AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 41 หาอาหาร

ชื่อตอน : ตอนที่ 41 หาอาหาร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 294

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2561 14:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 41 หาอาหาร
แบบอักษร

ตอนที่ 41 หาอาหาร

แสงจันทร์นวลผ่องส่องทางให้เหล่านักผจญภัยจำนวนร่วม 200 เดินทางไปยังเขตแดนเทพซึ่งอยู่ห่างจากดันเจี้ยนประมาณ 7-8 กิโลเมตร การเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่แบบนี้เรื่องความปลอดภัยนั้นไม่ค่อยมีอะไรน่าห่วง เพราะการจัดระบบคนของพวกเขาสามารถเกื้อกูลและระวังภัยให้กันได้ตลอด เหล่านักผจญภัยที่เป็นฝ่ายขนผลึกสัตว์เวทย์ต่างก็ได้รับสิทธิพิเศษให้เดินอยู่กลางวงเพื่อป้องกันไม่ให้ผลึกสูญหายหรือถูกแย่งชิงเอาไป

การเดินทางที่แสนจะเรียบง่ายแต่ก็แฝงด้วยอันตรายที่ซ่อนเร้น พวกเขาทั้งหลายต่างเร่งรีบฝีเท้ากันให้เร็วเท่าที่จะทำได้ เพราะนักล่ากลางคืนกำลังจะมาเยือนในอีกไม่ช้า

“ข้าว่าเดินทางกลับไปยังเขตแดนเทพดึกดื่นแบบนี้มันยังปลอดภัยยิ่งกว่าอยู่ในดันเจี้ยนนั่นอีกว่ะ เอ็งว่ามั๊ย” หัวหน้าหน่วยหันไปถามรองหัวหน้าที่เดินเคียงข้างกันขณะนำทางไปยังเขตแดน

“มันก็จริงอย่างที่หัวหน้าพูดเลย อีกอย่างระยะทางจากปากทางดันเจี้ยนไปสู่เขตแดนมันออกจะใกล้กว่าระยะทางที่พวกเราเดินลงไปในแต่ละชั้นเสียอีก” รองหัวหน้าให้ความเห็น

“ฮ่าๆ มันก็จริง เพราะว่าในดันเจี้ยนมันเป็นมิติเฉพาะ ระยะทางแต่ละชั้นจะใกล้ไกลแค่ไหนไม่มีใครรู้หรอก นอกเสียจากจะเคยตะลุยเข้าไปแล้วแบบพวกเรา ที่ตอนนี้ไปถึงชั้น 5 และได้รวบรวมแผนที่ ชนิดมอนสเตอร์ (ไผ่เรียกว่าสัตว์เวท) รวมถึงความสามารถและจุดอ่อนของมัน แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มแล้ว” หัวหน้าหน่วยพูดด้วยความภาคภูมิ

“มันคุ้มจริงเหรอหัวหน้า ข้าลองคำนวณดูแล้วระหว่างผลึกที่ได้ กับค่าใช้จ่ายเรื่องเสบียง ทั้งเรื่องของการเสียชีวิตของสมาชิกในกลุ่มอีก 14 คน หากเรานำผลึกไปขายหรือทำรายได้ในด้านต่างๆ คำนวณดูดีๆ แล้วเราขาดทุนไปมากกว่าครึ่งเลยนะท่าน” รองหัวหน้าแย้งโดยใช้เหตุผลที่ไตร่ตรองมาดีแล้ว

หัวหน้าหน่วยได้ฟังก็ยิ้มเพราะเขาเองก็รู้อยู่แล้วในเรื่องการขาดทุนที่ว่า

“เรื่องนี้ข้าพอเข้าใจ แต่ที่ว่าคุ้มนั่นก็เพราะพวกเราได้แผนที่ของดันเจี้ยนตั้งแต่ชั้น 1 – 5 และความสามารถของมอนสเตอร์ในดันเจี้ยน เพราะสิ่งนี้มันจะเป็นเครื่องนำทางและอำนวยความสะดวกให้กับกิลด์เราในอนาคต เพราะถ้ามีข้อมูล พวกเราก็หาวิธีการรับมือกับมอนสเตอร์ได้ไม่ยาก และด้วยที่ว่าดันเจี้ยนนี้พึ่งถูกค้นพบเมื่อ 2 เดือนก่อนโดยแผนที่นำทางของหนังสือโบราณ หากข้าเดาไม่ผิดก็น่าจะมีแค่ไม่กี่กลุ่มที่กล้าลงทุนเสี่ยงเข้ามา ถ้าหากไม่มีทรัพยากรเพียงพอ และอีกอย่างตามสายข่าวที่ได้รับจากหน่วยลับ เหมือนจะมีแค่ไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่ไปถึงชั้น 3 แต่แล้วพวกเขาก็ถอดใจนั่นเพราะจำนวนคนที่ส่งมาน้อย และก็ไม่คุ้มกับการลงทุน ข้าน่าจะพูดครอบครุมพอที่จะทำให้เจ้าเข้าใจได้แล้วใช่ไหม” หัวหน้าหน่วยกล่าวยิ้มๆ และอธิบายเหตุผลเรื่องนี้ให้กระจ่างคลายความสงสัยของรองหัวหน้า

