Kamui Yato

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 19 [ กลับดาวเบจิต้า และ สุดยอดนักรบทารก ]

ชื่อตอน : บทที่ 19 [ กลับดาวเบจิต้า และ สุดยอดนักรบทารก ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 94

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2561 20:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 [ กลับดาวเบจิต้า และ สุดยอดนักรบทารก ]
แบบอักษร

1 ปี 5 เดือนผ่าน ณ ปี 737

""บอลเกงกิ""

ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!


เสียงตะโกนที่ดูห้าวๆของเด็กทั้งสองพร้อมกับบอลพลังงานสีฟ้าแสนบริสุทธิเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นระเบิดขนาดเล็ก และเนื่องจากทั้งเบลล่าและการ์ลิคดูดซับพลังธรรมชาติโดยรอบเพียงน้อยนิด จึงทำให้บอลเกงกิของทั้งคู่มีความรุนแรงพอประมาณแต่ก็ไม่แรงถึงขนาดทำให้ดาวของท่านเจ้าพิภพเกิดความเสียหาย

"โอ้ พวกเจ้านี่อัจฉริยะจริงๆ สามารถรับงับจิตมารได้ในเวลาสั้นๆ ทั้งยังสามารถใช้วิชาที่ข้าสอนได้ทั้งสองอีกวิชาด้วย"

ท่านเจ้าพิภพตอนนี้รู้สึกภูมิใจมากที่ได้สอนวิชาให้แก่เด็กสองคน ทั้งคู่ใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งปี ก็สามารถใช้วิชาที่เขาคิดค้นขึ้นมาได้อย่างใจนึกและเกือบเข้าขั้นชำนาญ และที่เขาสนใจที่สุดก็คงไม่พ้นการ์ลิค เนื่องจากเด็กน้อยผู้นี้สามารถใช้หมัดเจ้าพิภพ(หมัดไคโอ) ได้ถึง 10 เท่าโดยที่ร่างกายไม่ค่อยรับภาระจากการใช้วิชานี้ ดูเหมือนเจ้าหนูนี่จะเตรียมร่างกายมาดีมากจริงๆ

แต่การ์ลิคกลับเสียดายที่ตนใช้หมัดเจ้าพิภพได้แค่ 10 เท่าเท่านั้น เนื่องจากพลังต่อสู้ที่ข้ามขีดจำกัดไปขั้นจนร่างกายนั้นถึงขีดสุดแล้วหลังจากการต่อสู้กับเดียโบจอมทัพแห่งโลกมาร ทำให้ตัวเขาไม่สามารถใช้หมัดเจ้าพิภพเกิน 10 เท่าได้เพราะมันจะสร้างภาระให้แก่ร่างกายอย่างมหาศาลยามใช้เกินกำลัง เขาคงต้องวางแผนใหม่เพื่อใช้เวลาฝึกร่างกายเพิ่มเท่านั้น ถึงจะสามารถใช้มันได้อย่างไม่มีปัญหาในขั้นต่อไป

ส่วนเบลล่าก็ไม่น้อยหน้าในช่วงครึ่งปี เธอสามารถใช้หมัดเจ้าพิภพ 6-7 เท่าได้โดยไม่สร้างภาระให้แก่ร่างกาย แม้จะดูน้อย แต่แค่นี้ก็ทำให้การ์ลิคภูมิใจและชื่นชมเธอเสมอ สมแล้วที่เธอเป็นถึงนักรบไซย่าระดับสูง มีพรสวรรค์ในการต่อสู้ยิ่งกว่าซุนโกคูตัวเอกของเรื่องในช่วงแรกเสียอีก แถมหลังจากที่สู้กับเดียโบ ดูเหมือนเบลล่าจะแข็งแกร่งขึ้นมาก ในช่วงแรกเขาก็คิดจะพาเธอไปปลุกพลังแฝงกับท่านผู้เฒ่าสูงสุด แต่ว่าด้วยพลังในตอนนี้คงไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว

