หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เมื่อหนุ่มหล่อสุดยอดเซลล์แมนจากศตวรรษที่ 21 ต้องกลายมาเป็นขี้ข้า เอ้ย! พ่อบ้าน (ใจกล้า) ในโลกอดีต ที่มีดีกรีความกะล่อนระดับเทพ เรื่องราววุ่นวายจึงบังเกิด แล้วคิดว่าหลินหว่านหรงจะยอมก้มหัวให้ใครหรือไง !

ตอนที่ 20 หาเงิน

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 หาเงิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2561 16:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 หาเงิน
แบบอักษร



หลังจากเก็บข้าวของและแต่งเนื้อแต่งตัวแล้ว หลินหว่านหรงและเหล่าต่งหอบคู่มือจำนวนสิบกว่าเล่มอยู่ในอก เมื่อไปถึงสถานที่รับสมัครคัดเลือกก็ตรวจสอบดูแนวโน้มของสถานการณ์ หลินหว่านหรงตั้งชื่ออันไพเราะขึ้นมาชื่อหนึ่งด้วยความพึงพอใจ มีชื่อว่าการทดลองตลาด แน่นอนว่าต้องเปลืองน้ำลายไปยกหนึ่งเพื่ออธิบายแนวคิดเรื่องการตลาดแก่ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวผู้ใฝ่รู้อีก

วันนี้เป็นวันสุดท้ายในการลงชื่อสมัครเป็นบ่าวรับใช้ตระกูลเซียว พรุ่งนี้จะเป็นวันเริ่มทดสอบอย่างเป็นทางการ ดังนั้นเหล่าบัณฑิตจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งรู้หนังสือและไม่รู้หนังสือจึงต่างเร่งรุดมากัน

ไม่เพียงแต่ในท้องที่เมืองจินหลิงเท่านั้น ยังมีเหล่าบัณฑิตจากหลายพื้นที่อย่าง หางโจว ซูโจว หยางโจว และเจิ้นเจียง ทยอยกันมาอีกด้วย ล้อมรอบสถานที่รายงานตัวเป็นชั้นๆ อย่างแน่นขนัด น้ำไม่อาจซึมผ่านได้เลยจริงๆ

ยังคงมีสภาพเช่นเมื่อวาน เหล่าบ่าวรับใช้และบัณฑิตแบ่งเป็นสองแถว ต่างคนต่างรายงานตัว แบ่งแยกอย่างชัดเจน น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง การจัดลำดับของที่นี่ถือว่ายังดี ไม่เห็นคนแทรกแถวสะเปะสะปะ น่าจะเพราะทุกคนต่างเป็นผู้มีอารยะกระมัง

ดึงดูดบัณฑิตมาตั้งมากมายขนาดนี้ เสน่ห์คุณหนูใหญ่เซียวคนนี้ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ เลยนะ ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ดึงดูดคนมากยิ่งกว่าน่าจะเป็นกิจการอันใหญ่โตมโหฬารที่อยู่เบื้องหลังนางล่ะสิท่า

ตระกูลเซียวจะต้องรับรู้ถึงการหลั่งไหลของบัณฑิตจำนวนมากขนาดนี้ตั้งแต่แรกแล้วเป็นแน่ แต่พวกเขาทั้งไม่ต่อต้านและไม่สนับสนุน ไม่รู้ว่ากำลังวางแผนอะไรกันอยู่ ต้องการบัณฑิตหรือว่าบ่าวรับใช้กันแน่? หรือจะรับทั้งสองอย่างพร้อมกัน?

ถึงกระนั้นพวกเขายิ่งทำเรื่องใหญ่โตหลินหว่านหรงก็ยิ่งชอบ อย่างไรเสียเขาก็จะฉวยโอกาสจับปลาตอนน้ำขุ่น กอบโกยเงินทองเสียเลย


เป้าหมายของหลินหว่านหรงคือเหล่าบัณฑิตผู้สำรวยเหล่านี้ เห็นพวกมันแต่งตัวสีสันงดงามสดใส ทำท่าทางงามสง่า เงินจำนวนห้าตำลึงหลินหว่านหรงรู้สึกว่ากำหนดราคาต่ำเกินไปแล้ว 


