เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ชื่อตอน : 34.3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 156

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2561 13:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
34.3
แบบอักษร

วันนี้วันอะไรเอ่ย

          “วันเกิดน้องโนร่า”

          “วันสงกรานต์ต่างหาก!!”

          พรวด!!

          วันเวลาแจ่มใสมีเมฆขาวปุยๆและท้องฟ้าสีครามผ่องใส เมรัยได้รับพลังชีวิตจากวันสำคัญทางประเพณี หมอผีน้อยตื่นตัวกระเด้งแต่หัววัน พร้อมทำกิจกรรมเล่นน้ำกับชาวบ้านบนถนน นางไม่ลืมด้วยว่าต้องสาดน้ำใส่นารีและเรไรเป็นสองคนแรก ตื่นแล้วไม่อาบน้ำ วิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมหยิบขันตักน้ำมาสาดใส่นารีและไรอย่างซุกซน “สงกรานต์ต๊องอะไรย่ะ มันหมดไปตั้งแต่สามวันที่แล้วแล้วย่ะ!”

          “เจ้านอนตื่นสายลืมโลกแล้วหรือ”

          “…”

          เมรัยอ้าปากค้างพลางโดนพวกนารีรุมตี หมอผีน้อยจิตตกพลางตักน้ำราดหัวตนเองและขึ้นไปกลิ้งนอนตายดั่งเดิม

          ฝั่งเมรัยยังคงวนเวียนในวังวนกิจวัติรื่นเริงเบิกบาน ฝั่งลีโอน่าคราวเห็นพวกนารีโดนสาดน้ำ นางรีบพลิกกายหลบหลังผนังทันทีทันใด นักไวโอลินสาวมิใช่หมาน้อยกลัวน้ำ กระนั้นนางไม่พร้อมรับน้ำเย็นกระทบใบหน้าจนขนหัวลุกเช่นกัน ลีโอน่าลอบสังเกตเห็นเมรัยจากไปแล้วจึงระบายลมหายใจพลางเดินผ่านสวนไปที่ห้องนอนเด็กๆบ้านเด็กกำพร้า

          ณ ห้องนอน แคโรไลน์นอนตรวจอาการโนร่า สีหน้ากลัดกลุ้มคล้ายมีเรื่องหนักอก

          “อาจารย์แคโรไลน์กำลังทำอะไรหรือ”

          ลีโอน่าดึงตัวไวโอเล็ตถามไถ่ เด็กสาวไว้ผมหางม้าจูงหญิงสาวหลบหัวมุมทางเดินพลางกวักมือให้ลีโอน่าก้มศีรษะต่ำ ไวโอเล็ตป้องปากพลันกระซิบบอกเสียงเบาปานประหนึ่งปีศาจเอ่ยกระซิบ “พี่โนร่าเป็นหวัด” นักไวโอลินรับรู้เรื่องพลันตกใจ เพราะเมื่อวานโนร่าตากไอฝนใช่หรือไม่ ลีโอน่าปิดซ่อนความเสียใจสามส่วน นางควรรู้สึกตัวให้เร็วกว่านี้ เมื่อวานโนร่าเกาะติดตนทั้งวันกระนั้นตนไม่สังเกตเห็นสิ่งใดผิดปกติ

          ไวโอเล็ตเอียงคอ นางกล่าวเสริม เมื่อเช้าพี่จูเลียเป็นคนแรกที่รู้เรื่องพี่โนร่าป่วย จากนั้นพี่จูเลียไปตามอาจารย์แคโรไลน์มาช่วยทำให้พี่โนร่าหายป่วย

          เช่นนั้นหรือ ลีโอน่ายิ้มน้อยๆพลางปล่อยตัวไวโอเล็ต นักไวโอลินสาวเดินเข้าห้องพลางพบจูเลียนั่งใกล้ๆแคโรไลน์ เด็กสาวจูเลียเฝ้าโนร่ามิห่างปานแม่ลูก เพื่อนสนิท อีกด้านแคโรไลน์ตรวจอาการโนร่าเรียบร้อย “ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนสองสามวันก็หายจ๊ะ”ไข้หวัดธรรมดามิใช่โรคภัยร้ายแรง แม่วัวสาวจัดเตรียมขวดยาสองขวด นางปั้นผ้าชุบน้ำโปะบนหน้าผากเด็กสาวเบาๆ คนป่วยนอนไร้สติมีสีหน้าแดงผสมชมพู่อ่อนๆแลเจ็บปวดรวดร้าว กระนั้นไร้ซึ่งความทรมาน

