614shorts

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ในคืนที่ไฟดับ

ชื่อตอน : ในคืนที่ไฟดับ

คำค้น : Pirate Darling สวย เเสบ ซ่า ภรรยาของผม ไพเรท ซิดนีย์ Pirate Sydney

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.8k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2561 10:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ในคืนที่ไฟดับ
แบบอักษร

                                                                      4


22.14

เสียงฝนตกข้างนอกที่คาดว่าน่าจะหนักพอสมควรช่วยทำให้วันนี้อากาศไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนอย่างทุกวันที่ผ่านมา เสียงกดแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ดังขึ้น ซึ่งความจริงก็ดังมาตั้งแต่ช่วงเย็นของวันนี้แล้ว หลังจากพวกเขาทานอาหารเย็นเสร็จร่างสูงก็เอาแต่จ้องหน้าจอด้วยใบหน้าเคร่งเครียดตลอด

“ทำอะไรอยู่อ่ะ”

“งาน” สั้นๆแค่เนี้ย

“งานไรอ่ะ ใครส่งมาหรอ”

“ตรวจบัญชีให้ป๊า เลขาส่งมาให้”  อายุเท่านี้มีเลขาละ อ๊ะจริงสิ ยังไม่ได้บอกเลยหนิว่าบ้านของไพเรทอ่ะทำกิจการอสังหาริมทรัพย์ เรียกได้ว่าหล่อ รวย รวยโคตรๆเลยหล่ะ นี่แหล่ะสาวๆถึงติดตรึม ส่วนที่บ้านของฉันนายพ่อก็ทำกิจการเกี่ยวกับโรงแรม ส่วนนายแม่ก็ทำกิจการร้านอาหาร ครอบครัวเราสองคนก็เลยรู้จักกันมาหลายรุ่น ตอนเด็กๆครอบครัวของพวกเราก็ไปมาหาสู่กันตลอด ครอบครัวฉันไม่ค่อยที่จะอยู่บ้านกันหรอกเพราะมีกิจการที่ต้องไปจัดการหลายที่ ด้วยเหตุนี้ฉันเลยมาอยู่กับไพเรทไงล่ะถ้ากลับบ้านก็ไม่มีใครอยู่ดี

“ปวดตาหว่ะแม่ง” ไพเรทถอดแว่นตาที่สวมอยู่ออกแล้วนวดคลึงบริเวรรอบดวงตาทั้งสองข้าง อา พอเค้าใส่แว่นแบบนี้ให้ความรู้สึกเปลี่ยนไปอีกแบบเลยแฮะ

“ก็พักสิ ละนี่เสร็จแล้วหรอ” ฉันถามเมื่อเห็นเขาปิดโน้ตบุ๊ก​แล้วเอาไปเก็บที่เดิม

“อือ ฝนตกแม่งออกไปไหนไม่ได้เลยหว่ะ” ที่แท้ก็ห่วงเที่ยว

“ทำไม กลัวสาวๆในสต๊อกจะเหงาหรอ”

“ก็ไม่ขนาดนั้น”

“ถามจริงมีกี่คนอ่ะ ถ้าเกิดแต่งงานมีเมียจะเครียร์หมดป่ะ”

“ถ้าเมียเด็ดจริงก็หมดหว่ะ” ละจะมองหน้าฉันทำไม

“เออๆๆ ละ ละเนี่ยจะไปหาไรกินในครัวจะเอาไรป่ะ”

“ไม่ล่ะ กูไม่หิว”

“แล้วแต่ เรื่องของนาย” กินคนเดียวก็ได้ ชิ


 พรึ่บ เพล้ง!!!

ให้ตายสิไฟดับ ด้วยความตกใจฉันเลยเผลอปล่อยแก้วนมอุ่นๆตกลงไปกระแทกพื้นเสียงดังละแก้วแตกด้วย

“เป็นไรวะซิด เสียงอะไรแตก”

“นายอย่าพึ่งเข้ามานะ ฉันทำแก้วหล่นละมันแตกอ่ะ” ฉันตะโกนออกไปก่อนที่เขาจะเข้ามา

“ละมึงเป็นไรป่ะ”

“หึ ไม่ๆๆ กำลังจะออกไปแล้ว โอ้ยย” ให้ตายสิ ในความมืดแบบนี้ฉันเผลอเหยียบใส่เศษแก้วอ่ะ เจ็บบบT-T