เมื่อเขาได้ฟังถึงเหตุผลและข้อมูลบางส่วนก็ร้องอ๋อทันที จากนั้นก็คุยกันเรื่องทั่วไประหว่างการเดินทาง

แม้จะมีมอนสเตอร์กลางคืนเข้ามาโจมตีอยู่บ้าง แต่ด้วยจำนวนคนที่มาก พวกเขาก็ไม่ได้รับความลำบากอะไร ส่วนศพมอนสเตอร์ก็นกลับกิลด์เพื่อไปทำประโยชน์ต่อไป

.................................................

สายลมในป่ายามค่ำคืนพัดพาความหนาวเหน็บมาสู่ผู้คนที่กำลังเดินทาง แต่กระนั้นก็มีอยู่สองหน่อที่เดินฮัมเพลงเบาๆ ตามป่าโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร เห็นหมาป่าตัวน้อยก็หลบเลี่ยงปล่อยให้มันหาอาหารต่อไป การเดินทางในป่าครั้งนี้ไผ่ไม่ได้ปล่อยแรงกดดันไล่มอนเตอร์เหมือนครั้งที่ออกมาจากมิติอากาศธาตุใหม่ๆ

แต่จริงๆ แล้วเพราะอยู่มิตินั่นนานเกินไปจึงลืมตัว เวลาก้าวเท้าออกมาจากมิติมอนสเตอร์ก็หนีหาย ซึ่งตรงนี้ไผ่พึ่งจะมารู้ตัวทีหลังว่าตนไม่ได้ลบแรงกดดัน

เพราะงั้นการเดินป่าวันนี้จึงมีมอนสเตอร์ออกหาอาหารอยู่ประปราย ทั้งหมาป่าหลากชนิดที่หากินตอนกลางคืน ตัวอะไรเขียวๆ ม่วงๆ บางชนิดก็หน้าตาคล้ำ บ้างก็ผิวซีดเซียว ส่วนค้างคาวตอนกลางคืนก็บินพรึบๆ ไปมาบนอากาศเพื่อหาอาหาร

สายตาไผ่กวาดมองไปมาเพื่อหาเหยื่อที่จะนำไปเป็นอาหาร แต่อนิจจังมอนสเตอร์กลางคืนเหล่านั้นไม่เหมาะสำหรับประกอบอาหารเอาเสียเลย ของที่กินไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องสังหารให้เสียเวลา

ปากก็พึมพำไปตามทางว่า หมูจ๋าอยู่ไหน หมูจ๋าหมูพี่รออยู่รู้หรือเปล่า จะอุดอู้ทำเศร้าเจ้าไปไหน อย่าห่างหายไปนานให้วอดวาย เอาแล้วไงเมื่อไหร่พี่จะได้กิน ฮัมเพลงฉบับศิลปินเถื่อน แต่ก็หาหมูไม่เจอไม่รู้ว่าพวกมันไปอยู่ไหนกันหมด “เฮ้อ ไม่มีมอนสเตอร์ที่น่ากินเลย หมูก็ไม่มี วัวก็ไม่อยู่ ไก่ก็ไม่เจอ เผลอๆ อาจจะต้องกินเนื้อเสือแล้วมั้ง” ไผ่บ่นอุบ “เสือเหรอ พี่ชายเอาเนื้อเสือ เนื้อเสือนานะก็กินได้ เอาเสือ เอาเสือ เย้ๆ” นานะที่นั่งฮัมเพลงบนไหล่กู่ร้องด้วยความดีใจ และจมูกของเธอก็ฟุดฟิดอย่างรวดเร็ว พลันก็ชี้นิ้วไปทิศทางหนึ่ง “ตรงนั้นพี่ชาย ตรงนั้นมีเสืออยู่ เอาไปกินกัน!” นานะน้อยเธอให้ความสามารถพิเศษโดยการดมกลิ่น เมื่อไผ่ไปยังทิศทางที่นานะบอกก็เจอเสือจริงๆ มันกำลังเเทะร่างไร้วิญญาณของหมาป่าตัวหนึ่งอยู่

ตัวมันสูงสองเมตร กรงเล็บที่คมกริบที่ฟันอันแกร่งกล้าแทะศพหมาป่าด้วยความหิวโหย เมื่อมันสัมผัสถึงการคงอยู่ของมนุษย์ก็ผละจากเหยื่ออันไร้ร่างนั้นทันที

โฮก!!!!!!!!!!! เสือโคร่งกระโจนเข้ามาด้วยพละกำลังอันมหาศาลเพื่อจะสังหารเหยื่อมนุษย์ให้ตายในการโจมตีเดียว เพราะเนื้อมนุษย์นั้นอร่อยกว่าเนื้อหมาป่าที่มันล่า ฉะนั้นมันจึงไม่รีรอให้มากความ กรงเล็บขนาดใหญ่พุ่งเข้าหาไผ่ด้วยความเร็วทันที

