Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่7 “อุบัติเหตุ”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่7 “อุบัติเหตุ”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 เม.ย. 2561 23:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่7 “อุบัติเหตุ”
แบบอักษร

มนสิชาทำงานหนักทุกวันจนแทบไม่เหลือเวลาพักผ่อน วันนี้ก็เช่นกันหลังจากที่ทำงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว งานสุดท้ายที่เหลือของวันนี้คืองานล้างจานนั่นเอง

มนสิชามักจะมาที่ร้านก๋วยเตี๋ยวก่อนเวลาเสมอ ซึ่งมนสิชาเป็นคนมีน้ำใจ เธอจะมาช่วยพี่น้อยเจ้าของร้านทั้งเสิร์ฟและเก็บชามโดยที่พี่น้อยไม่ได้จ่ายค่าจ้างในการเสิร์ฟและเก็บชามให้แก่เธอ แต่เธอก็อาสาที่จะช่วยอย่างเต็มใจ หรือไม่บางครั้งเธอก็เป็นคนไปรับออเดอร์จากลูกค้ามาให้พี่น้อยด้วย เมื่อลูกค้าไม่เยอะมากแล้วพี่น้อยสามารถทำเองคนเดียวได้ มนสิชาถึงจะไปล้างชามก๋วยเตี๋ยวตามหน้าที่ของเธอ

จะว่าไปแล้วงานล้างชามที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนี้ไม่ได้หนักไปสำหรับมนสิชาเลย เพราะจะมีลูกค้าแวะเวียนมาทานก๋วยเตี๋ยวเรื่อยๆ แต่คนจะเยอะช่วงสี่ทุ่มกว่าๆ เพราะเป็นเวลาที่โรงงานแถวนั้นเปลี่ยนกะในการทำงาน เมื่อคนเลิกงานแล้วจึงมาหาอาหารที่ตลาดนี้ทาน

มนสิชาทำงานกับพี่น้อยมาก็จะเข้าสู่เดือนที่สามแล้ว ซึ่งมนสิชามาทำงานกับพี่น้อยหลังจากที่บิดาเสียชีวิตได้สองอาทิตย์ พี่น้อยเจ้าของร้านเป็นคนช่างสังเกต พี่น้อยรู้ว่ามนสิชาเป็นคนมีน้ำใจ ตั้งใจทำงาน ตรงต่อเวลา ละเอียดรอบคอบ ซื่อสัตย์ มีมารยาท และอัธยาศัยดี พี่น้อยก็เอ็นดูเธอไม่น้อยเลยทีเดียว

มนสิชากำลังจะได้กลับบ้านแล้ว เพราะเธอทำงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่รอรับเงินจากพี่น้อยเท่านั้น ซึ่งพี่น้อยจ่ายค่าจ้างให้กับมนสิชาเป็นรายวัน

“มะปรางมาเอาค่าแรงไป จะได้กลับบ้านกัน” พี่น้อยเรียกให้มนสิชามารับเงินค่าทำงาน

“พี่น้อยให้เงินปรางเกินมาสองร้อยค่ะ” มนสิชาได้รับเงินเธอจะนับทุกครั้งเพื่อความถูกต้อง

“อืม พี่ไม่ได้ให้เกิน แต่พี่ให้มะปรางเพิ่มต่างหากหละ” พี่น้อยชี้แจงในส่วนของเงินที่เกิน

“เอ่อ ปรางไม่เอาค่ะ เราตกลงกันไว้ว่าวันละสามร้อยเท่านั้นนะคะ” มนสิชายังไม่ยอมรับเงินที่เกินมา

“พี่ตั้งใจจะให้เราเป็นวันละห้าร้อย เพราะพี่เห็นเรามาเร็ว แถมยังทำงานให้พี่เกินหน้าที่อีก พี่ตั้งใจเพิ่มให้ไม่ใช่เพราะหลงเสน่ห์นะจ๊ะ แต่พี่ดูเราทำงานมาเกือบสามเดือนแล้ว ตั้งแต่วันแรกเคยเป็นยังงัย วันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น รับไปซะ แล้วห้ามเถียงอีก” พี่น้อยอธิบายเพื่อให้มนสิชาเข้าใจ

