เต้าหู้ไข่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 21 ที่เจ็บก็หายดี

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 ที่เจ็บก็หายดี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.5k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2561 00:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 ที่เจ็บก็หายดี
แบบอักษร

ตอนที่ 21

ที่เจ็บก็หายดี


วันนี้ผมมีเรียนเช้า แต่ตื่นเร็วเลยมีเวลากินข้าวเช้าที่ป้าทิพย์เตรียมเอาไว้ให้ วันนี้มีแซนด์วิชใส้โบโลน่าไข่ดาว ผมยืนกินข้าวเช้าพลางคุยกับป้าทิพย์ไปพลางๆ เจ้าของหออย่างพี่ซีก็เปิดประตูออกมาจากห้องนอนในสภาพหัวยุ่งๆ เพิ่งตื่น ไม่ได้ใส่เสื้อ สวมกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียว ผมหลุดขำจนแซนด์วิชแทบพุ่งจากปากเมื่อหันไปเห็นนาฬิกาที่ข้อมือ ความขี้เห่อของคนนี่ถึงกับใส่นอนเลยเหรอวะ

พี่ซีหันมาเห็นผมก็ยิ้มกว้างแล้วตรงเข้ามาในครัว ยกมือเสยผมสองสามทีโชว์นาฬิกา เปิดตู้เย็นหยิบน้ำเปล่าขึ้นกระดกโชว์นาฬิกา ปิดฝาขวดน้ำแล้วก็สะบัดมือสองสามทีโชว์นาฬิกา

"เป็นอะไรกับข้อมือเหรอคะคุณซี"

พี่ซีหันมองป้าทิพย์แล้วกลอกตามองบนหน่อยๆ ก่อนยื่นนาฬิกาที่ข้อมือไปตรงหน้าป้าทิพย์

"เป็นอะไรอะคะ"

"โห่ป้า! อวดนาฬิกา"

"อ๋อ สวยนะคะ" พี่ซียิ้มหน้าบานตอนที่ป้าทิพย์ชมแล้วหันมาหาผม 

"น่านยังไม่ไปเรียนอีกเหรอ กี่โมงแล้วเนี่ย" ว่าแล้วก็ชูมือขึ้นดูนาฬิกา ผมส่ายหน้าหน่อยๆ กับความเห่อเกินเบอร์ของเขา 

"วันนี้พี่จะไปเรียนใช่ไหม"

"อือ หยุดหลายวันแล้วอะ"

"ไปได้นะ"

"ได้ดิ หายแล้ว"

"ระวังๆ ด้วยล่ะ"

"ครับ แล้วเจอกันตอนเย็น" เขาว่าแล้วโบกมือให้ เป็นการโบกมือที่พิสดารเพราะหันหลังมือมาโบก เกลียดความโชว์นาฬิกาของเขาขึ้นมานิดๆ แล้วอะ

...

ผมนั่งดูละครอยู่กับเท็นที่โซฟาห้องโถง เพื่อรอพี่ซีที่ออกไปเรียนตั้งแต่เช้า จนป่านนี้ถึงยังไม่กลับมา ไม่รู้ว่าเลิกเรียนแล้วไปจบที่ร้านเหล้าหรือเปล่า จะโทรตามก็กลัวจะหาว่าจุกจิกเลยรอไปก่อน

"พี่เท็น สอนการบ้านเลขหน่อย" ผมหันมองไคโรที่หอบสมุดการบ้านมาให้เท็นสอน ก่อนหน้านี้มันมาขอให้ผมสอน แต่ผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่วิชาเลขม.ปลายเกินความสามารถของผมไปก็เลยโยนให้เท็นสอนแทน 

"นี่เฮียยังไม่กลับมาอีกเหรอครับ"

"ยังอะ"

"เฮียหายดีแล้วเหรอ ถึงไปเรียนอะ"

"เห็นบอกว่าไม่อยากขาดเรียน"

"หรือไม่อยากขาดเหล้า ป่านนี้เมาปลิ้นไปแล้วมั้ง"

ผมก็แอบคิดว่ามันจะเป็นแบบนั้น แต่ไม่ทันได้พูดอะไรเสียงของคนที่กำลังพูดถึงก็โพล่งขึ้นมา

"สวัสดีทุกคน!"

