Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่6 “ชีวิตยิ่งกว่านิยาย”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่6 “ชีวิตยิ่งกว่านิยาย”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 เม.ย. 2561 02:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่6 “ชีวิตยิ่งกว่านิยาย”
แบบอักษร

ใครจะรู้ว่าชีวิตจริงของมนสิชายิ่งกว่านิยายออนไลน์ที่เธอเขียนเสียอีก ถ้ามีคนเอาเรื่องของเธอไปแต่งเป็นนิยายคงจะรันทดและน่าสงสารน่าดู ในนิยายยังเขียนให้มีพระเอกมาช่วยนางเอกไว้ได้ แต่นี่คือชีวิตจริง ชีวิตที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด จะให้หวังพึ่งใครคงจะเป็นไปไม่ได้ ต้องตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเท่านั้นถึงจะดี

วันนี้มนสิชาพอจะมีเวลาว่าง เธอจึงเขียนจดหมายถึงผู้ที่รับอุปการะเลี้ยงดูเธอ มนสิชาเขียนเล่าเรื่องราวชีวิตในช่วงเดือนที่ผ่านมาผ่านตัวอักษรให้ท่านได้ทราบ

เรียน คุณท่านที่เคารพ

“ตั้งแต่หนูเสียคุณพ่อไป ตอนนี้หนูเป็นเหมือนเสาหลักของบ้านค่ะ หนูทำหน้าที่ดูแลทุกๆคนในบ้านแทนคุณพ่อของหนู หนูทำงานมากขึ้นเพื่อจะได้มีรายได้ไว้เลี้ยงครอบครัว จึงทำให้เดือนนี้หนูเขียนจดหมายถึงคุณท่านช้าไป แต่ถึงหนูจะทำงานหนักแค่ไหน หนูก็ไม่รู้สึกเหนื่อยค่ะ เพราะยังมีคนให้หนูต้องคอยดูแลอีกหลายคนค่ะ

หนูต้องกราบขอบพระคุณคุณท่านนะคะ ที่ช่วยส่งเงินมาดูแลหนูและครอบครัวตลอดหกปีเต็ม ตอนนี้หนูเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกแล้วนะคะ หนูได้เกรดสี่ทุกวิชาค่ะ ต่อจากนี้ไปหนูคงไม่ได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยตามระบบ แต่หนูสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเรื่องการเรียนที่หนูรักนะคะคุณท่าน”

สุดท้ายนี้ ถ้าหนูมีโอกาสขอให้หนูได้ตอบแทนท่านบ้างนะคะ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

มนสิชา ชวโรจน์


จดหมายถูกปิดผนึกเรียบร้อยเพื่อรอนำส่งไปยังจุดหมายปลายทางตามที่อยู่ที่เขียนไว้บนหน้าซอง

มนสิชาเองก็อยากมีโอกาสที่จะได้เจอกับผู้ที่รับอุปการะเธอบ้าง เธออยากขอบคุณท่านที่ให้ความเมตตาต่อเธอและครอบครัว ถ้าไม่มีท่านคนนี้ช่วยดูแลพวกเธอไว้ ป่านนี้ไม่รู้ว่าพวกเธอจะเป็นอย่างไร


มนสิชาเตรียมตัวออกจากบ้านเพื่อไปทำงานที่ร้านอาหาร วันนี้ลูกค้าบางตากว่าเมื่อวานนี้พอสมควร ลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารมีอยู่เจ็ดโต๊ะเท่านั้นเอง ซึ่งก็เป็นข้อดีที่ลูกค้าน้อยเพราะพวกเธอจะได้คอยให้บริการได้อย่างทั่วถึง

เที่ยงวันนี้มีลูกค้าจองห้องวีไอพีไว้หนึ่งห้อง เถ้าแก่ให้มนสิชาและประภาคอยช่วยกันดูแลลูกค้า ตอนนี้มนสิชาเข้ามาจัดเตรียมของต่างๆเอาไว้ เธอตรวจความเรียบร้อยอย่างละเอียดเพราะกลัวจะผิดพลาด เมื่อลูกค้าเข้ามาใช้บริการที่ร้านอาหารนี้เธออยากจะให้ลูค้าได้รับความประทับใจกลับไปด้วย ดังนั้นเธอจึงตั้งใจทำงานของเธอให้ดีที่สุด

ตอนนี้ลูกค้าที่จองห้องวีไอพีมาถึงแล้ว มนสิชาและประภาต่างช่วยกันนำอาหารมาเสิร์ฟทันที เพราะลูกค้าสั่งอาหารไว้ล่วงหน้าแล้ว ด้วยความที่มนสิชาเป็นคนช่างสังเกต เธอเห็นว่าเก้าอี้หนึ่งตัวยังว่างอยู่ แสดงว่าแขกน่าจะยังมาไม่ครบ แต่แล้วบานประตูก็เปิดออก มีผู้ชายใส่สูท ผูกไทด์ สวมแว่นตากันแดดเดินเข้ามาในห้อง เขาเดินไปนั่งที่ๆว่างอยู่ เขาค่อยๆถอดแว่นตากันแดดออก มนสิชาตกใจที่เจอคุณธนาธิปที่นี่ ธนาธิปเองก็แปลกใจที่เจอมนสิชาที่นี่เช่นกัน มนสิชาเองก็วางตัวไม่ถูกเธอจึงรีบเดินออกไปช่วยเพื่อนยกอาหารที่เหลือเข้ามาเสิร์ฟ