“ขอบคุณนะคะพี่น้อยที่เมตตาหนู ขอบคุณจริงๆค่ะ” มนสิชารู้สึกขอบคุณพี่น้อยเจ้าของร้านมากๆที่เพิ่มค่าแรงให้เธอ

“ไป กลับบ้านได้แล้ว” พี่น้อยไล่ให้มนสิชากลับบ้านทันที

“สวัสดีค่ะพี่น้อย พรุ่งนี้เจอกันนะคะ” มนสิชาพนมมือไหว้แล้วเอ่ยลา

มนสิชามีความสุขเป็นอย่างมาก ไม่เสียแรงที่เธอตั้งใจทำงานเลย อย่างน้อยๆ พี่น้อยก็เห็นความตั้งใจในการทำงานของเธอแล้ว

มนสิชาเดินไปเอารถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่แถวๆร้านก๋วยเตี๋ยว เธอขับรถมอเตอร์ไซค์มาทำงานเองเพราะงานนี้มันเลิกดึก เธอไม่อยากไปนั่งวินมอเตอร์ไซค์เพราะที่นี่ไกลจากบ้านของเธอพอสมควร เธอจึงกลัวว่าค่ารถจะแพง ตอนนี้มนสิชาขับรถมอเตอร์ไซค์กลับบ้านตามเส้นทางที่เธอใช้เป็นประจำ


ภายในผับชื่อดังแห่งหนึ่ง ธนาธิปกำลังนั่งดื่มเหล้ากับกลุ่มเพื่อนอยู่ พวกเขามักจะนัดกันออกมาสังสรรค์ในวันศุกร์เท่านั้น เพราะวันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดจะได้ไม่เสียงาน หรือไม่ก็จะนัดกันไปดื่มที่บ้านของธนาธิป เมื่อเมาก็สามารถค้างที่บ้านของธนาธิปได้เลย

ปกติธนาธิปไม่ใช่คนดื่มหนัก ยิ่งต้องขับรถกลับบ้านเองเขาจะระวังในเรื่องการดื่มมากเป็นพิเศษ เพราะเขากลัวจะไปทำให้ผู้อื่นได้รับอุบัติเหตุนั่นเอง ซึ่งตอนนี้ธนาธิปยังไม่เมามากนัก แค่รู้สึกมึนๆ เมื่อนั่งดื่มมาได้สักพักพวกเขาจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน

ธนาธิปขับรถมาด้วยความเร็วปกติถึงแม้ถนนในช่วงตีสองรถจะไม่มีก็ตาม ธนาธิปก็ไม่ลืมที่จะทำตามกฎจราจรด้วย

เสียงโทรศัพท์มือถือของธนาธิปดังขึ้น เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับ แต่เพียงช่วงเสี้ยววินาทีก่อนที่รถยนต์จะเบรค ล้อรถยนต์กำลังลากไปตามพื้นถนน แล้วเสียงเบรคก็ดังขึ้นพร้อมแรงปะทะ

เอี๊ยดดดดด!!!!!

โครมมม!!!!

รถมอเตอร์ไซค์ของมนสิชาถูกรถยนต์ชนเข้าที่ด้านหลัง ทำให้รถเธอเสียหลักล้มลง ตัวของมนสิชากระแทกกับพื้นอย่างแรง ดีที่ว่ารถสามารถเบรคได้ทัน ไม่อย่างนั้นรถยนต์คงชนเธอกระเด็นเป็นแน่ เหตุการณ์ต่อจากนี้มนสิชาไม่รู้แล้ว เพราะหัวเธอกระแทกพื้นแตกทำให้เสียเลือดมากจึงทำให้เธอสลบไป

