Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่5 “พบกันครั้งแรก”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่5 “พบกันครั้งแรก”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.9k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2561 02:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่5 “พบกันครั้งแรก”
แบบอักษร

เสียงเอ็ดตะโรโวยวายของคนบ้านใกล้เรือนเคียง กลิ่นหอมของอาหารลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ มันปลุกให้มนสิชาต้องตื่นเพื่อออกไปทำงาน ไม่เคยมีสักครั้งที่มนสิชาจะอิดออดงอแง เพราะเธอรู้ว่ายังมีคนข้างหลังรอเธออยู่

กิจวัตรประจำวันของมนสิชาไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลย แต่เธอก็มีความสุขและสนุกกับการทำงานทุกอย่างที่ทำ เธอมีความตั้งใจเกินร้อยเพราะเธอหวังว่าวันหนึ่งเธอจะมีโอกาสที่ดีกว่านี้

มนสิชาไม่ได้ทิ้งเรื่องการเรียน ถึงแม้เธอจะไม่มีโอกาสได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำแบบเพื่อนๆ ของเธอ แต่เธอก็พยายามหาที่เรียนที่สามารถเรียนได้ด้วยตัวเองทางไปรษณีย์ ซึ่งก็มีมหาวิทยาลัยของรัฐบาลที่เปิดรับ ตอนนี้เธอกำลังหาข้อมูลต่างๆ เอาไว้เพื่อสมัครเรียน มนสิชาคิดว่าเธอจะเรียนจบช้ากว่าเพื่อนก็ไม่เป็นไร แค่ขอให้เธอได้เรียนต่อก็พอแล้ว

มนสิชาเป็นเด็กที่เรียนหนังสือเก่ง เธอได้รับทุนการศึกษาจากที่เธอเรียนดีมาตลอด นอกจากนี้เธอยังได้รับเลือกให้ได้รับการอุปการะจากผู้ใจบุญอีกด้วย ในทุกๆเดือนมนสิชาจะได้รับค่าเลี้ยงดูโอนเข้าบัญชีมาให้เดือนละหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเธอจะเบิกเงินออกมาไว้เป็นค่าใช้จ่ายเรื่องเรียนของเธอและน้องๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวด้วย ซึ่งทุกครั้งที่เบิกเงินออกมาใช้เธอจะเหลือเงินติดบัญชีไว้เพียงเดือนละห้าร้อยบาทเท่านั้นเผื่อเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินจริงๆ แต่ตอนนี้เงินเก็บที่มีไม่มีเหลือแล้วเพราะเธอนำเงินมาใช้รักษาบิดาตอนที่ท่านป่วยหนัก

มนสิชาไม่รู้ว่าคนที่รับอุปการะเธอเป็นใคร เธอมีแค่ที่อยู่ที่สามารถเขียนจดหมายถึงท่านได้เท่านั้น ซึ่งมนสิชามักจะเขียนเล่าเรื่องราวต่างๆ รวมถึงเรื่องเรียนของตนเองให้ท่านฟังตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งแล้ว ในหนึ่งปีมนสิชาจะเขียนจดหมายถึงท่านรวมแล้วสิบสองฉบับ เฉลี่ยเดือนละหนึ่งฉบับเท่านั้น แต่มนสิชาจะได้จดหมายตอบกลับมาเพียงหนึ่งฉบับเท่านั้นเมื่อท่านทราบเรื่องผลการเรียน แต่ปีนี้ท่านของเธอยังไม่มีจดหมายตอบกลับมาเลย และเดือนนี้มนสิชาเองก็ยังไม่ได้เขียนจดหมายรายงานผู้ที่รับอุปการะเธอด้วย เพราะเธอต้องทำงานตลอดเลยจึงทำให้ไม่มีเวลาว่าง


วันนี้ลูกชายสุดที่รักของคุณอารดาอยู่บ้าน ท่านจึงอ้อนให้ธนาธิปพาท่านออกไปซื้อขนมหวานของมนสิชาด้วยกัน

“ตาจอมทัพ วันนี้พาแม่ไปซื้อขนมหวานหน่อยนะลูก” คุณอารดาบอกกับบุตรชาย

“ขนมร้านเด็กนั่นเหรอครับ ผมเห็นคุณแม่ไปซื้อทุกวันเลย” ธนาธิปถามมารดากลับไป

“อืม ใช่จะ ขนมอร่อยดีนะ ราคาไม่แพงด้วย แม่ซื้อมาฝากทุกคนที่บ้านเรา แล้วก็แจกพวกยามหน้าหมู่บ้านด้วย” คุณอารดาตอบบุตรชาย

“คุณแม่ไม่เบื่อเหรอครับ ทานทุกวันเดี๋ยวได้เป็นเบาหวานพอดีกัน” ธนาธิปพูดตอบมารดา

“ตาจอมทัพนี่ ว่าแม่เหรอ” คุณอารดาเอ็ดบุตรชายแต่ไม่ได้จริงจังมากนัก

“ก็ผมพูดจริงนี่ครับ เห็นแม่ไปซื้อทุกวันเลย ผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้” ธนาธิปยังคงพูดต่อไป

“ขอบใจนะที่เป็นห่วงแม่บ้าง นึกว่าจะห่วงแต่แม่นิชาอะไรนั่นเสียอีก ขนมที่แม่ซืื้อมาแม่ไม่ได้ทานเยอะจะ แม่แค่ชิมอย่างละนิดอย่างละหน่อยเท่านั้น” คุณอารดาพูดแกมประชดบุตรชาย พร้อมกับชี้แจงให้บุตรชายฟัง

