คีตาอักษร

ขอขอบคุณที่ช่วยสนันสนุนนะคะ

บทที่ 5 ไร่กังวานไกล.. 100%

ชื่อตอน : บทที่ 5 ไร่กังวานไกล.. 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2561 16:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 ไร่กังวานไกล.. 100%
แบบอักษร

พ่อเลี้ยงกัณตภณ ได้พา จิตรานุช เดินสำรวจฟาร์มโคนมจนรอบ เดินไปพ่อเลี้ยงก็สังเกตดูอากัปกิริยาของหญิงสาวไปด้วย ซึ่งหญิงสาวก็ดูจะกระตือรือร้น และสนใจฟังสิ่งต่างๆ ที่ พ่อเลี้ยงกัณตภณ ได้คอยอธิบายให้ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ และไม่มีท่าทีอิดออดและบ่นเหนื่อยเลยสักนิด ทั้งที่เหงื่อก็ไหลรินออกมาทั่วใบหน้าสวยหวานซึ้งนั้น

“หิวน้ำไหม?” พ่อเลี้ยงกัณตภณ เอ่ยถามคนตัวเล็กข้างกายที่เดินเข้าไปในอาคารโรงเรือนที่มีคนงานเริ่มทยอยกันเข้ามาพัก เพื่อรับประทานอาหารกลางวันกัน “นิดหน่อยค่ะ” จิตรานุช เงยหน้าขึ้นบอกพร้อมกับส่งยิ้มให้ ซึ่งชายหนุ่มเห็นอย่างนั้นแล้ว ไม่อยากจะพาทัวร์ไร่ต่อเลย อยากพากลับไปขึ้นเตียงเสียที่บ้านมากกว่า 

“น้ำครับพ่อเลี้ยง” ลุงชมยื่นขันน้ำเย็นมาส่งให้ พ่อเลี้ยงกัณตภณ “ขอบคุณมากลุง” ชายหนุ่มรับมาไว้ในมือใหญ่ พร้อมกับกล่าวขอบคุณผู้นำน้ำเย็นมาให้ แล้วยื่นส่งให้ จิตรานุช ดื่ม “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณ ก่อนจะยื่นมือเรียวเล็กไปรับขันน้ำเย็นมาดื่มให้คลายความร้อน แล้วส่งคืนให้คนตัวโตข้างกาย

พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็รับมาแต่โดยดี และยกขันน้ำเย็นใบเดียวกันกับที่ จิตรานุช ดื่มไปแล้วและเหลือน้ำอยู่ครึ่งขันนั้นแหละขึ้นดื่มไปจนหมดอย่างไม่นึกรังเกียจรังงอนเลยสักนิดเดียว ซึ่ง จิตรานุช มองตาด้วยความรู้สึกที่วาบหวาม ตื้นตันใจแปลกๆ

“เดี๋ยวเราทานข้าวกลางวันกันก่อนก็แล้วกันนะ แล้วค่อยไปดูไร่ส้มกันต่อ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ เอ่ยขึ้นพร้อมทั้งยื่นขันน้ำนั้นให้คนงานนำไปเก็บ “โอเคค่ะ” จิตรานุช กล่าวยิ้มๆ ซึ่งเหงื่อจากศีรษะของหญิงสาวได้ไหลรินลงมาตามหน้าผากและข้างแก้ม หญิงสาวยกมือขึ้นเช็ดมันออกไป 

พ่อเลี้ยงกัณตภณ เห็นเช่นนั้นจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วยื่นไปเช็ดหน้าผากและข้างแกมนวลเนียนใส ซึ่งตอนนี้แกมได้แดงระเรื่อเพราะตากแดด ให้อย่างเบามือจนเหงื่อเหือดแห้งไป “ขอบคุณค่ะ” จิตรานุช กล่าวขอบคุณอย่างอายๆ และเสมองไปที่อกแกร่งนั้นอย่างไม่รู้จะทำอะไรต่อไปดี

“อาหารพร้อมแล้วครับพ่อเลี้ยง” ลุงชมคนเดิมนั้นแหละที่เดินมาบอกกล่าวให้พ่อเลี้ยงรับทราบ “โอเคลุง” พ่อเลี้ยงหันไปบอกลุงชม แล้วหันกลับหาคนตัวเล็กข้างกาย “ไปทานข้าวกันเถอะ” คนตัวโตเอ่ยชวนคนตัวเล็ก พร้อมกับยื่นมือไปดึงมือเรียวเล็กให้เดินตามเข้าไปยังโต๊ะอาหารที่ แม่บ้านได้จัดอาหารเอาไว้ให้ทั้งสองรับประทาน

