Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่4 “ตอบแทนน้ำใจ”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่4 “ตอบแทนน้ำใจ”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 เม.ย. 2561 03:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่4 “ตอบแทนน้ำใจ”
แบบอักษร

หลายๆ คนคงเคยฝันว่าอยากมีทุกอย่างให้ดีพร้อม อยากสุขสบายอยู่บนกองเงินกองทองเท่านั้น และคงไม่มีใครอยากลำบากไปตลอดชีวิตเช่นกัน แต่เมื่อเราไม่สามารถที่จะเลือกเกิดได้ แต่เราสามารถที่จะทำให้ฝันของเรานั้นเป็นจริงขึ้นมาได้ถึงแม้จะช้าหน่อยก็ตาม แต่มนสิชาก็ไม่ย่อท้อต่อความลำบากนี้

เพราะความจนที่เป็นอยู่ตอนนี้มันทำให้เธอต้องอดทนทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวอยู่รอด เธอยังมีอีกห้าชีวิตที่ยังต้องดูแลกันต่อไป ทำให้ตอนนี้ภาระทั้งหมดต้องตกมาอยู่ที่เธอคนเดียว

“พี่มะปรางจ๋า พรุ่งนี้ขนุนต้องจ่ายค่าทัศนศึกษานะจ๊ะ” มนธิราน้องสาวคนสุดท้องเอ่ยบอกเรื่องเรียนกับมนสิชา

“ต้องเอาไปจ่ายครูเท่าไรขนุน” มนสิชาถามน้องสาวกลับไป

“สามร้อยห้าสิบบาทค่ะ” มนธิราตอบกลับพี่สาวทันที

“อะ นี่จะ เก็บดีๆนะ ระวังหายนะ” มนสิชายื่นเงินให้กับน้องสาว

“ขอบคุณค่ะพี่มะปราง” มนธิราเอ่ยขอบคุณพี่สาวของตนเอง

ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับน้องๆ ของเธอ มนสิชาจะเป็นคนจัดการดูแลด้วยตัวเองทั้งหมด


ช่วงเย็นวันนี้มนสิชาและมนสิริออกมาขายขนมหวานที่ตลาดเหมือนเคย ในแต่ละวันขนมหวานที่แม่ของเธอทำขายจะมีสี่ถึงห้าอย่าง ซึ่งในหนึ่งสัปดาห์จะไม่มีเมนูซ้ำกันเลย อย่างเช่นวันนี้นางอารีรัตน์ทำขนมบัวลอย สาคูน้ำกะทิ ข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด กล้วยบวดชี และมันต้มน้ำขิง ขนมหวานของนางอารีรัตน์จะไม่หวานมาก รสชาติกลมกล่อม ที่สำคัญขายราคาไม่แพง ที่นางอารีรัตน์ทำแบบนี้เพราะไม่เน้นขายให้ได้กำไรมาก แต่เน้นให้ลูกค้าได้กลับมาอุดหนุนกันอีกนั่นเอง การขายของแบบนี้ถ้าไม่มีลูกค้ากลับมาอุดหนุนอีกก็เท่ากับว่ารายได้ก็จะขาดหายไป แต่คิดในทางที่ดีว่ามีกำไรบ้างเล็กน้อยก็ดีกว่าไม่มีเลย

“รับขนมหวานมั๊ยคะ พึ่งจะทำเสร็จใหม่ๆ วันนี้เลยค่ะ ขนมรสชาติไม่หวานมากนะคะ ไม่ใส่สารกันบูดนะคะ ถุงละสิบสองบาทค่ะ”

“วันนี้มีขนมหลายอย่างเลยนะคะ มีทั้งกล้วยบวดชี มันต้มน้ำขิง ข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด สาคูน้ำกะทิ และบัวลอยนะคะ”

