AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 39 สัตว์เวท

ชื่อตอน : ตอนที่ 39 สัตว์เวท

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 301

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2561 19:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 39 สัตว์เวท
แบบอักษร

ตอนที่ 39 สัตว์เวท

**ลึกเข้าไปในรอยร้าวเล็กๆ นั้นปรากฏต้นหญ้าต้นหนึ่งใบมันมีลักษณะเรียวยาวแตกแฉกออกเป็น 12 แฉกด้วยกัน ส่วนลำต้นนั้นมีลักษณะเป็นปล้องๆ อวบน้ำ ปลายต้นมีดอกอยู่หนึ่งดอกลักษณะคล้ายบัวตูม ส่วนสีนั้นหรือยังไม่แน่ชัดเพราะอยู่ในมุมมืด

**หญ้าชนิดนี้ตามตำราราชันมังกรหมวดหมู่การปรุงยา ชื่อของมันคือ ต้นแอลดาร์ก สามารถนำมาปรุงยาทะลวงขีดจำกัดพลังเวทได้ ส่วนจะทะลวงขั้นที่เท่าไหร่ไปนั้นขึ้นอยู่กับสีของต้นและใบ

**ซึ่งจะเรียงจากสีอ่อนไปสีเข้ม

**เช่นเขียวอ่อน เขียวเข้ม แดงอ่อน แดงเข้ม ฟ้าอ่อน ฟ้าเข้ม น้ำเงินอ่อน น้ำเงินเข้ม ม่วงอ่อน ม่วงเข้ม และสีดำ

**ยิ่งเข้มเท่าไหร่การทะลวงขีดจำกัดก็ยิ่งสูงเท่านั้น เช่นสีเขียวอ่อนสามารถทะลวงจากระดับ 1 ดาวไป 2 ดาว ส่วนเขียวเข้มทะลวงจาก 2 ไป 3 หรือ 3 ไป 4 ยิ่ง เข้มก็ยิ่งทะลวงระดับสูงๆ ได้

******หญ้านี้หาได้ตามป่าลึกที่มีมอนสเตอร์อันตรายซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียวและสีแดงเสียส่วนมาก

**ทั้งนี้การพบพาน 1 ต้นก็ถือว่าดีเสียยิ่งกระไร เพราะหากนำไปขายก็ยิ่งได้กำไร เพราะถ้ามีน้ำยาทะลวงขีดจำกัดก็ไม่ต้องไปฝึกปรือเองให้เหนื่อยหอบเหนื่อยยากเสียเวลาไปนับเดือน นับปี

**หญ้าที่ไผ่เห็นนี้เจอแค่ต้นเดียว แต่มันอยู่ในรอยแยกที่ลึกมากเสียด้วยสิ

**และด้วยความพยายามอันล้นเหลือของไผ่ไม่นานก็สามารถนำหญ้าแอลดาร์กออกมาได้

**ส่วนวิธีการก็คือทำลายหินไปจนถึงเป้าไงล่ะ เมื่อได้มาก็ส่องดูสีปรากฏว่าไม่ได้ทำให้ผิดหวังเลย สีฟ้าอ่อนเสียด้วย ช่างเป็นวันที่โชคดีเสียจริงวันนี้ ไผ่เดินลงดันเจี้ยนพลันสายตาก็สอดส่องหาสมุนไพรเรื่อยๆ แต่ก็ไม่เจอต้นแอล มีก็แต่สมุนไพรทั่วไปและสัตว์เวทประเภทค้างคาวบางส่วน กระนั้นก็โดนดับชีวิตไปเมื่อเข้ามาโจมตีไผ่น้อย

