Hunny Exo

มาเป็นแรงเชียร์แรงใจให้ไรท์ Hunny Exo กันนะ^^ ขอบคุณทุกคอมเม้นและการติดตามจร้า~

ไอแว่น ครั้งที่54 : รู้แค่ว่ามันอบอุ่น

ชื่อตอน : ไอแว่น ครั้งที่54 : รู้แค่ว่ามันอบอุ่น

คำค้น : ไอแว่นเนี่ยเมียกู เสือใหญ่,เดียร์,ไอ้แว่น,ไอ้เถื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.6k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2561 12:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไอแว่น ครั้งที่54 : รู้แค่ว่ามันอบอุ่น
แบบอักษร

​4 วันต่อมา

.

.

.

นี่ก็เกือบอาทิตย์แล้วที่ร่างบางยังคงอยู่ที่โรงพยาบาลโดยมีผมคอยช่วยดูแลอยู่ไม่ห่าง คนอื่นๆที่คอยมาแวะเยี่ยมเยี่ยนก็ยังคงมีมาเรื่อยๆจนทำให้ร่าบางเริ่มชินและเริ่มจำคนอื่นๆได้มากขึ้น

แต่เริ่มจากวันนี้เป็นต้นไปร่างบางจะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วละ และผมจะเป็นคนดูแลร่างบางนั้นเอง

"เดียร์..ถึง​แล้วละ"

ผมจอดรถที่ลานจอดใต้คอนโดของร่างบางเองที่ที่ร่างบางเคยอยู่ด้วยกันกับผม เหมือนว่าร่างบางจะรู้สึกแปลกที่ผมพามาในที่แบบนี้มันเลยอาจจะทำให้ไม่ชิน

ผมเปิดประตูรถลงก่อนจะเดินอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อเปิดประตูให้ร่างบางลงมา แต่ว่าร่างบางเหมือนจะกลัว

"ไม่เป็นไรนะ..ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น..เสืออยู่ตรงนี้ไง..ลงมาเถอะนะ"

ผมยื่นมือเพื่อให้ร่างบางจับ ร่างบางได้แต่มองมือผม ก่อนจะเข้าใจและค่อยๆเอื้อมมาจับมือผม มันสามารถรับรู้ได้เลยว่าร่างบางเริ่มไว้ใจผมมากขึ้น

ตลอดเวลาที่ผมเฝ้าเดียร์อยู่ที่โรงพยาบาล ก็ดูเหมือนว่าร่างบางจะไม่ค่อยกลัวหรือระแวงผมมากนักแต่นั่นมันอาจจะแค่ส่วนน้อย แต่ถึงอย่างงั้นร่างบางก็ยังคงจำผมไม่ได้อยู่ดี

"ที่ไหน?"

"นี่คอนโดที่เดียร์เช่าห้องอยู่ไง..ที่เราอยู่ด้วยกันไงละ"

"อยู่..ด้วยกัน?"

"เอ่อ..ใช่..เราเป็นแฟนกันก็ต้องอยู่ด้วยกันสิ..จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ..ค่อยๆคิดดีกว่า"

"แฟน?"

ร่างบางทำหน้างุนงงทันทีที่กำลังอยู่ในลิฟท์เพียงแค่สองคน ผมอมยิ้มให้ร่างบางก่อนจะเอื้อมมือไปขยี้เรือนผมของร่างบางจนต้องจ้องมองผมไม่วางตา

"อึก!?"

"ขะ..ขอโทษ..เสือลืมตัวอีกแล้ว..ขอโทษนะที่ทำให้ตกใจ"

"อบอุ่น?"

ผมนี่ก็งงเลยละสิที่ร่างบางพูดแบบนี้หัวใจผมก็พองโตขึ้นมาทันที ผมได้แต่ยืนมองร่างบางที่จ้องตาปริบๆก่อนจะหันไปมองประตูลิฟท์ที่เปิดออกพอดี

ผมเอื้อมมือไปจับมือของร่างบางเอาไว้ก่อนจะออกแรงดึงให้เดินตามมายังหน้าห้องก่อนจะหาคีย์การ์ดเพื่อจะเปิดมันเข้าไป

"ห้องกว้างจัง"

ผมค่อยๆวางสัมภาระข้าวของลงบนโต๊ะกระจกใสที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องนั่งเล่นแล้วค่อยๆแอบชำเลืองมองร่างบางที่เดินวนไปมาอย่างกับมันน่าตื่นเต้น

"เอ่อ..หิวอะไรรึเปล่า?"