พี่ซีไม่เมาและสติครบถ้วนดี ยกมือข้างที่ใส่เฝือกทักทายพวกเรา ส่วนมืออีกข้างแบกจักรยานคันใหม่เอี่ยม ตามประสาคนขี้เห่อเขาจึงแบกมันมาวางตรงหน้าพวกเรา สะบัดมือรัวพรีเซนท์จักรยานคันใหม่ของตัวเอง

"ซื้อมาใหม่เหรอเฮีย"

"ของใครไม่รู้เห็นวางอยู่เลยหยิบมา"

"ถุ๊ย!"

"มึงก็รู้ว่ากูต้องซื้อมาอยู่แล้วจะถามทำไมเนี่ย สวยป่ะๆๆ"

"พี่มีตังค์แล้วเหรอ" ผมหันถาม

"อ้อนแม่เป็นอาทิตย์กว่าจะได้มา" เขาตอบคำถามผมแต่สายตายังจดจ้อง ลูบๆ คลำๆ จักรยานนั่นดูคลั่งไคล้ ชอบขนาดนั้นก็เอาเป็นเมียเลยไหม และนี่กูเป็นอะไร หึงกับจักรยาน   

"ต้องพาไปสูดอากาศสักหน่อย" พี่ซีโยนกระเป๋าเป้ลงบนโซฟา หมุนตัวเองพร้อมจักรยานทำท่าจะก้าวเท้าเดินออกไปแล้วหันกลับมา

"หนูไปกับพี่ป่ะ"

"ไม่อะ ให้เดินตามหรือไง"

"งั้นเดี๋ยวพี่กลับมานะ"

"ขี่ดีๆ นะพี่ แขนยังไม่หายด้วยซ้ำ"

"ครับๆ ไปใกล้ๆ เดี๋ยวกลับมา ไอ้ไคไปเปิดประตูดิ"

"เฮียก็เปิดเองดิ"

"มึงจะไปเปิดดีๆ ไหม"

ไคโรส่งเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจก่อนลุกไปเปิดประตูหอ พี่ซีก็โดดขึ้นจักรยานแล้วปั่นวนรอบห้องโถงก่อนออกประตูไป ความเห่อมันทำให้คนเป็นได้ขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย 

"ปิดประตูด้วย เดี๋ยวยุงเข้า!"

ไคโรส่ายหัวหน่อยๆ แล้วปิดประตูนั่น

"นอกจากเหล้ากับน่านก็มีจักรยานนี่แหละที่เฮียชอบจริงจัง"  เท็นพูดขำๆ ผมคิดสงสัยอะไรบางอย่างจึงเขยิบเข้าไปใกล้เท็น

"เท็น มึงอยู่หอนี้มานานยัง"

"ก็ตั้งแต่ปีหนึ่งอะ"

"อยู่ทันตอนพี่ซีเกิดอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อนใช่ไหม"

"อือ ก็อยู่ด้วย"

ผมมองหน้าเท็นเพื่อให้เขาเล่าถึงเหตุการณ์นั้น เท็นคงเดาได้จากสายตาของผมโดยไม่ต้องพูด เจ้าตัวถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่ก็ยอมเล่า

"เฮียไม่ชอบให้พูดถึงหรอกนะ แต่จะเล่าให้ฟังก็ได้ สามปีที่แล้วเฮียถูกวัยรุ่นเมาแล้วขับรถชนอะ พิการจริงจังไปเป็นปีเลยต้องดรอปเรียนไปนาน ก็เพิ่งจะกลับมาเรียนนี่แหละ"

"อ๋อ"

