หอหมื่นอักษร

เมื่อหนุ่มหล่อสุดยอดเซลล์แมนจากศตวรรษที่ 21 ต้องกลายมาเป็นขี้ข้า เอ้ย! พ่อบ้าน (ใจกล้า) ในโลกอดีต ที่มีดีกรีความกะล่อนระดับเทพ เรื่องราววุ่นวายจึงบังเกิด แล้วคิดว่าหลินหว่านหรงจะยอมก้มหัวให้ใครหรือไง !

ตอนที่ 18 ขึ้นราคา (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 ขึ้นราคา (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2561 15:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 ขึ้นราคา (1)
แบบอักษร



เดิมทีต่งเฉี่ยวเฉี่ยวเพียงพูดตามจิตใต้สำนึกเท่านั้น แต่กลับไม่คิดว่าหลินหว่านหรงจะได้ยิน ซ้ำยังตอบตกลงนางอีกด้วย ใบหน้าของนางปรากฏความเขินอายทว่าแฝงความชื่นชมยินดี ถึงอย่างไรเด็กสาวก็รักสวยรักงาม การใช้ผืนภาพวาดเพื่อรักษาช่วงวัยสาวของตนไว้นั่นถือเป็นความใฝ่ฝันของพวกนาง

“ขอบคุณคุณชายเจ้าค่ะ” ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวกล่าวด้วยความขวยเขิน

หลินหว่านหรงหัวเราะฮิฮะ ใช้หลังมือเช็ดหน้า กล่าวกับต่งเหรินเต๋อว่า “ท่านลุงต่ง ท่านเห็นว่าเป็นเช่นไร?”

ต่งเหรินเต๋อชูนิ้วหัวแม่มือให้หลินหว่านหรงแล้วพูดว่า “สำหรับคุณชายแล้วไม่ต้องพูดอันใดอีก ตาเฒ่าผู้ต่ำต้อยนอกจากนับถือแล้วก็มีแต่นับถือ”

หลินหว่านหรงฮึดวาดภาพประกอบที่เหลือจนหมดสิ้น แต่ละสีหน้าท่าทางของคุณหนูใหญ่เซียวตัวปลอมผู้นี้ล้วนมีความแตกต่าง ถึงกระนั้นกลับเป็นสะคราญโฉมผู้น่าหลงใหลเฉกเช่นกัน รับประกันว่าบัณฑิตพวกนั้นจะต้องลุ่มหลงเสียจนจิตใจล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเป็นแน่แท้

หลินหว่านหรงวาดเส้นสุดท้ายเสร็จแล้วเช็ดหน้าอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นถึงยืดตัวลุกขึ้น กล่าวระคนหัวเราะว่า “เรียบร้อย เสร็จแล้ว” 

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวพิศดูความงดงามของสตรีคนเดียวกันซึ่งมีท่าทางสารพัดอย่างภายในสมุดเล็กเล่มนี้ ใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความอิจฉา นางมองหลินหว่านหรงคราหนึ่ง ทันใดนั้นก็ป้องปากน้อยๆ แล้วหัวเราะคิกคักออกมา

“เป็นอะไรไปหรือ” หลินหว่านหรงถูกนางหัวเราะจนอึ้งไป ถึงกระนั้นพอแม้หนูน้อยนี้หัวเราะขึ้นมามันช่างน่าดูเสียจริง

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งออกมาจากอก หน้าแดงพลางมองหลินหว่านหรง กัดปากแล้วกระเถิบเข้าไปใกล้เบื้องหน้าหลินหว่านหรง ยกผ้าเช็ดหน้าแฝงกลิ่นหอมสะอาดจางๆ ขึ้นมาตรงใบหน้าของหลินหว่านหรง

หลินหว่านหรงตระหนักได้ขึ้นมาทันที เขม่าถ่านจะต้องเปื้อนใบหน้าแน่ ดังนั้นนางถึงกระทำเช่นนี้

ถึงกระนั้นการเคลื่อนไหวนี้กลับทำให้หลินหว่านหรงตกใจ ในยุคสมัยนี้ความเคร่งครัดของบุรุษและสตรีช่างเข้มงวดยิ่งนัก ถึงแม้ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวจะเกิดในครอบครัวคนธรรมดา แต่การเคลื่อนไหวเช่นนี้ก็สนิทสนมมากเกินไป ต่อให้อยู่ในยุคสมัยของหลินหว่านหรงก็มีแต่คนเป็นแฟนกันเท่านั้นถึงจะทำแบบนี้


