Kamui Yato

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 11 [ หนึ่งปีที่ผ่านมา ]

ชื่อตอน : บทที่ 11 [ หนึ่งปีที่ผ่านมา ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2561 16:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 [ หนึ่งปีที่ผ่านมา ]
แบบอักษร

ณ แคปซูลคอปอเรชั่น ภายใน กราวิตี้รูม

"ย่าส์ ๆ ๆ  ได้เวลาที่พวกเราจะจบการต่อสู้นี้เสียทีนะการ์ลิค"เสียงคำรามเล็กๆของเด็กสาวผมดำทรงหางม้าวัย 8 ย่าง 9 ปีในชุดนักสู้แดงเหลืองเอวลอยจนเห็วผิวหน้าท้องที่ขาวเรียบเนียนน่าสัมผัส เด็กสาวผู้นี้กำลังเข้าระดมหมัด ฝ่ามือและเตะใส่เด็กชายผมดำผิวสีแทนใส่ชุดนักสู้คล้ายคลึงกับเธอเต็มที่ด้วยพลังต่อสู้สูงสุดอย่างไร้ปราณี

ปัก ปัก ๆ ๆ

"ยังอ่อนนะเบลล่า เธอควรคุมพลัง Ki ให้ดีกว่านี้อีกนะ"แต่ทว่าเด็กชายผิวแทนหรือการ์ลิคที่ลอยอยู่บนอากาศนั้นกลับใช้มือซ้ายข้างเดียวปัด รับ เบี่ยงวิถีหมัดฝ่ามือและเท้าของเด็กหญิงหรือเบลล่าได้ง่ายดายพร้อมทั้งกล่าวให้คำแนะนำเธอไปด้วย แต่ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจ และฝืนบุกเข้าต่อกรกับการ์ลิคอย่างไม่เกรงกลัว

"เฮ้อ ให้มันได้อย่างนี้สิ เอาเถอะจะเล่นด้วยอีกนิดก็แล้วกัน"

การ์ลิคที่รู้สึกเคืองๆเด็กหญิงก็แกล้งเร่งพลังต่อสู้จาก 20 % เป็น 30 % ทำให้เบลล่าที่เคยซ่าส์ถึงกับชะงักไม่กล้าพุ่งเข้าโจมตีเด็กชายต่อ เธอในตอนนี้จ้องมองเด็กชายด้วยสายตาเกรงกลัวอย่างปิดไม่มิด ยิ่งเธอนึกถึงความทรงจำในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ซึ่งก็คือช่วงเวลาการฝึกของเธอกับการ์ลิคเธอก็ได้แต่ขนลุก

"บะ เบลขอโทษ เบลจะฟังที่การ์ลิคพูดแล้ว"เบลล่าที่หงอยราวหมากระดาษได้แต่กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

"ไม่เป็นไรแค่เบลรู้ตัวก็พอแล้ว ว่าแต่นี่ก็ครบหนึ่งปีแล้วนะ เราว่าการฝึกคงถึงเวลาพอได้แล้วละ"การ์ลิคพยักหน้ากล่าวด้วยรอยยิ้ม เพราะนี่ก็ครบหนึ่งปีตามที่นัดแนะกันแล้ว แม้ผลของการฝึกฝนจะไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่เขาและเบลล่าในตอนนี้ก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากจนเทียบไม่ติด โดยเฉพาะ เบลล่าที่แข็งแกร่งขึ้นผิดหูผิดตา

ในช่วงแรกการ์ลิคและเบลล่านั้นฝึกร่างกายกันถึง 4 เดือนด้วยแรงโน้มถ่วง 200 G ซึ่งการฝึกฝนในช่วงแรกก็เป็นไปด้วยดี ร่างกายของการ์ลิคและเบลล่าตอนนี้อยู่ในระดับดีเยี่ยมแต่ร่างกายหรือกล้ามเนื้อก็ไม่ดูใหญ่เทอะทะอย่างเช่นพวกซุนโกคูแขนของทั้งคู่ยังดูเรียวเล็กดั่งเด็กน้อยเช่นเดิม แต่ทว่ามันกลับซุกซ่อนไปด้วยกล้ามเนื้อที่อัดแน่นจนแข็งแกร่ง แถมมีความยืดหยุนสูงมาก