“คร๊าบ ครับ ผมรับทราบครับ แล้วเราจะไปกันได้หรือยังครับ” ธนาธิปยอมแพ้ ก่อนจะเอ่ยปากชวนมารดาออกไปซื้อขนมหวาน

“ไปสิ” คุณอารดารับคำ


วันนี้ธนาธิปเป็นผู้ขับรถให้แก่มารดาแทนนายมั่นและลุงเกริก จึงมีแค่พี่หวานที่คอยเป็นผู้ติดตามมารดาเท่านั้น ธนาธิปขับรถไปตามเส้นทางที่มารดาอธิบายเมื่อมาถึงเขาขับรถมาจอดอยู่บริเวณลานจอดรถด้านข้างตลาด แล้วจึงเดินตามมารดาไปที่รถเข็นเล็กๆ ที่จอดอยู่หน้าตลาดแห่งนี้

คุณอารดายังคงแวะเวียนมาซื้อขนมของเธอทุกวัน จนตอนนี้ท่านเป็นลูกค้าประจำของมนสิชาไปแล้ว

“สวัสดีค่ะคุณป้า” ทั้งสองคนกล่าวทักทายและพนมมือไหว้คุณอารดา

“สวัสดีจะเด็กๆ บุญรักษานะลูก” คุณอารดารับไหว้

“อ่อ นี่ลูกชายป้าเองจะ ชื่อจอมทัพ เรียกว่าพี่จอมทัพก็ได้จะ พี่เขาน่าจะอายุมากกว่าพวกหนู” คุณอารดาแนะนำลูกชายให้รู้จักกับทั้งสองสาว

“สวัสดีค่ะคุณจอมทัพ” ทั้งสองสาวกล่าวทักทายพร้อมกับพนมมือไหว้ธนาธิป

“อืม สวัสดี” ธนาธิปรับไหว้อย่างเสียไม่ได้

“วันนี้คุณป้าจะรับขนมอะไรดีค่ะ” มนสิริถามคุณอารดา

“ป้าเอาทั้งห้าอย่างเลยจะ เอาอย่างละสามถุงนะจ๊ะ ป้าจะเอาไปฝากบ้านข้างๆ ด้วย” คุณอารดาบอกความต้องการของตัวเอง

“ค่ะ งั้นเดี๋ยวหนูแถมให้คุณป้าสองถุงนะคะ” มนสิชาบอกกับคุณอารดา

“ขอบใจจะ” คุณอาราดากล่าวขอบใจ

เมื่อมนสิชาตักขนมใส่ถุงครบตามจำนวนที่คุณอารดาสั่งแล้ว เธอไม่ลืมที่จะแถมขนมอีกสองถุงให้ท่านด้วย

“ได้แล้วค่ะคุณป้า ทั้งหมดสิบเจ็ดถุง ราคาหนึ่งร้อยแปดสิบบาทนะคะ” มนสิชาส่งขนมให้กับพี่หวาน พร้อมกับบอกราคา

“นี่จะ หนึ่งร้อยแปดสิบบาท” คุณอารดาให้เงินตามจำนวนที่มนสิชาบอก

“ขอบคุณนะคะคุณป้า พรุ่งนี้แวะมาอุดหนุนอีกนะคะ” มนสิชากล่าวคำขอบคุณ

หลายครั้งที่คุณอารดามาซื้อขนมของมนสิชา ท่านมักจะให้เงินค่าขนมเกินราคาทุกครั้ง ซึ่งเมื่อครั้งก่อนมนสิชาตัดสินใจพูดกับคุณอารดาในเรื่องของความไม่สบายใจที่ต้องรับเงินจำนวนมากเกินจากราคาค่าขนม คุณอารดาเองก็เข้าใจในความรู้สึกของมนสิชา เมื่อท่านกลับมาซื้อขนมในวันนี้ท่านจึงจ่ายค่าขนมตามราคาเท่านั้น

สำหรับคุณอารดาแล้วสิ่งที่มนสิชาทำนี้มันยิ่งเพิ่มความประทับใจที่มีต่อมนสิชามากขึ้นไปอีก

“เอ่อ แล้วพรุ่งนี้มีเมนูอะไรบ้างจ๊ะ” คุณอารดายังคงอยากพูดคุยกับมนสิชาอยู่ ท่านจึงถามถึงรายการขนมในวันพรุ่งนี้

“พรุ่งนี้แม่ทำขนมถ้วย ขนมใส่ไส้ ทองม้วนสด และฟักทองแกงบวดค่ะ” มนสิชาบอกรายการขนมวันพรุ่งนี้ให้คุณอาราดาฟัง

“อื้อหือ พรุ่งนี้มีเมนูโปรดของป้า กับของพี่จอมทัพด้วย เดี๋ยวพรุ่งนี้ป้าจะมาอุดหนุนใหม่นะ” คุณอารดาพูดตอบมนสิชาไป

“ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณป้า สวัสดีค่ะ” มนสิชากล่าวขอบคุณ และทั้งสองคนไม่ลืมที่จะพนมมือไหว้

“สวัสดีค่ะคุณจอมทัพ” มนสิชาและมนสิริไม่ลืมกล่าวลาลูกชายของคุณอารดาด้วย

“อืม สวัสดี” ธนาธิปรับคำอย่างเสียไม่ได้

วันนี้ธนาธิปได้เจอกับมนสิชาเขารู้สึกไม่ค่อยถูกชะตากับมนสิชาเท่าไรนัก ธนาธิปคิดว่าสิ่งที่มนสิชาทำอยู่คือการเสแสร้งมากกว่าที่จะเป็นตัวตนจริงๆ ของเธอนั่นเอง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น