อย่าบอกนะว่านางเกิดความคิดที่ไม่ควรจะมีขึ้นมาน่ะ ถ้าอย่างนั้นเราก็อันตรายเสียแล้ว บัณฑิตอย่างข้าเกิดมาก็เป็นพวกทำตัวรุ่มร่าม หลินหว่านหรงคิดอย่างไร้ยางอาย ในยุคสมัยนี้หากว่ากันตามความจริงเขายังไม่ได้เตรียมตัวจะมีความรักเลย


หลินหว่านหรงรีบถอยหลังก้าวหนึ่ง ปฏิเสธความปรารถนาดีของนางโดยไม่รู้ตัว รับผ้าเช็ดหน้าของนางมาด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ หัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า “ข้าทำเองก็ได้”

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวอึ้ง อีกทั้งรู้สึกการเสียกริยาของตนเอง ใบหน้าแดงซ่าน หลินหว่านหรงรีบวางผ้าเช็ดหน้าไว้ตรงจมูกของตนเองแล้วดมเบาๆ คราหนึ่ง กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังว่า “หอมเสียจริง!”

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวรู้ว่าอีกฝ่ายจงใจเพื่อคลายความกระอักกระอ่วนใจของตนเอง จึงแย้มยิ้มให้หลินหว่านหรงด้วยความซาบซึ้ง

แต่ทว่าเดิมทีการตีเนียนถือเป็นสันดานของหลินหว่านหรงอยู่แล้ว เรื่องนี้กลับไม่ต้องเสแสร้ง

ใบหน้าต่งเฉี่ยวเฉี่ยวประดุจผัดชาดหนาๆ ไว้ชั้นหนึ่ง ส่งเสียงอืมออกมาเบาๆ ไม่ได้กล่าวอะไร

หลินหว่านหรงส่งสายตาให้เหล่าต่ง แต่เหล่าต่งกลับไม่แยแส ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

หลินหว่านหรงรู้สึกเดือดดาลในใจเล็กน้อย แม่หนูน้อยไม่รู้ความ แล้วอายุปูนนี้อย่างเจ้ายังไม่รู้ความอีกหรือ ทำให้ข้าโมโหได้ หากเขมือบลูกสาวสุดหวงแหนของเจ้าให้หมดภายในคำเดียว เจ้าอย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน

นี่ไม่ใช่เพราะหลินหว่านหรงเรื่องมาก แต่เป็นเพราะยังไม่คุ้นชินกับโลกใบนี้จริงๆ ยังไม่ได้เตรียมใจต่อการมีความรัก จึงได้แต่ค่อยเป็นค่อยไป

สองพ่อลูกนี้ไม่พูดไม่จา เหมือนกำลังเล่นละครใบ้ หลินหว่านหรงเช็ดคราบเขม่าบนใบหน้า เตรียมคืนให้ต่งเฉี่ยวเฉี่ยว เพียงแต่ใบหน้าแปดเปื้อนคราบเขม่าจนดำไปหมด จึงรู้สึกไม่ดีอยู่บ้าง

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวกลับยิ้มแห้งๆ รับผ้าเช็ดหน้าจากหลินหว่านหรงมา “คุณชายเจ้าคะ งานหยาบพวกนี้ให้ข้าทำดีกว่าเจ้าค่ะ”

ครั้นเห็นนางสีหน้าท่าทางเป็นปกติ หลินหว่านหรงจึงสงบจิตใจลง คิดพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง นี่คงไม่ใช่ว่าเราดีเกินไปหรอกนะ ทำไมถึงมีสาวน้อยมามอบของแทนใจให้ได้ บัณฑิตอย่างข้าหล่อเหลางามสง่า หากไม่มีสาวมามามอบของแทนใจสิถึงจะเป็นเรื่องแปลก

หลังจากใช้ถ่านเขียนจนเสร็จ หลินหว่านหรงก็ให้ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวหยิบพู่กันลงรายละเอียดตามรอยที่วาดเอาไว้ เพื่อไม่ให้ถ่านถูกชำระล้างไป

แต่การลงรายละเอียดนี้ถึงแม้จะเป็นการคัดลอกเลียนแบบ หากผิดพลาดเพียงนิดก็จะทำลายภาพทั้งภาพไปได้

