัวร่างบางที่สลบไปผมรีบอุ้มขึ้นและพาเข้าไปในห้องนอนทันทีก่อนจะค่อยๆว่างร่างของเดียร์ลงอย่างเบามือ 

ตอนนี้ร่างบางคงกำลังฟืนตัวเองมากเกินไปจนอาจจะทำให้หมดสติไปเลยก็ได้ ผมค่อยๆนั่งลงข้างๆร่างของเดียร์ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบเรือนผมดำสนิทนั้นอย่างแผ่วเบา

"ขอโทษนะกับเรื่องที่เกิดขึ้น..ตอนนี้เสือได้รับผมกรรมนั่นแล้วละ..แต่ขออย่างเดียว..."

"..."

"ขอให้กลับมาจำเรื่องของเราให้ได้อีกครั้งนะ..ราตรีสวัสดิ์นะ..ไอ้ขี้ดื้อของเสือ"













​ติดตามตอนต่อไป

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น