รวมถึงหางที่เคยเป็นจุดอ่อน ของพวกเขาเผ่าชาวไซย่าด้วย แต่ตอนนี้มันไม่ได้เป็นจุดอ่อนของพวกเขาอีกต่อไปแล้วหลังจากฝึกอวัยวะที่ 33 นี่ได้อย่างเชี่ยวชาญและสมบูรณ์ แม้ตอนแรกจะอ่อนเพลียแทบตายยามถูกสัมผัสหรือบีบจับ แต่หลังจากฝึกมันพร้อมกับร่างกาย ก็ทำให้หางของทั้งคู่กลายเป็นอาวุธสุดแสนอันตรายไปเสียแล้ว

และที่ผลลัพธ์เป็นเช่นนี้ก็เพราะวิธีฝึกพิเศษของการ์ลิค วิชานี้เป็นวิชากายาช่วยฝึกฝนสร้างร่างกายทุกสวนรวมถึงหาง(ที่เป็นส่วนเกิน) ทำให้ร่างกายของทั้งคู่เหมาะสมกับการต่อสู้ในระดับสุดยอดสมบูรณ์แบบ ส่วนวิชานี้เขาเอามาจากไหนโปรดอย่าได้ถาม เพราะการ์ลิคไม่อยากนึกถึงความทรงจำในอดีตชาติที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก

มาเล่าช่วงเวลาของการฝึกวิชาในกราวิตี้รูมกันต่อ หลังจากที่ทั้งคู่ได้ร่างกายที่สมบูรณ์พร้อมในทุกๆด้านจากการฝึกฝนร่างกายที่แสนทรหด จนขนาดเบลล่าที่เคยซ่าส์ยังอยากลบลืมมันออกไปจากสมอง**พวกเขาก็มาฝึกพื้นฐานด้านพลัง โดยทั้งคู่ได้ใช้พลังสูงสุดเข้าต่อสู้กัน นี่ก็เพื่อให้ร่างกายของพวกขเาได้เคยชินกับพลังต่อสู้ที่สูงขึ้นเรื่อยๆนั่นเอง ก็ใช้เวลานานถึง 4 เดือน จนพวกเขาชินกับพลังที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ

ผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับดีเยี่ยม เพราะยามพวกเขาใช้พลังสูงสุดในตอนนี้ มันกลับไม่สร้างภาระหรือผลกรทบให้แก่พวกเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าจากการคำนวนแล้วไม่ผิดพลาด ถ้าเพิ่มพลังต่อสู้อีกสัก 10-15 เท่าในฉับพลัน ร่างกายการ์ลิคก็ยังคงรับพลังระดับนั้นได้อย่างไม่มีปัญหาแถมไม่เกิดภาระขึ้นอีกด้วย ซึ่งมันเหมาะสมกับวิชาหมัดไคโอ ของท่านเจ้าพิภพ(ไคโอ)เป็นอย่างมาก

ส่วนเบลล่าอาจจะน้อยลงมาหน่อย แต่ก็มิได้น่าเกลียดหรือน้อยหน้าการ์ลิคจนเกินไป เธอในตอนนี้ต่อให้มีพลังต่อสู้เพิ่มขึ้นอีกอย่างฉับพลัน 5-10 เท่า มันก็ไม่สร้างภาระให้แก่ร่างกายของเธออย่างแน่นอน และเมื่อมีร่างกายและพื้นฐานที่สมบูรณ์พร้อม การ์ลิคก็เข้าถึงการฝึกเพิ่มปฏิกิริยาตอบสนอง

โดยการฝึกนี้เขาได้ใช้อุปกรณ์ที่ดร.บรีฟสร้างขึ้น มันคือปืนอัดพลังงานที่สามารถยิงลูกสี(คล้ายเพนท์บอล)ด้วยความเร็วเสียงจนถึงระดับความเร็วแสง การเซ็ตคำนวนความยากจากระบบ(AI) ในระดับ 10 หรือระดับสูงสุด ซึ่งระดับนี้มันโจมตีถี่ราวปืนกล ทำให้ในช่วงแรกๆทั้งสองหลบไม่พ้น จึงโดนลูกหนังบรรจุสียิงเข้าหน้าเข้าตาจนกลายเป็นหมีแพนด้ากันเลยทีเดียว