          แคโรไลน์ลุกยืน ทรวงทรงทั่วกายเคลื่อนกระเพื่อมขยับเขยื้อนอย่างอ้อยอิง แม่วัวสาวฝากให้นักไวโอลินสาวดูแลผู้ป่วยสักพัก อาหารเช้ามื้อนี้มิเหมาะให้คนป่วยรับประทาน แคโรไลน์จึงต้องทำอาหารสำหรับโนร่าโดยเฉพาะ แม่วัวสาวขอให้จูเลียเป็นผู้ช่วย ลีโอน่าพอทราบก็ตอบรับ ให้นางเฝ้าข้างเตียงโนร่าตลอดวันก็ย่อมได้ “ถ้าโนร่าถามหาหนูให้บอกอีกประเดี๋ยวหนูจักมานะคะ”พ้นประตู จูเลียมิวางใจกลัวเพื่อนรักวิตกกังวลที่รู้ว่าไม่มีนางข้างๆจึงโผล่หัวเตือนลีโอน่า

          นักไวโอลินลอบขำ พยักหน้าตกลง นางจักบอก

          ด้านนอกหน้าต่างมีผืนเวหาสีฟ้า นกกระจอก และกลีบดอกคูณปลิวสะพรั่ง

          แว่วยินเสียงท่วงทำนองเปียโน กระดิ่ง เจ้าแมวเหมียว

          ลีโอน่านั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงนอน หญิงสาวนั่งหลังตรง หน้าเงยมองแสงที่สอดผ่านละอองฝุ่นผง ครั้นนางก้มมองเด็กสาวตัวเล็กตัวน้อยที่นอนสลบไสลไม่รู้สึกถึงการคงอยู่ของคนอื่น ลีโอน่าย้อนนึกถึงวันแรกที่พบโนร่า ณ นครเมืองแห่งเสียงดนตรี เรื่องราวระหว่างนางและเด็กสาวเริ่มทักทอด้วยมีเมรัยเป็นผู้ผูกด้ายสายสัมพันธ์ให้ เพราะเมรัยเสนอให้พักที่บ้านเด็กกำพร้าลิเทอท์แอน์ ลีโอน่าและโนร่าจึงพานพบกัน นักไวโอลินสาวมิมีน้องสาว เวลาเดินทางและพูดคุยกับพวกเมรัย พวกสาวน้อยที่อายุน้อยกว่าจึงให้สนุกสนาม อบอุ่น และสุขสงบ มันแตกต่างกับความรู้สึกอื่นๆที่นางรู้จัก

          สำหรับคนที่สูญเสียคุณพ่อตั้งแต่ตนยังเยาว์วัย ท่ามกลางมรสุมพัดกระทบจิตใจ นางได้เผชิญหน้ากับพรสวรรค์ เผชิญหน้ากับวินาทีแรกที่ก้าวเท้าขึ้นเวที พบพานคนนับร้อยที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แต่ละผู้มักทิ้งบางสิ่งไว้ในใจลีโอน่า เศษความทรงจำที่อาจเป็นเหรียญเงินมังกรไฟ รอยยิ้มลึกลับของเจ้าชาย เสียงหัวเราะคิกคัก หรือแม้แต่สัมผัสอันร้อนรุ่มที่โอบอุ้มนางไว้ปานอ้อมกอดราชสีห์ มีไม่น้อย กระนั้นแล้วมีไม่มากที่นางคิดถึงและอยากกลับไปในช่วงเวลานั้นอีกครั้ง

          เขาว่าคนเราจักเป็นเพื่อนกันต้องมีส่วนหนึ่งคล้ายกัน มนุษย์ชอบจับกลุ่มกับพวกคนที่คิดเหมือนกัน ลีโอน่าเคยมีเพื่อนฝูง มีกลุ่มให้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องแต่ละวัน นางจดจำเรื่องราวระหว่างนางและเพื่อนได้ดี ในวันที่นางพึ่งเรียนรู้วิธีให้อาหารสิงโต นางรู้ว่ามีพี่สาวแอบช่วยนางลับๆปกป้องนางหากนางทำพลาดกลายเป็นเนื้อในท้องสิงโต ในฤดูหนาวที่หนาวเหน็บกว่าปีใด บรรดาสมาชิกในคณะละครสัตว์จักก่อกองไฟและจับตัวตลกในคณะมาย่างกิน แม้เรื่องนั้นจักเป็นเรื่องขบขันที่ชวนหัวเมื่อนึกถึง กระนั้นมันก็มีหยาดน้ำตาตัวตลกฉาบไว้เป็นเครื่องยืนยันว่า ตัวตลกกลัวถูกย่าง

          มีลูกน้อยที่มาชมงานแสดงดนตรี และลูกเขาเอ่ยชมชอบเพลงนาง นั้นเป็นครั้งแรกที่หัวใจนางมีทุ้งดอกไม้ผลิบาน นางดีใจนานถึงสามวัน