หลินหว่านหรงยังไม่ทันได้บอกเฉี่ยวเฉี่ยวว่า เจ้าบัณฑิตที่เก่งเหมือนเป็ดคนนี้ใช้พู่กันไม่เป็นเลยสักนิดเดียว แต่ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวกลับเชื่อฟังฉลาดหัวไว แม้ไม่เข้าใจว่าเหตุใดหลินหว่านหรงถึงไม่ใช้พู่กัน ถึงกระนั้นก็มิได้เอ่ยปากไต่ถาม

นางวาดภาพด้วยความระมัดระวัง ดวงหน้าน้อยเคร่งเครียดเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ เกรงว่าหากไม่ระวังก็จะทำลายภาพเหมือนดั้งเดิมของหลินหว่านหรง

หลินหว่านหรงเกิดความซาบซึ้งอย่างเบาบาง ความเชื่อมั่นอย่างไร้เงื่อนไขที่พวกเขาพ่อลูกมีต่อเขานั้นทำให้หลินหว่านหรงรู้สึกอบอุ่นใจมาก ไม่เข้าใจไอ้พวกชั่วที่วางแผนต้มตุ๋นหลอกเงินบำนาญของผู้เฒ่าผู้แก่ในยุคสมัยที่ตนเองอยู่พวกนี้จริงๆ หรือว่าพวกมันจะเติบโตด้วยการกินอุจจาระ   

ในที่สุดต่งเฉี่ยวเฉี่ยวก็วาดสำเนาต้นฉบับของภาพเหมือนเสร็จครบถ้วน ฝีมือของนางทำให้หลินหว่านหรงอับจนถ้อยคำ แม้กระทั่งพลังและความไหลลื่นของลายเส้นก็เหมือนของหลินหว่านหรงไม่มีผิดเพี้ยน

หลินหว่านหรงส่ายศีรษะพลางกล่าวทอดถอนใจ “เฉี่ยวเฉี่ยว เจ้าไม่อาจแต่งงานเป็นภริยาผู้อื่นได้เลย มิเช่นนั้นข้าจะไปสรรหาผู้ที่ฝีมือดีเช่นเจ้าได้จากที่ใดกัน”

หลินหว่านหรงเริ่มรู้สึกสนิทสนมกับนาง ละแม้แต่คำว่าคุณหนูสองคำไป เรียกนางว่าเฉี่ยวเฉี่ยวโดยตรง แต่เดิมก็เป็นแบบนี้นี่นา เด็กสาวดีๆ คนหนึ่ง จะมาเรียก “คุณหนู” อะไรกันเล่า (คำว่า คุณหนู 小姐 ในปัจจุบันมีอีกความหมายหนึ่งก็คือ การใช้เรียกผู้หญิงบริการ)

เมื่อหลินหว่านหรงกล่าวจบก็ยังหัวเราะเสียงดังอย่างชั่วร้ายยิ่งออกมาอีกด้วย ต่งเฉี่ยวเฉี่ยววิ่งออกไปพร้อมกับดวงหน้าน้อยๆ อันแดงก่ำ คงไม่เข้าใจว่าบัณฑิตผู้สง่างามเยี่ยงหลินหว่านหรงเหตุใดถึงหยาบคายขึ้นมากะทันหันเช่นนี้

ฮิฮิ แม่หนูน้อยมอบผ้าเช็ดหน้าทำให้ข้าตกใจ ข้าก็ทำให้เจ้าตกใจครั้งหนึ่งเช่นกัน ข้าไร้ยางอายขนาดนี้แล้ว เจ้าจะทำอย่างไรกับข้าได้ หลินหว่านหรงหัวเราะอย่างชั่วร้าย


เมื่อจัดการคู่มือนั้นเสร็จก็เที่ยงแล้ว จึงมอบต้นฉบับให้เหล่าต่งเพื่อหาโรงพิมพ์เพื่อทำสำเนาให้ทันกาล

หลินหว่านหรงรู้ว่าเทคนิคการถ่ายสำเนาในปัจจุบันนั้นล้าหลังมาก ยังดีที่เจ้าคู่มือเล่มนี้มีจำนวนไม่มาก ตั้งแต่บ่ายวันนี้ยาวไปจนถึงตอนเย็น บวกทำงานล่วงเวลาอีกสักหน่อย ทำออกมาได้ห้าร้อยเล่มก็ไม่เลวแล้ว