"พ่อของเฮียก็เสียไปตอนนั้นด้วย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อตาย ไม่ได้ไปงานศพพ่อด้วยซ้ำ เฮียเจ็บปวดมากนะกับเรื่องนี้ กว่าจะหายดีทั้งร่างกายทั้งจิตใจก็ใช้เวลานานอยู่ ถึงได้ไม่อยากให้พูดถึงไง"

ผมพยักหน้ารับเบาๆ

"เมื่อก่อนเฮียก็ไม่ได้เพี้ยนแบบนี้นะ หลังจากถูกรถชนก็บ้าๆ บอๆ ชอบพูดคนเดียวแถมติดเหล้าอีก"

"แถมมองเห็นผีได้อีกต่างหาก" ไคโรพูดขึ้นมา

"มึงเชื่อ?"

"ก็ไม่รู้ดิ เฮียชอบบอกว่ากลัวผี มองเห็นผีด้วย ตอนเมาก็พูดบ่อยๆ และพี่จำวันที่พี่ขิงจะฆ่าตัวตายได้ป่ะ เฮียก็บอกว่าผีบอกมาอะ"

"มึงจะบ้าเหรอวะ"

"เด็กๆ" เสียงป้าทิพย์ดังขึ้นขัดบทสนทนาของพวกเรา ป้าทิพย์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับถุงอะไรในมือพะรุงพะรัง ก่อนจะวางลงบนโต๊ะ

"อยู่กันพร้อมหน้าเลย แล้วนี่คุณซีไปไหนล่ะคะ"

"ไปปั่นจักรยานครับ"

"อ๋อ เดี๋ยวป้าโทรตามละกัน เอ้านี่ อาหารจากบ้านคุณพล เดี๋ยวทานด้วยกันนะคะ"

"ผมไปเอาจานให้ครับ" ไคโรพูดแล้วลุกไปในครัว

"คุณพลคือใครอะ" ผมสะกิดถามเท็น

"พ่อของคนที่ขับรถชนเฮียกับป๋าอะ ทุกๆ วันครบรอบวันตายของป๋า เขาจะทำอาหารมาให้ตลอด แต่ปีนี้มาช้าไปหน่อยนะ"

"เห็นแกว่ายุ่งๆ น่ะค่ะ"

ผมพยักหน้ารับอีกที

"จริงๆ กูก็อยากจะโกรธเขาเหมือนกันนะ แต่ก็โกรธไม่ลงว่ะ ลุงเขาโคตรใจดีเลยอะ แล้วอีกอย่างลูกเขาก็ตายไปวันเดียวกันเหมือนกัน"

"แกะเลยค่ะ เดี๋ยวจะได้ทานกันเลย"  ป้าทิพย์หยิบอาหารที่แพ็คอยู่ออกมา ผมขมวดคิ้วเมื่อมองไปเห็นป้ายเล็กๆ ที่เป็นชื่อร้านอาหาร  

KK’s Kitchen

"เท็น เจ้าของร้านนี้เขาชื่ออะไรนะ"

"ลุงพล ชื่อลุงพล"

ลุงพล...และชื่อร้านอาหารนั่น คือร้านของพ่อคิท ผมกระพริบตาถี่เรียกสติแล้วหันไปหาเท็นอีกที

"มึงบอกว่าเขาเป็นพ่อของคนที่ขับรถชนพี่ซี"

"ใช่"

"แล้วก็ขับรถชนพ่อพี่ซีตาย"

"อืม"

คำตอบชัดๆ จากเท็นทำให้ผมจุกจนพูดอะไรไม่ออก 

"เฮ้ยน่าน ไปไหนวะ!"