          มีครั้งหนึ่งที่ขุนนางผู้ใหญ่ขอซื้อตัวนางไปไว้ที่บ้าน กระนั้นหัวหน้าคณะไม่ยอมรับข้อเสนอ และกล่าวประกาศว่านางเปรียบเสมอลูกสาวของเขา เป็นคนสำคัญของคณะละครสัตว์ กลุ่มชุมชนที่ไม่ใช่แค่ที่ทำงานแต่มันคือครอบครัว บ้าน สถานที่ที่เปี่ยมด้วยความหวังและแสงไฟในตะเกียงน้ำมัน

          ช่วงเพลาที่อยู่กับทุกคนคือช่วงเวลาแห่งความสุข นางยังรู้สึกเช่นนั้นแม้ยามนี้คณะละครสัตว์จักล้มสลาย แม้ต่างคนต่างแยกย้าย กระนั้นความทรงจำที่เกิดขึ้นกับนางจักไม่มีวันเลือนหาย ลีโอน่าคิดว่าโนร่ารักบ้านหลังนี้เช่นกัน นางเดาได้เลย เด็กสาวบอบบางนอนป่วยคนนี้หวังให้มีคนจัดงานฉลองวันเกิดให้ โนร่าต้องหวังได้รับกล่องของขวัญใหญ่ๆที่ด้านในมีตุ๊กตาหมี เด็กสาวนึกอยากดื่มนมแคโรไลน์ด้วยหรือไม่ นางอาจได้ของหลายอย่างดั่งคำขอ ก็เพราะโนร่ามีน้องๆคนที่รักนางมากมายนี่นา

          ปีนี้มีพวกเมรัย หมอผีน้อยคงมอบลูกประคำเอาไว้สวมมนต์ ดวงดาวน้อยคงเลือกซื้อผ้าชั้นจักรพรรดิให้โนร่าสักผืน แต่เรไรจักให้สิ่งใด รูปสลักน้ำแข็งที่สลักเป็นหงส์เดโชอัคนีรึเปล่า

          ลีโอน่าอมยิ้มครุ่นคิดจิตนาการ พลันนางเปลี่ยนผ้าชุบน้ำผืนใหม่

          “น้องๆรอเจ้าของวันเกิดตื่นนะ”

          ลีโอน่าพึมพำ หากวันนี้โนร่าไม่ตื่นจักทำเช่นไร หากแผนงานที่ตระเตรียมไว้สูญเปล่าจักเป็นเช่นไร ลีโอน่าไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เพราะนางรู้คนป่วยต้องฟื้นแน่ วันนี้วันเกิดโนร่า สมัยลีโอน่ายังเด็กยังชอบตั้งชื่อหมู่ดาว พอรู้ว่าเป็นวันเกิดตนเอง..

          ต่อให้น้ำท่วมประเทศ นางก็จักตื่นมาเปิดห่อของขวัญให้ได้ ฮึๆ…

          --

          ยามกลางคืน อาชากระทืบกลีบเท้าดังโครมคราม พวกมันลากรถม้าคันสีดำแล่นทะยานผ่านบ้านเรือนร้อยหลัง หลังคากระเบื้องสีเทามีหยดน้ำฝนรินไหลสู่ลำธาร ริมถนนมีชาวเมืองเดินสัญจรครื้นเครง บริเวณย่านร้านค้ามีนักดนตรีนั่งเป่าขลุ่ย เขาสวมหมวกที่มีขนนกเสียบด้านข้าง เขาเหมือนนักกวีที่ชอบเล่านิทานและหัวขโมยกำลังนั่งเฝ้าจับจ้องหาเหยื่อ ส่วนจอมโจรตัวจริงนั้นกำลังทำอันใดหรือ เขาไม่บอกผู้ใด เพียงแต่อาจมองเห็นเงารางๆของเขาเคลื่อนขยับท่ามกลางหมู่ชนเหมือนยมทูตรัตติกาล

          ยามราตรีมีแสงไฟส่องสว่าง บ่งบอกว่าโลกใบนี้ยังมีสีสันแห่งความสำราญ ณ หน้าบ้านเด็กกำพร้าลิเทอท์ รถม้าสีน้ำตาลจอดนิ่งสนิท คนขับทำงานเปิดประตูให้หญิงสาวผู้เล่อโฉม ขณะนางก้าวเท้าเยื้องย่างเข้าด้านใน

          “จักรีบกลับมาให้ทัน”

          ลีโอน่าหันบอกเมรัย นารี และเรไร ด้านหลังพวกสาวน้อยมีแม่วัวสาวแคโรไลน์

          “ระวังโจรปล้นสวาทนะพี่ลีโอน่า”

          “ไม่ต้องห่วงจะ ข้ามีผู้คุ้มกันอารักขา”

          “ผู้คุ้มกันคงลางานกระมัง ช่วงนี้ไม่เห็นเงาเลย”