แต่ช่วงหลังๆ เมื่อเริ่มชินการหลบลูกกระสุนที่มีความเร็วระดับแสงได้พอสมควร ซึ่งมีแต่การฝึกนี่แหละที่ทั้งคู่ไม่สามารถจนบรรลุถึงขั้นเยี่ยมยอดเหมือนการฝึกอีกสองอย่างเมื่อแปดเดือนก่อน แต่ว่าก็ไม่ได้เลวร้ายจนเกินไปละนะโดยการฝึกนี้กินเวลาไปถึง 2 เดือน ส่วนเวลาอีก 2 เดือนที่เหลือการ์ลิคก็กลับมาฝึกวิชาการต่อสู้มือเปล่าให้แก่เบลล่า รวมถึงการกำหนดลมหายใจให้พอเหมาะกับจังหวะพลังและร่างกายของตน คล้ายการใช้ลมปราณ

การต่อสู้ครั้งนี้ทั้งคู่ไม่ได้สวมชุดถ่วงน้ำหนักเพราะมันไม่มีประโยชน์ พวกเขาสวมชุดธรรมดาที่ไร้น้ำหนัก เพราะว่าตอนนี้ชุดถ่วงน้ำหนักไม่ค่อยได้ช่วยทั้งคู่เท่าไหร่นักมีแต่ช่วยทรมานร่างกายพวกเขาเสียมากกว่า แถมยามใช้มันกับแรงโน้มถ่วงที่ตอนนี้สูงถึง 300 G หรือในระดับสูงสุดในตอนนี้ มันก็เพิ่มน้ำหนักที่เด็กทั้งสองไม่มีทางรับไหว 300 ตันเลยนะ ขนาดแปลงเป็นซุปเปอร์ไซย่ายังเกือบเอาไม่อยู่เลยด้วยซ้ำ

และผลสุดท้ายหลังจากผ่านการฝึกมาหนึ่งปีเต็ม เบลล่านั้นได้ลอกเลียนแบบการเคลื่อนไหวและศิลปการต่อสู้ของ การ์ลิคมาปรับปรุงเป็นรูปแบบการต่อสู้ของตนเอง แถมพลังต่อสู้ของทั้งคู่ก็พุ่งกระฉูดโดยเบลล่าตอนนี้มีพลังต่อสู้แบบฟลูเพาเวอร์ไม่ต่ำกว่า 1,958,000 จุดเลยด้วยซ้ำ ถ้าถามว่าพวกเขารู้ได้ยังไงว่ามีพลังจากตัวเลข นั่นก็เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ทั้งคู่พักผ่อนจากการฝึก เป็นช่วงเดือนสุดท้ายพอดี

การ์ลิคจึงไปขอร้องให้ดร.บรีฟช่วยสร้างสุดยอดสเกาเตอร์ ที่สามารถทนต่อพลังต่อสู้อันเข้มข้นระดับ 10 ล้านจุดได้ ช่วงแรกก็ลำบากพอสมควรกว่าจะหาอุปกรณ์และวัตถุดิบได้ แต่ดูเขาจะโชคดีไม่น้อยที่เพื่อนซี้ของดร.บรีฟมีวัตถุดิบสิ่งที่เหนือกว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการ และดูเหมือนที่โลกจะมีวัตถุดิบชั้นเยี่ยมอยู่ทำให้การ สร้างสเกาเตอร์ไม่มีปัญหาใดใดเกิดขึ้น

ส่วนระดับพลังของการ์ลิคนั้นก็ไม่น้อยหน้า พลังของเขานั้นสูงขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด พลังต่อสู้ที่เคยอยู่หลักแสนก็ทะลุหลักล้านเช่นเดียวกับเบลล่า แต่ทางด้านพลังต่อสู้แบบฟลูเพาเวอร์ของเขาอยู่ที่ 4,500,000 ซึ่งสูงมาก และถ้าเขาได้ฝึกวิชาหมัดไคโอจากท่านเจ้าพิภพ พลังต่อสู้ของเขาจะสูงยิ่งกว่านี้อีก แต่เรื่องนั้นช่างก่อนเพราะตอนนี้ก็ถึงเวลาออกจากห้องแรงโน้มถ่วงแล้ว

"เบลเราไปหาอะไรกินกันเถอะ นี่ก็คงจะค่ำแล้ว"

หมับ~

"อะ อื้ออ"