ผมลุกพรวดออกมาจากตรงนั้นแล้ววิ่งขึ้นห้องตัวเอง ความคิดในหัวประติดประต่อกันจนกระจ่างชัด เรื่องนี้เองที่พี่ซีไม่อยากให้ผมรู้ เรื่องที่คิทเป็นคนทำให้พ่อเขาตาย คิทเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุของเขาเมื่อสามปีก่อน คราวนี้ผมอยากให้มันเป็นเรื่องโกหกอะ ผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น มือสั่นๆ ของผมคว้าโทรศัพท์แล้วกดโทรหาแคท 

(ว่าไงพี่น่าน มีอะไรเปล่า)

"แคท พี่ถามอะไรหน่อยดิ"

(ว่า?)

"เรื่องเมื่อสามปีก่อนอะ"

(ฮึ? ทำไมอะ)

"สามปีที่แล้วคิทมันขับรถชนคนตายเหรอ"

แคทไม่ตอบผมก่อนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบรับกลับมา

"ใช่พี่"

"ทำไมพี่ไม่รู้เรื่องนี้อะ ไม่เห็นมีใครบอกพี่เลย"

(พ่อไม่อยากบอกเรื่องนี้กับพี่ พ่อกลัวพี่โกรธพี่คิท)

"..."

(พี่คิทไม่ได้ตั้งใจนะพี่น่าน)

"..."

(เขาไม่ได้ตั้งใจ)

ผมตอบรับแล้วกดวางโทรศัพท์จากแคท โทษว่าไม่มีใครบอกก็ไม่ถูกนัก เพราะผมเองไม่เคยถาม ตั้งแต่ตอนนั้นผมเอาแต่เสียใจกับการตายของคิทโดยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอุบัติเหตุนั้นด้วยซ้ำ ผมไม่รู้ว่านอกจากเขายังมีคนอื่นตายในเหตุการณ์นั้นด้วย แล้วคนนั้นก็คือพ่อของพี่ซี และตัวเขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องเจ็บตัวจากเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วยแต่ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับผม

ผมนั่งอยู่บนห้องพร้อมความเงียบและความคิดในหัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งใจลงไปข้างล่างเพื่อไปรอพี่ซี แต่เดินลงมายังไม่ทันถึงขั้นสุดท้ายก็ได้ยินเสียงดังโวยวายจากข้างล่าง

"โอ๊ย! เจ็บนะโว้ย!"

"สมน้ำหน้าแล้วไง"

"เบาๆ ดิวะ!"

ผมก้าวเท้าเร็วๆ ลงไปยังห้องโถง ก่อนเบิกตาขึ้นเมื่อเห็นสภาพของพี่ซี เสื้อนักศึกษาของเขาเลอะมอมแมม เลือดไหลออกมาจากข้อศอก และรอยถลอกที่แขนนั่นอีก

"พี่ซีเป็นอะไร"

"จักรยานล้ม แขนขายังพิการแต่เปรี้ยวออกไปปั่นจักรยานไง" เท็นหันมาบอกผม คนเจ็บหันมองตาขวาง ผมก้าวเท้าเข้าไปหาสำรวจร่างกายของเขา แผลเก่ายังไม่ทันหาย หาเรื่องมีแผลใหม่อีก

"พี่น่านเตือนแล้วก็ไม่ฟังอะ สมน้ำหน้าแล้ว"

"ถ้าจะมายืนตอกย้ำกูอย่างนี้ก็ไปไกลๆ ตีนเลยไป"

 "ไปกันเหอะ" เท็นว่าแล้วคล้องคอไคโรเดินขึ้นบันไดไป ไม่ลืมที่จะหยิบอาหารบนโต๊ะติดมือไปด้วย ผมนั่งลงกับพื้นตรงหน้าพี่ซี แล้วเลื่อนสายตามองหน้าเขาอยู่อย่างนั้น

"ผมบอกพี่แล้ว ให้ห่วงตัวเองบ้าง"  

"ไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย"

"ทำไมปล่อยให้ตัวเองเจ็บขนาดนี้"

พี่ซีไม่ตอบได้แต่ก้มหน้าลงหงอยๆ

"ทำไมปล่อยให้ตัวเองเจ็บขนาดนี้!"