          ลีโอน่าสวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินท้องสมุทรแผ่วหัวเราะ หลังเลิกพูดหยอกล้อ นางก็โบกมือลา คราวไม่นานรถม้าก็แล่นหายไปสุดขอบถนน ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า และหมู่ดอกคูณล่องลอยตกพื้นหิน “ถึงเวลาเล่นน้ำแล้ว!!” “ผิดแล้วย่ะ” เมรัยกางแขนกว้าง นารีคว้าพัดกระดาษตบกระบาลหมอผีน้อยดังเพี๊ยะ เรไรส่ายถอดถอนใจ ครั้นพวกนางเคลื่อนย้ายกลุ่มไปช่วยดูแลเตรียมงานฉลองวันเกิด

          “ข้าจักเรียกผีมาช่วย” ภายในสวนมีของตกแต่งเรียงราย เมรัยใคร่อยากเรียกพลพรรควิญญาณ

          “หยุดนะ!” แต่จูเลียรีบค้าน นางไม่อนุญาตให้ผี วิญญาณ ภูตพรายตนใดยุ่งกับงานเด็ดขาด แม้เจ้าตัวจักไม่รู้ว่ามีผีวิ่งเล่นในงานแล้ว

          “อันนี้วางตรงไหนหรือ” เรไรถามบาสเตียน เด็กชายตัวน้อยชี้นิ้วบอกตำแหน่ง

          “โนร่าชอบสีฟ้า ใช้สีแดงดีกว่า” นารีกำลังแยกระหว่างเชือกมัดห่อขวัญสีแดงกุหลาบและสีน้ำเงิน อันไหนควรใช้ปิดปากเมรัย

          “ไอ้เด็ก…น้องอลันที่รักช่วยพี่สาวคนสวยถือหน่อยสิ…” เกือบพลั่งเผลอเรียกฉายาต่อหน้าพี่แคโรไลน์ เมรัยรีบเปลี่ยนคำทันทีเมื่อถูกจ้องเขม่นด้วยแววตาอ่อนโยนดุจนางฟ้ารอขย้ำนางมารร้าย

          “บาสเตียนเตรียมของขวัญหรือยัง”

          เรไรจับคู่กับบัณฑิตน้อย พวกนางดูแลเรื่องกองของขวัญมากมายที่วางก่ายกองใต้ต้นไม้ใหญ่ กล่องของขวัญหลากสีมีสีแดงเพลิง ฟ้าทะเล ชมพู่ลูกท้อ เหลืองกล้วน เงินเหรียญและทองคำกษัตริย์[สีราชวงศ์] เขียวพญานาคและม่วงมณีสุวรรณภูมิ[สีมะม่วงแดนบรรพกาล] บางชิ้นห่อด้วยถุงผ้าลายน่ารัก บางอันเป็นขวดเหล้า “ประเดี๋ยว เมรัยเหล้าเจ้าอยู่นี้ได้อย่างไร” เรไรตะโกนลั่น พลางทุกคนบอกให้นางเงียบเสียงโดยพลัน เพราะกลัวเจ้าของวันเกิดตื่น ปักษาน้อยรีบใช้มือปิดปาก น่าแดงระเรื่อด้วยความอาย “เมรัยเอาเหล้าเจ้าไปเก็บเดี๋ยวนี้” นางพูดเบาๆปานกลัวยักษ์ตื่น

          “นั่นของขวัญวันเกิด” เห็นสหายรักพูดเบาราวหนูน้อยหมวกแดง เมรัยจึงเลียนแบบด้วยการพูดเบาๆเหมือนคุณหมาจิ้งจอก

          “ของขวัญบ๊องไรย่ะ เด็กห้ามดื่ม เจ้าเองก็ยังดื่มมิได้ไม่ใช่หรือ” เพี้ยนสองหน่อไม่พอ นารีร่วมแรงบ้าด้วยอีกคน

          “เฮ้ พวกพี่สาวกระซิบกระซาบทำไม”

          “ไม่รู้สิ”เสียงแหบพร่าปานไม่ดื่มน้ำหนึ่งปี ไปๆมาๆเมรัยจำใจเก็บเหล้ากลับ นางรู้แล้วว่ามันใช้เป็นของขวัญมิได้ จึงเตรียมของขวัญชิ้นสำรอกไว้ ซึ่งก็คือ “….” นารีเลิกคิ้วงุนงง เมรัยจึงสะบัดพุงเปิดโชว์ “ให้น้องลูบท้องข้าอย่างไรล่ะ ดีใช่หรือไม่” “วางถาดมันบด แล้วไปเตรียมของขวัญเดี๋ยวเมรัย ไม่งั้นคืนนี้นอนห้องน้ำ” นารีดุด้วยสายตาขรึมน้ำเสียงกดดัน เมรัยสะดุ้งเฮือก นางไม่อยากนอนในห้องน้ำ นางไปหาของใหม่ก็ได้