******ทางเดินลึกลงไปเรื่อยๆ โดยไผ่พยายามเลี่ยงสัตว์เวทให้เยอะที่สุด ในที่สุดก็มาถึงชั้น 3

**ชั้นนี้ก็ไม่ต่างจากชั้นแรก เพียงแต่มีขนาดกว้าง และไกลกว่า ส่วนสัตว์เวทก็เป็นประเภทแมวที่อยู่รวมกันเป็นฝูง และมีความว่องไวสามารถซุ่มโจมตีได้อย่างแนบเนียน แต่ก็ไม่พ้นประสาทสัมผัสของไผ่อยู่ดี ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งขี้เกียจ และชั้นนี้ก็ไม่มีสมุนไพรใดๆ ให้เก็บ จึงมุ่งหน้าไปยังชั้น 4 อย่างรวดเร็วโดยการวิ่ง แม้แมวจะโจมตีระหว่างทางแต่ก็โจมตีไม่โดนแม้แต่นิด เพราะความเร็วของไผ่เหนือกว่าพวกมัน ทั้งนี้เส้นทางลงไปยังชั้นต่อไปมันก็อยู่ในโสตสัมผัสของไผ่มาตั้งนานแล้วจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะลงไปยังชั้นสี่

**ชั้นที่ 4 เป็นโขดหินที่มีน้ำหยดติ่งๆ ไม่รู้ว่าเอาน้ำมาจากไหน ส่วนสัตว์เวทนั้นเป็นประเภทงูที่ตัวเท่าอนาคอนด้า มันใหญ่มาก และโจมตีก่อนเสียด้วย แต่กระนั้นก็ไม่ใช่ปัญหา ชั้นนี้ไผ่วิ่งหนีงูอย่างเดียวไม่แม้แต่จะโจมตี จนไปถึงชั้นที่ 5 ด้วยความรวดเร็วเหมือนกับกำลังโกหกอยู่ อันความจริงแล้วการที่จะเข้ามาถึงชั้น 5 นี้นับว่าเป็นเรื่องยากเพราะระยะทางที่ไกล สภาพอากาศภายในถ้ำก็ไม่เอื้ออำนวยเพราะพื้นมีแต่โขดหิน นักผจญภัยที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ต้องเจออุปสรรคนี้ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างล่าช้า

**และในชั้นนี้นี่เองตรงโถงโล่งแห่งหนึ่งไผ่สัมผัสได้ถึงกลุ่มคนจำนวนมากกว่า 500 คนกำลังกระจุกกันอยู่ที่นั่น

**และกลุ่มคนนั้นก็คือกลุ่มของกิลด์มหาอำนาจ หรือก็คือกิลด์เดเรนซ์ เป็นกิลด์อันดับ 1 ของเมืองวแห่งนี้ และลูกชายยังดำรงตำแหน่งหัวหน้ากิลด์อีกทำให้พวกเขามีอำนาจทางการเมืองอันสูงส่ง และมีคนหนุนหลังระดับบิ๊กเบิ้ม แต่กระนั้นด้วยความต้องการของเจ้าเมือง ลูกชายจึงจัดกองกำลังส่วนหนึ่งลงมาหาผลึกในดันเจี้ยนนี้เพื่อไปเป็นของขวัญให้กับพ่อตน เพราะผลึกนั่นจำเป็นสำหรับการเพิ่มระดับจาก 4 เลเวล 100 ดาว เป็น 5 ดาว

**กลุ่มนี้ลงดันเจี้ยนมา 2 อาทิตย์กว่าๆ แล้วและได้มาพักอยู่ชั้น 5 ในปัจจุบัน การเดินทางโดยกลุ่มใหญ่นั้นล่าช้าเป็นอย่างมาก พวกเขาต้องจัดระบบกำลังตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัย และค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ยิ่งชั้นนี้มีสัตว์เวทประเภทงูก็ยิ่งทำให้การรับมือยากขึ้นไปอีก

**ไผ่ชำเลืองดูกลุ่มที่ว่าเล็กน้อยแล้วพุ่งอ้อมไปด้วยความเร็วยากที่สายตาจะจับทัน ไปยังชั้นที่ 6 ทันทีและสิ่งนี้ก็สร้างความแปลกใจอีกเช่นเคย เพราะชั้นนี้มันโล่งเตียน และมีสัตว์เวทประเภทหมูป่าพุ่งเข้ามาโจมตีแบบดับเครื่องชน ไผ่ลองฆ่าดูแล้วสิบกว่าตัวก็ปรากฏผลึกสีแดงเม็ดเท่า หัวยางลบที่ติดกับปลายดินสอร่วงหล่น จึงเก็บไปสี่ห้าก้อนเพื่อที่จะลองให้เรย์ล่าลองตรวจสอบดู ส่วนเจ้าหมูในชั้นนี้ก็อยู่กันเป็นฝูงซะเยอะเกินจะบรรยายไผ่น้อยจึงกระโดดเหยียบหลังมันข้ามไปยังทางเข้าชั้นที่ 7 และชั้นนี้เองที่มีอุปสรรคเยอะ ทั้งโขดหินงอกหินย้อย และทางเดินที่คับแคบ กระนั้นก็มีหมูป่าพุ่งเข้ามาโจมตีตลอด กว่าจะถึงชั้น 7 จริงๆ ก็ใช้เวลานับครึ่งชั่วโมง