"ไม่..ไม่หิว"

ร่างบางหันมามองและส่ายหน้าปฏิเสธ ผมเองก็โล่งใจที่ร่างบางยังไม่หิวขึ้นมาตอนนี้ถ้าเกิดหิวขึ้นมาผมละจะแย่เอาคนยิ่งทำกับข้าวไม่เป็นซะด้วย

ถึงห้องนี้มันจะเป็นของเดียร์แต่ดูเหมือนว่าร่างบางไม่ค่อยชินหรือจะคุ้นเคย เอาแต่เดินวนดูนู่นนี่ไปมา ผมเองก็โครตจะเหนื่อยไหนจะต้องเก็บสัมภาระต่างๆอีกเป็นกระสอบ

"เหนื่อย?"

"อะไรนะ?..เดียร์พูดว่าอะไรหรอ..โทษนะเสือมัวแต่เก็บของน่ะ"

"เหนื่อยก็พักสิ..เหนื่อยไม่ใช่หรอ"

ในขณะที่ผมยืนเก็บข้าวของออกจากกระเป๋าที่เราเอาไปเข้าค่ายจนจะเสร็จแล้ว แต่ก็ไม่ทันได้สังเกตว่าร่างบางเข้ามาตอนไหน

ร่างบางยืนมองตาปริบๆก่อนจะเดินหายออกไป ส่วนผมเองก็ดีใจที่ร่างบางยังคงเป็นห่วงผมที่แทบจะจำเรื่องราวของผมที่ผ่านมาไม่ได้เลยด้วยซํ้า

และอีกครั้งที่ร่างบางเดินกลับมาพร้อมกับในมือที่ถือแก้วใส่นมมาด้วย

"ให้เสือหรอ?"

"อื้อ!..กินสิ..กินแล้วก็พัก"

"ขอบคุณนะ..เดียร์ใจดีจังเลย"

"หือ?"

ทว่าผมยืมมือไปรับแก้วนมที่ร่างบางยื่นมาให้อย่างเดียวไม่พอ ดันเผลอเงอะงะลืมตัวเอื้อมมืออีกข้างไปหยิกแก้มใสๆที่นุ่มนิ่มน่าฟัดนั่นอีก

จนทำให้ร่างบางมองผมอย่างงุนงงแต่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือระแวง เอาไงละทีนี้ผม ก็ได้แต่ยืนยิ้มหน้าตายด้านกลบเกลื่อนละสิ

"เอ่อ..ขอบคุณนะเดียร์..เสือขอนอนพักหน่อยนะ"

"อื้อ!..นอนสิ"

"เดียร์อย่าออกไปข้างนอกคนเดียวตอนที่เสือหลับนะ..มันอันตรายเข้าใจใช่มั้ย"

ร่างบางได้แต่พยักหน้ารับแทน ผมเองก็ดีใจปนอย่างจะทิ้งตัวนอนซะเต็มที แต่ติดที่ร่างบางยังคงยืนมองผมไม่วางตาเลยนี่สิ

ถึงร่างบางจะรับคำว่าจะไม่ออกไปข้างนอกตอนที่ผมหลับก็เถอะ แต่มันก็ยังอดห่วงไม่ได้ อีกทั้งร่างบางรับคำแล้วด้วยคงจะต้องรักษาคำพูดซะด้วยสิเมื่อรับปากผมแล้ว

ผมก็โล่งใจขึ้นมาหน่อยก่อนจะค่อยๆนั่งลงบนเตียงแล้วพลางถอดร้องเท้าคู่แพงกับถุงเท้าสีดำสนิทออก แล้วล้มตัวนอนทันทีและค่อยๆหลับไปในที่สุด

​(จบ เสือใหญ่พาท)

.

.

.

.

.

นายเป็นใครกัน ทำไมฉันถึงจำนายไม่ได้เหมือนคนอื่นๆละ?