“เป็นไง ได้เรื่องเลยไหมล่ะมึง ออกมาแล้วไปทำแผลเดี๋ยวกูเก็บเศษเเก้วเอง” ไพเรทพูดพร้อมกับเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์ที่คาดว่าเขาน่าจะหยิบมันติดมือมาด้วยเพื่อเป็นการส่องทางให้ฉันเดินไปที่โซฟา

“ไหนดูดิ้ แผลลึกไหมวะ เลือดหยดเป็นทางเลย”

“…”

“ไม่เท่าไหร่หว่ะ เลือดออกเยอะเฉยๆเดี๋ยวเอาแอลกอฮอล์ล้างแผลละใส่ยาก็เสร็จ”



“มะ มันแสบ”

“มึงก็ทนหน่อยดิวะ” กูก็ยิ่งเบามือไม่เป็นอยู่ด้วย

“ดะ เดี๋ยวฉันทำเอง”

“อยู่นิ่งๆอ่ะ เสร็จแล้ว”

หลังจากที่ไพเรททำแผลให้ฉันเสร็จเราก็มานั่งข้างกกันที่โซฟาเพราะไม่รู้จะทำอะไร ไฟก็ดับมันจึงดูมืดไปหมด  ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้วที่เหลือก็รอแค่ไฟมาเท่านั้นแหล่ะ

“ง่วงอ่ะ” เสียงซิดนีย์ดังขึ้น ผมจึงละสายตาจากจอมือถือละหันไปหาเธอ

“นอนดิ พิงกูก็ได้” ซิดนีย์จึงขยับตัวมาพิงไหล่ผมเอาไว้ท่าทางเธอจะง่วงมาก

“อือ ไพเรท วันนี้น่ะ” เธอหันหน้ามาหาโดยที่ผมมองเธออยู่ก่อนแล้ว ตอนนี้หน้าของเราสองคนห่างกันไม่ถึงคืบเลยด้วยซ้ำ ซึ่งต่างคนต่างไม่หลบสายตากัน

“จูบได้ไหมวะซิด” ผมมองเข้าไปในดวงตาสวยอย่างหาคำตอบ

“…”

“ช่วยตอบอะไรหน่อยได้ไหมวะ” เพราะถ้ามึงไม่ตอบ กูจะถือว่านี่คือการไม่ปฏิเสธ

“…” 

ฉันไม่รู้ว่าไพเรทถามอะไรด้วยซ้ำ เพราะตั้งแต่วินาทีที่ฉันได้สบตาเขามันเหมือนกับมีอะไรดึงดูดอยู่ในสายตาคู่นั้นซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถละสายตาไปที่ไดได้เลย พอรู้ตัวอีกทีก็เป็นตอนที่ริมฝีปากอุ่นของคนตรงหน้าทาบทับลงมาบนริมฝีปากของฉันอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นมันทั้งอ่อนโยน นุ่มนวลหากแต่ว่าค่อยๆทวีความรุนแรงขึ้นมากเรื่อยๆ ริมฝีปากหนาค่อยๆลิ้มลองริมฝีปากบาง กดเน้นทุกวินาทีราวกับว่ากลัวริมฝีปากบางสวยที่ตนกำลังครอบครองอยู่นี้จะหายไปไหน ความร้อนแรงจากจูบของอีกฝ่ายที่มอบให้นั้นทำให้ร่างกายเล็กสั่นสะท้านจนอีกฝ่ายต้องคอยประคองเอาไว้ และที่น่าอายคือเธอก็เผลอยกมือขึ้นคล้องคอละจูบตอบเขาน่ะสิ

“หึ หวานหว่ะ” สะ เสียงไพเรท

“แฮ่กๆ” เมื่อถูกปล่อยริมฝีปากให้เป็นอิสระ ปากเล็กก็หอบหายใจเอาอากาศเข้าไปเต็มปอด คนตัวเล็กนั่งหอบหัวใจเต้นแรงราวกับว่าตัวเธอนั้นได้ผ่านการวิ่งมาอย่างหนักหน่วง

ซิดนีย์คิดขอบคุณไฟที่ดันมาดับเอาคืนนี้พอดี เพราะไม่อย่างนั้นไพเรทคงได้เห็นหน้าของเธอที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคงจะแดงเอามากๆ คิดแค่นี้ก็อายจะแย่แล้ว >//<