เหล่าต่งพำนักในเมืองนี้มาหลายปี สมองเฉียบไว รู้จักผู้คนกว้างขวาง นี่เป็นเรื่องที่หลินหว่านหรงเห็นความสำคัญของเขา

ขณะที่เหล่าต่งหยิบต้นฉบับขึ้นมาแล้วจะนำไปทำสำเนา ทันใดนั้นหลินหว่านหรงก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ รีบดึงเขาเอาไว้แล้วพูดว่า “ท่านลุงต่ง เรื่องนี้ท่านจะต้องกำชับต่อช่างพิมพ์ว่าจะต้องเก็บเป็นความลับ โดยเฉพาะต้นฉบับนี้สำคัญอย่างยิ่ง หากตกอยู่ในมือของผู้อื่นก็จะถูกลอกเลียนแบบได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องใช้ความระมัดระวัง ต้นฉบับต้องส่งกลับมาตรงเวลา”

หลินหว่านหรงเสนอผลกำไรมหาศาลแก่เหล่าต่ง และในสมัยนี้ยังปราศจากความรู้เรื่องการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาอีก หากถูกคนละเมิดลิขสิทธิ์จริงๆ เช่นนั้นคงต้องขาดทุนย่อยยับจริงๆ แน่ แล้วจะให้เขาไปฟ้องร้องได้ที่ไหนกัน ในยุคสมัยของตัวเองต่อให้มีการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาก็ยังมีการละเมิดลิขสิทธิ์กันไปทั่วบ้านทั่วเมืองเหมือนกันไม่ใช่หรือ ดังนั้นเขาจึงต้องกำชับให้เหล่าต่งเก็บรักษาความลับอีกครั้งหนึ่ง

ปัญหาเรื่องอาหารเย็นแก้ไขได้ที่บ้านเหล่าต่ง หลินหว่านหรงหัวเดียวกระเทียมลีบ กลับไปก็มีแต่เตาไฟอันเย็นเฉียบเท่านั้น ไม่สู้อยู่เป็นเพื่อนพูดคุยกับพวกเขาสองพ่อลูกจะดีกว่า อีกทั้งต่งชิงซานก็กลับมาแล้ว ใบหน้าเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นยินดี เห็นชัดว่าการพบปะกันครั้งแรกประสบผลสำเร็จ

จริงดังคาด ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวได้พิสูจน์นามเฉี่ยวเฉี่ยว (เฉี่ยว แปลว่าฝีมือดี แคล่วคล่องว่องไว) อีกครั้ง แม้จะเป็นอาหารสุดแสนจะธรรมดา ถึงกระนั้นกลับโอชะอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ครั้นเห็นหลินหว่านหรงแทบจะนำลิ้นเลียกลับลงไปในกระเพาะ ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวจึงป้องปากหัวเราะเบาๆ อีกครา กริยาอันงดงามและเรียบง่ายกอปรด้วยความรู้สึกอันแสนจะอบอุ่นใจจางๆ

หลังอาหารเย็นไปที่โรงพิมพ์กับเหล่าต่ง หากมีเงินก็สามารถจ้างผีโม่แป้งได้ ด้วยการหลอกล่อจากเงินที่มีมูลค่าสูงกว่าราคาเดิมถึงสองเท่า คนงานผู้เชี่ยวชาญจำนวนยี่สิบกว่าคนของโรงงานจึงรีบทำงานกันอย่างหามรุ่งหามค่ำ เถ้าแก่ตบอกรับประกัน ก่อนฟ้าสางจะต้องผลิตออกมาได้ห้าร้อยเล่ม

เทคนิคการตีพิมพ์ของที่นี่ยังเก่าแก่โบราณมาก ก่อนอื่นนำพิมพ์ต้นฉบับซึ่งสลักเป็นแท่นพิมพ์มาก่อนแล้วทาบลงบนกระดาษเยื่อไม้ จากนั้นจึงให้น้ำหมึกซึมผ่านกระดาษเยื่อไม้ไปจนถึงแผ่นกระดาษอีกที หลังจากตัวอักษรแห้งจึงจัดทำเป็นรูปเล่ม ผลลัพธ์ออกมาด้อยลงไปเล็กน้อย แต่รูปเหมือนและตัวอักษรก็ยังคมชัด

งานฝีมือเช่นนี้ทำตลอดช่วงบ่ายบวกอีกหนึ่งคืน เร่งทำออกมาได้ห้าร้อยเล่มก็ถึงขีดจำกัดที่สุดแล้ว





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น