เรื่องราวบางอย่างกำลังฉายภาพในสมองผมกับเหตุการณ์ต่างๆที่เคยเกิดขึ้น บุคคลในภาพที่มันฉุดคิดขึ้นมานั้นบางคนผมก็คุ้นเคยกับเค้าดี บางคนก็สนิทสนมที่เรียกได้ว่าเพื่อน

"ทำไม..ฉันจำนายไม่ได้ละ..เรารู้จักกันไม่ใช่หรอ"

ผมปิดประตูห้องนอนก่อนจะเดินไปที่หน้าโทรทัศน์ก็เห็นว่ามันมีกรอบรูปของผู้ชายสองคนกำลังยืนคู่กัน อีกคนใช้แขนคล้องคอคนที่ตัวเล็กกว่าแล้วยังใส่แว่นกรอบหนาเตอะและทั้งคู่ก็ยิ้มให้กล้อง 

ภาพนี้ดูเหมือนคนที่ใส่แว่นนั่น คือผม...

"แว่น?..ฉันใส่ด้วยหรอ"

แต่ตอนนี้ผมไม่ได้ใส่มันสักหน่อย แต่มองภาพที่กำลังถืออยู่ในมือนั่นมันผมชัดๆเลยนี่ แล้วคนข้างๆก็ยังเป็นร่างสูงที่กำลังนอนหลับอยู่ในห้องนอนอีกด้วย แล้วความสัมพันธ์ของเรานั้นก็เรียกว่าแฟน...

ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่ผมอยู่โรงพยาบาล ครั้งแรกที่ตื่นมาก็เห็นคนอื่นๆเข้ามาทำตัวเหมือนรู้จักผมที่สมองมันไปไวกว่าใจซะอีกก็ทำตัวไม่ถูกราวกับว่าคนพวกนี้จะทำร้ายผม แต่ผิดคาด พวกเค้าคอยช่วยดูแลผมยิ่งไปกว่านั้นผมไว้ใจพวกเค้าโดยที่ไม่ต้องคิดว่าจะถูกทำร้ายอย่างอัตโนมัติ

"คนอื่นๆก็พอจำได้แล้วนี่..แต่ทำไมนายถึงไม่มีเรื่องราวที่ฉันจะพอนึกได้บ้างละ"

ผมถอนหายใจกับรูปภาพที่ถืออยู่ตรงหน้ากับผู้ชายที่อยู่ข้างๆผม ในตอนแรกที่ผมเจอเค้า ความรู้สึกที่หลากหลายตีวนกันไปหมดผมไว้ใจและเชื่อใจเค้าตั้งแต่แรกเห็นแต่กลับกันอีกใจก็ยังคงหวาดกลัวเมื่อผู้ชายคนนี้เข้ามาใกล้

เมื่อผมพยายามคิดที่จะรื้อฟื้นเรื่องระหว่างผมกับผู้ชายคนนี้ก็ดูท่าว่ามันเปล่าประโยชน์ ไหนจะพยายามคิดความปวดจี๊ดก็แล่นขึ้นสมองทันทีผมเลยคิดว่าน่าจะค่อยๆลองคิดไปดีกว่าจะมานั่งจูนจำให้หมดดีกว่า

"เอ๊ะ!...ฉันจำได้..นายทำอาหารไม่เป็นนี่?"

ผมวางกรอบรูปนั่นไว้ที่เดิมก่อนจะเดินเข้ามายังในครัว ภาพที่เห็นคือผู้ชายคนนั้นทำอาหารไม่เป็นเลยไม่ใช่หรือไง? ในจะประโยคออดอ้อนที่กำลังพูดจาทำให้หัวใจของอีกคนสั่นไหวนั่นอีก

ภาพเหล่านี้มันผุดขึ้นมาเองโดยปริยาย ผมได้แต่ยืนงงและทวนภาพนั้นอีกครั้งในสมอง คนที่กำลังยืนทำกับข้าวนั่นคือผมส่วนร่างสูงที่กำลังยืนกอดเอวจากด้านหลังนั่นก็คือคนที่กำลังนอนหลับอยู่ในห้อง ณ ตอนนี้

"อึก!..ปวดหัวอีกแล้ว"

ผมกุมขมับทันทีเมื่อความปวดแล่นเข้ามาจนทำให้ต้อวเลิกคิดเรื่องนั้นทันที ผมค่อยๆคลายมือออกจากขมับแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆไม่นานความปวดนั้นก็เริ่มจางหายไป

เหลือแค่เรื่องราวปัจจุบันที่ผ่านมาที่ผมจำได้ ทั้งชื่อและคนอื่นๆที่ผมรู้จัก ผมคุ้นชินกับคนอื่นโดยไม่ต้องสงสัยว่าเราเคยรู้จักกันแต่เราสนิทกันมากจนไม่ต้องสงสัย แต่...