มนสิริเอ่ยเรียกลูกค้าที่เดินผ่านไปมาให้มาเลือกซื้อขนมที่นางอารีรัตน์ทำ ซึ่งพวกเธอก็มีลูกค้าที่อุดหนุนกันเป็นประจำอยู่หลายคน หรือลูกค้าใหม่ๆก็มีเพิ่มขึ้นทุกวัน

“สวัสดีค่ะพี่แพน วันนี้รับอะไรดีคะ” มนสิชาทักทายลูกค้าที่มาอุดหนุนกันเป็นประจำ

“พี่เอาทุกอย่างเลยนะ เอาอย่างละสองถุงจะ” ลูกค้าตอบกลับ

“รอเดี๋ยวนะคะ เดี๋ยวหนูแถมบัวลอยให้อีกถุงนึงด้วยนะคะ” มนสิชาและมนสิริช่วยกันตักขนมใส่ถุงอย่างคล่องแคล่ว

“ได้แล้วค่ะพี่แพน ทั้งหมดหนึ่งร้อยยี่สิบบาทนะคะ” มนสิชาส่งขนมให้กับลูกค้า พร้อมทั้งบอกราคา

“อะนี่จะ หนึ่งร้อยยี่สิบบาทพอดี” ลูกค้าชำระเงินให้กับมนสิชา

“ขอบคุณมากๆนะคะพี่แพน พรุ่งนี้มาอุดหนุนอีกนะคะ” มนสิชากล่าวขอบคุณลูกค้าที่มาอุดหนุนขนม พร้อมกับเชิญชวนให้มาซื้อขนมอีกในวันพรุ่งนี้

ขนมของเธอขายดีทุกวัน วันนี้ก็เช่นกัน ตอนนี้ขนมของเธอเหลืออยู่แค่สามอย่างแล้ว คาดว่าอีกสักพักคงจะได้กลับบ้านไปพักผ่อน

คุณอารดาที่พึ่งมาถึงหน้าตลาด ท่านเดินตรงมาที่ร้านขายขนมของมนสิชาทันที

“คุณป้า สวัสดีค่ะ” มนสิชากล่าวสวัสดีคุณอารดา พร้อมทั้งพนมมือไหว้

“สวัสดีจะ บุญรักษานะลูก” คุณอารดากล่าวทักทายกลับไป

“นี่น้องสาวหนูค่ะ เธอชื่อทับทิม” มนสิชาแนะนำน้องสาวให้คุณอารดารู้จัก

“สวัสดีค่ะ” มนสิริทำความเคารพผู้ใหญ่ด้วยการไหว้เช่นเดียวกับมนสิชา

“สวัสดีจะ บุญรักษานะลูก” คุณอารดาทักทายกลับไปเช่นกัน

“คุณป้ามาถึงนี่มีอะไรให้หนูช่วยหรือเปล่าค่ะ” มนสิชารีบถามคุณอารดาเพื่อคลายความสงสัย

“อ๋อ ป้าไม่มีอะไรให้หนูช่วยหรอกจะ ป้าผ่านมาแถวนี้ เลยจะแวะมาอุดหนุนหนูสักหน่อยหนะจะ” คุณอารดารีบตอบกลับไป

“งั้นคุณป้าจะรับขนมอะไรดีคะ พอดีตอนนี้เหลือแค่สามอย่างแล้วค่ะ กล้วยบวดชีกับบัวลอยพึ่งจะหมดไปค่ะ” มนสิชาถามคุณอารดาว่าต้องการขนมอะไรบ้าง

“อ้าว หมดไปสองอย่างแล้วเหรอจ๊ะ เสียดายจัง งั้นป้าเอาขนมที่เหลือทั้งหมดจะ” คุณอารดาบอกความต้องการของตนเองกับมนสิชา

“ค่ะ รอสักครู่นะคะ” มนสิชาและมนสิริช่วยกันตักขนมที่เหลืออยู่ในหม้อทั้งหมดให้กับคุณอารดา

