คีตาอักษร

ขอขอบคุณที่ช่วยสนันสนุนนะคะ

บทที่ 6 เจ็บไข้ได้ป่วย.. 75%

ชื่อตอน : บทที่ 6 เจ็บไข้ได้ป่วย.. 75%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 21 เม.ย. 2561 18:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 เจ็บไข้ได้ป่วย.. 75%
แบบอักษร

พ่อเลี้ยงกัณตภณ ไม่ได้นอนเลยทั้งคน เลยก็ว่าได้ เพราะคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงนอนมีไข้ขึ้นสูง ชายหนุ่มจึงต้องทำการเช็ดตัวคนตัวเล็กที่เพ้อละเมออยู่ทั้งคน ให้ไข้ได้ลดลง ซึ่งก็ได้ผลตามนั้น เมื่อใกล้รุ่งสางความร้อนในร่างกายของหญิงสาว ก็เริ่มลดระดับลงจนอุณหภูมิอยู่ในระดับที่เป็นปกติ ซึ่งทำให้ พ่อเลี้ยงกัณตภณ คลายความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก

          “เป็นยังไงบ้าง?” พ่อเลี้ยงกัณตภณ เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงลืมตาตื่นขึ้นมา “พี่ภณ รู้สึกปวดเมื่อยตัว และก็รู้สึกเพลียๆ ค่ะ” จิตรานุช มองหน้าคนถามที่ตอนนี้ดูซีดเซียว ก่อนเอ่ยบอกตามที่ตอนนี้ร่างกายได้รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

“เดี๋ยวทานข้าวยาก็คงจะดีขึ้น” พ่อเลี้ยงกัณตภณ มองดูคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียง พร้อมกับยกมือใหญ่ขึ้นลูบไล้ไปมาที่แก้ม ที่ตอนนี้ยังคงซีดเซียวเพราะยังไม่สร่างไข้ดี

          “นุชเป็นอะไรหรือคะ?” จิตรานุช เอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะหญิงสาวไม่ได้รู้อะไรเลยทั้งคืนจนกระทั้งฟื้นขึ้นมาในตอนเช้านี้แหละ ถึงได้รู้สึกว่าร่างกายรู้สึกปวดเมื่อยอ่อนเพลียมาก “นุชเป็นไข้แดดน่ะ คงจะตากแดดทั้งวันนั้นแหละเมื่อวาน จึงทำให้เป็นไข้แดด เดี๋ยวสักพักป้าเนียรจะเอาข้าวกับยาขึ้นมาให้ทานนะ” ว่าแล้ว พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็ลุกขึ้นจากที่นั่งข้างเตียงนอน เดินเข้าห้องน้ำไปทำความสะอาดชำระล้างร่างกายให้ชดชื่น

          ไม่นาน จำเนียร แม่บ้านของไร่กังวานไกล ก็เปิดประตูห้องเข้ามา พร้อมกับในมือถือถาดใส่ข้าวต้ม และยา มาให้คนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงรับประทาน “ข้ามต้มหมูและก็ยาแก้ลดไข้ค่ะ” จำเนียร เอ่ยบอกคนที่ครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่บนเตียง

          “ขอบคุณค่ะป้า เห็นพ่อเลี้ยงบอกว่านุชเป็นไข้ทั้งคืนเลย ถ้ายังไงนุชต้องขอบคุณป้าด้วยนะคะที่มาดูแลนุชทั้งคืน” จิตรานุช เอ่ยขอบคุณ จำเนียร เพราะหญิงสาวคิดว่า จำเนียร เป็นคนที่มาคอยดูแลเธอเมื่อคืน ในช่วงเวลาที่เธอเป็นไข้ไม่รู้สึกตัวอย่างนั้น

          “เปล่าค่ะ คุณนุชเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ เมื่อคืนป้าไม่ได้เป็นคนดูแลคุณนุช พ่อเลี้ยงต่างหากล่ะคะที่คอยเฝ้าดูแลคนนุชทั้งคืนเลย ป้าถามว่าจะให้ป้าช่วยดูแลคุณนุชหรือเปล่า พ่อเลี้ยงก็ปฏิเสธท่าเดียวเลยค่ะ ถ้าจะขอบคุณ คุณนุชต้องขอบคุณพ่อเลี้ยงต่างหากล่ะคะถึงจะถูก” จำเนียร กล่าวบอกถึงสิ่งที่ผ่านมาเมื่อคืนให้คนป่วยที่อยู่บนเตียงนอนได้รับฟัง