การ์ลิคกล่าวพลางเดินไปจับมือของเบลล่าและลากเธอที่กำลังเขินอายไปข้างนอก หลังจากปิดระบบไฟภายในห้องทั้งหมดแล้ว เขาพาเด็กหญิงแสนน่ารักที่เริ่มมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดากับเขาไปหาอะไรทาน ถ้าถามว่าความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาอยู่ในขั้นไหน

*ถ้าให้ตอบก็คงอยู่ในระดับเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อที่เกือบเหยียบย่างเข้าสู่โลกแห่งคนรัก แต่ด้วยเบลล่าที่ยังเด็กจึงยังไม่ค่อยรู้ความ(มั้ง)*แล้วถ้าถามว่าทำไมทั้งคู่ถึงมีความสัมพันธ์กันแบบนี้ นั่นคงเป็นเพราะความผูกพันที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่อยู่ฝึกวิชาด้วยกันมานาน

"อ่าว การ์ลิคคุง เบลล่าจัง เลิกซ้อมในห้องแรงโน้มถ่วงแล้วหรือจ๊ะ" หญิงสาวแสนสวยผมสีบรอนทองฟูๆ ในชุดที่เดินผ่านทางมาเห็นเด็กชายหญิงวัย 8 ปีย่างเข้า 9 ปี พอดีจึงเข้าไปทักทายด้วยความสนิทสนม

"ใช่เรากับเบลพักเรื่องฝึกวิชาแล้วละ ว่าแต่คุณนายบรีฟ ทานอะไรหรือยังละ"การ์ลิคกล่าวตอบพร้อมยิงคำถามเพื่อเป็นมารยาท

"ยังเลยจ๊ะ ฉันว่ากำลังจะไปทานอยู่พอดี ไปด้วยกันเลยไหมจ๊ะ"

การ์ลิคพยักหน้าด้วยรอยยิ้มพลางจุงมือเบลล่าเดินตามก้นคุณนายยังสาวแพนซีหรือคุณนายบรีฟลูกสองอย่างห่างๆ ถึงแม้ตัวจะห่าง แต่สายตาของการ์ลิคกับไม่ห่างเลย เขานั้นจดจ้องไปยังเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบของคุณนายบรีฟอย่างหื่นกระหาย นี่ถ้าไม่ติดว่าร่างกายของตนยังเป็นเด็กแล้วละก็ เขาคงหาวิธีจัดการคุณนายคนนี้ไปแล้ว

ในระหว่างทางการ์ลิคก็ยังคงจดจ้องเรือนร่างของคุณนายบรีฟจนถึงที่หมาย นั่นก็คือห้องรับแขกที่ใช้ทานอาหารของบ้านนี้นั่นเอง เมื่อเขามาถึงก็พบกับเด็กหญิงตัวน้อยวัย1ปี มีผมฟ้า หรือบลูม่าลูกสาวคนเล็ก กับเด็กหญิงผมบรอนทอง ที่น่าจะเป็นพี่สาวของบลูม่า ถ้าเขาจำไม่ผิดเธอน่าจะชื่อไทต์ อายุก็น่าจะพอๆกับเขานั่นแหละ ว่าแต่ยัยเด็กไทต์ตอนเด็กๆน่ารักไม่หยอก แต่เขาก็ไม่ได้สนใจนานมัก เพราะเขาไม่เห็นดร.บรีฟเลย


"แล้วดร.บรีฟไม่มาทานข้าวด้วยกันหรอ ?"

"คุณพ่อไม่มาหรอก เริ่มทานอาหารกันเถอะคุณแม่หนูหิวแล้ว"ไทต์ตอบการ์ลิคด้วยเสียงเฉยเมยพร้อมหันไปพูดกับแม่ของตนด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

การ์ลิคพยักหน้าอย่างเข้าใจโดยไม่สนอาการของไทต์ ก่อนจะเริ่มทานอาหารเมื่อเจ้าบ้านเริ่มเปิดงาน และไม่นานทั้งการ์ลิคและเบลล่าก็หยุดทาน และแกล้งขอตัวจากไป ตอนนี้ทั้งคู่นั้นเพลียมาก เปลือกตานั้นเกือบจะวูบหลับอยู่หลายหน และเมื่อกลับมาถึงห้องนอนรับแขก ทั้งคู่ก็ล้มตัวลงนอนกอดกันบนเตียงอย่างเช่นทุกวันและหลับไป

ความคิดเห็น