เบี่ยงตัวหลบกรงเล็บแล้วใช้มือขวาซัดไปยังซี่โครงของมันอย่างจัง มันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดแต่ก็ไม่ยอมแพ้กระโจนเข้ามาอีกครั้งด้วยความโกรธเกรี้ยว

ไผ่เอี้ยวตัวหลบอีกครั้งพลันกรงเล็บของเสือก็เปลี่ยนทิศทางกลายเป็นพุ่งเข้าศีรษะ แต่กระนั้นชั้นเชิงการต่อสู้แบบนี้นับว่ายังอ่อนด้อย เท้าซ้ายขวาสลับกันหนึ่งจังหวะหัวก็พ้นรัศมีของกรงเล็บเป็นที่เรียบร้อย และหมัดอีกหนึ่งหมัดก็มุ่งเข้าสู่ซี่โครงของเสือโคร่งอีกครั้ง

มันคำรามด้วยความเจ็บปวดและเตรียมที่จะกระโจนเข้ามาอีกที แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่หนักหนาจากซี่โครงที่โดนสอยไปสองครั้งทำให้มันเสียหลักล้มลง สมดุลร่างกายก็ขาดหายทันที แม้มันจะทนและฝืนสู้แต่ก็ได้แค่เดินเซไปเซมา

โฮก!!

เสียงของมันคำรามลั่นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แฝงไปด้วยความกลัวทั้งสิ้น

“ลาก่อน และขอบคุณสำหรับวัตถุดิบ” ไผ่เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ามันที่ตอนนี้พยายามถอยหนี แต่กระนั้นก็ได้รับฝ่ามือพิฆาตเต็มหัวจนเกิดเสียงดัง

ปัง!!

กับชีวิตของมันที่สูญสิ้นไปในทันที เมื่อสังหารวัตถุดิบอันมีค่าเสร็จเรียบร้อยไผ่ก็จับขาหน้าทั้งสองข้างของมันมาพาดบ่า ส่วนนานะเธอก็กระโดดไปนั่งอยู่บนหัวเสือ มือจับหูเสือที่ไร้วิญญาณทั้งสองข้างพร้อมกับทำท่าขี่ม้า แล้วก็แสดงบทละครในจินตนาการของเธอที่มีตัวเธอเองเป็นตัวละครเอก แล้วก็กำลังขี่ม้าไปกอบกู้หมู่บ้านจากปีศาจอันเหี้ยมโหด

ไผ่มันก็หัวเราะไปตามทางกับท่าทีแสดงบทบาทสมมุติของนานะ และก็ไม่ได้ห้ามอะไร มีบางครั้งที่ช่วยส่งเสริมบทละครของเจ้าหญิงน้อยด้วยการแบกร่างเสือวิ่งไปทางนั้นที ทางนี้ทีตามบัญชาขององค์หญิง และได้รับเสียงหัวเราะคิกคักจากเจ้าหญิงน้อยตลอดเวลา

เมื่อเข้ามาถึงเขตแดนเทพก็เจอกับสภาพที่แห้งแล้งที่แตกต่างจากภายนอกโดยสิ้นเชิง ไผ่ยืนนิ่งอยู่สักพัก แล้วค่อยๆ ทบทวนเรื่องราวหลายๆ อย่างแต่ก็ทำได้แค่ส่ายหัวเบาๆ

“ยังไม่มีแรงใจที่เพียงพอแฮะ ที่นี่ดูแห้งแล้งก็จริง ถ้าเราจะช่วยก็พอทำได้นิดหน่อย แต่ติดที่ว่าไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร อืมๆ ถ้ามีสาวสวยๆ มาขอร้องแล้วมาให้กำลังใจอยู่ข้างๆ สักคนสองคนก็อาจจะมีพลังใจเพียงพอสำหรับแก้ไขปัญหาเรื่องปากท้องแหละนะ” เสียงพูดเบาๆ กับตัวเองที่เหตุผลแสนจะไร้เหตุผล ไม่ต้องคิดอะไรมากก็เห็นได้อย่างชัดเจนระหว่างความอุดมสมบูรณ์ระหว่างในเขตแดนกับนอกเขตแดน นี่อย่าบอกนะว่าเทพเจ้ากำลังจะละทิ้งมนุษย์ เอ หรือว่าละทิ้งมานานแล้วหว่า สองบ่าแบกร่างเสือลากกับพื้นดังแซกๆ เป้าหมายก็คือกิลด์โครบิลอส และมื้ออาหารที่แสนจะอร่อยที่ไผ่จะทำก็คือ เสือตุ๋น เพราะคิดว่าน่าจะอร่อยที่สุดแล้วสำหรับนำเนื้อเสือมาทำ มั้ง

...........................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น