ธนาธิปเองที่เป็นคู่กรณีของมนสิชาตอนนี้กำลังโทรเรียกรถพยาบาลให้มารับตัวเธอไปรักษาก่อน ส่วนตัวเขานั้นโทรเรียกประกันให้มาจัดการเรื่องให้ และรอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่เกิดเหตุเสียก่อน

มนสิชาได้ยินเสียงรถพยาบาลเปิดไซเรนแว่วๆ เข้ามาในหู เธอเริ่มมีสติเมื่อได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตอนนี้เธอรู้สึกปวดแขนข้างซ้ายมาก เพราะตอนที่เธอกระแทกลงพื้นแขนข้างซ้ายของเธอรับแรงกระแทกไปเต็มๆ ตามมาด้วยหัวที่ไปชนขอบถนนจนแตกเลือดอาบ

ตอนนี้รถพยาบาลมาถึงที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วเจ้าหน้าที่กำลังเคลื่อนย้ายเธอออกจากรถพยาบาลฉุกเฉิน ซึ่งมนสิชากำลังได้รับการรักษาทางการแพทย์อยู่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล

คู่กรณีและตำรวจตามเธอมาที่โรงพยาบาลแล้ว มนสิชาได้รับการเข้าเฝือกที่แขนข้างซ้ายเพราะกระดูกหัก ส่วนที่ศีรษะได้รับการเย็บปิดแผลเรียบร้อยแล้ว แต่เธอยังไม่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน เพราะมนสิชาได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะจึงต้องรอดูอาการที่โรงพยาบาลก่อนอย่างน้อยยี่สิบสี่ชั่วโมง

มนสิชาได้เข้าพักในห้องพิเศษของโรงพยาบาล ตอนนี้เธอนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงอันแสนสบายของโรงพยาบาล เพราะถ้าเป็นที่นอนที่บ้านของเธอจะเป็นแค่เสื่อเก่าๆหนึ่งผืน กับหมอนหนึ่งใบเท่านั้น ไม่มีที่นอนนุ่มๆ แบบนี้หรอก


นางอารีรัตน์ตกใจเมื่อได้รับโทรศัพท์กลางดึกจากตำรวจว่ารถมอเตอร์ไซค์ของมนสิชาถูกชน ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้กำลังเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จากที่ตกใจตอนนี้นางอารีรัตน์รู้สึกเป็นห่วงบุตรสาวคนโตมากกว่าแล้ว เพราะนางไม่รู้เลยว่าลูกเป็นอย่างไร จะปลอดภัยหรือไม่ นางอารีรัตน์จึงรีบไปหามนสิชาที่โรงพยาบาลกับมนต์มนัสที่เป็นบุตรชาย ส่วนบุตรสาวทั้งสองคนนางอารีรัตน์ให้อยู่บ้านเพื่อช่วยดูแลยายนั่นเอง


ธนาธิปเสร็จกับเรื่องคดีเรียบร้อยแล้ว ทางตำรวจคงจะมาสอบถามคนเจ็บในวันรุ่งขึ้นเพราะตอนนี้คนเจ็บพึ่งจะได้รับการรักษาเสร็จ ธนาธิปจึงจะเข้ามาดูคนเจ็บในห้องพักเพื่อรอพบกับญาติของคนเจ็บก่อนกลับบ้าน แต่เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้งแต่ไม่ใช่จากคนเดิม ตอนนี้ปลายสายคือคุณอารดาที่เป็นบุพการีของเขาเอง ท่านโทรมาหาเพราะเป็นห่วงที่บุตรชายยังไม่กลับบ้านเสียที ธนาธิปจึงเล่าเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นให้มารดาฟัง คุณอารดาตกใจท่านเป็นห่วงบุตรชายอยู่ไม่น้อยและก็ห่วงความปลอดภัยของคนเจ็บด้วย ท่านจึงชวนคุณธนาคมให้รีบออกไปหาบุตรชายที่โรงพยาบาลทันที

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น