พี่ซีสะดุ้งเมื่อผมถามคำถามเดิมด้วยเสียงที่ดังขึ้น  

"น่าน"

"เจ็บทำไมไม่บอก"

"พี่ไม่ได้เป็นอะไรมาก ดูดิ ไม่เจ็บตรงไหนเลย"

ผมกัดฟันแล้วยกมือชกเข้าไปที่อกของเขาเบาๆ  

"ผมหมายถึงตรงนี้ หมายถึงใจพี่"

"..."

"พี่ต้องเจ็บปวดขนาดนี้ ทำไมไม่บอกผมสักคำ"

"น่าน"

"ผมรู้เรื่องที่พี่ไม่อยากให้ผมรู้แล้ว เรื่องที่คิททำให้พ่อพี่ต้องตาย คิททำให้พี่ต้องเจ็บ เรื่องนั้นโหดร้ายกับผมอยู่เหมือนกัน"

"ถึงได้ไม่อยากให้น่านรู้ไง พี่กลัวน่านรับไม่ได้"

พี่ซีก็คือพี่ซี เขาคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง เขาปกป้องความรู้สึกของผมมากกว่าความรู้สึกของตัวเอง และเขาก็เป็นแบบนั้นอยู่เสมอ

"พี่กลัวว่าถ้าน่านรู้แล้ว น่านจะไปจากพี่"

"..."

"พี่กลัวจริงๆ นะเว้ย มันไม่ใช่ความผิดของน่าน ไม่ใช่ความผิดไอ้คิทหรือใครทั้งนั้น และมันไม่ใช่เหตุผลที่น่านจะไม่รักพี่ อย่าเอามาเกี่ยวกันนะเว้ย"

"..."

"น่าน อย่าไปนะ"

ผมพยักหน้ารับเบาๆ ผมยอมรับไม่ได้ในทันที ทฤษฏีโลกกลมน่ากลัวจนผมเผลอตกใจกับมันไป แต่ผมก็ยังรักพี่ซีอยู่ดี จริงอย่างเขาว่า มันไม่ใช่เหตุผลที่ผมจะต้องไปจากครับ

"น่าน"

"ครับ ผมจะไม่ไปไหน"

"..."

"จะไม่ไปจากพี่เลย"

พี่ซีใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวผมให้ลุกขึ้นไปนั่งข้างๆ เขา ยกมือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างคนอ่อนแอ ผมเคยคิดว่าตัวเองเข้มแข็งแล้ว แต่อยู่กับพี่ซีผมก็กลายเป็นเด็กขี้แง หาเรื่องร้องไห้ให้เขาปลอบอยู่เรื่องเลย และพี่ซีก็รู้วิธีที่จะทำให้ผมยิ้มออกมาได้ในสถานการณ์แบบนี้เสมอ

"ไม่ร้องนะ เดี๋ยวแกะเมล็ดทานตะวันให้"

"พี่ อย่ากวนตีนดิ"

พี่ซียกมือวางบนหัวผมแล้วจับโยกไปเบาๆ ผมจึงเห็นแผลที่ข้อศอกเขาได้ชัด จึงยกมือจิ้มเข้าไปทีหนึ่ง

"โอ๊ย! เจ็บ!"

"ไหนบอกไม่เจ็บตรงไหนไง"

"ขอเจ็บนิดหนึ่งได้ไหมอะ"

"เดี๋ยวผมทำแผลให้"

ผมเดินไปหยิบกล่องยา ตอนนั้นก็เดินผ่านจักรยานคันใหม่ของเขาด้วย จึงหันมองมันตาขวาง

"ไม่ต้องปั่นแล้วไหมจักรยานเนี่ย"

"เฮ้ย น่าน"

"ปั่นแล้วเจ็บตัวแบบนี้ก็ไม่ต้องปั่น" ผมพูดเคืองๆ แล้วยกมือผลักจักรยานที่พิงพนังอยู่ล้มโครมไปกับพื้น

"น่าน! ใจร้าย!"