หลังจากเมื่อคืนที่โดนไพเรทขโมยจูบไป หมอนั่นก็ทำตัวปกติสุดๆ(ก็มีแต่เธอนี่แหล่ะค่ะที่ไม่ปกติ-3-)อย่างหน้าหมั่นไส้ แตกต่างกับฉันที่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ยังรู้สึกถึงความอบอุ่นของริมฝีปากร้อนที่ได้สัมผัส วันนี้ไพเรทน่ะนะยังมีหน้ามาตามเอาใจด้วยการพามาเดินห้างช้อปอีก คิดว่าคนอย่างฉันจะลืมเรื่องเมื่อคืนไปได้ง่ายๆหรือยังไง คอยดูแม่จะรูดบัตรมันไม่ให้เหลือเลย

“สวัสดีค่ะคุณไพเรท วันนี้มีอะไรให้พวกเรารับใช้คะ”

“ผมพายัยนี่มาดูรองเท้า ช่วยหน่อยแล้วกัน”

“อ๋อ รับทราบค่ะ คุณไพเรทกับคุณผู้หญิงเชิญทางนี้นะคะ”

……….Trrrrrrrrrrrr……..

“มึงเข้าไปก่อนเลยซิด เดี๋ยวกูตามไป กูไปคุยกับม๊าก่อน ม๊ากูโทรมาหว่ะ”

“อือได้”

.

.

.

“ครับม๊า ไว้เสร็จแล้วผมจะพาไปนะครับ ครับแล้วเจอกัน” เมื่อคุยโทรศัพท์เสร็จร่างสูงตั้งใจจะกลับเข้าไปภายในร้านหากแต่มีเสียงเอ่ยทักชื่อเขาขึ้นมาก่อน

“ไพเรท นั่นคุณใช่ไหมคะ”  เสียงของหญิงสาวดังมาจากด้านหลัง ร่างสูงจึงหันกลับไปดูว่าเป็นใคร

“ฮันนี่”

.

.

.

“แหมหายไปนานเลย ไหนว่าจะติดต่อฮันนี่ไปไงคะ ”

“ช่วงนี้ผมงานยุ่งๆน่ะ”

“งานยุ่งหรือว่าเป็นเพราะใครกันแน่คะ”

“งานยุ่งก็คืองานยุ่งดิวะ ;t” หญิงสาวได้ยินแบบนั้นจึงรีบเปลี่ยนประเด็น เพราะคนตรงหน้าไม่ชอบการเซ้าซี้อันนี้เธอรู้ และบางครั้งก็เป็นคนอารมณ์ร้อนสุดๆจนไม่อยากพูดอะไรที่ไม่เข้าหูด้วย

“ที่ไพเรทเค้ายุ่งก็เพราะฉันนี่แหล่ะค่ะ คุณฮันนี่” เสียงหวานแทรกขึ้นมาก่อนคู่สนทนาจะหันไปตามต้นเสียง

“แก”

“พูดไม่เพราะเลยนะคะคุณฮันนี่ ทีฉันยังเรียกคุณว่าคุณเลย แล้วอีกอย่างฉันชื่อซิดนีย์ค่ะ ไม่ได้ชื่อแก”

“ฉันไม่เรียก มีอะไรไหม”

“มันก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แต่แค่อยากจะบอกว่ามันเป็น ‘มารยาท’ ของคนที่กำลังจะรู้จักกันอย่างเป็นทางการนะคะ”

“แกด่าฉันหรอนังบ้า”

“ตายจริง แล้วตรงหน้าฉันมีคนอื่นนอกจากคุณฮันนี่ด้วยหรอคะ”

“กรี้ดดดด ฉันเกลียดแก”

“ฉันก็เกลียดคุณไม่น้อยไปกว่าที่คุณเกลียดฉันหรอกค่ะ โปรดรู้เอาไว้ด้วย”

“กรี้ดดดดดด แกจำเอาไว้เลยนะ ”

“ฉันจำเป็นต้องจำเรื่องที่ไม่สำคัญให้รกสมองด้วยหรอคะ”

“แก ”

“พอเหอะหว่ะ กลับกันเถอะซิด ม๊ากูอยากเจอมึง ส่วนฮันนี่ผมขอลาตรงนี้เลยแล้วกันนะ”

“ขอลา หมายความว่ายังไงคะไพเรท”

“ก็หมายถึง ‘ของเก่าๆ’ เค้าไม่เอาแล้วยังไงล่ะคะ บาย :) ”




ถ้าชอบก็ฝากกดไลค์หรือเเวะมาให้กำลังใจเราได้เลยนะคะ เริ้บๆๆๆรีดเดอร์ค่าาาา >3 <


ความคิดเห็น