          งานฉลองจัดในสวน เก้าอี้ไม้จัดวางควบคู่โต๊ะที่นารีใช้สะเก็ดโยดาช่วยยกจัดเรียงให้ ด้านบนท้องฟ้าปลอดโปร่งไร้เค้าเมฆฝน พวกจูเลียห้อยเส้นสายที่ผูกลูกโป่งติดบานหน้าต่างของตึกทั้งสองข้าง พุ่มไม้มีโคมไฟประดับประดา บนพื้นมีรูปปั้นคนแคระ นกกระเรียน กระต่ายและกระรอก กระรอกตัวจริงไม่มีวัวผสม มันหลงฝูงมุดหลังคามาหาอาหารกิน เพราะที่นี้แคโรไลน์เตรียมเมนูพิเศษมากมาย อาหารเต็มจาน จานเต็มโต๊ะ มีของกินที่เด็กๆชื่นชอบให้เลือกหยิบใส่ท้องปานโต๊ะอาหารของราชา ราชินี และเจ้าหญิง

          เครื่องดื่มหลากหลายส่วนมากเป็นน้ำผลไม้ องุ่น ส้ม แอปเปิล  

          เมรัยและเรไรจับจ้องมองขวดนมตาเป็นมัน พวกนางยังเปิดดื่มมิได้หากเจ้าของวันเกิดยังไม่เริ่มงาน

          “เรียบร้อยถึงเวลาแล้ว”

          “ส่งไอ้เด็ก…อลันไปเรียกจูเลียกับโนร่า”

          เมรัยลิ้นพันเมื่อสัมผัสถึงไอร้อนผ่าวที่พุ่งทะลุแผ่นหลังยันขั้วหัวใจ นางรีบกลับคำทันทีทันใด ยังดีที่แคโรไลน์เตือนด้วยสายตาก่อน มิใช่หากเมรัยพูดวาจาแสลงกับน้องชาย มีหวังจบงานเลี้ยงก็คงเป็นงานศพนางนั้นแหละ

          อลันตอบรับ เมื่อครู่ส่งจูเลียไปปลุกโนร่าแล้ว ครั้งให้อลันไปเรียกทั้งสอง

          ตัดมาฝั่งโนร่า เด็กสาวหายตัวร้อน นางรู้สึกดีมาก ร่างกายไม่หนักอึ้งดั่งเช่นเมื่อเช้า นางลืมตาและมองเห็นจูเลียเป็นคนแรก บอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเสียใจ กระนั้นคงดีใจมากกว่า เพราะนางทราบดีว่าเพื่อนดูแลนางตลอดทั้งวัน “จูเลีย” “ตื่นแล้วรึ” จูเลียรีบคืนอุ้งมือเพื่อนรักที่เมื่อครู่นางแอบนำมันทาบพวงแก้มนางอย่างรักใคร่ คิดว่าเมื่อครู่โนร่าไม่เห็นนะ น่าอายจัง

          “…”โนร่าคืนสติ เด็กสาวฟื้นพลางนั่งเหม่อบนเตียง

          “คนอื่นๆกำลังทำอะไรหรือ”

          โนร่านอนพักตลอดวัน นางตื่นยามเที่ยงเพื่อทานข้าวต้มและยาแก้หวัด แล้วนางก็นอนพักต่อ ความทรงจำนางเลือนรางปานสายหมอก ไม่รู้ตอนนี้เวลาใด เพียงเห็นท้องฟ้าสีดำสนิท เลยคิดว่าเป็นยามวิกาล

          จูเลียตอบคำถามโดยหลีกเลี่ยงส่วนสำคัญที่เกี่ยวกับงานเลี้ยง โนร่านั่งพัก ครารู้ตนเองมีแรงพอเดินจึงขอให้จูเลียช่วยพยุง “ตอนนี้น้องๆกำลังทานมื้อเย็น เจ้าตื่นทันเวลาพอดี”จูเลียช่วยประกบโนร่า ทั้งคู่เดินลงจากห้องนอน ในใจโนร่ามีความสงสัย นางบอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร แต่มันทำให้นางหงุดหงิดและร้อนรุ่ม กระวนกระวาย

          วันนี้เป็นวันเกิดนาง นางหวังว่าทุกคนจักให้ของขวัญ และอวยพรวันเกิด แต่ก็แอบกลัวจักผิดหวัง เมื่อความจริงไม่เป็นอย่างที่คิด

          “เป็นอันใดหรือ ยังปวดหัวหรือไม่”จูเลียแนบหน้าผากชิดหน้าผากโนร่า เด็กสาวผงะและถอยห่างอย่างขัดเขิน “ไม่เป็นไร”

          “ไม่เป็นไรก็ดี” เมื่อครู่เหมือนโดนโนร่าปฏิเสธ จูเลียให้โมโหสองส่วน เผลอตอบเสียงสูง

          “ทำไมหรือ”

          “ม ไม่มีอะไร”

          และแล้วสองสาวก็มาถึงสวน โนร่าเปิดประตูพลันให้ตกตะลึงในพริบตา

          “สุขสันต์วันเกิด!!!”