แถมในช่วงเวลาอีกเกือบหนึ่งปีจนถึงปัจจุบัน ทั้งคู่ก็ฝึกวิชาต่อโดยท่านเจ้าพิภพได้ทำเซ็ตถ่วงน้ำหนักให้ทั้งคู่ ทำให้การฝึกร่างกายเป็นไปได้ด้วยดี ทำให้การ์ลิคสามารถใช้หมัดเจ้าพิภพ 15 เท่าได้โดยไม่เกิดภาระทางร่างกาย แต่ก็อาจมีบ้างที่เขาจะออนแรงเนื่องจากต้องดึงพลังมหาศาลออกมา ซึ่งเบลล่าก็ไม่ต่างกันเธอตามการ์ลิคมาติดๆ แถมยังใช้หมัดเจ้าพิภพ 12 เท่าโดยไม่เกิดภาระได้อีกด้วย

"น่าหงุดหงิดจริง อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวเท่านั้น เราก็จะเข้าสู่โลกแห่งซุปเปอร์ไซย่าได้แล้วแท้ ๆ โถ่โว้ย~!!"

เด็กชายวัย 10 ปีรูปร่างดีงามในชุดนักสู้แดงเหลืองกล่าวขึ้นมาอย่างเซ็งๆ เพราะตั้งแต่ที่เขาฝึกมาก็ก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกายจนแทบถึงขีดสุด แต่เขาก็ยังไม่สามารถเป็นซุปเปอร์ไซย่าได้ตามที่หวัง นี่คงเป็นเพราะเขาขาดตัวกระตุ้นอย่างแน่นอน แต่ถ้าต้องใช้ตัวกระตุ้นโดยการเสียใครที่เขารักไปสักคนเขาคงไม่มีวันทำเช่นนั้น ถึงมันจะทำให้เขาเป็นซุปเปอร์ไซย่าได้ก็ตาม

"อย่าพึ่งยอมแพ้สิการ์ลิค เรารู้ว่านายต้องทำได้อยู่แล้ว ก็เพราะนายคือพ่อหมีจอมลามกของเรานี่นา"เด็กหญิงวัยสิบปีในชุดนักสู้สีแดงเหลืองกล่าวให้กำลังใจเด็กชายด้วยรอยยิ้มทำให้การ์ลิคนั้นพยักหน้าและเลิกบ่น

"วันนี้เราว่าจะไปทำธุระหน่อย เธอฝึกวิชาอยู่ที่นี่ไปก่อนนะ"การ์ลิคกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม แต่ในความคิดกลับกำลังเคร่งเครียด เพราะคงอีกไม่กี่วันหรืออีกไม่กี่เดือนหลังจากนี้จะเป็นวันชี้ชะตาว่าชาวไซย่าทั้งหลายจะรอดพ้นจากเจ้าฟรีเซอร์หรือไม่

วิ้งงง~!

การ์ลิคใช้ท่าเคลื่อนย้ายในพริบตาโดยไม่คิดจะรอคำกล่าวแย้งจากเบลล่า เพราะเขาไม่อยากให้เธอไปเสี่ยงอันตรายกับศึกที่ไม่รู้ว่าจะชนะหรือไม่ และต่อให้เขาต้องตายก็ตาม เขาก็ยังสามารถมาฝึกวิชากับท่านเจ้าพิภพในร่างวิญญาณได้อีกด้วย เนื่องจากเขาได้คุยเรื่องนี้กับท่านเจ้าพิภพไว้ก่อนแล้ว เขาจึงไม่ค่อยซีเรียสเรื่องตายเสียเท่าไหร่นัก

"อย่าทิ้งเราไว้คนเดียวสิการ์ลิค"น้ำเสียงของเด็กหญิงที่ค้นเคยทำให้การ์ลิคถึงกับตกใจ เขารีบหันไปมองข้างหลังด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

"เฮ้อ~"

"เป็นอะไรหรอ? แล้วตอนนี้เราอยู่ที่ไหน ดาวเบจิต้าใช่ไหม ?"