“อาหารเสิร์ฟครบหมดแล้วนะคะ เชิญทานอาหารให้อร่อยนะคะ” ประภาบอกลูกค้าแล้วเดินออกจากห้องวีไอพีมา

มนสิชาและประภาจะกลับเข้าไปในห้องวีไอพีอีกทีตอนเสิร์ฟผลไม้เท่านั้น เพราะลูกค้าจะได้มีความเป็นส่วนตัวในการรับประทานอาหารนั่นเอง แต่พวกเธอจะคอยอยู่แถวๆหน้าห้องเผื่อลูกค้าต้องการความช่วยเหลือจะได้เข้าไปช่วยเหลือได้ทันที

ธนาธิปเองก็เกิดความสงสัยว่าทำไมมนสิชาถึงมาอยู่ที่ร้านอาหารแห่งนี้ได้ หรือว่าเขาอาจจะจำคนผิดก็เป็นไปได้ ดังนั้นเพื่อไขข้อข้องใจธนาธิปจึงลุกออกไปเข้าห้องน้ำที่ด้านนอก แล้วเขาก็ได้พบกับมนสิชาจริงๆ เขามองมนสิชาโดยใช้สายตาเย็นชา ธนาธิปมองสำรวจเครื่องแต่งกายของมนสิชาตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว เขาจึงได้ข้อสรุปแล้วว่าเธอไม่ได้มาเป็นลูกค้าที่นี่แต่เธอทำงานอยู่ที่นี่นั่นเอง

“เอ่อคุณจอมทัพมีอะไรให้มะปรางช่วยมั๊ยค่ะ” มนสิชาถามธนาธิปเผื่อเขาต้องการความช่วยเหลือ

“..........”

ไม่มีเสียงตอบรับจากธนาธิป เขามองเธอแล้วเดินจากไป

“มะปราง แกรู้จักลูกค้ารวยๆ แบบนั้นด้วยเหรอ” ประภาถามมนสิชาถึงข้อสงสัย

“อืม คุณแม่เขาชอบมาซื้อขนมที่ร้านหนะ” มนสิชาตอบประภาไปแค่นั้น

“คนอะไรไม่รู้ล้อ หล่อ เนอะ แต่ดูหยิ่งไปหน่อยว่ามั๊ย” ประภาพูดน้ำเสียงชวนเคลิ้ม

“หยุดงานมโนไว้ก่อนนะจ๊ะ แล้วไปทำงานกันต่อเถอะแนน” มนสิชาไม่อยากพูดถึงธนาธิป เธอจึงชวนประภาไปทำงานต่อ

“จ้า ไปก็ไปจ้า แต่ว่าเขาหล่อจริงๆ นะแก สูงยาว ขาว หุ่นดี แบบนี้แหละที่สังคมต้องการ อู้ยยย น่ากินเว่อร์ อิ๊อิ๊” ประภารับคำ แต่ก็ยังไม่หยุดพูดถึงธนาธิป


ลูกค้าห้องวีไอพีกลับไปแล้ว พวกเธอจึงเข้ามาช่วยกันเก็บจานและเช็ดทำความสะอาดโต๊ะ และห้องให้พร้อมใช้งานดังเดิม มนสิชาเหลือบไปเห็นกุญแจรถวางทิ้งไว้อยู่บนโต๊ะ แต่ว่าเป็นใครกันหละที่ลืมเอาไว้ เมื่อเธอนึกออกเธอจึงรู้ว่าเป็นธนาธิป ป่านนี้เขาน่าจะเดินถึงรถยนต์ของตัวเองแล้ว ดังนั้นมนสิชาจึงรีบวิ่งเพื่อเอากุญแจรถไปคืนธนาธิปทันที

“แนนเดี๋ยวฉันเอากุญแจรถไปให้ลูกค้าก่อนนะ ลูกค้าลืมไว้หนะ” มนสิชาบอกเพื่อนก่อนที่ตัวเองจะออกจากห้องไป

“อืม แกเดินไปดีๆหละ อย่าวิ่ง อย่ารีบมาก เดี๋ยวหกล้มกันพอดี” ประภารับคำพูด พร้อมกับเอ่ยห้ามปราม

“จ้า” มนสิชาตอบรับคำ

เมื่อมาถึงลานจอดรถของร้านอาหาร มนสิชาเห็นธนาธิปเหมือนหาอะไรบางอย่างอยู่ เธอจึงรีบวิ่งเอากุญแจรถยนต์ไปให้เขา

“เอ่อ กุญแจรถของคุณลืมไว้บนโต๊ะค่ะ นี่ค่ะ” มนสิชายื่นกุญแจคืนให้ธนาธิป และรีบบอกถึงสาเหตุที่เธอตามมา เพราะเธอเห็นธนาธิปมองเธอเหมือนกำลังจะประเมินอะไรบางอย่าง

“.............,,,”

ธนาธิปรับกุญแจจากมนสิชาไปแล้ว ไม่มีแม้แต่คำกล่าวขอบคุณ หรือคำกล่าวใดใดเลย เขาสตาร์ทรถแล้วขับรถออกไปจากลานจอดรถอย่างรวดเร็ว

“หืมมม...คนแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี รู้งี้น่าจะปล่อยให้หาซะให้เข็ด คุณแม่กับคุณลูกช่างต่างกันลิบลับ” มนสิชาได้แต่บ่นตามหลังเขาเท่านั้น ถ้าจะให้เธอพูดแบบนี้ต่อหน้า เธอคงไม่กล้าแน่ๆ ก็ดูสิ!! ธนาธิปท่าทางดุกว่าคุณอารดาเสียอีก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น