"สมควรแล้ว"

"จักรยานมันทำอะไรผิดอะ ถ้าจะทำมันทำพี่ดีกว่า โอ๊ย!!" พี่ซีร้องลั่นบ้านตอนผมเทแอลกอฮอล์ราดใส่แผลโดยไม่ใช้สำลี สีหน้าเจ็บปวดคลอด้วยน้ำตานั่นไม่น่าสงสารสักนิด ผมดึงลำสีแล้วเช็ดแผลนั่นอีกครั้ง อีกคนก็พยายามจะดึงศอกหนี แต่ถูกผมเงยหน้ามองตาขวางจึงหยุดอยู่กับที่  

"น่าน พี่เจ็บ"

"เฉยๆ ดิ"

"ไม่เอาแล้วเจ็บ"

"พี่ซี"

"ก็เจ็บอะ!" พี่ซีโวยแล้วใช้แขนข้างนั้นรวบคอผมเข้าไปนั่งข้างๆ ล็อกอยู่อย่างนั้นไม่ให้ผมขยับ

"พี่ ปล่อยเลย ยังทำแผลไม่เสร็จ"

"ไม่เอา ไม่ต้องทำแล้ว เจ็บโว้ย"

"พี่ซี!"

"แค่กอดน่านอยู่อย่างนี้ เดี๋ยวพี่ก็หายแล้ว"

ผมไม่อยากขัดใจเขาแล้ว เลยปล่อยให้เขากอดอยู่อย่างนั้น ขยับตัวเองเข้าไปใกล้อีกนิดแล้วพิงหัวตัวเองลงไปบนไหล่ของเขา ยกมือลูบแขนข้างที่ใส่เฝือกของเขาเบาๆ

"หายไวๆ นะครับ"

...

วันนี้ผมย้ายโลเคชั่นของผมกับพี่ซีมาอยู่ในร้านของหวาน ผมนั่งมองพี่ซีที่นั่งอยู่ตรงข้าม เขาใช้มือจับหลอดวนอยู่ในแก้วโกโก้ปั่น ขณะมองฮันนี่โทสที่ผมสั่งมาให้อยู่เป็นพักจนไอติมเกือบจะละลาย

"มองอะไรวะพี่ กินดิ"

"กินไม่เป็นว่ะ"

"ก็แค่ยัดใส่ปากเข้าไป"

"พี่ไม่ชอบของหวานเว้ย เราเปลี่ยนไปร้านเหล้าข้างๆ ป่ะ พี่มีบัตรลดมิกเซอร์สิบเปอร์เซ็นด้วย"

"ไม่"

"นะ"

ต่อให้เขางัดเอาหน้าตาอันหล่อเหลาและความขี้อ้อนระดับไหนมาวอนขอผมก็ไม่ให้

"พี่ไม่ได้แตะเหล้ามาจะเป็นเดือนแล้วนะหนู"

อันที่จริงก็ไม่ได้อยากบังคับอะไรเยอะแยะ แต่มันก็ดีกับตัวเขาไม่ใช่เหรอ ผมกำลังปรับนิสัยและการใช้ชีวิตของพี่ซีเพื่อให้เขามีอายุที่ยืนยาวขึ้นอยู่ เขาไม่ได้กินเหล้าเพื่อเข้าสังคม ถ้าไปสังสรรค์กับเพื่อนแบบนี้ผมไม่ว่าเลย แต่เขากำลังเข้าข่ายผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรังแล้วผมเลยต้องปรับพฤติกรรมของเขาใหม่ด้วยการพาเข้าร้านของหวานแทน พอรู้ตัวว่าผมไม่มีทางอนุญาตเขาก็ดึงแก้วโกโก้ไปดูดด้วยหน้าหงอยๆ

"งั้นพี่ขอเดือนละสี่ครั้ง"

"ผมให้ได้แค่สองครั้ง"