**“เฮ้อ หมูพวกนี้มันเป็นบ้าอะไรกันเนี่ย พุ่งมาอยู่ได้” ไผ่บ่นอุบที่ต้องจัดการหมูป่าตัวเขื่องตลอดทาง ส่วนผลึกที่ตกหลังจากมันตายกระจายอยู่เกลื่อนพื้นก็หาได้สนใจไม่

**เมื่อถึงชั้นที่ 7 สภาพบรรยากาศก็เปลี่ยนไป แต่ดันเจี้ยนออย่างไรมันก็มืดมิด และมีแต่หินกับดิน

**ไผ่มีท่าทีตื่นเต้นเมื่อลงมาถึงชั้นนี้ สัตว์เวทมีรูปแบบเป็นหมาป่าเทาที่มีกรงเล็บคมกริบ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจสักเท่าไหร่ สิ่งที่ไผ่ต้องการจริงๆ ในชั้นนี้ก็คือ หญ้าสมุนไพรที่มีชื่อว่า แอลดาร์กสองต้น แต่มันอยู่ในซอกหลืบไปหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเอามาไม่ได้ ไผ่รีบมุ่งหน้าไปยังหลืบหินที่ว่านั่นทันทีแล้วชกหมัดทำลายหินกระเซาะเข้าไปเรื่อยๆ จนเอาต้นหญ้าออกมาได้ในที่สุด ส่วนหมาป่าก็พุ่งเข้ามาโจมตีเรื่อยๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะโดนสัตว์ตัวสีทองที่กลายร่างออกมาจากกำไลจัดการ

เสือทองตัวนั้นก็คืออสูรบรรพกาลในมิติอากาศธาตุนั่นแหละ เพียงแต่ตอนนี้มันย่อตัวเองให้เล็กลงเท่าลูกแมวตัวหนึ่ง ส่วนความแข็งแกร่งนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเดิมเลย หมาป่าที่พุ่งมาจู่ๆ ก็ตายไปโดยไม่รู้สาเหตุ

**และต้นแอลดาร์กต้นที่สองก็เก็บเสร็จอีกต้น ในแหวนมิติตอนนี้ไผ่มีมันมากถึง 3 ต้น ช่างเป็นสิ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่ง

**เมื่อเลยจากชั้นที่ 7 ไป 8 และไปชั้น 9 ก็เจอแต่หมาป่า เพียงแต่ขนาตัวมันเปลี่ยนไป ส่วนสีก็เปลี่ยนไปด้วยทั้งนี้รวมถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น อีกอย่างชั้นที่ 9 มันใช้เวทมนตร์โจมตีได้ แต่ก็ไม่คณาเท้าของเสือบรรพกาลตัวเท่าแมวน้อยสักเท่าไหร่ที่ตบเอา ตบเอา จนสลายกลายเป็นผุยผงหลงเหลือแต่ผลึกเกลื่อนพื้น

**ต้นแอลดาร์กไม่เจอก็ไม่มีอะไรน่าสนใจไผ่จึงเดินผ่านๆ แต่ก็แวะเก็บผลึกเท่าเม็ดกระดุมที่ตกลงมาจากร่างหมาป่าหลังจากถูกแมวน้อยจัดการ เก็บไปเก็บมาก็เพลินจนเข้าไปสู่ชั้นที่ 10 จนได้ ทางเดินชั้นนี้ดูคับแคบมากและมีงูพิษพุ่งโจมตีตลอดทาง แต่ก็ไม่วายตายตกไปเพราะแมวน้อย ส่วนผลึกมันก็ตกออกมาเหมือนกัน ไผ่ก็เก็บแค่สองสามอันหลังจากนั้นก็ไม่สนใจใดๆ อีก