           มาโฮแสงสีรุ้งแตกระยิบระยับพร้อมเสียงร้องขานต้อนรับเจ้าของงานดังกึกก้องปานเสียงพระราชาประกาศชัยชนะ เด็กๆยืนเรียงแถวเป็นกลุ่มก้อนพลางร้องตะโกนตามจังหวะที่นารีนัดแนะไว้ก่อนล่วงหน้า ผลของการทำเช่นนี้ไม่เพียงโนร่าตกใจ จูเลียก็ตกใจเกือบปล่อยเอวเพื่อนสาว โนร่ายังไม่หายมึน ใบหน้าเด็กสาวนิ่งเฉย คราวดวงตาเบิกกว้างขยายช้าๆ และกระสับกระส่ายไม่รู้จักวางสีหน้าเช่นไร นางกลอกดวงตาสับสน สีหน้าเริ่มแดงเรื่อยๆตั้งแต่แก้ม หู ต้นคอ

          “สุขสันต์วันสงกรานต์!!”

          เมรัยจักยกขันสาดน้ำใส่โนร่าซึ่งเป็นคนเปิดพิธี แต่เรไรตอบสนองรวดเร็ว เคลื่อนกายมาผลักหมอผีน้อยตกบ่อน้ำเสียก่อนหมอผีน้อยจักพังงาน ตูม แต่ละคนอึ้งทึ่มทื่อ กระนั้นเห็นหมอผีน้อยโบกมือก็คลายใจ

          อลันและนารีให้เสียใจห้าส่วนที่อีกฝ่ายยังมีชีวิต ไม่ขาหัก

          “เปิดของขวัญเร็วพี่โนร่า”

          งานเลี้ยงเริ่มฉลองอย่างคึกคักรื่นเริง เหล่าเจ้าตัวแสบบ้านเด็กกำพร้ารู้ว่าพี่สาวคนโตป่วยจึงไม่บังคับมาก กระนั้นก็เกาะติดเป็นหนอมชาเชียวติดใบชา ลาก จูง ปิดล้อมและคุมเข้มโนร่าให้รีบแกะห่อของขวัญที่หลายคน แคโรไลน์ จูเลีย บาสเตียน อลัน พวกเมรัยเตรียมไว้ ของขวัญมากมายที่น้องๆช่วยเลือกหาด้วยความใส่ใจ แต่ละชิ้นมีความรู้สึกอักแน่น แต่ละอย่างบอกว่าคนคนนั้นคิดกับโนร่าอย่างไร ซึ่งคนทั้งหมดรู้โนร่าเป็นเด็กดี พี่สาวรักน้องสาว  

          ระหว่างงานฉลอง อลันโชว์แสดงฝีมือนักเต้น เจ้าชายน้อยมีฝีมือเรื่องเต้นระบำที่มิอาจดูแคลนสบประมาท ท่วงท่าตื่นตาตื่นใจประกอบเสียงกลองจังหวะเร้าร้อนที่เล่นโดยบาสเตียน

          “เต้นยังกะไส้เดือนโดนเหยียบ”

          “พรวด!!”เรไรพ่นน้ำนม นางสำลักเพราะคำพูดเสียดสีน่าตายของหมอผีน้อยข้างบ่า

          “เจ้าคิดเหมือนกันใช่หรือไม่”

          “ฮึ เก่งจริงเต้นให้เหนือกว่าน้องสิ”

          ปักษาน้อยเชิดคางท้าทาย นางไม่คิดว่าหมอผีน้อยขี้โรค ขี้คร้าน พุงใหญ่ น้ำหนักพันกิโลจักมีความสามารถเต้นรำ กระนั้นเรไรคิดผิดมหันต์ เมื่อเมรัยยกยิ้มคล้ายเจตนาให้อีกฝ่ายถอนคำพูด “อยากให้ข้าเต้นรึ ได้สิ นารีหยิบพิณมา!!” เมรัยลูบผม แหมแก้มเรไรปานหยอกหมาน้อย นารีที่นั่งดูพวกอลันพลันตกใจกับคำพูดเมรัยอย่างมิทันตั้งตัว ทว่าเห็นสหายรักเอาจริงก็มิห้ามปราม  