"เฮ้ย มันไม่พอ พี่มีเพื่อนเยอะนะ เพื่อนมัธยมต้น เพื่อนมัธยมปลาย เพื่อนมหาลัย เพื่อนนอกมหาลัย วนๆ กันไปทุกวันศุกร์เดือนหนึ่งก็ต้องสี่ครั้งแล้ว"

"งั้นต่อไปนี้ผมจะเดทกับพี่ทุกวันศุกร์"

"โห่ หนู"

"ไม่อยากเดทกับผมเหรอ"

"อยากสิวะ อยากได้หนูใจจะขาดแล้วเนี่ย คบกับมาตั้งนานได้แค่จูบเอง กูจะอกแตกตายอยู่แล้ว"

"เฮ้ย!" ผมยื่นมือไปปิดปากพี่ซีที่กำลังพูดเสียงดังออกมากลางร้าน ผู้หญิงสองคนที่นั่งโต๊ะติดกับเราหันมามองแล้วยกเมนูขึ้นปิดหน้า เดาได้ไม่ยากว่ากำลังนินทาอะไรพวกเราอยู่แน่ๆ พี่ซีดึงมือผมที่ปิดปากอยู่ออกแล้วหัวเราะเบาๆ

"ตกลงจะกินไหมเนี่ย"

"ป้อนดิป้อน"

"แขนก็หายแล้วยังจะงอแง"

เขาอ้าปากรอ แล้วยักคิ้วสองสามที ผมเก็บคำที่จะบ่นเอาไว้แล้วใช้ส้อมจิ้มลงไปบนขนมปังก่อนจะยัดใส่ปากเขา คนตรงข้ามเคี้ยวจนแก้มตุ่ย ขณะเคี้ยวก็พยักหน้าอย่างดูพอใจไปด้วย

"อร่อยใช่ไหม"

"เออ อร่อย"

"กินเยอะๆ" เขาไม่รอให้ผมป้อน ใช้ส้อมอีกคันตักกินเอง น่าจะอร่อยอย่างที่บอกจริงๆ ผมเลยเอาชิ้นที่จิ้มขึ้นมาแล้วใส่ปากตัวเองบ้าง พี่ซียังไม่จบเรื่องกินเหล้าเลยพูดขึ้นมาอีก

"ตกลงเดือนละสี่ครั้งนะ"

"สอง"

"น่าน! ทำไมใจร้ายกับพี่จังเลยเนี่ย"

"ก็พี่จะขี้เมาทำไมวะ"

"ทำไมเป็นเด็กแบบนี้เนี่ย พี่เป็นพี่น่านนะ!"

"แต่ผมเป็นแฟนพี่นะ!"

"..."

ทั้งผมและเขาเงียบไปตอนผมลั่นเสียงดังออกไปแบบนั้น เมื่อผมรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปก็อายจนต้องก้มหน้างุดแทบจมไปกับจานฮันนี่โทส

"เป็นแฟนเลยเหรอ หืม?"

"พี่ซี ไม่แซว"

"เป็นแฟนกันเนอะ"

"เออ!" ผมตะโกนตอบกลับไป เอาจริงพี่ซีไม่เคยขอผมเป็นแฟนเลย ยืนงงๆ ในดงหอพักแล้วก็หลงรักเขาเฉยเลย แต่ในความชัดเจนของการกระทำจากพี่ซีมันก็ระบุสถานะเราอยู่แล้ว บทเรียนจากเรื่องคิทสอนให้ผมเป็นคนจริงจังกับความชัดเจน ผมจึงต้องตอกย้ำให้ความสัมพันธ์ของเรามันหนักแน่นโดยสมบูรณ์แบบ และในเมื่อพี่ซีไม่ขอเป็นแฟน ผมก็จะขอเองซะเลย ผมยื่นสองมือไปจับมือพี่ซี มองหน้าอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พูดคำนั้นออกไปด้วยเสียงจริงจังเจือความเคอะเขิน    

"พี่ซี"

"..."

"เป็นแฟนกันนะครับ"


To be continued.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น