สำหรับผู้ที่สมัครเป็นบ่าว สหายเอ๋ย ไม่ใช่ข้าจะดูถูกพวกเจ้าหรอกนะ แต่สังคมก็เป็นแบบนี้ อยากจีบสาวก่อนอื่นก็ต้องหาเงินให้มากสิ

หลินหว่านหรงเล็งบัณฑิตหน้าขาวแฉล้มมาคนหนึ่ง เข้าไปใกล้แล้วเอ่ยเสียงค่อยว่า “สหาย มีหนังสือดีๆ อยู่เล่มหนึ่ง ท่านสนใจหรือไม่?”

หลินหว่านหรงหยิบคู่มือจากในอกออกมา โบกอยู่ตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว ให้เขามองเห็นใบหน้าอันงดงามของคุณหนูใหญ่เซียวบนหน้าปก จากนั้นจึงยัดกลับเข้าไปในอกอย่างรวดเร็วอีกครั้งหนึ่ง

จริงดังคาด บัณฑิตหน้าขาวดวงตากระจ่างวูบ กวาดสายตามองโดยรอบด้วยความระแวดระวังรอบหนึ่งถึงก้มหน้าลงมาพูดกับหลินหว่านหรงว่า “สหาย มีภาพสีหรือไม่?”


ภาพสี? หลินหว่านหรงตะลึงงัน จากนั้นจึงเข้าใจได้ทันที ไอ้เจ้านี่เห็นเขาเป็นคนขายหนังสือลามกแล้ว


หลินหว่านหรงโมโหขึ้นทันที ยายเอ็งสิ! ข้าหน้าตาหล่อเหลาสง่าผ่าเผย จะไปขายไอ้ของพรรค์นั้นได้อย่างไร! ถึงแม้หนังสือจำพวกเพลย์บอย หลงหู่เป้าข้าจะเก็บเอาไว้ไม่น้อย แต่ไม่ถึงกับต้องขายของพวกนี้เลี้ยงชีพหรอกมั้ง ไอ้บ้าหน้าขาวนี่ใช้สายตาอะไรกัน ดูท่าจะไม่ใช่คนดิบดีอะไรนัก

ถึงกระนั้นหากว่ากันตามความจริงแล้ว ตอนนี้ในอกของหลินหว่านหรงซุกของเอาไว้ตุงๆ เหมือนบรรดาคนขายแผ่นซีดีที่ตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จงกวานชุน (ตลาดขายสินค้าไอทีที่กรุงปักกิ่ง) พวกนั้นสุดๆ

หลินหว่านหรงรู้สึกหดหู่ใจจะแย่ อยากจะต่อยไอ้หน้าขาวนี่สักหมัดหนึ่ง แต่ครั้นนึกได้ว่าเหล่าต่งกำลังมองตนเองอยู่ไกลๆ เรียนรู้ว่าเขาทำการตลาดเช่นไร การเริ่มต้นครั้งแรกนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องทำให้ดีสิน่า

หลินหว่านหรงกัดฟันกรอดแล้วพูดว่า “สหาย ของพวกนั้นที่ท่านเอ่ยถึงพวกเราค่อยคุยกันส่วนตัวอีกครา ไม่เพียงจะมีของล้ำค้าที่เป็นภาพสีซึ่งแพร่ออกมาจากวังหลวงเท่านั้น ยังมีฉบับนักสะสมซึ่งนำเข้ามาจากวอกั๋ว (ชื่อเรียกประเทศญี่ปุ่นในสมัยโบราณ) จึ๊ จึ๊ รับประกันว่าท่านไม่เคยเห็นมาก่อนแน่ๆ”

หน้าขาวพลันเปลี่ยนเป็นหน้าแดงทันที สองมือถูไถไปมาอยู่ตลอด ประกายตานั้นบ่งบอกว่าหากมันไม่ใช่คนบ้ากามบนโลกนี้ก็คงไม่มีคนบ้ากามแล้ว

 “แต่ทว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ ข้าปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะแนะนำคู่มือที่มีเพียงหนึ่งเดียวซึ่งเผยแพร่ออกมาจากส่วนในของตระกูลเซียวแก่ท่าน ขอให้พินิจดู——”