          “ถอยไปเลย เจ้าพวกหมูหมากาไก่”เมรัยวางท่าพี่ใหญ่เท้าถีบไล่พวกน้องๆ นางโยกย้ายส่ายสะโพกขึ้นเวที แทนตำแหน่งพวกอลันตอนอลันเต้นจบเพลงกลอง ท่ามกลางสายตาฉงนงงงันของบรรดาเด็กตาดำๆ อลันนั่งข้างบาสเตียนปรึกษากันว่าจักใช้คำพูดอะไรทำให้เมรัยขายหน้า กระนั้นนอกเหนือสายตาดูแคลน สงสัย ไม่เข้าใจ แคโรไลน์ที่นั่งอุ้มน้องเล็กทารกน้อย ตานางเปล่งประกายสุกไสว

          “เนื่องวันนี้เป็นวันสงกรานต์ อือ วันเกิดน้องโนร่า ข้าเมรัยผู้นี้จักเต้นให้ดูเป็นขวัญตา”

          เมรัยกล่าวเสริมว่า ไม่ใช่ง่ายๆนะที่จักมีโอกาสได้เห็นหมอผีน้อยเต้น ดังนั้นจงภูมิใจและจดจำให้ดี อย่าลืมเลือน ห้ามถ่ายภาพด้วย

          “ขอเวลาเปลี่ยนชุดประเดี๋ยว”

          เมรัยมุดเข้าพงไม้พลันมีชิ้นผ้าโยกกระจักกระจาย ไม่นาน นางออกมาในอาภรณ์นางระบำ อาภรณ์แขนยาวสีน้ำตาลฤดูใบไม้ผลิ นางไม่สวมรองเท้า

          “เจ้าไม่ถอดเสื้อหรือ”

          “ถอดเสื้อ น้องๆก็หัวใจวายตายเพราะรูปร่างพญาสิงโตทะเลสิ”

          เมรัยมองนารีเหมือนมองตัวประหลาด เอาไว้นางลดน้ำหนักจนเอวเท่าดวงดาวน้อยก่อนดีกว่าหรือไม่ ถึงค่อยเผยเนื้อหนังให้โลกแลตะลึง

 ถึงเวลาอันควรแก่การจดบันทึกลงหน้าประวัติศาสตร์ เมรัยก้าวเท้าสู่เวทีการแสดงในฐานะนางระบำผู้มีใบหน้าอวบอิ่ม ฝีปากเปล่งปลั่ง อุ้งมือและอุ้งเท้าหนักปานหมีดำ เรือนเกศายาวสลวยปล่อยสยาย ดวงเนตรเปลวเพลิงอ่อนสาดประกายเรืองรอง มนต์เสน่ห์ที่เมรัยปิดซ่อนไว้อย่างมิดชิด วันนี้จักแง้มเปิดให้บรรดาญาติพี่น้องชมเป็นบุญตา  

          ฝีมือพิณนารีมิด้อยกว่ายอดนักดนตรี สำหรับฮ่องเต้แห่งจักรวาล การละเล่นเครื่องเสียงถือเป็นทักษะอย่างหนึ่งห้ามขาด และฝีมือต้องสูงทรง

           “อย่าตกใจจนเก็บไปฝันล่ะ เจ้าพวกหนูน้อย…รูปโฉมพี่สาวให้เพียงเมียรักฝันถึงเท่านั้น”

          จังหวะห้วงดาราชั้นฟ้าเริ่มบรรเลง

          ท่วงทำนองเปิดฉากด้วยเสียงแผ่วเบาราวหยดน้ำตาแตกสลาย เมรัยก้าวเท้าวาดลวดลาย เคลื่อนท่วงท่าสวยสง่างาม นางเริ่มก้าวตามจังหวะอย่างมิรีบร้อนหรือเชื่องช้า สิบย่างก้าวของนางเหยียบลงบนพื้นพร้อมด้วยทำนองพิณที่ดังกังวานติดๆ ราวเท้าเมรัยวางลงบนเสียงพิณ ราวฝ่ามือนางแตะสะกิดทำนองว่างเปล่า ประหนึ่งนางรำและนักเล่นดนตรีเป็นหนึ่งเดียวกัน สองใจร่วมแรงรวมหัวใจเป็นหนึ่งเดียว เล่นและเต้นผสานกันอย่างลงตัว ทุกจังหวะมีการสะบัดชายเสื้อสาดละอองแสงแพรวพราว บางจังหวะโค้งตัว หมุนสะบัดคลี่พัด เมรัยอมยิ้ม หลุบตา ขนตาเรียวยาวสาดประกายความลี้ลับปานหนึ่งภาพมายา

          ปราศจากพลังมาโฮแสงสี กระนั้นผู้ชมกลับมองเห็นละอองแสงสีทองเป็นจุดๆแตกประกายทุกครั้งที่เมรัยขยิบตาหยอกเย้า องคานางระบำน้อยโปรยเสน่ห์ให้ผู้ชม หลอกล่อให้หลงใหลมิอาจคืนสายตา ปานเมรัยสวมวิญญาณภูตพรายแห่งป่าต้องสาป ใครก็ตามที่สบตาตาคู่งามเป็นต้องมนต์สะกดจนลืมคนรักเก่า