“จะ” คุณอารดารับคำ

“ทั้งหมดรวมแล้วสิบห้าถุงนะคะ ถุงละสิบสองบาท เป็นเงินหนึ่งร้อยแปดสิบบาทค่ะ” มนสิชาแจ้งจำนวนขนมและราคาให้คุณอารดาทราบ

“นี่จะ ไม่ต้องทอนนะ รับไปสิจ๊ะ” คุณอารดาส่งแบงก์พันให้มนสิชา

“เอ่อ หนูขออนุญาตทอนนะคะ เพราะเงินที่เหลือมันเหลือเยอะกว่าราคาขนมของหนูอีกค่ะ” มนสิชายืนยันที่จะทอนเงินที่เหลือคืนคุณอารดา

“รับไว้นะจ๊ะ มันไม่ได้มากมายเกินไปสำหรับป้าเลย เห็นมั๊ยป้าไม่ได้เอาเงินมาให้หนูเฉยๆนะ ป้ามาเป็นลูกค้านะจ๊ะ อีกหน่อยจะมาเป็นลูกค้าประจำด้วย ถึงเวลาตอนนั้นหนูก็ค่อยลดราคาให้ป้าบ้าง หรือไม่ก็แถมขนมให้ป้าด้วยก็ได้นะ” คุณอารดาอธิบายถึงความต้องการของตนเองให้มนสิชาฟัง

“แต่......” มนสิชายังไม่อยากจะยอมรับเงิน

“ไม่มีแต่จะ รับไว้นะ ป้าไปละ” คุณอารดากล่าวทิ้งท้ายไว้แค่นั้น แล้วเดินจากไปทันที

“อู้หู!! พี่มะปราง ป้าคนนั้นใจดีจัง พี่รู้จักป้าคนนั้นเหรอจ๊ะ” มนสิริตื่นเต้นกับจำนวนเงินที่ได้รับ

“อืม พี่เคยช่วยป้าเค้าจับโจรที่มากระชากกระเป๋าหนะ” มนสิชาตอบน้องสาวออกไป

“อ๋อ ทับทิมจำได้แล้ว ที่พี่เล่าให้ฟัง” มนสิรินึกออกทันทีเมื่อมนสิชาอธิบายให้เธอฟัง

วันนี้ทั้งสองคนขายขนมหมดเร็วกว่าทุกวัน จึงทำให้ได้กลับบ้านเร็วขึ้นด้วย เมื่อมาถึงบ้านนางอารีรัตน์เองก็แปลกใจพอสมควรที่วันนี้ขายขนมหมดเร็วกว่าทุกวัน

“แม่จ๋า พวกหนูกลับมาแล้วค่ะ” มนสิริตะโกนบอกมารดา

“ทำไมวันนี้ขายหมดเร็วหละลูก” นางอารีรัตน์ถามบุตรสาวทั้งสองคน

“มีคนใจดีมาเหมาขนมที่เหลือจะแม่ แถมได้เงินตั้งเยอะแหนะ” มนสิริรีบบอกมารดาอย่างตื่นเต้น

“ใช่จะแม่ คุณป้าคนที่ปรางช่วยไว้ ท่านแวะมาซื้อจะ” มนสิชากล่าวเสริมเพื่อให้มารดาทราบ

“อืม วันนี้ขายหมดเร็วก็แยกย้ายกันไปพักนะลูก เดี๋ยวมะปรางก็ต้องออกไปทำงานต่ออีก” นางอารีรัตน์รับคำ แล้วบอกให้ลูกๆ ไปพักผ่อน

“ค่ะแม่” ทั้งสองสาวตอบพร้อมกัน

มนสิชาแยกเข้ามาอยู่ในห้องนอนที่เป็นห้องนอนรวมกันเพื่อพักผ่อน ส่วนน้องสาวยังคงช่วยมารดาล้างทำความสะอาดหม้อใส่ขนมอยู่ที่หน้าบ้าน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น