"แต่ผิดกับนาย..ที่ฉันแทบจะจำอะไรไม่ได้เลย..มีแค่ความรู้สึก..ที่ฉันจำมันได้"

ครั้งแรกที่ถูกเค้าคนนั้นสัมผัสที่เรือนผมของตัวเอง ผมกลัวมากกลัวว่าเค้าจะทำร้ายผม แต่ผิดกันอย่างที่คิดความรู้สึกอุ่นใจเมื่อฝ่ามือหนานั้นค่อยๆสัมผัสกลุ่มผมที่มีดำสนิทของตัวเอง มันอบอุ่นเหมือนกับผมเคยรู้จักสัมผัสนี้

ตลอดเวลาเมื่อร่างสูงเผลอขยี้หัวผมหรือหยิกพวงแก้มใสๆของผมเอง ร่างสูงเองก็จะมีท่าทีตกใจทำอะไรไม่ถูกเหมือนกลัวผมจะมีท่าทีหวาดกลัวหรือจะร้องไห้ออกมาแบบครั้งก่อน แต่ไม่เลย ผมรู้สึกดีที่ถูกร่างสูงสัมผัสมันอบอุ่นแบบบอกไม่ถูก

"คิดอะไรไม่ออกเลยแหะ..อยากนอนจัง"

ผมเดินตรงไปที่ประตูห้องนอนทันทีเพราะเมื่อกี้จำได้ว่าพึ่งเข้าไปเอง แต่พอเปิดเข้าไปก็ต้องฉุดคิดขึ้นมาอีกครั้งกับร่างสูงที่กำลังนอนอยู่ ก็ในตอนแรกเค้าเป็นคนเอานมรินใส่แก้วมาให้ด้วยตัวเองไหนจะเป็นคนบอกให้นอนเองด้วยซํ้า

"นอนข้างๆคงไม่หวงที่หรอกนะ"

ผมมองพื้นที่ของเตียงอีกฝากที่มันว่างพอจะให้มีอีกคนนอนเพิ่มได้ ผมไม่รีรอหรือจะมีทีท่าว่ากำลังตกอยู่ในอันตรายกลับอุ่นใจมากกว่าอีกที่มีร่างสูงอยู่ใกล้ๆ

"ขอนอนด้วยคนแล้วกัน"

ผมค่อยๆล้มตัวนอนข้างๆร่างสูงที่กำลังนอนหลับด้วยความเหนื่อยล้าด้วยแหละโดยหลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย บางทีก็ทำให้คิดว่าทำไมผมไม่กล้าคุยกับคนตรงหน้าทั้งที่มีเรื่องอยากจะคุย หรือว่าอาจเป็นเพราะผมยังกังวลอยู่

"นายชวนฉันคุยเยอะมากเลยนะ..แต่ฉันนี่สิ..ไม่กล้าคุยกับนายเลย"

ผมมองคนตรงหน้าที่หลับไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว ถึงตอนนี้ผมจะรู้จักแค่ชื่อของร่างสูงก็ตามแต่เรื่องราวที่เราสร้างมาด้วยกันในฐานะ'คนรัก' ผมจำมันได้บ้างแต่มันก็น้อยนิดนักที่ผมควรจะจำมันได้มากกว่านี้สิ

เรื่องราวมันอาจจะมีอะไรมากกว่านั้นก็ได้ จริงมั้ย? ซึ่งผมเองก็อยากรู้ว่าผู้ชายตรงหน้าผมเค้านั้นรักกับผมได้ยังไงก่อนหน้านี้ แต่ก็คงต้องหยุดคิดก่อนดีกว่า เพราะผมเริ่มง่วงจนตามันปิดและหลับไปด้วยกันกับร่างสูงซะแล้ว...















​ติดตามตอนต่อไป

​ซอรี่ด้วยน้าาาาที่ไรท์คนนี้หายไปนาน พอดีหิวมาม่าเลยเดินทางไปซื้อมาเส้นทางมันช่างไกลนัก(ปากซอยบ้าน)

ไรท์กลับมาแล้วละ เดี๋ยวเจอกันอีกทีตอนเย็นนะขอรับ^^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น