          หมอผีน้อยย่อเข่า หมุนเอว ส่ายสะโพก เชิดหน้า ฉีกยิ้ม ดวงตาแลสบสิบสายตามิยอมพลาดแม้แต่คนเดียว  

          ภายในมวลหมู่ดอกคูณล่องลอย คราวนางกางแขนสะบัดพัดและโยนขึ้นฟ้า ขณะพัดผ้าหมุนเป็นวงกลม เมรัยก็ก้มหัวหมุนเท้า สะบัดร่างเป็นคลื่นวายุสามรอบ กลีบดอกคูณคล้อยไล่หมุนเป็นเพื่อนคู่เคียง กลิ่นหอมมะลิโชยละมุนละไม

          นางกางฝ่ามือพลางพัดทั้งสองตกลงในมืออย่างพร้อมเพรียง

          สรรพดวงดาวหมุนเปลี่ยนแปรผัน สรรพชีวิตมิหยุดนิ่งสักวันต้องเจิดจ้าดุจแสงสุริยะ

          เสียงพิณหยุดสงบ เมรัยมือจับกระโปรงถอนสายบัว นางมิลืมส่งจูบให้เรไรและฉีกยิ้ม ยักคิ้วกวนประสาทอลันและจูเลีย

          อึ้งรับประทานดิพวกหนู…

          ฮาๆเมรัยหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พลันนางยกมือสะบัดผมอย่างหยิ่งยโส เดินทอดกายลงเวทีอย่างกุมชัยชนะ แต่เพราะหลงตัวเองไปนิด หมอผีน้อยจึงไม่ทันระวัง สะดุดต้นหญ้าล้มหัวทิ่มดิน ตุบ

          สิบสายตาเลิกตกใจเปลี่ยนเป็นเหวอทันใด บอกไม่ถูกว่าพวกเขาคิดเช่นไรกับนางระบำผู้นี้

          แปะๆเพราะแคโรไลน์ปรบมือชื่นชม พวกเด็กน้อยจึงปรบมือตาม พวกนางจินตนาการมิได้เลยว่านอกจากพี่เมรัยจักบ้า งี่เง่า อ้วนอุ้ยอ้ายแล้ว พี่สาวยังเต้นรำเก่ง เช่นหากกล่าวฝีมือสูงกว่าอลันก็ไม่มีใครค้านแล้ว “ทำไมเจ้าเต้นเก่งจัง” เรไรแก้มป่องซักถามให้รู้เรื่อง “เป็นหมอผี ถ้าเต้นไม่เป็นจักประกอบพิธีอย่างไรเล่า” ที่นางเต้นเก่งนี่เพราะต้องใช้มันหาเลี้ยงชีพล้วนๆ เมรัยยิ้มแย้ม บางครางนางต้องเต้นประกอบประเพณีนานถึงห้าราตรี จำได้ว่ายามนั้นหลังเต้นเสร็จหลังแถบหัก กระดูกแหลก

          “ไม่ใช่เต้นเพราะชอบหรือ”นารีเอียงหัวพิงไหล่เมรัย หมอผีน้อยยิ้มอ่อน “อือ ข้าชอบจริงๆ”

          เรไรจับสังเกตเห็นความเสียดายพาดผ่านดวงตาเมรัย ปักษาน้อยสงสัยจังว่าเมื่อก่อนเมรัยจักชอบเต้นมากขนาดไหน

          สามสาวน้อยนั่งทานอาหารพลางบ่นอุบอิบถึงเรื่องเด็กๆในบ้าน แคโรไลน์กล่อมเด็กเล็กวัยสองขวบให้นอนหลับ

          คราวขณะโนร่านั่งพัก นางดีใจที่เพื่อนๆจัดงานให้ งานวันเกิด และการเต้นอวยพรของพี่เมรัย เรื่องคำอวยพรที่ทำให้นางนึกถึงคนผู้หนึ่ง

          เมื่อไหร่พี่ลีโอน่าจักกลับนะ…

          โนร่าอยากฟังเพลงของลีโอน่า ในวันสำคัญ วันเกิดปีนี้ จะเป็นไปได้หรือไม่นะ

          “พี่ลีโอน่า ทำไม?”

          ไม่มีใครรู้สาเหตุ กระนั้นพอโนร่าเงยหน้าเหลือบมองประตูเพื่อหวังจักเห็นพี่สาว ความหวังริบหรี่ดุจแสงเทียนไขนั้นพลันปรากฏเป็นความจริงอย่างมหัศจรรย์

          ….

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น