“เอ ถ้าชั้น 10 มันมีบอส แล้วชั้นก่อนหน้าก้น่าจะมีเหมือนกัน แต่ว่าคงถูกนักผจญภัยของกิลด์ใหญ่ๆ จัดการไปแล้วล่ะมั้ง เพราะตามที่เดินๆ มาไม่เห็นจะสัมผัสไอ้ตัวที่น่าจะเรียกว่าบอสได้เลย นอกจากชั้นที่ 10 นี้ ซึ่งสัมผัสได้ชัดเจนว่ามันอยู่ที่ไหน อืมๆ ก็คงจะเป็นไปตามที่เราสันนิษฐานแหละ” ไผ่พูดกับตัวเองขณะเดินไปสู่ชั้นที่ 10

**สภาพในห้องโถงหลังประตูห้องมันเป็นลานดินแข็งโล่งกว้างนับครึ่งกิโลเมตร อีกอย่าง มีพวกกระทิงไฟอยู่เต็มไปหมด มันมีจำนวนมากกว่าร้อยตัว และเหมือนว่าจะมีอีก 6-7 ร้อยตัวที่ห้องข้างๆ และตรงหน้าของไผ่ก็คือประตูขนาดใหญ่บานหนึ่งที่ถูกทำด้วยหินอ่อนทั้งหมด ลวดลายที่สลักบนประตูเป็นรูปหัวกระทิง และรอคอยให้ผู้คนมาเปิดมันอย่างยาวนาน

...............................................................................

“หัวหน้าหน่วยที่ 2 เมื่อไหร่เราจะไปถึงชั้น 10 ล่ะ นี่ขนาดแค่ชั้น 5 พวกเราก็แทบจะลุยไม่ไหวกันแล้วนะ แล้วไอ้บอสอะไรที่ว่านั่นจะมีจริงหรือ” หัวหน้าหน่วยที่ 1 เอ่ยถามขณะที่กำลังนั่งพักเหนื่อยจากการต่อสู่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า

**“ข้าก็ไม่รู้ แต่มันมีอยู่ในบันทึกโบราณ เพราะงั้นก็ต้องรอพิสูจน์นั่นแหละ” หัวหน้าหน่วยที่สองตอบแบบเหนื่อยใจ เพราะทำไมถึงต้องส่งคนมาตามหาผลึกอะไรนั่นขนาดนี้ด้วย นี่ขนาดทางเข้าชั้น 6 พวกเขาหากันตั้งนานยังไม่มีวี่แววจะเจอ ส่วนสัตว์เวทอะไรนั่นก็เกิดมาทุกๆ 1 วัน แม้ตอนนี้จะจัดการไปได้เกือบครึ่ง แต่จำนวนมันก็มีเยอะเกิน

**“ข้าว่าชั้นที่ 6 มันต้องน่ากลัวกว่านี้เป็นเท่าตัวแน่ แล้วแบบนี้จะไปถึงกันเหรอ ไอ้ชั้น 10 ที่ว่า” หัวหน้าที่ 1 พูดพร่ำเพ้อ

**“คงไม่ถึงหรอก ข้าว่าอาจจะแค่ชั้นนี้แหละ แต่อย่างน้อยเราก็ได้ผลึกเวทมาตั้งมากคงไม่เสียเวลาเปล่าหรอก” หัวหน้าหน่วย 2 พูดต่อ

“อืม กลุ่มไหนที่เข้าไปถึงได้นี่คงจะยังไม่มีในตอนนี้หรอกมั้ง แต่ถ้ามีข้าว่ากลุ่มนั้นต้องขนคนมามากกว่า 2000 คนเป็นอย่างต่ำแหละ เดี๋ยวเสร็จจากการเคลียร์ชั้นนี้ก็คงต้องกลับกันแล้วมั้งเพราะมีปัญหาเรื่องเสบียงกันว่าจะไม่เพียงพอด้วย” หัวหน้าหน่วยที่ 1 พูด และเรียกหัวหน้าหน่วยกลุ่มอื่นๆ มาฟังแผนการที่จะดำเนินต่อไป**

.............................................................................................************************************************************

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น