          ซึ่งเมื่อคนป่วยที่อยู่บนเตียงนอนได้รับฟังเช่นนั้น ก็ทำให้รู้สึกใจเต้นแรง ซาบซ่าน อิ่มเอิบ ตื้นตันในหัวใจ ก้มหน้าลงมองมือเรียวเล็กของตน พร้อมกับกัดริมฝีปากล่างของตน เพื่อกลั้นยิ้ม ซึ่งกลั้นยังไงก็เอาไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว

          “มีอะไรกันเหรอ?” พ่อเลี้ยงกัณตภณ เมื่อออกมาจากห้องน้ำ ซึ่งตอนนี้มีผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียวพันอยู่ที่เอวสอบอย่างหมิ่นเหม่ “ปะ เปล่าค่ะ” จิตรานุช หันไปมองยังเสียงที่ได้เอ่ยถามนั้น ก่อนจะเสก้มลงมองไปยังข้าวต้มที่วางอยู่ตรงหน้า แล้วใช้มือเรียวเล็กจับช้อนตักข้าวต้มขึ้นมาทาน ส่วน จำเนียร ก็เลี่ยงเดินออกไปจากห้องนอนนั้นทันที ที่ได้ยินเสียงของเจ้าของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ

          พ่อเลี้ยงกัณตภณ เดินเข้ามานั่งลงบนเตียงข้างๆ คนไข้ที่กำลังนั่งทานข้าวต้มอยู่ ทั้งที่ร่างกายไม่ได้มีอะไรติดตัวเลย มีเพียงผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียว ซึ่งทำให้คนป่วยที่นั่งทานข้าวต้มอยู่ รู้สึกสั่นๆ ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ไม่ใช่สั่นเพราะอาการไข้กำเริบ แต่เป็นเพราะคนตัวโตนี่ต่างหากล่ะที่นั่งอยู่ใกล้ๆ และทำให้รู้สึกถึงไออุ่นและกลิ่นกายที่มาจากร่างกายของชายหนุ่มลอยมากระทบจมูก ทำให้คนป่วยรู้สึกใจสั่นหวิวขึ้นมา

“ทานให้หมดนะ แล้วทานยา แล้วก็นอนพักผ่อนไข้จะหาย” พ่อเลี้ยงกัณตภณ เอ่ยพร้อมกับจ้องมองดูคนที่ตักข้าวต้มใส่ปากด้วยอาการประหม่า มือเริ่มสั่นนิดๆ “ค่ะ” จิตรานุช เอ่ยตอบออกไปสั้นๆ ทั้งก้มหน้าก้มตาทานข้าวต้มนั้นจนหมด แต่พอจะหยิบยาขึ้นมาทาน ชายหนุ่มกลับเร็วยิ่งกว่า หยิบยาแก้ไข้มาจ่อที่ปากบางจิ้มลิ้มของคนป่วย

          จิตรานุช มองหน้าชายหนุ่มด้วยนิดหนึ่ง ด้วยอาการหน้าร้อนผ่าว และอ้าปากให้ชายหนุ่มหยิบยื่นยาแก้ไข้เข้าไปในปาก ก่อนนะดื่มน้ำตาม ซึ่งก็เป็น พ่อเลี้ยงกัณตภณ อีกนั้นแหละที่เป็นภาระหยิบแก้วน้ำขึ้นมาให้ดื่ม “นอนซะนะ ตื่นขึ้นมาอาการจะได้ดีขึ้น” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ว่าพร้อมกับเลื่อนโต๊ะที่วางชามข้ามต้มออกไปข้างๆ เตียงนอน  แล้วจับร่างบางให้นอนลงไปบนเตียงนอนตามเดิม

แล้วพ่อเลี้ยงก็ลุกขึ้นไป แต่งตัวโดยสวมแค่กางเกงนอนเพียงตัวเดียว แล้วกลับมานอนลง ข้างๆ คนป่วยบนเตียง พร้อมกับดึงร่างคนป่วยเข้ามาสวมกอดไว้ด้วยอีกต่างหาก “นอนเถอะเดี๋ยวพี่จะนอนเป็นเพื่อน” ว่าแล้วพ่อเลี้ยงก็ก้มลงจุมพิตที่หน้าผากนวลเนียนของคนป่วย แล้วหลับตาลง และแล้วทั้งสองก็หลับใหลเข้าสู่ห้วงนินทราไปด้วยกัน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น