หลินหว่านหรงหยิบคู่มือนั้นมาอีกครั้ง รูปศีรษะของคุณหนูใหญ่เซียวบนหน้าปกพลันดึงดูสายตาของเจ้าบ้ากามหน้าขาว “สิ่งนี้คือ——” เขากล่าวด้วยความตื่นเต้นยินดี กวาดสายตามองไปรอบทิศ ปิดปากทันที ดวงตาสาดประกายตื่นเต้นยินดี แม้แต่คนตาบอดก็ดูออก

“ไม่ผิด! นี่ก็คือคุณหนูใหญ่เซียว สิ่งนี้สหายที่เป็นบ่าวระดับกลางซึ่งอยู่ส่วนในในคนหนึ่งของข้าจ่ายเงินก้อนโตเพื่อนำมันมา ท่านดูสิ——” หลินหว่านหรงเขย่าหน้าปก ท่ามกลางเสียงพรึบพรับ ในที่สุดเจ้าหน้าขาวก็เบนสายตาจาคุณหนูใหญ่เซียวไปยังตัวอักษรหลายบรรทัดด้านใน

“เรื่องลับของคุณหนูใหญ่เซียว” ตัวอักษรขนาดใหญ่สั้นกระชับ สองบรรทัดด้านล่างคือ “จัดทำโดยสมาคมบ่าวรับใช้แห่งบ้านตระกูลเซียว จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ XXX “ มุมขวามีตัวอักษรขนาดเล็กสีดำเขียนเอาไว้ว่า——“ลับสุดยอด”

พอเห็นแววตาของเจ้าคนนี้เปล่งประกาย หลินหว่านหรงจึงรู้ว่ามีอะไรสนุกๆ เสียแล้ว จึงรีบฉวยโอกาสตีเหล็กตอนร้อนพูดขึ้นว่า “ท่านดูภาพเหมือนนี้สิ ละเอียดประณีตขนาดไหน ข้าบอกท่านอย่างรับประกันได้เลยว่า นี่เป็นการเผยแพร่ภาพเหมือนของคุณหนูใหญ่เซียวเป็นครั้งแรก ท่านลองดูเนื้อหาภายในอีกครั้ง จริงแท้แน่นอน ปราศจากการโกหกหลอกลวง วันนี้พวกเราสองคนมีวาสนาต่อกัน ยอมใช้ราคาต่ำสุดเพื่อส่งมอบคู่มืออันล้ำค่านี้ให้แก่ท่าน”

เจ้าหนุ่มนั่นมองอย่างเร่งรีบแวบหนึ่ง ครั้นเห็น “ทัศนคติในการเลือกคู่ครองของคุณหนูใหญ่เซียว” ที่อยู่ภายในก็ยิ่งดวงตาทอประกาย หลินหว่านหรงปิดคู่มืออย่างรวดเร็ว ไม่ให้เขาอ่านต่อไป

เจ้าหน้าขาวจึงได้แต่พูดว่า “เจ้าจงบอกราคามาเถิด”

“สิบตำลึง! ขาดไปหนึ่งอีแปะข้าก็ไม่ขาย” หลินหว่านหรงเห็นเหยื่อติดเบ็ดแล้วจึงตัดสินใจเป็นแม่นมั่น ข้าจะขึ้นราคา ขึ้นอีกเท่าตัว

ไม่ได้ตื่นตระหนกมากดั่งที่จินตนาการเอาไว้ เจ้าหนุ่มนี่เพียงขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ราคาสูงไปเสียหน่อย ลดลงอีกได้หรือไม่?”