เมื่อรับประทานอาหารกลางวันกันเสร็จ พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็พา จิตรานุช ไปเดินสำรวจตรวจตราที่ไร่ส้ม โดยชายหนุ่มเลือกที่จะขับรถโฟล์วิลไป เพราะจากอาคารโรงอาหารไปถึงไร่ส้มก็ไกลอยู่พอสมควร พ่อเลี้ยงกัณตภณจอดรถโฟล์วิลไว้หน้าโรงเก็บพักส้ม

“ส้มในไร่ที่เราปลูกอยู่จะมีสองสายพันธ์คือส้มสายน้ำผึ้ง และส้มแดนซี่ ซึ่งเราได้ส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่เราส่งออกมากที่สุดจะเป็นส้มแดนซี่” พ่อเลี้ยงกัณตนภณ เดินตรวจงานไปก็อธิบายให้ จิตรานุช ฟังไป “ทำไมถึงส่งออกส้มแดนซี่มากกว่าส้มสายน้ำผึ้งล่ะคะ?” จิตรานุช หรี่ตาลงเมื่อแสงแดดยามบ่ายตกกระทบต้องสายตาเข้าให้

“ก็เพราะส้มแดนซี่มีสีส้มปนแดงสวยงาม มีเปอร์เซ็นต์น้ำคั้นสูง รสชาติหวานอมเปรี้ยว และมีวิตามินซีสูงกว่าส้มเขียวหวานทั่วๆ ไป ทั้งยังเป็นที่นิยมทานกันของชาวต่างชาติ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ หันมามองคนตัวเล็ก ก่อนจะยื่นมือใหญ่ดึงปีกหมวกที่ใส่อยู่บนศีรษะของหญิงสาว ให้เลื่อนลงมาบังแสงแดดที่ส่งมากระทบหน้าสวยหวานนั้น และขยับไปยืนบังแสงแดดนั้นไว้ให้ด้วย ปากก็พูดอธิบายให้สาวเจ้าฟัง

จิตรานุช รับฟังคนตัวโตเล่าอธิบายให้ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ราวกับว่าตัวเองเป็นนักเรียน ซึ่งได้มาเรียนวิชาการทำไร่ทำฟาร์ม คนตัวโตก็แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมถึงได้เล่าอธิบายเกี่ยวกับฟาร์มโคนม และไร่ส้มให้หญิงสาวข้างกายรับฟัง อย่างเป็นวรรคเป็นเวรได้อย่างนี้ ทั้งที่ตัวเองเป็นคนพูดน้อยไม่ชอบที่จะสอนหรืออธิบายสักเท่าไร

เมื่อเสร็จจากการตรวจสำรวจไร่ส้มแล้ว พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็พา จิตรานุช ไปไร่ชาต่อโดยนั่งรถโฟล์วิลขับพาไป “ที่ไร่ของเราจะปลูกชาสายพันธ์อัสสัม และสายพันธ์จีนซะเป็นส่วนใหญ่ และก็จะส่งออกขายไปยังต่างประเทศด้วยเช่นกัน หิวน้ำเหรอ?” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวไปพร้อมกับพาเดินไปดูไร่ชาที่ได้ปลูกเรียวรายกันเป็นขั้นบันได ซึ่งพอหันกลับมาเห็นคนตัวเล็กที่เดินเคียงข้างกันมา กลืนน้ำลายฝืดๆ จึงได้เอ่ยถามขึ้น

“ค่ะ รู้สึกคอแห้งน่ะค่ะ” จิตรานุช เอ่ยยอมรับออกมา “งั้นเดี๋ยวเดินไปตรงร่มโน้น จะมีน้ำดื่มไว้ให้คนงานที่มาทำงานดื่ม” ว่าแล้วพ่อเลี้ยงก็พา จิตรานุช เดินตรงไปยังร่มไม้นั้นทันที และพอถึงชายหนุ่มก็เดินไปหยิบแก้วน้ำแล้วตักน้ำใส่แก้ว เดินกลับมายื่นส่งให้ จิตรานุช “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยิ้มส่งให้ ทั้งยื่นมือเรียวเล็กไปรับแก้วน้ำนั้นมาดื่มอย่างกระหาย

ซึ่งกว่าจะเดินสำรวจตรวจตราไร่ชากันเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยเข้าไปเกือบๆ จะห้าโมงเย็นเข้าให้แล้ว พ่อเลี้ยงกัณตภณ จึงภรรยาคนสวยตรงกลับบ้านโดยไม่แวะที่ใดอีกเลย เพราะสังเกตเห็นว่าใบหน้าของคนตัวเล็กดูเซียวๆ ไป คงเพราะตากแดดร้อนๆ มาทั้งวันนั้นแหละ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น