เขาได้แต่ถอนหายใจเพราะใครจะคิดว่ายัยนี่จะตามเขามาด้วย ตอนนี้อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดสินะ เอาเถอะจะยังไงก็ได้ แต่เขาจะไม่มีวันให้เบลน้อยต้องตายแน่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เขาได้แต่ยึดคำมั่นไว้ในใจก่อนจะหันไปอธิบายกับเบลเล็กน้อยเพื่อให้เธอเข้าใจแต่เขาไม่ได้บอกเรื่องที่ฟรีเซอร์จะโจมตีดาวเบจิต้าในปีนี้

"ก็ดีเหมือนกัน ตอนนี้เราอยากทำเรื่องที่อยากทำให้สำเร็จสักที เราไปก่อนนะการ์ลิคเดี๋ยวมา"

ฟูมมมม~!

เบลล่าบินจากไป ซึ่งการ์ลิคก็มองไปยังทางที่เบลด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เพราะจุดที่เธอมุ่งไปคือพระราชวังของราชาเบจิต้า ดูเหมือนยัยนี่จะยังแค้นฝังใจในเรื่องที่ถูกส่งไปตายในภาระกิจเมื่อ4ปีก่อน เขาจึงทำได้แต่ส่ายหัวก่อนจะบินตามไป เพราะเขายังไม่ต้องการให้เบลล่าฆ่าใครในตอนนี้ อีกอย่างยังไงเจ้าพวกขุนนางก็ต้องตายเพราะคิดกบฏต่อเจ้าฟรีเซอร์อยู่แล้วจะฆ่าพวกมันตอนนี้ให้มือเปื้อนเลือดทำไมจริงไหม ?

ตู้มมมมมมมมมมม~!

"อ๊ากกกกกกกก เบลล่า ใจเย็นๆ พ่อไม่เคยคิดทำแบบนั้นจริงๆ"

ปั้งงงง~!

"ใจเย็นๆก่อนเบล"การ์ลิคกล่าวห้ามพลางจับข้อมือของเบลล่าที่กำลังลงมือสังหารบิดาของเธอ สายตาของเขากวาดมองสภาพพระราชวังที่เคยสวยงามเมื่อก่อน แต่บัดนี้กลับกลายเป็นซากพังทลาย แถมในห้องโถงก็มีเหล่าขุนนางหลายสิบคนนอนหมดสติอยู่ที่พื้น และหนึ่งในนั้นยังมีราชาเบจิต้าที่นอนกระอักเลือดอยู่ด้วย

"โยว่~ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ท่านราชาเบจิต้า ไม่สิพวกเราไม่เคยเห็นหน้าคร่าตากันเลยต่างหาก"

"แค่ก ๆ เจ้าคือ ?"ราชาที่ไม่เคยเห็นหน้าเด็กชายมาก่อนจึงกล่าวถามด้วยความสงสัย

ส่วนการ์ลิคนั้นทำเพียงยกยิ้มและเดินตรงไปหาราชาเบจิต้าที่ยังนอนกระอักเลือดก่อนจะยกฝ่าเท้าขึ้นเหนือหัวและใช้เหยียบลงบนศีรษะของมัน แค่นั้นยังไม่พอเขายังขยี้ไปมาอีกด้วยทำให้ราชาเบจิต้าในตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปจากผ้าเช็ดเท้าเลยก็ว่าได้ และแม้เหล่าองค์รักชาวไซย่าที่มองเห็นเหตุการณ์จะอยากเข้ามาช่วย แต่ยามพบจิตสังหารของการ์ลิคก็ไม่มีใครกล้าเหยียบย่างเข้ามาในเขตที่เขายืนอยู่เลยสักคน

"ลืมไปเราไปแล้วหรอ ท่านราชา เมื่อสี่ปีก่อนท่านคิดจะส่งเราและเบลล่าไปยังดาวยาโดแรตเพื่อไปทำภารกิจไง แต่ว่าภาระกิจนั้นกลับเกินกำลังเด็กน้อยอย่างพวกเรามาก แถมต่อให้พวกเราแปลงเป็นลิงยักษ์ก็ใช่ว่าจะชนะชาวดาวยาโดแรตได้ อัตราการรอดชีวิตนั้นเป็นศูนย์"

"จะ เจ้าคือ การ์ลิค ลูกชายของเร็กและเกลสินะ แต่ทะ ทำไมละ ทำไมพวกแกสองคนถึงยังมีชีวิตอยู่"