หลินหว่านหรงลิงโลด สินค้าดีขึ้นราคาได้สูงจริงดังคาด เขมือบมันเรียบร้อยแล้ว 

หลินหว่านหรงส่ายหน้ายืนกราน “สหาย นี่เป็นของดีซึ่งหลุดออกมาจากภายในตระกูลเซียว เป็นของที่ราคาสูงหาได้ยาก ข้าเองก็ใช้เงินก้อนโตถึงจะหามาได้ เงินสิบตำลึงถือเป็นราคาต่ำที่สุดแล้ว ท่านเองก็รู้ ของสิ่งนี้ครั้นขายให้ผู้อื่น ทุกคนต่างต้องแก่งแย่งกัน”

เจ้าหนุ่มคนนั้นมีสีหน้าลังเล หลินหว่านหรงแสร้งส่ายหน้าด้วยความจนใจ ไม่พูดกับเขาอีก หมุนตัวแล้วเดินจากไป

“สหาย โปรดรั้งฝีเท้าก่อน!” บัณฑิตที่ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวจำแลงกายเรียกหลินหว่านหรงให้หยุดด้วยความ “บังเอิญมาถึงพอดี” จดจ้องคู่มือในมือของหลินหว่านหรงด้วย “สายตาเปล่งประกาย” เห็นชัดว่าเป็น “ผู้รู้คุณค่า”

บัณฑิตหน้าขาวไหนเลยจะรู้ว่านี่คือการวางกับดัก ครั้นเห็นผู้อื่นมาแย่งชิงกับตนเองจะรู้สึกลนลานยกใหญ่ทันทีรีบตามหลินหว่านหรงแล้วพูดว่า “ข้ามาก่อน ข้ามาก่อน สหาย คู่มือเล่มนั้นของเจ้าข้าต้องการ นี่คือเงินสิบตำลึง เจ้าจงรับเอาไว้ให้ดี”

หลินหว่านหรงและต่งเฉี่ยวเฉี่ยวสบตากันครั้งหนึ่ง ดวงตาเปี่ยมล้นไปด้วยรอยยิ้ม หลินหว่านหรงรับเงินสิบตำลึงมา ส่วนต่งเฉี่ยวเฉี่ยวลอบชูนิ้วโป้งให้เขา

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวจากไปด้วย “ความเสียดาย” บัณฑิตอ้วนตุ๊ต๊ะซึ่งมุ่งความสนใจมาที่หลินหว่านหรงและบัณฑิตหน้าขาวมานานรีบดึงหลินหว่านหรงเอาไว้ “สหายท่านนี้ ขอถามว่าเมื่อครู่เจ้ามอบของดีอันใดให้กับพี่หลี่?”

หลินหว่านหรงกล่าวด้วยความสงสัย “ท่านคือ——”

บัณฑิตอ้วนรีบตอบว่า “ข้าเป็นสหายที่ร่วมเรียนกันมาของพี่หลี่——”

หลินหว่านหรงเข้าใจทันที เจ้าสองคนนี้เป็นเพื่อนนักเรียนชั้นเดียวกัน ตอนนี้กลายเป็นคู่แข่งเพราะคุณหนูใหญ่เซียว ย่อมต้องไม่ให้อีกคนหนึ่งได้ดิบได้ดีไปก่อนแน่

หลินหว่านหรงนำคำพูดเมื่อสักครู่อธิบายอีกรอบหนึ่ง บัณฑิตอ้วนคนนี้ย่อมเกิดความหวั่นไหว เพียงแต่เจ้านี้ต่อรองราคาค่อนข้างโหดนัก หลินหว่านหรงแจ้งไปสิบตำลึง มันกลับเอ่ยปากตัดราคาลงทันทีเหลือห้าตำลึง


ถ้าขายสิบตำลึงให้เอ็งไม่ได้ข้าจะใช้แซ่ของเอ็ง หลินหว่านหรงไม่คุยกับมันแล้วเดินสะบัดหน้าจากไปทันที!


เจ้าหนุ่มคนนี้รีบเรียกหลินหว่านหรงให้หยุดจริงดังคาด “สหาย——”

ด้วยเหตุนี้สิบตำลึงจึงสำเร็จ

ครั้นเห็นว่ามีบัณฑิตอีกหลายคนสังเกตเห็นถึงความเคลื่อนไหวของตนทางนี้ หลินหว่านหรงจึงลอบยินดี วิ่งไปข้างเหล่าต่ง เช็ดเหงื่อแล้วพูดว่า “ท่านยายเอ้ย ข้าประเมินความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของตลาดต่ำเกินไป ท่านลุงต่ง พวกเราเพิ่มราคา เปิดอยู่ที่สิบตำลึง!”






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น