"ฮ่า ๆ ไม่ต้องสนใจเรื่องของพวกเราหรอก แกในตอนนี้ควรสนใจชีวิตของพวกแกมากกว่านะ ราชาเบจิต้า"ว่าจบเขาก็ใช้เพิ่มแรงเท้ากดที่เหยียบหัวราชาเบจิต้าขึ้นอีกคนหัวของมันมุดลงพื้นห้องโถงพระราชวังไปถึงสามนิ้ว

"กะ แก อย่าทำร้ายท่านพ่อนะ~!" มีเด็กชายชาวไซย่าวัย 5 ปีวิ่งออกมาจากมุมมืด มันพุ่งเข้าใส่การ์ลิคอย่างรวดเร็วแต่เขากับทำเพียงใช้สองแขนรับตัวของเด็กน้อยไว้พร้อมใช้มือลูบผมของมันเบาๆ

"โอ้ นี่คือลูกชายของนายสินะ ท่านราชา ว่าไงองค์ชายเบจิต้าตัวน้อย"

เด็กน้อยไม่ตอบเอาแต่ดิ้นเพื่อให้หลุดจากอ้อมกอดของเด็กชายวัย 10 ปี แต่ไม่ว่าจะดิ้นมากเท่าไหร่ก็ไม่ทีท่าว่าจะหลุดเลย จึงทำให้เด็กน้อยยอมแพ้ ส่วนราชาเบจิต้าที่เห็นบุตรชายคนโตอยู่ในมือของการ์ลิคก็เคร่งเครียดทันทีเพราะตนไม่รู้ว่าเด็กชายวัย 10 ปีผู้นี้จะทำอะไรกับลูกชายของตนกันแน่

"จะ เจ้าจะทำอะไรกับลูกชายของข้ากันแน่"

"ก็ไม่ทำอะไรหรอก ว่าแต่แค่นี้คงพอแล้วละ"การ์ลิคคิดว่าการลงโทษในคราวนี้คงพอแล้ว เพราะอย่างไรเจ้าราชาเบจิต้าก็มีบุญคุณกับเขาอยู่ เพราะถ้ามันไม่ส่งเขาไปยังดาวยาโดแรต เขาคงไม่มีวันได้แข็งแกร่งอย่างทุกวันนี้หรอก เขาจึงยกฝ่าเท้าที่เคยเหยียบหัวและปล่อยร่างของเบจิต้าลงพื้นและหันไปกล่าวอีกครั้งหนึ่ง

"หลังจากนี้เราและเบลล่าจะกลับมาอยู่ดาวเบจิต้า ส่วนเรื่องที่พวกนายคิดจะก่อกบฏต่อเจ้าฟรีเซอร์เราจะช่วยอีกแรง แค่นี้แหละไปกันเถอะเบล เราไปดูเด็กทารกในเบบี้เทรนนิ่งรูมกันเถอะ"

"อื้อ"เบลล่ากล่าวตอบพร้อมสะบัดมือปล่อยร่างของบิดาทิ้งอย่างไร้เยื้อใย เธอในตอนนี้ไม่จำเป็นต้องนับเจ้านี่ว่าเป็นพ่ออีกต่อไป ครอบครัวของเธอในตอนนี้มีเพียงการ์ลิคคนเดียวก็เพียงพอแล้ว

ทั้งคู่พากันจับมือเดินจากไปโดยทิ้งไว้เพียงความพินาศและความสับสนของราชวงค์ ตามเส้นทางเมื่อทั้งคู่เดินผ่านชาวไซย่าบนถนน พวกมันก็ต่างพร้อมใจแหวกทางให้อย่างหวั่นเกรง ทั้งคู่เดินทางจนมาถึงเบบี้เทรนนิ่งรูม การ์ลิครู้สึกคิดถึงที่แห่งนี้ไม่น้อยเนื่องจากความแข็งแกร่งของเขาเริ่มต้นจากที่นี่ ซึ่งมันก็รวมถึงการทรมานด้วยเช่นกัน

"อุ๊ แว๊ ๆ ๆ ๆ"

เสียงร้องไห้งอแงที่ดังลั่นภายในเบบี้เทนนิ่งรูมของเด็กทารกชายคนหนึ่งทำให้การ์ลิคหลุดจากห้วงภวังค์เขารีบพาเบลล่าเดินเข้าไปข้างใน และกวาดตาหาเจ้าของเสียง จนสุดท้ายเขาก็พบเด็กทารกล่อนจ้อนที่มีหน้าตาและทรงผมคุ้นเคยกำลังร้องไห้งอแงอยู่ในแคปซูล ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือซุนโกคู หรือคาคาล็อตในวัยทารก

"หือการ์ลิคทำไมทารกที่ชื่อคาคาล็อตถึงมีพลังต่อสู้ต่ำจัง"

"หึ!! ถึงเจ้าหนูนี่จะมีพลังต่ำ แต่กลับมีพลังแฝงไม่ด้อยกว่าพวกเราเลยละเบล"การ์ลิคพูดความจริงเพราะในอนาคตเจ้านี่แหละที่จะเป็นชาวไซย่าที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลที่ 7 ถ้าไม่มีเขากับเบลล่าละก็นะ

การ์ลิคกล่าวจบก็เดินเข้าไปในห้องของคาคาล็อต ซึ่งนักวิจัยเอเลี่ยนต่างพากันแหวกทางให้กับเขาอย่างหวั่นเกรงไม่มีใครกล้าขวางทางเขาเลยสักคน การ์ลิคจดจ้องมองเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายไม่เลิก แต่ยามที่เด็กน้อยได้พบกับการ์ลิคจู่ๆมันก็หยุดงอแงและจ้องมองเขาตาแป๋ว

"ในอนาคตเราคงได้เจอกันอีก แน่นอนเมื่อถึงวันนั้นเราจะทำให้นายแข็งแกร่งไร้เทียมทานอย่างแน่นอน"การ์ลิคกล่าวคำมั่นพร้อมใช้มือเล็กลูบไล้ไปที่กระจกแคปซูล นี่ก็ทำให้เด็กน้อยที่แสนงอแงกลับหัวเราะร่าเริง

และในขณะที่การ์ลิคกำลังเล่นกับเด็กน้อยคาคาล็อตหรือซุนโกคู จู่ๆเบลล่าที่เดินไปดูเด็กทารกคนอื่นๆก็วิ่งกลับมาหาการ์ลิคด้วยใบหน้าตื่นตะหนกสุดขีด แถมในแววตาของเธอกลับแฝงไปด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด ก่อนจะกล่าวบอกการ์ลิคอย่างไม่รีรอ

"นี่ๆการ์ลิค ห้องข้างๆมีเด็กทารกที่แข็งแกร่งมากด้วยละ พลังต่อสู้ตอนเกิดของมันนี่มีตั้ง 10,000 จุดเลยนะเออ"

"ว่าไงนะ 10,000 จุดหรอ ยะ อย่าบอกนะว่าเด็กคนนั้นชื่อว่าโบรลี่น่ะ ?"การ์ลิคกล่าวถามเบลที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ

"อ่าวการ์ลิครู้ได้ยังไงว่าเด็กคนนั้นชื่อโบรลี่ ?"

การ์ลิคไม่สนคำถามของเบล เขาวิ่งออกจากห้องและรีบเข้าไปในห้องข้างๆ เขารีบกวาดตามองเด็กทารกที่กำลังนอนหลับสนิทไม่สนโลกไม่สนสังคม ใบหน้าของเขาเริ่มค่อยๆซีดขาวลงเรื่อยๆ เพราะเจ้านี่คือทารกน้อยโบรลี่ สุดยอดนักรบในเรื่องดราก้อนบอล แซดเดอะมูฟวี่ 8 ของแท้แน่นอน แต่จะมีผิดแปลกก็ตรง...

'นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมโบรลี่สุดโฉดถึงไม่มีงูน้อยละ ?'

______________________


อ่านไม่เมนต์ขอให้ขี้แตกรดกางเกงสองวันติดครับ

​สาธุ สาธุ สาธุ

บอกเลยไรท์เล่นของใส่(เสกหนังควายเข้าท้อง)

ความคิดเห็น